Beranda / โรแมนติก / ตอนจบของสตรีตัวแทน / บทที่ 2 เพลิงผลาญความหวัง 1/2

Share

บทที่ 2 เพลิงผลาญความหวัง 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 12:34:53

เว่ยหลินอันกลับถึงจวนตระกูลกู้ในเวลาบ่ายคล้อย ทว่าความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไม่อาจทำให้นางได้พักผ่อนดี ๆ ได้นานนัก งานเตรียมพิธีมงคลสมรสที่รัดตัวดั่งเชือกฟั่นพันเป็นเกลียวแน่นจนแทบจะรัดคอเสร็จจากงานที่ท่าเรือยังมีงานอื่นรออยู่ไม่รู้จักหมดสิ้น และบ้านเดิมของตระกูลฉินเพิ่มภาระงานให้นางขึ้นมาอีก

เพราะเทียบเชิญที่ต้องจัดส่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อบ่าวจากจวนสกุลฉินส่งรายชื่อแขกเหรื่อฝั่งมารดาของฮูหยินฉินเข้ามาสมทบอีกนับร้อยราย เป็นทั้งคนที่นางรู้จักและไม่รู้จักปะปนกัน แต่เรื่องเทียบเชิญต้องรอบคอบ ดีที่นางทำบัญชีเรียงลำดับชื่อตามตัวอักษร จึงทำให้ตรวจสอบงานเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับแขกที่เชิญจากจวนตระกูลกู้

ตั้งแต่ฟ้าสางจรดค่ำแม้ไม่ได้พัก นางไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว สองมือยังคงจรดพู่กันเขียนเทียบเชิญด้วยตนเองทีละแผ่นอย่างประณีต เมื่อจัดการเสร็จสิ้นจึงส่งมอบให้พ่อบ้านนำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องหนังสือ เพื่อให้ท่านอัครเสนาบดีตรวจทานและนำไปแจกจ่ายด้วยตนเอง ความรอบคอบของนางทำให้บ่าวรับใช้ทำงานด้วยง่ายและไร้ข้อผิดพลาด ลดการถูกตำหนิจากนายท่านทำให้หลายคนยังภักดีกับฮูหยินน้อยอยู่

มีเพียงบ่าวใช้แรงงานไม่ได้ทำงานอยู่ในจวนจำพวกห้องบัญชีหรือห้องหนังสือเท่านั้นที่คิดอ่านไม่เป็น แค่เจ้านายคนใหม่เข้ามาก็ย้ายข้างไปสวามิภัก

ล่วงเลยเข้าสู่ยามซวี[1]ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งจวน เว่ยหลินอันยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้าตรู่ มีเพียงน้ำชาเย็นชืดไม่กี่จอกเท่านั้น นางทำงานอย่างลืมกินลืมนอนมานานหลายวัน ความอ่อนล้าเริ่มสะสม

ซือซือ สาวใช้คนสนิทยกถ้วยโจ๊กเคี่ยวพุทราแดงกับลำไยแห้งร้อนกรุ่น กลิ่นหอมหวานของสมุนไพรบำรุงกำลังลอยแตะจมูก ทว่าทันทีที่เว่ยหลินอันตักเข้าปากเพียงคำแรก ลำคอกลับตีบตัน ความรู้สึกพะอืดพะอมและคลื่นเหียนตีตื้นขึ้นมาจนต้องรีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปาก

“ฮึก...ฮึก!” นางอยากอาเจียนเต็มทีจึงหยิบกระโถนออกมา มือไม้สั่นนิด ๆ เพิ่งรู้ว่าตนเองหิวข้าวจนแทบทนไม่ไหวเป็นแบบนี้เองหรือ

“นายหญิง ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ” ซือซือเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก นายหญิงกินน้อยนอนน้อยมาหลายวันติดต่อกันใบหน้าเริ่มซีดเซียวลงไปมาก

“ข้าไม่เป็นไร...” เว่ยหลินอันโบกมือเบา ๆ พยายามสะกดกลั้นอาการปั่นป่วนในช่องท้อง “เพียงแค่ท้องว่างมาทั้งวันเท่านั้น”

