เข้าสู่ระบบกลิ่นกำมะถัน?
“พาข้ากลับไปชายแดน ได้โปรด... ไม่อย่างนั้นก็ฆ่าข้าเสีย”“อย่าปากเก่งนัก... ถึงข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้ แต่ข้าก็สามารถทำให้เจ้าพูดไม่ออกได้เหมือนกัน” นิ้วแกร่งเกลี่ยเรียวปากบางก่อนจะแตะพวงแก้มสวยด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดา เฉินเถาฮวาสะบัดหน้า แต่มืออุ่นจัดที่จับคางสวยๆ ไว้ยังคงตรึงแน่นอยู่เช่นนั้น เขาเชยปลายคางของนางขึ้น ก่อนจะก้มลงมาพึมพำแนบชิดติดริมฝีปาก“ในเมื่อเจ้าภูมิใจในฐานะเชลยสงครามนัก ข้าก็จะไม่ขัดขวาง”ม้าของเขามาหยุดที่ท้ายแถวของกองทัพเรือนหมื่น ที่นั่นเป็นจุดที่น่าสังเวชและหดหู่ที่สุด เพราะคนที่บาดเจ็บ คนที่อ่อนแอจนขาดใจตายระหว่างเดินทาง พวกเขาจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังกลายเป็นเหยื่อนกกา หลี่เซวียนหลงเหวี่ยงขาตนเองลงจากหลังม้า จงใจกระแทกเท้าดังโครม พลทหารแก่ชราสองสามคนที่กำลังช่วยขุดหลุมฝังศพต่างตกใจ คุกเข่าลงงกเงิ่น“พวกเจ้าจงฟัง!”เขาประกาศเสียงขุ่น จู้จื่อซึ่งหิ้วเอวซูเจี้ยนตามหลังองค์ชายผู้โกรธเกรี้ยวมาตลอดทาง เขายังส่ายหน้า “นางคือองค์หญิงหย่งอานแห่งแคว้นเอี้ยน นางยินดีที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายแต่เพราะหิมะตกหนัก บรรยากาศจึงดูสลัวๆ ทัพแคว้นหลี่เดินทางมาถึงแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่งซึ่งตื้นเขินประมาณต้นขา มีแผ่นน้ำแข็งบางๆ ลอยฟ่อง ใครขี่ม้าก็ข้ามไปสบายๆ ส่วนพวกทหารราบกับเชลยก็ต้องเปียกปอนตัวหนาวสั่นขึ้นไปอีก หวูอิง คนถ่อยที่ลวนลามซูเจี้ยนยังคงจงใจวนผ่านมาเพื่อหาโอกาสเอาคืน นั่นยิ่งทำให้ซูเจี้ยนหงุดหงิดและแอบใช้เศษหินคมๆ ลับไม้แหลมเก็บไว้ “แม่น้ำตรงนั้นจับเป็นผืนน้ำแข็ง ไปข้ามตรงนั้นเถอะเพคะ”ซูเจี้ยนดึงแขนองค์หญิงไป คนอื่นๆ สังเกตเห็นจึงแห่ตามไปและแย่งกันข้ามจนวุ่นวาย เฉินเถาฮวาจึงยืนรอให้พวกเขาข้ามไปก่อน พอคนเริ่มซาก็จูงมือไปกับซูเจี้ยน สองขาค่อยๆ ก้าวลงไปบนพื้นผิวแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งอย่างระมัดระวัง คนที่เดินนำหน้านางเป็นหญิงตัวใหญ่ ขนาดใส่เสื้อนวมหนายังหนาวเป่าปากกระทืบเท้า ร้องคร่ำครวญไม่ยอมเดิน พวกผู้คุมจึงเงื้อแส้หมายจะฟาดให้เดิน“อย่าทำร้ายผู้หญิง”เฉินเถาฮวาคว้าปลายแส้คมนั้นอย่างแม่นยำและกระชากผู้คุมลงมาจากหลังม้า แผ่นน้ำแข็งที่นางยืนอยู่เกิดแตกดังเผียะๆ ดึงร่างคนที่อยู่บริเวณนั้นให้จมน้ำถึงต
