Masuk“ปล่อยฉันนะ” “ไม่ เก่งมากไม่ใช่เหรอ ทำไมจะต้องหนี” “ฉันจะอยากอยู่กับพวกนายทำไม ไอ้พวกมาเฟีย อย่าให้เครื่องร่อนลงนะ ฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกนายตั้งแต่ยังไม่ออกจากสนามบินเลย” “ก็ลองดูสิ อย่างน้อยถ้าคุณหลุดออกจากห้องน้ำนี้ไป... รับรองว่าผมจะให้ลูกน้องผมเวียนเทียนคุณครบทุกคน... เลือกเอาสิ ว่าจะยอมผมคนเดียว หรือว่า อยากไปเรียกร้องหาลูกน้องผมให้เป็นสามีด้วย” “อย่าพูดบ้าๆ นะ” รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าหล่อนซีดเผือดจนไม่มีสีเลือดแล้วยังพูดตะกุกตะกักอีกต่างหาก “อย่าคิดจะทำอะไรฉันด้วย ไม่งั้นพ่อฉันเอานายตายแน่...” “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าตายเป็นยังไง... ยังไม่เคยลองสักที แต่ก่อนที่พ่อคุณจะเอาผมตาย ผมขอเด็ดปีกนางฟ้าลูกสาวแสนสวยของพ่อคุณก่อนดีไหมหืม”
Lihat lebih banyak“คัท คัท คัท คัททท ว้อยยย” เสียงผู้กำกับหน้าหล่อสุดติสร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นพร้อมกับเขวี้ยงโทรโข่งในมือทิ้งอย่างมีโมโห เมื่อฉากง่ายๆ ที่สั่งถ่ายนั้นไม่ผ่านแม้ถ่ายซ้ำจนหลายรอบ...“พักกองสามสิบนาที” ผู้กำกับคนเดิมยังกล่าวท่ามกลางความเงียบ และความเซ็งของคนทั้งกองถ่าย...ดาราชายหญิงสองคนที่อยู่หน้ากล้องมองหน้ากันไม่มีคำพูดอะไร ดาราหญิงหันไปมองคนที่นั่งรอตัวเองหน้าตึงอยู่อย่างเกรงใจเพราะเขามารอแต่เช้าส่วนดาราหนุ่มนั้นก็หัวเสียและไม่มีสมาธิมาแต่แรกแล้ว ต้นเหตุที่ผู้กำกับต้องเสียอารมณ์นั่นก็เพราะเขา... เขาทำใจจูบรินรดาไม่ได้ให้ตายเถอะ! ศตายุส่ายหัวให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง“เดี๋ยวพี่ไปหาคุณใหญ่ก่อนนะ ทำสมาธิให้ได้นะนายไทด์รีบถ่ายให้เสร็จเราจะได้เราจะได้เลิกกองสักที ฉากสุดท้ายของวันนี้แล้วแต่เสียเวลาถ่ายตั้งนาน ดีนะที่เป็นนายถ้าเป็นคนอื่นพี่วีนจนขนหัวลุกแล้วนะยะ” รินรดาพูดกับนักแสดงรุ่นน้องแล้วเดินเลี่ยงออกมาพ้นร่างรินรดาซึ่งเป็นตัวประกอบของเรื่อง อิงกมลนางเอกตัวจริงก็เดินมาหาศตายุด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดไม่แพ้กันหล่อนจะกลับบ้านไม่ได้เลยถ้าถ่ายฉากนี้ไม่จบ เพราะหล่อนต้องกลับบ้านกับศตายุ และ
