เข้าสู่ระบบ“น้ำฟ้า พอใจมากันแล้วเหรอ” ฮาญาร้องเรียกน้องสาวของเธอทั้งสองออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่ขาเรียวจะรีบก้าวลงมาจากชั้น 2 ของบ้านอย่างรวดเร็ว
‘น้ำฟ้า’ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของหมอเพิร์ชกับน้ำมนต์ ส่วน ‘พอใจ’ เองก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของสกายและชูใจลูกพี่ลูกน้องของตะวันคุณแม่ของฮาญา ในขณะที่หมอเพิร์ชและสกายเองก็เป็นเพื่อนรักเพื่อนตายของฮันเตอร์คุณพ่อของฮาญาเช่นกัน
“พี่ญ่าสวัสดีค่ะ / สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ พี่คิดถึงทั้งสองคนมากๆ เลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ญ่าพูดเหมือนว่าพวกเราไม่ได้เจอกันหลายวัน...” พอใจหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอกพี่สาวคนสวยของเธอกลับไปเสียงใส
“นั่นสิคะ พวกเราพึ่งเจอกันเมื่อ 2 วันก่อนเองนะคะ” มือบางของน้ำฟ้าดันแว่นตาของตัวเองขึ้น ก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง พร้อมกับริมฝีปากบางค่อยๆ ปรากฎรอยยิ้มหวานขึ้นมา
“2 วันก็ถือว่านานแล้วค่ะ...”
“ก่อนที่ผู้ใหญ่จะมา พวกเรารีบไปจองที่นั่งกันก่อนดีกว่า” ฮาญาเอ่ยขึ้นมาก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปควงแขนของน้องสาวทั้งสองคนเอาไว้
ทั้ง 3 คนพากันเดินมาหยุดอยู่บริเวณทางเดินเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างสวนหย่อมกับคฤหาสน์หลังงาม ซึ่งเดินตรงไปตามทางเดินนี้เพียงไม่กี่สิบเมตรก็จะพบกับโต๊ะรับประทานอาหารที่ถูกเนรมิตขึ้นมากลางสวนหย่อมของบ้านหลังนี้
“ว๊าวววว!! สวยจังเลยค่ะ” พอใจร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ไฟทุกดวงถูกเปิดขึ้นมาระหว่างที่กลุ่มของเด็กสาวกำลังเดินผ่าน แสงไฟจากหลอดไฟดวงเล็กๆ นับร้อยดวงสร้างความสว่างไสวให้กับทุกคนที่อยู่ในบริเวณ และยังทำให้บรรยากาศโดยรอบดูโรแมนติกขึ้นมาทันตาเห็น
“นั่นสิ สวงจริงๆ เลยค่ะ”
“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าคนงานในบ้านของพี่ญ่าจัดไฟได้สวยขนาดนี้” น้ำฟ้าพึมพำออกมาก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างตกตะลึง
“ไม่ใช่คนงานหรอกค่ะคุณหนู ไฟทั้งหมดนี้คุณไต้ฝุ่นเป็นคนจัดคนเดียวเลยนะคะ”
“จัดคนเดียว ตอนไหนคะ?” ฮาญาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ก็ตอนที่คุณหนูของนาขึ้นไปพักผ่อนบนห้องอย่างไงล่ะคะ” นาพี่เลี้ยงคนสนิทของฮาญาเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินนำหน้าเด็กสาวทั้งสามคนไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“โอ้โห!! พี่ฝุ่นมีความสามารถรอบด้านจริงๆ นะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยออกมาเสียงใส ก่อนจะหันมามองพี่สาวของตัวเองที่กำลังยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับเดินตามพวกเธอมา
“จริงค่ะ คนอะไรเก่งก็เก่ง หล่อก็หล่อ แถมยังมีความรู้ความสามารถรอบด้านอีกด้วย ใครได้เป็นแฟนคงน่าอิจฉามากเลยนะคะ”
“พี่ก็ไม่รู้สิ...เราไปที่โต๊ะกันเถอะ”
“พี่ญ่ากับพี่ฝุ่นทะเลาะกันรึเปล่าคะ?” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับพอใจของมาด้วยความแปลกใจ
“...” พอใจพยักหน้าเบาๆ ให้กับคำถามของน้ำฟ้าด้วยอีกคน เพราะเธอเองก็รู้สึกได้เช่นกันถึงความผิดปกติที่เธอ
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ?”
“ก็ปกติแล้วพี่ญ่าจะนั่งติดกับพี่ฝุ่นตลอดนี่คะ”
“...”
“ทะเลาะกันจริงๆ เหรอคะ? / พี่ญ่า?”
“ทะเลาะอะไรกันล่ะคะ พี่แค่อยากเปลี่ยนที่นั่งบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ”
“.../...”
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะอย่างจ้องพี่ขนาดนั้นสิคะ”
“.../...”
