Partager

เลือกดวงดาว

Auteur: Sanassetong
last update Date de publication: 2025-09-30 18:04:45

เหมือนว่าแรกๆนางจะไปได้ไวมากแต่เหมือนตอนนี้ว่านางเริ่มจะชะงักแล้วชายชราจึงมองออกถึงปัญหาของนางว่าตอนนี้นางยังไม่สามารถที่จะสัมผัสกับดวงดาวได้ ตอนนี้นางแค่สัมผัสกับใจของตัวเองเพื่อไม่ให้จินตนาการไปให้เกิดความกลัวตอนนี้ใจนางบริสุทธิ์ก็จริง แต่ยังไม่สามารถรับพลังของดวงดาวได้ อาจจะเป็นเพราะว่านางกังวลเรื่องที่จะเลือกดวงดาวก็มีส่วน

"คืนนี้ในการนั่งสมาธิเจ้าเงยหน้าไปมองดูดวงดาวนับร้อยนับพันพวกนั้นให้เจ้าจดจำสิ่งที่มันกระพริบให้ดีราวๆครึ่งคืนให้เจ้าหลับตาลงสู่สมาธิเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะเลือกดาวผิดหรือถูกตอนนี้เจ้าเป็นกังวลอยู่จึงทำให้ตัวเจ้าเองนั้นไม่มีความก้าวหน้า เจ้าจงคิดเสียว่าชีวิตเจ้ามาถึงขนาดนี้ได้มันดีแค่ไหนแล้ว การเลือกดวงดาวนั้นมันก็เป็นจังหวะของชีวิต มันจะมีดาวดวงหนึ่งที่สีสวยที่เจ้ามองแล้วก็ชอบนั่นแหละมันคือจังหวะชีวิตของเจ้าหากเจ้าเลือกมันมาแล้วมันเป็นดาวมรณะเจ้าก็ต้องทำใจว่าเจ้าต้องยอมตรงนี้ก่อน หากเจ้าไม่คิดที่จะเปลี่ยนเจ้ายังคิดกลัว เจ้าเองก็ไม่มีวันที่จะก้าวหน้า"

ชายชรากล่าวกับเด็กน้อยวัยเจ็ดหนาว เด็กน้อยทำหน้าตาราวกับฟ้าจะถล่ม มันเป็นความรู้สึกกลัวจริงๆ จิตใจของนางก็กลัวนางเองเป็นแค่เด็กน้อยจะไม่มีความกลัวที่จะตายได้อย่างไร แต่นางศึกษาคัมภีร์มรณะดารามันคือความเพียรความตายเมื่อเข้าไปสู่โลกระหว่างเป็นกับตายจะทำให้เส้นลมปราณฝึกฝนนั้นค่อยๆเปิดออก เราจึงจะใช้ผลประโยชน์กับส่วนนี้ได้ แต่ตอนนี้ในใจของนางยังไม่อยากตาย มันจึงทำให้การฝึกไปด้วยความช้า นางจึงเริ่มปฏิบัติใหม่ตอนนี้ทางร่างกายของนาง นางสามารถยืนขาเดียวได้เป็นเวลาทั้งวันแล้ว แต่ถายในนั้นนางต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้เข้าไปอยู่ใกล้จุดตายมากที่สุด นางเงยหน้ามองดวงดาวครึ่งคืนมาราวๆเกือบจะหนึ่งปีแล้วในที่สุดนางก็สามารถสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวของดวงดาวได้ สายตาของเด็กน้อยปิดสนิท ทว่ารู้สึกถึงประกายดาวที่ส่องอยู่เหนือศีรษะ ลมหายใจหนึ่งเข้า นางสัมผัสพลังธาตุฟ้าไหลรินเข้าสู่ตัวของนาง ลมหายใจหนึ่งออก พลังนั้นค่อยๆ กลั่นกรองเป็นหมอกขาวโอบล้อมกาย

เมื่อหายใจยาวลึกจนประสานกับจังหวะการเต้นของดวงดาว ร่างกายเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อย คล้ายกับว่าหัวใจของนางกำลังสอดประสานกับจังหวะของฟากฟ้า ดาวแต่ละดวงส่งเสียงทุ้มต่ำที่ผู้คนทั่วไปไม่เคยได้ยิน แต่สำหรับเด็กน้อยผู้นี้เสียงนั้นคือทำนองแห่งจักรวาล อันเป็นรากฐานของพลังไร้ขอบเขต