ใครที่ทำกรรมชั่วเอาไว้ต่างก็ได้รับกรรมเหล่านั้น อย่างเช่นมาลาตีและมานัสที่ถึงแม้จะหายเจ็บแต่ก็ต้องถูกดำเนินคดีและเข้าไปรับใช้กรรมในคุก ถึงแม้ว่าจะมีลูกกตัญญูไปเยี่ยมเยียนเสมอหากแต่มาลาตีกลับยิ่งทุกข์ทนทรมานเมื่อเห็นลูกเติบโตละได้สิ่งที่ดีๆ แต่ต้องมารับรู้ว่ามีแม่ชั่วๆ อย่างนางมานัสเองแม้จะได้รับการอโหสิจากรติพงษ์แต่เขาก็อยู่ในคุกด้วยความรู้สึกเหมือนว่าชีวิตนี้ได้จบสิ้นลงไปแล้ว เขาเสียใจที่ทำเรื่องเลวร้ายมาจนสูญเสียอิสรภาพไปอย่างที่ไม่มีวันเรียกร้องกลับมาได้อีก เพราะกรรมที่เขาทำไว้มันย้อนมาสนองอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน...รติพงษ์ลาออกจากงานแล้วมาเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองโดยการสนับสนุนของเจ้านายเก่าและกำลังจะเป็นน้องเขยอย่างเขตแดน แนวโน้มกิจการค่อนข้างไปได้ดีเพราะชายหนุ่มมีหัวทางนี้อยู่มากจึงนับว่าเขามาถูกทาง...ระรินทิพย์เองก็ถูกขอร้องให้อยู่ในบ้านอโณทัยตามเดิมเพราะบ้านนั้นคงไม่เป็นบ้านหากขาดหญิงสาว... แรกๆ นั้นระรินทิพย์ก็รู้สึกละอาย แต่ผู้เป็นย่าและพี่สาวไม่เคยถือโทษเรื่องที่มารดาหล่อนทำเพราะทุกคนก็ต่างปลดปลง พงศกรเองก็ยังรักหล่อนเหมือนลูกสาวเช่นเดิมแถมตอนนี้ยังมีน้องสาวคน
คุณนายมาลาตีพ้นขีดอันตรายมาได้อย่างอัศจรรย์เพราะกระสุนนั้นไม่ได้ทำลายอวัยวะสำคัญทำให้นางรอดมาได้ แต่การผ่าตัดเอากระสุนออกนั้นทำให้นางต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาล นางตื่นมาและมีอาการคลุ้มคลั่งจนต้องให้ยาคลายประสาทอยู่เนืองๆ ถึงจะสงบลงบ้าง ทั้งลูกชายและลูกสาวแสนกตัญญูนั้นต่างเข้าเยี่ยมและดูแลมารดาด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจเพราะรู้ว่าหากมารดาหายแล้วก็ต้องถูกคุมขังเสียอิสระเพราะความผิดมากมายที่ก่อไว้ แต่ทั้งสองก็ยังยอมรับได้เพราะดีกว่าจะปล่อยให้มารดาเสียชีวิตไปและหมดโอกาสพบเจอกันอีกเลย... ส่วนนางเพียงใจอาการสาหัสยังไม่ฟื้นและยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู พงศกรและรินรดาก็เข้าไปเยี่ยมอยู่ทุกวันและหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับผู้เป็นย่า รินรดาไม่โกรธเกลียดท่านเลยแม้แต่น้อยนิดและยิ่งสงสารเมื่อนางต้องมาเจ็บตัวขนาดนี้ในยามที่อายุมากแล้ว วันนี้รินรดานัดอรรถากรให้เขาไปรับจิด้าที่โรงเรียนแล้วมาพบกันที่โรงพยาบาล หญิงสาวรอไม่นานเห็นอรรถากรเดินมาและมีจิด้าขี่หลังอยู่ก็อมยิ้มที่สองพ่อลูกคู่นี้สนิทกันมากเพราะอรรถากรมีเวลาว่างดูแลจิด้ามากขึ้น ในขณะที่หล่อนอยู่กับเด็กหญิงน้อยลงเ
หม่อมราชวงศ์เขตแดนวางโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งคุยกับพี่ชายลงแล้วหันมามองทอดสายตาอ่อนโยนไปยังระรินทิพย์ หญิงสาวนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาที่ถูกผสมน้ำให้ทานตอนที่มาแต่งตัวแล้ว ช่างทั้งหลายก็ไปแต่งตัวให้รินรดาเหลือเพียงหล่อนอยู่กับเขาสองคน