บทที่ 15 ลึกลงไปภายในใจกองทัพหลี่หยุดพักหลบพายุหิมะที่วัดร้างซึ่งเสียหายจากภัยสงคราม ที่นี่มีแต่ซากปรักหักพัง ต้นไม้รกๆ และหลังคาอารามที่ทะลุโหว่จนหิมะโปรยปรายลงมาเบาบาง ยามนี้ฟ้ามืดลงแล้ว เสียงลมด้านนอกดังขึ้นอีก ส่งเสียงหวือๆ วู้ๆ ราวกับเสียงสะอื้นรำพันร่างสูงใหญ่กระดกเหล้าดื่มอย่างลวกๆ เอนกายโดยไม่เปลี่ยนชุดและไม่จุดตะเกียง ในมือมีขลุ่ยหยกเลาหนึ่งหมุนไปหมุนมา ครุ่นคิด คิ้วคมดุจกระบี่ขมวดมุ่นก่อนจะยกขลุ่ยหยกขึ้นจดริมฝีปาก เป่าเสียงดังกังวานแล้วลดเสียงลงต่ำอย่างฉับพลัน ฟังแล้วเศร้าวังเวง พายุยิ่งพัดแรงจนน่าโมโหดี! ขอให้พายุหิมะแช่แข็งสตรีเลือดเย็นผู้นั้นไปซะ ขอให้นางหนาวเหน็บดังเช่นที่เขากำลังเผชิญอยู่เสียบ้าง!หลี่เซวียนหลงส่งเสียงคำรามลอดไรฟันครั้งแล้วครั้งเล่า พอนึกถึงสภาพเจ้าฮวาเอ๋อร์ซุกตัวในกรงท่ามกลางหิมะ ลำคอของเขาก็ตึงแน่นหายใจไม่ออก ในที่สุดก็ตัดสินใจหยิบเสื้อคลุมหนังจิ้งจอกขึ้นมา หอบกระถางอุ่นมือไปด้วยก่อนจะเดินดิ่งไปที่หน้าประตู แต่พอจะผลักประตูออกไป เขากลับหยุดนิ่งแล
“ระวังเพคะ ไม้กระดานลื่นมาก ต้องเดินช้าๆ”ซูเจี้ยนเริ่มร้องไห้กระซิก ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยต้องลำบากเช่นนี้มาก่อน ผิดกับเฉินเถาฮวาที่ตั้งใจจดจำรายละเอียดของเส้นทางนี้ไว้ หมู่ดอกเหมยที่ชูช่อสะพรั่งในหุบเหวเบื้องล่างแข่งกันอวดโฉมท้าทายแรงลมหิมะ หิมะปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนมองหนทางข้างหน้าไม่ค่อยชัด อาศัยว่าเดินตามๆ กันไปบนสะพานไม้กว้างไม่ถึงสองจั้ง[1]ขุนเขายามนี้ขมุกขมัว มองไม่ชัดว่าขอบเขตของแนวเขาจะไปทางไหน แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ หัวใจของเฉินเถาฮวากลับพองโต ที่ผ่านมาตั้งแต่ขึ้นตำแหน่งเป็นพระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง พระองค์ก็ไล่ต้อนให้เด็กหญิงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องหับ ฝึกงานฝีมือเย็บปักถักร้อยไปตามประสา อย่างมากก็แค่ได้ขี่ม้าหนีออกไปเที่ยวที่ค่ายทหารห่างจากกำแพงวังหลวงแค่ครึ่งวัน ดังนั้นจึงไม่เคยเห็นทัศนียภาพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่จนแทบลืมหายใจเช่นนี้มาก่อน เฉินเถาฮวาถึงกับย่ำฝ่าหิมะไปด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูก“อย่าเดินเหม่อเช่นนั้น”เขาเดินอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยหิมะปกคลุมจนดูเหมือนตุ๊กตา