นางควรจะตักเพียงน้ำข้าวคำเล็ก ๆ กลืนลงก่อนถึงจะถูก แต่เพราะเร่งรีบอยากจัดการธุระให้เสร็จจึงไม่ได้ระมัดระวัง

นางฝืนกลืนโจ๊กลงไปอีกเพียงช้อนเดียว ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อดับอาการคลื่นไส้ จากนั้นให้ซือซือนำบ๊วยดองมากินสองชิ้นพลันรู้สึกสดชื่นขึ้น

บ๊วยดองรสชาติเปรี้ยวอมหวาน นางทำเอาไว้เองเวลารู้สึกอ่อนล้ามักจะอมให้ละลายในปากก็จะดีขึ้น และนับว่ามันช่วยให้นางมีกำลัง

นางเข้าห้องจัดการอาบน้ำพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าลุกขึ้นยืนพลางหันไปกำชับสาวใช้ “เจ้ารออยู่ที่เรือน ข้าจะไปพบกู้มู่เฉินสักครู่”

“ให้บ่าวไปเป็นเพื่อนเถิดเจ้าค่ะ” ซือซือกังวลว่าบ่าวไพร่จะทำให้นายหญิงของตนน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนคนเดียว

“ไม่ต้องห่วง เจ้าจัดการเก็บของแยกของข้าเอาไว้ สินเดิมของข้าต้องจัดการบัญชีให้เรียบร้อย หากงานแต่งท่านอัครเสนาบดีเสร็จสิ้นบัญชีจะได้ไม่วุ่นวาย”

“เจ้าค่ะ” ซือซือก้มหน้ารับคำ วันก่อนนางไม่รู้ว่าคุณหนูให้รถม้าแวะทำไมที่ศาลาว่าการ แต่หลังจากกลับมาก็แยกของตระกูลกู้ของตระกูลเว่ยชัดเจน แม้จะรู้ดีว่าเรื่องแยกเรือนทำได้ แต่ท่านเสนาบดียังไม่ได้เอ่ยปากนายหญิงรีบร้อนเช่นนี้จะดีหรือ

ทางเดินทอดยาวไปยัง ‘เรือนฮวาหยวน’ สว่างไสวด้วยโคมไฟสีแดงสดตลอดสองฝั่ง เสื้อคลุมสีเรียบง่ายของเว่ยหลินอันไม่อาจต้านทานลมหนาวที่พัดผ่าน ทว่าสิ่งที่เหน็บหนาวกว่าคือหัวใจของนางเอง เมื่อสายตาทอดมองเห็น หลินเฮ่อ องครักษ์คนสนิทของกู้มู่เฉิน ยืนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าเรือน

เดิมนางเพียงอยากเดินไปดูที่ห้องหนังสือ หรือเรือนส่วนตัวของเขาเพื่อจะได้สนทนากัน แต่เมื่อเห็นเช่นนั้นพลันกำหมัดจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

เรือนฮวาหยวน... เรือนใหญ่ที่เคยเป็นเรือนหอของนางกับเขามาตลอดห้าปี

ความเจ็บปวดจากมือแล่นริ้วขึ้นมาบีบเค้นหัวใจจนปวดหนึบ นางเคยหลงคิดว่าชื่อ ‘ฮวาหยวน’ ที่แปลว่าสวนดอกไม้นั้น

เขาตั้งขึ้นเพื่อความงดงามของเรือนหอของเราสอง

จนกระทั่งวันที่ฉินหยวนหยวนก้าวเข้ามาในจวน นางจึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ไม้ดอกนานาพันธุ์ที่ปลูกประดับอยู่ทั่วเรือนนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ฉินหยวนหยวนโปรดปรานทั้งสิ้น เขาตระเตรียมทุกอย่างไว้เพื่อต้อนรับเจ้าของเรือนตัวจริงมาตั้งแต่ต้น มีเพียงนางแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางความรักอันบริสุทธิ์ของพวกเขาอย่างไร้ยางอาย

เว่ยหลินอันสูดหายใจลึก ปัดเศษเสี้ยวความปวดร้าวทิ้งไป นางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้า แม้จะมีฐานะเป็นภรรยาเอก แต่การจะย่างกรายเข้าไปในเรือนที่เขากำลังอยู่กับรักแรกย่อมต้องรักษามารยาท