พลังปราณเริ่มไหลเวียนตามเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยเปิดมาก่อน ร่างกายเหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนฟ้า เมื่อดาวกระพริบหนึ่งครั้ง ลมหายใจของนางก็ขยายพลังเป็นคลื่นสะท้อนออกไปทั่วพลังนั้นไปปะทะกับ ประตูเรือนของชายชราจึงทำให้ชายชราต้องตื่นขึ้นมาเขาแง้มประตูออกไปดูก็พบกับพลังมหาศาลที่ออกมาจากร่างของเด็กน้อย เส้นลมปราณของนางได้เปิดออกแล้วชายชรายิ้มด้วยความดีใจ เด็กน้อยเหมือนว่าติดอยู่ในห้วงดวงดาวนั้นไม่สามารถถอดจิตใจออกมาได้เลย เขารู้ดีว่า…นี่คือจุดเริ่มต้นของ การประสานชีพจรแห่งดาว แต่เขาจะเลือกอะไรดีเล่า ในเมื่อดวงดาวทั้งเจ็ดแห่งมรณะดารานั้นสว่างไสวทุกดวงและนางเองก็ชอบทุกดวง ดวงแรกดวงอัคคีสุริยัน (เพลิงโลหิต) มันเปล่งประกายแดงฉานดั่งเปลวเพลิงเผาผลาญ สัญลักษณ์ของพลังดุดัน ความกล้าหาญ และความบ้าคลั่ง ผู้เลือกดาวนี้จะได้พลังโจมตีอันรุนแรง แต่ต้องแลกด้วยการเผาผลาญลมปราณและชีวิตตนเองทีละน้อย ดวงที่สองดวงจันทราอัสสุรา (เงาลวง)ส่องแสงหม่นเย็นเยียบดั่งแสงจันทร์ซ่อนเร้นในม่านหมอก มอบพลังแห่งมายาและเงา ผู้เลือกดาวนี้จะควบคุมภาพลวง ความมืด และการแฝงตัว แต่ต้องทนกับความว้าเหว่เย็นเยียบในจิตใจ ดวงที่สามดวงอัสนีคราม (สายฟ้าสวรรค์ดำ)

ส่องประกายฟ้าแหลมคม ดั่งสายฟ้าที่ฉีกผืนฟ้า มอบพลังแห่งความเร็ว ปราดเปรียว และอสนีบาตที่ทำลายล้างทุกสิ่ง แต่ผู้ครอบครองมักอายุสั้นราวกับฟ้าแลบ ดวงที่สี่ดวงพสุธามืด (หินพันธนา)

แสงมัวหม่นหนักแน่นดั่งหินผา สัญลักษณ์แห่งการป้องกัน ความอดทน และสายสัมพันธ์ต่อโลก ผู้เลือกดาวนี้จะได้กายาแข็งแกร่งราวภูผา แต่หัวใจจะค่อย ๆ แข็งกระด้าง จนอาจไร้ความรู้สึก ดวงที่ห้าดวงมหานทีหมื่นวัง (เกลียวธารานิรันดร์)ส่องประกายฟ้าใสดั่งหยาดน้ำ มอบพลังแห่งการไหลเวียน ลมปราณอ่อนช้อยดั่งสายน้ำ ใช้รักษาและชำระล้างได้ แต่ผู้เลือกอาจถูกกลืนจิตใจให้ไร้รูปดั่งสายน้ำไร้แก่นสาร ดวงที่หกดวงเมฆามรณะ (หมอกไร้กาลเวลา)