บทที่ 14 ทรมานเมื่อหลี่เซวียนหลงกลับเข้ามาอีกครั้ง หิมะเกาะพราวเต็มตัว เด็กรับใช้กำลังนั่งสัปหงกจึงงัวเงียตื่น รีบยกเก้าอี้ บิดผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนและหาเสื้อผ้าแห้งให้องค์ชายผลัดเปลี่ยน เมื่อร่างสูงใหญ่เช็ดหน้าเช็ดตาและกลั้วคอด้วยใบชาเสร็จ เด็กรับใช้ก็ยื่นเหล้าซึ่งอุ่นร้อนให้ถึงมือทันที แต่เขาปฏิเสธ“นางหายไปไหน?!”“เอ่อ...” เด็กรับใช้หวาดกลัวจนไม่กล้าพูด ไม่ใช่กลัวชายผู้นัยน์ตาดุจเหยี่ยวที่กำลังขยุ้มคอเสื้อตน แต่หวาดกลัวพระเดชของหลี่อ๋องจนตัวสั่น ชายหนุ่มจึงเหวี่ยงตัวเด็กรับใช้ทิ้งไปและก้าวออกจากที่พักของตนเองด้วยสีหน้าตึงเครียด หมู่เมฆหนาทึบเหนือศีรษะบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานจะมีพายุหิมะตกหนัก เขายืนตระหง่านท่ามกลางค่ายทหารซึ่งเต็มไปด้วยความอ่อนล้าจากการเดินทางไกล ไม่มีใครสักคนกล้าเอ่ยถึงเชลยผู้สูงศักดิ์เสียงสัญญาณเคลื่อนทัพดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าหมดเวลาพักแล้ว“เราจะต้องไปถึงเชิงเขาไท่ซานก่อนมืด ลุกขึ้น!”เสียงนายกองร้อ
หลี่เซวียนเยว่หมุนกายกลับมาประจันหน้ากับองค์หญิงแห่งเอี้ยน ตามคำสั่งบรรพกษัตริย์ที่ตกทอดมานานนั้น ทั้งสองแว่นแคว้นจะต้องแลกเปลี่ยนตัวองค์หญิงเพื่ออภิเษกกับเชื้อพระวงศ์ของแต่ละฝ่าย และเห็นได้ชัดว่าน้องชายของพระองค์ต้องการทำตามคำสั่งนี้อย่างแรงกล้ารอยจูบแดงระเรื่อบนซอกคอขาวผ่อง ทำให้พระองค์หรี่ตาอย่างใช้ความคิดชายผู้ทรงอำนาจเห็นภาพหยูเฟยซ้อนทับเฉินเถาฮวา อิสตรีทุกคนล้วนปลิ้นปล้อนตลบตะแลง เมื่อใดที่พลั้งเผลอให้ความจริงใจแก่ผู้ใดไป เมื่อนั้นก็จงรอถูกคนผู้นั้นจ้วงมีดเสียบแทงได้เลย พระองค์เคยเห็นความรักเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตและมอบหัวใจให้ใครบางคน เชื่ออย่างสุดชีวิตว่าคนผู้นั้นก็รักพระองค์เช่นกัน แต่แล้วมันก็เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นเมื่อครู่นี้ผู้ที่พระองค์เชื่อใจเพียงคนเดียวในโลกนี้อย่างหลี่เซวียนหลง เพิ่งจะจ้องมองพระองค์ดุจศัตรูระยำ!หากมันกล้าหักหลังพี่ชายของมันเพื่อผู้หญิง มันจะไม่ได้ตายอย่างสงบ สีพระพักตร์ของหลี่อ๋องเครียดถมึงทึง ความชิงชังฉายชัดเจน เฉินเถาฮวาเผชิญหน้ากับชายผู้ไร้หัวใจยังรู้สึกหนาววูบ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงมีความคั่ง
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้าชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินเถาฮวานั้นเกิดในตระกูลใหญ่ และทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวเฉินมีศักดิ์ศรีเป็นขุนศึกมาทุกรุ่น สายเลือดอันเข้มข้นถ่ายทอดความสามารถมาถึงทายาทคนสุดท้าย บิดาของนางคือเฉินไท่เหวิน แม่ทัพคู่พระทัยของเอี้ยนอ๋อง เฉินเถาฮวาไม่เคยพบหน้าเพราะบิดาสิ้นชีพในสนามรบตั้งแ