อีกอย่างเรือนนี้ก็ไม่ใช่เรือนของนางอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่วันที่เขาบอกนางจะรับฉินหยวนหยวนเป็นภรรยาเท่าเทียม

“หลินเฮ่อ เจ้าช่วยไปรายงานท่านอัครเสนาบดีที ข้ามีธุระสำคัญจะหารือกับเขาเพียงชั่วครู่ จะไม่รบกวนเวลานาน”

[1]ยามซวี คือ ช่วงเวลาระหว่าง 19.00 น. ถึง 21.00 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 30 บทส่งท้าย 2/2

    ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมจวน ยามใดที่หงุดหงิดงุ่นง่านจากราชสำนัก หรือยามที่เห็นนางทำท่าทีเย็นชาเฉยเมยใส่ เขาก็มักจะหาเรื่องลากนางขึ้นเตียง บดขยี้และตักตวงความสุขจากเรือนร่างของนางเพื่อระบายอารมณ์แต่แล้วก็ยังคงหลอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่ได้รักนาง... ช่างโง่เง่านัก ที่แท้หัวใจของเขาเป็นของนางมาตั้งแต่ต้น และเป็นเขาเองที่ไม่เคยขาดนางได้เลยแม้แต่วันเดียว“ข้าเป็นสามีที่โง่เขลาจริง ๆ” เขากระซิบในความมืด ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วหลับไปพร้อมกับนางแต่เมื่อตื่นขึ้น...“หลินอัน...” เว่ยหลินอันที่เพิ่งลุกออกไปชำระร่างกายตอนเช้า เพราะคนบ้านทำให้นางปวดเมื่อยไปหมดพลันเอ็ดเขาเสียงดัง“จะโวยวายอะไรของท่าน”“ข้ากลัวเจ้าหายไป” เขาลุกพรวดขึ้นมีเพียงแค่กางเกงชั้นใน ทำเอาสาวใช้รีบถอยฉากหน้าแดงออกไป“ท่านตื่นก็อาบน้ำให้เรียบร้อย อย่าได้เอะอะโวยวายอีก”เว่ยหลินอันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ใด เมื่อคืนคนบ้านตักตวงนางค่อนคืน ต่อให้หูไม่หนวกก็คงได้ยินเสียงดังออกไปข้างนอกช่างน่าอับอายนัก!ต้าฉินมั่นคงเป็นปึกแผ่นแล้ว เว่ยลู่เซียนนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาในกองทัพ เพราะไม่อยากรับหน้าที่หนัก เนื่องด้วยยามนี้ต้าฉินต่างทำให้แคว้นใกล้

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 30 บทส่งท้าย 1/2

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง ทาบทับลงบนเตียงไม้กว้างที่มีม่านโปร่งทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอกกู้มู่เฉินไม่ได้ผลีผลามแม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งกองเพลิง ชายหนุ่มโน้มกายลงต่ำ จรดริมฝีปากอุ่นร้อนพรมจูบอย่างแผ่วเบาตั้งแต่หน้าผากมน เปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนจะเลื่อนลงมาคลอเคลียที่พวงแก้มเนียนละเอียดที่ซับสีเลือดฝาดมือหนาประคองดวงหน้างดงามไว้ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแตกสลาย ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านลำคอระหง แผ่วเบาแต่นำพาประกายไฟร้อนผ่าวแล่นริ้วไปตามผิวเนื้อ“หลินอัน... คนดีของข้า...” เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูเจือไปด้วยความเว้าวอนเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มดั่งหยกเนื้อดีที่เขาเฝ้าถวิลหาทุกลมหายใจ มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ตามแนวเอวคอดกิ่ว แผ่นหลังเนียนลื่น ไปจนถึงสะโพกกลมกลึงทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความละเมียดละไมและหนักแน่นในคราเดียวกัน เว่ยหลินอันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายบิดเร่าตอบรับสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน เรียวแขนบางที่เคยผลักไส บัดนี้ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งกู้มู่เฉินประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 29 หัวแข็งเหมือนลา 2/2