ดาวที่ปรากฏเลือนรางราวกับมีบ้างไม่มีบ้าง พลังแห่งความลับ ความเคลื่อนไหวอันคาดเดามิได้ ผู้เลือกจะได้พลังที่ไม่มั่นคง เปลี่ยนแปลงตามชะตา และยากจะควบคุม ดวงที่เจ็ดดวงดาราเนรเทศ (อเวจีวัฏฏะ)ดาวสุดท้ายที่แทบไม่มีผู้ใดกล้าเลือก เปล่งแสงดำสนิท มอบพลังที่ก้าวข้ามสวรรค์และนรก ผู้เลือกจะได้อานุภาพไร้พรมแดน แต่ชีวิตจะถูกผูกพันกับความตาย ไม่อาจหลีกหนีชะตาแห่งการสูญสิ้น ระหว่างที่หัวใจของนางกำลังลังเลอยู่เฉยๆก็เกิดขึ้นพายุลูกใหญ่ถาโถมเข้ามาหานางและความรู้สึกของนางก็ดับไป ภาพที่ผู้เฒ่าเห็นบนแท่นฝึกอันเงียบสงัด แสงจันทร์สาดต้องร่างลูกศิษย์ที่นั่งขัดสมาธิกลางแท่นนั้น ลมค่ำคืนพัดเอื่อย กลับพาเอาความหนาวเย็นสู่หัวใจชายชรา เลือดแดงค่อย ๆ ซึมออกจากทวารทั้งเจ็ด ดั่งกลีบกุหลาบต้องหยาดฝน กระเซ็นลงบนผิวหินทอประกายเยียบเย็น แววตาของชายชราสั่นระริก มองภาพนั้นด้วยความทุกข์ร้าวสุดหัวใจ แต่ก้าวขาไม่ออก—เพราะรู้ดีว่าหากเข้าไปช่วย เพียงสัมผัสเดียวอาจทำลายสมาธิและชีวิตของเด็กสาวผู้นี้ทันที หรือว่านางจะเลือกดวงดาวผิดกันนะถึงได้มีสภาพเช่นนี้เด็กน้อยวัยสิบหนาวยังไม่รู้ประสีประสา แต่เขาเองที่เป็นอาจารย์บอกให้เด็กน้อยเลือกชายชรารู้สึกผิดอยู่ลึกๆ มือที่เคยมั่นคงกลับสั่นไหวอยู่ข้างลำตัว แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้ เสียงลมหายใจของเด็กน้อยแผ่วบางราวกับจะดับลงทุกขณะ ชายชราได้เพียงยืนเฝ้ามอง คล้ายถูกพันธนาการด้วยโชคชะตา ความหวาดกลัวจะสูญเสียกรีดลึกในใจอย่างเงียบงัน ในใจเก็บลึกๆหากเด็กคู่นี้เป็นอะไรไปมันเป็นความผิดของเขาทุกประการคัมภีร์ที่อันตรายแบบนี้ผู้ใหญ่บางคนยังไม่สามารถฝึกได้แต่เขานั้นก็ยังบังคับให้เด็กผู้นี้ฝึก จนมีสภาพย่ำแย่ขนาดนี้ ชายชราจึงยืนมองโดยไม่ไปไหน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ก้าวแรกสู่ความกล้า

    เช้าวันต่อมาสองคนอาจารย์กับลูกศิษย์เมื่อกินข้าวกันเสร็จ ก็เตรียมตัวที่จะออกไปเดินป่าปกติเด็กน้อยจะไม่ค่อยได้ออกไปเดินป่าสักเท่าไหร่เพราะว่าในป่านั้นมันอันตรายชายชราจึงไม่อยากให้นางได้ไป แต่วันนี้นางมีวรยุทธถึงขั้นหนึ่งแล้ว นางจึงจำเป็นที่จะต้องหาประสบการณ์บ้าง ชายชราเพียงส่งเด็กน้อยไว้ในป่าที่เขาสา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ปักปิ่น

    ชายชราลงเขาเพื่อไปหาเครื่องประดับสำหรับสตรีสำหรับเขาแล้วไม่เคยชินสำหรับการสรรค์หาสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายมากมายส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ไปจับจ่ายซื้อของที่ได้มาจากเขา นายพรานชอบล่าสัตว์ป่าบางประเภทที่หายากมาขาย แร่ธาตุต่างๆที่เหมาะสมสำหรับฝึกวรยุทธ์ รวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ตื่นแล้ว

    ภาพนี้หยุดนิ่งอยู่เนินนานเลือดที่ออกจากทวารทั้งเจ็ดนั้นไม่ได้แห้งเหือดไปเหมือนไหลอยู่ตลอดเวลา ชายชราไม่ดื่มไม่กินยืนเฝ้าเด็กสาวผู้นี้และคอยฟังเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาตลอด พอถึงเช้าวันที่แปดเหมือนสีหน้าของเด็กสาวผู้นั้นจะดีขึ้นและเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว ลมหายใจของนางเร็วและถี่ขึ้นเหงื่อนั้นท่วมใบหน้า บ

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   จิตนาการ

    "ท่านอาจารย์เจ้าคะแล้วคัมภีร์ที่ท่านอาจารย์ให้ข้าศึกษานั้นมันมีทั้งหมดกี่เล่มหรือเจ้าคะ แล้วข้าต้องไปหาจากที่ใด"เด็กน้อยถามขึ้นด้วยความสงสัย"มันจะมีกี่เล่มหรือไปหาที่ใดนั้นท่านอาจารย์ไม่สามารถรับรู้ได้ หากเจ้ามีบุญวาสนาเกี่ยวกับมันเจ้าก่อจะได้สัมผัสกับมันเอง บางครั้งอาจจะเป็นคัมภีร์เล่มๆแบบนี้หรื

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status