LOGINความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ... กลับกลายเป็นตราบาปดำมืดที่เธอถูกบังคับให้แบกรับโดยไม่มีทางเลือก มินตรา ไม่เคยคาดคิดเลยว่า อุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาทีนั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอจนไม่อาจหวนคืนได้อีก เพียงเพราะพี่ชายของเธอ ขับรถชนผู้หญิงที่เขารักจนบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีอย่างไร้ความรับผิดชอบ ชีวิตของเธอจึงถูกผลักเข้าสู่วังวนแห่งการลงทัณฑ์ที่โหดร้าย “ธีรัช” ชายผู้มีทุกอย่างทั้งอำนาจ เกียรติยศ และหัวใจที่แข็งดั่งเหล็กกล้า มองเธอเป็นดั่งอาญาชีวิต เขาทำลายศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่ไว้หน้า กดขี่เหยียบย่ำเธอด้วยความเกลียดชังที่สุมอยู่เต็มอก ดึงเธอเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นและการลงโทษที่ไม่เคยปรานี ทว่า... เมื่อเวลาค่อยๆ ล่วงผ่าน ความจริงที่ถูกฝังลึกกลับค่อยๆ เปิดเผย ผู้หญิงที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นนางมารร้ายในชีวิต คือคนที่เคยยื่นมือช่วยชีวิตเขาไว้ในวันที่เขาอ่อนแอที่สุด แต่ในวันที่เขารู้ตัว... เธอกลับพร้อมจะเดินจากไปตลอดกาล ทิ้งเขาไว้ให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันลบเลือน โอกาสครั้งที่สองจะยังมีอยู่จริงหรือไม่... เมื่อหัวใจทั้งสองดวงเต็มไปด้วยรอยแผลที่ไม่มีวันลืมเลือน
View Moreเช้าวันนี้ เมืองเล็กๆ ยังสงบนิ่งเหมือนทุกวันแสงแดดอ่อนสาดลอดผ่านหน้าต่างบ้าน เสียงนกร้องเบาๆ คล้ายจะกล่อมโลกให้สงบ แต่ภายในหัวใจของมินตรากลับไม่มีสิ่งใดสงบเลยวันนี้...ธีรัชจะกลับกรุงเทพฯ มันควรเป็นเรื่องดีใช่ไหม?ผู้ชายที่เคยทำให้เธอเสียใจ กำลังจะจากไปจากชีวิตเธออีกครั้งเขาจะกลับไปสู่อีกโลกหนึ่ง โลกของอำนาจ เงินตรา และผู้คนที่อยู่สูงเกินเอื้อมโลกที่ไม่มีที่สำหรับเธอ หรือธีโอแต่ทำไม... หัวใจของเธอกลับปวดหนึบเหมือนถูกบีบคั้นอย่างหนัก?ธีรัชยืนอยู่หน้าบ้าน รอเธอรถคันหรูของเขาจอดนิ่งอยู่ริมทาง แสงสะท้อนจากฝากระโปรงราวกับมันเองก็ลังเล เขามองเธอสายตานั้นไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังจะเดินจากไป แต่มันคือสายตาของคนที่ยังรอคอยโอกาสครั้งที่สองจากเธออยู่“พี่กำลังจะไปแล้วนะ”เสียงของธีรัชแผ่วเบา แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย“แต่ก่อนจะไป พี่มีเรื่องอยากบอกมินอีกครั้ง”“ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ”“แต่พี่อยากพูด”ธีรัชมองไปที่ดวงตาของมินตราอย่างแน่วแน่ เหมือนจะใช้ดวงตาพูดแทนหัวใจ“พี่ขอโทษ”คำเพียงคำเดียว แต่ทำให้หัวใจของมินตราสั่นไหวอีกครั้ง“พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่พี่เคยทำ พี่ทำให้มินเสียใจ พ