เขานึกห่วงหญิงสาวจะต้องตื่นขึ้นมาพบเรื่องราวหลายอย่างที่กระทบต่อชีวิตและจิตใจจนเขาไม่รู้ว่าหล่อนจะรับได้มากมายสักเพียงไหน แต่เขาก็คิดว่าเขาคงจะอยู่เคียงข้างหล่อนต่อไปหากว่าหล่อน... ต้องการเขา “ระรินชอบคุณใหญ่” น้ำคำที่บอกพร้อมกับดวงตาว่างเปล่าไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความรักที่เขาได้รับวันนั้นมันมาเสียดแทงใจตลอดจนเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับหล่อนเพราะผิดหวังและเสียใจกับสิ่งที่ได้ยิน จนบัดนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะเชื่อพี่ชายเขาที่บอกว่าหล่อนโกหกหรือว่าเชื่อคำพูดหล่อนดี... “คุณเล็ก” น้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเอ่ยเรียกเขาเมื่อเห็นหน้าคนที่นั่งจ้องหล่อนอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงที่หล่อนนอน ระรินทิพย์ผุดลุกขึ้นมา หล่อนจำได้ว่ามาที่ห้องนี้เพื่อแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าพิธีหมั้น หากพอหล่อนสวมชุดเสร็จหล่อนก็ง่วงนอนมากจนคิดว่าตัวเองคงหลับล้มตัวลงนอนไม่รู้เรื่อง
พอเลขาออกจากห้องไปอรรถากรก็ลากหญิงสาวมาอย่างทุลักทุเลเพื่อเอาเข้าไปคุยกันในห้องเขาซึ่งเก็บเสียงได้ดีกว่า... เขาไม่ได้พาหล่อนไปนอนบนเตียงนุ่มแต่ลากหล่อนกระเตงมาแล้วโยนลงสระว่ายน้ำกลางห้องพักจนน้ำล้นกระเพื่อมออกนอกสระกระเด็นกระดอนกระจายมาโดนแม้กระทั่งเขา... จะได้ใจเย็นลงบ้าง เขาคิดในใจ
บรรยากาศอันเงียบเชียบในห้องของนางเพียงใจผู้เป็นย่าของรินรดาดูน่าครั่นคร้ามมากเมื่อยามกลางคืน การตกแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทองแบบโบราณกับผ้าม่านสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นกำยานที่คนจุดจงใจให้หอมแต่มันทำให้ห้องดูอึมครึมได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วยามเมื่อผู้เป็นย่านั่งหน้าเคร่งรอต้อนรับหล่อนอยู่บนเก้าอี้โยก
หลังจากที่ไม่ยอมกลับบ้านเลยนอกจากจะมีเรื่องคอขาดบาดตาย รินรดาก็ถูกผู้เป็นย่าเรียกตัวกลับบ้านด้วยถ้อยคำที่ทำให้หล่อนงงมาก ไม่มีคำว่าคิดถึง ไม่มีถ้อยคำที่คนเป็นย่าควรจะพูดดีๆ กับหลานที่นานๆ ถึงจะพบกันครั้งหนึ่ง... ท่านโทรศัพท์มาบอกเพียงแค่ประโยคเดียวที่ทำให้หล่อนงง แล้วก็วางสายไป“แกจะไม่อยากมาเหยียบ
หญิงสาวเปิดตู้เย็นหาอะไรมาทำเรื่อยเปื่อย ผลไม้ที่มีก็เอามาปอกแล้วเรียงใส่จานอย่างสวยงามจนคนที่นั่งมองหล่อนทำอยู่เพลินๆ นั้นต้องเอ่ยชวนหล่อนคุยขึ้นมาเพราะหล่อนทำเพลินจนไม่สนใจเขาจริงๆ “หิวแล้ว” “เดี๋ยวเด็กก็จัดของขึ้นโต๊ะแล้วล่ะค่ะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว” หล่อนบอกเขายิ้มๆ ใบหน้าหล่อเห