    “นายท่านไม่สบายหนักมาสองวันแล้วขอรับ พิษไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนดั่งถ่านไฟ แต่ไม่ว่าข้าน้อยจะอ้อนวอนอย่างไร นายท่านก็ดื้อรั้นไม่ยอมกลับจวนไปหาหมอดีๆ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่นอนเพ้อเรียกหาแต่นายหญิงกับคุณชายน้อยทั้งวันทั้งคืนเลยขอรับ!”“หลิน... หลินอัน...ข้ารักเจ้า พ่อขอโทษ... หรันเอ๋อร์...”เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคมที่พร่ามัวพยายามจะลืมขึ้นมองชายกระโปรงของนาง มือหนาที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมออกมาไขว่คว้า ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจนตกลงกระแทกพื้นดัง ตุบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะแน่นิ่งไปทั้งที่ยังจับไข้สูงเว่ยหลินอันยกสองมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ พลางสูดหายใจเข้าลึกอย่างระอาใจเหลือแสนบุรุษผู้นี้... ทั้งโง่เขลา ทั้งดื้อรั้น หัวแข็งยิ่งกว่าลาโง่ไม่มีผิดเพี้ยน! ยามมีอำนาจก็โง่งมจนน่าโมโห ยามจะง้อคนก็ใช้วิธีสิ้นคิดจนพาตัวเองเกือบตายเช่นนี้!“เสิ่นซู! หลินเฮ่อ!” เว่ยหลินอันตวาดเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด“พวกเจ้าสองคนมัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปลากคอเจ้าตัวปัญหานี้เข้าไปในเรือนพักด้านข้าง แล้วไปตามท่านปู่เซี่ยมาต้มยาขับพิษไข้ให้เขาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นผีเฝ้าห

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 29 หัวแข็งเหมือนลา 1/2

    แสงอรุณแรกของวันเพิ่งจะจับขอบฟ้า สายลมยามเช้าพัดพากลิ่นไอดินและความสดชื่นลอยอบอวลไปทั่วจวนตระกูลเว่ยทว่าความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ก้าวกระโดดลงบันไดเรือนอย่างคล่องแคล่ว เจ้าก้อนแป้งอันหรันตื่นแต่เช้าตรู่ ล้างหน้าอย่างเรียบร้อยใบหน้ากลมผ่องฉายแววตื่นเต้น สองแขนป้อมกวัดแกว่งไปมา พลางหันไปกวักมือเร่งรัดคนดูแลข้างกายอย่างร้อนรน“พี่เสิ่นซู เร็วเข้าสิขอรับ! เดี๋ยวร้านหมั่นโถวน้ำตาลแดงหัวมุมถนนจะหมดเสียก่อน หมั่นโถวร้านนั้นทั้งนุ่มทั้งหวานอร่อยมาก ข้าชอบกินเป็นที่สุด แล้วยังมีน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ของป้าจางอีก อร่อยเด็ดจนต้องซื้อมาฝากท่านตากับท่านปู่เซี่ยให้ทันตอนตั้งโต๊ะ!”“โธ่... ท่านบรรพบุรุษน้อยของข้าน้อย เดินช้าๆ หน่อยเถิดขอรับ อย่าเพิ่งวิ่ง!”เสิ่นซูยกมือขึ้นปาดเหงื่อกาฬที่ซึมตามหน้าผาก พลางสาวเท้ายาวๆ กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามร่างป้อมอย่างเหนื่อยอ่อน เด็กคนนี้ช่างมีเรี่ยวแรงมหาศาลดั่งลูกวัวตัวน้อย ทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนไม่เคยหยุดพัก ยามค่ำหัวถึงหมอนก็หลับสนิท แต่พอเช้าตรู่ไก่ยังไม่ทันขันดีก็ดีดตัวลุกขึ้นมาวิ่งพล่านได้อีกแล้ว ช่างเหมือนท่านแม่ทัพเว่ยไม่มีผิดเพี้ยน“ชักช้าจริ

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 28 เป็นวัวเป็นม้าชดใช้ทั้งชีวิต 2/2