เสียงหัวเราะของเด็กชายดังก้องไปทั่วถนนหน้าบ้าน แววตาเปล่งประกายของธีโอบ่งบอกถึงความสุขล้นหัวใจ เขาวิ่งไปรอบสนามหญ้าด้วยท่าทางทะเล้น กางแขนสองข้างออกเหมือนเครื่องบินเล็ก ๆ พร้อมส่งเสียง “วู้ววว” อย่างร่าเริง“ลูก! อย่าวิ่งเร็วนะ เดี๋ยวล้ม!”มินตราตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย ส่วนธีรัชที่ยืนเคียงข้าง ทำเพียงหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปแกล้งแหย่เธออย่างอารมณ์ดี “เด็กผู้ชายก็ต้องซนแบบนี้แหละ ไม่ต้องห่วงนักหรอก”มินตราเหลือบมองเขา ริมฝีปากเม้มแน่นในความไม่เห็นด้วย ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทุกอย่างก็พลิกผันในพริบตาเสียงหัวเราะของธีโอยังไม่ทันจางหาย ร่างเล็กกลับวิ่งพรวดออกจากสนามหญ้า ล้ำเข้าไปยังถนนหน้าบ้านโดยไม่รู้ตัวแล้วในเสี้ยววินาทีนั้น...เสียงเครื่องยนต์คำรามแว่วมา รถยนต์สีดำพุ่งออกจากหัวมุมถนนด้วยความเร็ว“ธีโอ!!”เสียงของมินตราแหลมสูง สะท้านออกมาจากความตกใจและความกลัวสุดขั้วหัวใจเธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ขาแข็งทื่อ ไม่อาจขยับได้แม้แต่นิ้วเดียว ส่วนธีรัชที่ได้สติกลับพุ่งตัวออกไปทันทีโดยไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาทีร่างสูงของเขาโอบลูกชายเข้ามากอดแน่น แล้วหมุนตัวล้มกลิ้งออก
เช้าวันใหม่เริ่มต้น แต่หัวใจของมินตรายังหนักอึ้งไม่ต่างจากคืนที่ผ่านมาเธอเดินไปที่ประตูบ้านอย่างลังเล เพราะรู้ดีว่าใครกำลังยืนรออยู่ข้างนอก และเมื่อเธอเปิดประตูออก สิ่งแรกที่เห็นคือชายร่างสูงในเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดาธีรัชเขายืนอยู่ตรงนั้น เหมือนเมื่อวาน เหมือนวันก่อน และอีกหลายวันก่อนหน้านั้นในมือของเขาเต็มไปด้วยถุงของเล่นหลากสี มินตราขมวดคิ้ว ความรู้สึกในใจเธอสับสนปนเปกันไปหมด“อะไร?”น้ำเสียงเธอเย็นชา ใจจริงแล้วเธอไม่ต้องการให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของลูกแม้แต่นิดเดียว“ของเล่นให้ลูกเรา”ไม่รอคำตอบ ธีรัชเดินผ่านเธอเข้าไปในบ้านสายตาเขาหยุดลงที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ ซึ่งกำลังมองเขาด้วยดวงตาใสซื่อธีโอ...ลูกชายของเขาและมินตราเด็กชายลังเลเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าหาเขา“อันนี้ของธีโอเหรอครับ?”ธีรัชย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน แล้วยื่นของเล่นให้“ใช่ ของธีโอทั้งหมดเลย”ธีโอมองหน้าเขานิ่ง ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างแล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะคว้าของเล่นมากอดไว้แน่นธีรัชรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเติมเต็มในหัวใจเขาไม่ได้คิดจะใช้ของเล่นซื้อใจลูก ไม่ได้อยากแสดงตัวว่า
"พี่ธีรัช!?"เสียงของมินตราดังก้องท่ามกลางความเงียบสงบ ร่างของหญิงสาวยืนนิ่ง ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกห้าปีเต็มที่เธอหายไปจากชีวิตเขา ห้าปีที่เธอพยายามลืม ทุกอย่าง และวันนี้ โชคชะตาก็พาเธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้งธีรัชยืนนิ่ง ร่างสูงสง่าภายใต้แสงแดดอ่อน ดวงตาคมจ้องมองเธอและเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าเขาแข็งทื่อ แต่ในแววตานั้นกลับสั่นไหวไม่ใช่แค่ตกใจ แต่ลึกไปกว่านั้น มันมีทั้งความสับสน คำถาม ความเจ็บปวด และ...ความโหยหา"กลับไปกับพี่" เขาพูดขึ้น เสียงของเขาไม่ได้เข้มแข็งเหมือนเคย มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนมินตรากระชับมือที่จับลูกแน่นขึ้น เธอส่ายหน้าทันที“ฉันไม่กลับ”ธีรัชขมวดคิ้ว “ทำไม?”“เพราะมินไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องกลับไป!”“มิน...”เขามองเด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเธอ ธีโอหันมามองแม่แล้วซุกตัวแน่น ใบหน้าเล็กๆ ซบลงที่ท้องของเธอ มินตราก้มลงลูบศีรษะลูกเบาๆ“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ พี่ธีรัช มินใช้เวลาห้าปีเต็มๆ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่ไม่มีพี่ พี่ไม่รู้หรอกว่าทุกวันมันยากแค่ไหน มินไม่มีใครเลย มีแค่ธีโอ...”เสียงของเธอสั่น แต่ก็ไม่ยอมให้หยดน้ำ
เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครจำเธอได้มินตราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เงียบๆ มาเกือบห้าปีแล้วมันไม่ใช่ที่ที่เธอเคยฝันว่าจะมาอยู่ ไม่ได้อบอุ่นเหมือนบ้านที่เคยรู้จัก แต่ที่นี่… ไม่มีใครถามว่าเธอเป็นใคร ไม่มีใครพูดถึงชื่อเขาให้ได้ยิน ไม่มีคนของเขามากวยใจ และนั่นก็มากพอแล้วทุกวันของมินตราเริ
เขาให้คนไปสืบเรื่องราวในอดีตของมินตรา ไม่นานนัก คนของเขาก็ติดต่อกลับมาพร้อมข้อมูล และหนึ่งในนั้นคือเบอร์ติดต่อของชายชราผู้เคยเป็นเจ้าหน้าที่ประจำค่ายอาสาเมื่อหลายปีก่อน คนที่ยังคงอยู่ และยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้“ผมจำได้ดีครับ” เสียงชายชราในสายโทรศัพท์พูดอย่างหนักแน่น“เด็กผู้หญิงคนนั้นตัวเล็ก ๆ
ทันทีที่เขาหายลับไปจากสายตา พิมพ์นาราขยับตัวลุกขึ้นด้วยแรงอันน้อยนิดที่มี มือคว้าถาดอาหารที่วางอยู่ข้างเตียงแล้วปาไปที่กำแพงอย่างแรง“เพล้ง!”เสียงกระแทกของโลหะกับพื้นกระเบื้องดังสนั่น เศษแก้วกลิ้งกระจายไปทั่วห้อง“ไม่จริง… มันต้องไม่เป็นแบบนี้!”เธอกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยแรงโกรธที่พุ่งสูงขึ้นแท
"พี่ธีรัช... ได้โปรดเถอะค่ะ หยุดทำร้ายครอบครัวมินเถอะ...""หยุด?" ธีรัชทวนคำนั้นด้วยเสียงเยาะเย้ยในลำคอ "เธอคิดว่าพี่จะหยุดง่ายๆ งั้นเหรอ มินตรา? พี่ชายของเธอทำลายชีวิตของพิมพ์นารา คนที่พี่รักมากที่สุด แล้วเธอกล้าขอให้พี่หยุดงั้นเหรอ?""มินขอโทษค่ะ... มินตราขอโทษแทนพี่มินทร์ แต่... แต่แม่ของมินไม่