    ทันทีที่สะสางเรื่องราววุ่นวายในวังหลวงเสร็จสิ้น กู้มู่เฉินก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มควบม้าเร็วฝุ่นตลบมุ่งตรงดิ่งมายังจวนตระกูลเว่ยในทันทีเพราะนางยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมย่างกรายกลับไปเหยียบจวนตระกูลกู้อีกเป็นอันขาด นางย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอยู่เสมอว่า พวกเขาหย่าขาดจากกันไปนานแล้ว!ตึกๆๆ!กู้มู่เฉินสาวเท้ายาววิ่งเข้ามาถึงหน้าเรือนนอนของนาง ทว่ายังไม่ทันที่มือหนาจะได้แตะบานประตู ร่างกลมป้อมของอันหรันก็ก้าวออกมายืนกอดอก ขวางทางเข้าไว้เต็มตัว แววตากลมโตจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง“ท่านจะมาทำไมอีก... ไยไม่รีบกลับจวนตระกูลกู้ของท่านไปเสีย!”“หรันเอ๋อร์คนดีของพ่อ...” กู้มู่เฉินรีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่า สบตากับบุตรชายด้วยความเว้าวอน “พ่ออยากอยู่กับเจ้าและมารดาของเจ้า พ่อคิดถึงพวกเจ้าใจแทบขาดแล้ว”“เหอะ! ฝันกลางวันไปเถอะ!” อันหรันแค่นเสียงสูง เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง “ตัวข้าแซ่เว่ย มีนามว่าเว่ยอัน หรัน! ภายภาคหน้าข้ายังต้องสืบทอดสายเลือดและจวนตระกูลเว่ยให้ท่านตา ส่วนท่านแซ่กู้ ก็จงรีบกลับบ้านแซ่กู้ของท่านไปเดี๋ยวนี้!”วันนี้เขาเพิ่งไปนั่งกินขนมที่โรงน้ำชากลางเมืองมา นักเล่าเรื่องกำลังเล่าถึงช่วงเว

  • ตอนจบของสตรีตัวแทน   บทที่ 28 เป็นวัวเป็นม้าชดใช้ทั้งชีวิต 1/2

    ท่ามกลางความโกลาหลที่แผ่ขยายไปทั่วทุกตำหนักในวังหลัง เปลวเพลิงแห่งความพินาศกำลังเผาผลาญอำนาจที่เคยยิ่งใหญ่ของกุ้ยเฟยจนวอดวายฉินหยวนหยวนซึ่งถูกปลดจากฐานะสตรีสูงศักดิ์จนต้องลดตัวลงมาเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้คอยประจบสอพลออยู่ในตำหนักกุ้ยเฟย ยามนี้ดวงตาของนางกลับลุกโชนไปด้วยความละโมบและความกระหายในอำนาจเมื่อเสียงโห่ร้องกึกก้องจากภายนอกยืนยันแน่ชัดแล้วว่า กองทัพกบฏนำโดยกู้มู่เฉินและแม่ทัพเว่ยสามารถบดขยี้กองกำลังรักษาพระองค์และยึดวังหลวงได้สำเร็จ อดีตองค์รัชทายาทผู้เป็นที่พึ่งพิงของตำหนักนี้ก็ถูกตัดศีรษะสังหารไปแล้ว เช่นนั้นนางจะยังมัวภักดีกับนายหญิงผู้ตกอับไปไย!“นี่เจ้า... เจ้าคิดจะทำอันใดกัน!” กุ้ยเฟยที่กำลังลนลานเก็บแก้วแหวนเงินทองใส่ห่อผ้า หันมาตวาดเสียงสั่นเมื่อเห็นฉินหยวนหยวนยืนขวางประตูไว้“กุ้ยเฟยเพคะ... อำนาจของพระองค์จบสิ้นลงแล้ว และคนที่กำลังจะขึ้นเป็นใหญ่ในใต้หล้านี้คือพี่มู่เฉินของหม่อมฉันต่างหาก!” ฉินหยวนหยวนแสยะยิ้มชั่วร้าย แววตาเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี“นังสารเลว! เจ้าคนทรยศเลี้ยงไม่เชื่อง!” กุ้ยเฟย กรีดร้องด่าทอด้วยความเดือดดาลฉินหยวนหยวนไม่สนใจฟังคำก่นด่านั้นแม้แต่น้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status