“จริงๆ นะ ฟ้ากับพอใจไม่เชื่อพี่เหรอคะ?” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งคนออกมาเสียงหงอย
“ฟ้าเชื่อค่ะ แต่พี่รู้ใช่ไหมคะว่าตัวเองเป็นคนที่โกหกไม่เนียนเอาเสียเลย”
“พอใจดูน้ำฟ้าสิ...แกล้งพี่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า โอ้ๆ พอใจเชื่อพี่ญ่านะ แต่ก็แอบคิดเหมือนกับน้ำฟ้านะคะ”
“เปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า...คุณพ่อกับคุณแม่มากันโน้นแล้วค่ะ” ฮาญามองไปยังผู้ใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยง พร้อมกับเอ่ยชมการจัดแสงไฟของลูกชายคนโตของบ้านเป็นเสียงเดียวกัน
“...” ฮาญาเผลอไปสบตาเข้ากับชายหนุ่มที่กำลังได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ก่อนที่เธอจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง
“สาวๆ จองที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วเหรอคะ?” ตะวันเอ่ยถามเด็กสาวทั้ง 3 คนตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันไปมองยังลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆ เท่าไหร่นัก
“พวกเราจองที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“โอเคครับ” ฮันเตอร์ตอบลูกสาวเพียงคนเดียวของเขากลับไปเสียงอ่อน ก่อนจะเดินไปนั่งยังที่นั่งของตัวเองข้างกายภรรยาแสนสวยของเขา
“นี่พี่ไต้ฝุ่นตกกระป๋องตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับเนี่ย ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย?” กำปั้นแกล้งหยอกพี่ชายและน้องสาวของตัวเอง พร้อมกับมุมปากหนาของเขาค่อยๆ แสยะยิ้มร้ายออกมาอย่างน่าหมั่นไส้
“พี่ปั้นไม่รู้สักเรื่องคงไม่ทำให้พี่พิพิมรักพี่น้อยลงหรอกค่ะ”
แปะ! แปะ!
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ญ่าพูดได้โดนใจน้องจริงๆ เลยค่ะ” พอใจหัวเราะชอบใจออกมาเสียงดังลั่นโต๊ะ จนทำให้ทุกคนหันมามองที่เธอเป็นตาเดียว
“อะ เอ่อไม่มีอะไรค่ะ เชิญคุณพ่อคุณแม่ทานข้าวกันต่อเถอะนะคะ”
“กดหัวใจให้เลยค่ะ” พอใจกระซิบบอกกับพี่สาวข้างกายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ก่อนที่เธอจะหันไปยักคิ้วให้กับกำปั้นพี่ชายของเธอที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะอย่างต้องการจะกวนประสาทเขา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะปะปนกันไป...
“กุ้งเผาค่ะ” ไต้ฝุ่นเดินอ้อมมาที่ด้านหลังของฮาญา ก่อนที่เขาจะวางจานกุ้งเผาที่ถูกแกะเปลือกออกจนเรียบร้อยแล้วลงตรงหน้าของหญิงสาว
“ขอบคุณค่ะ” ฮาญาชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยขอบคุณเขาอย่างนอบน้อม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ก่อนที่ทั้งคู่สบตากันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง...
“มีของพอใจกับน้ำฟ้าไหมคะ?” พอใจเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาเสียงอ่อน
“น้องพอใจไม่ชอบกินกุ้งนี่ครับ”
“ส่วนน้องน้ำฟ้าก็แพ้กุ้ง”
“พี่ไต้ฝุ่นนี่ความจำดีจังเลยนะคะ” พอใจยกยิ้มหวานขึ้นมาก่อนจะเอ่ยบอกกับชายออกไปเสียงอ่อน
“ถ้าความจำไม่ดีคงไม่สอบได้ที่ 1 ทุกปีหลอกครับ” กำปั้นตอบแทนพี่ชายของเขาออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“ก็จริงค่ะ พวกพี่ๆ กับน้ำฟ้าความจำดีและก็ยังเก่งเหมือนกันอีก พวกเราเป็นพี่น้องกันถึงแม้ว่าจะคนละสายเลือดก็เถอะ...”
“แต่ก็ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนกัน ไม่เห็นพอใจกับพี่ญ่าจะเรียนเก่งเหมือนกับพวกพี่ๆ บ้างเลย” พอใจมองไปยังพี่ชายทั้งสามคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงหงอยให้กับความน้อยเนื้อต่ำในพยายามของเธอที่ไม่ค่อยแสดงผลงานเอาเสียเลย
“ใครว่าล่ะครับ...คนเรามีความถนัดที่แตกต่างกัน พี่ พี่ปั้น เฮค และก็น้องฟ้าไปได้ดีกับการเรียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะทำอาหารได้อร่อยเท่าฮาญา”
“...” ฮาญาเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าชายหนุ่มเจ้าของเสียงอีกครั้ง ก่อนที่มุมปากของเธอจะค่อยๆ ยกยิ้มออกมา
“และก็ไม่ได้หมายความว่าพวกพี่จะพูดได้ 5 ภาษาอย่างกับพอใจนะครับ”
“ใช่แล้ว...ในบรรดาพวกเราพอใจเป็นอัจฉริยะทางด้านภาษาที่สุด” เฮคเตอร์เอ่ยบอกกับน้องสาวเสียงอ่อน พร้อมกับลูบลงบนหัวน้อยๆ ของเธออย่างเอ็นดู
“ใช่ค่ะ” น้ำฟ้าพยักหน้าเบาๆ ให้กับความพี่ชายของเธอ ก่อนที่เด็กสาวจะหันไปส่งให้กับหญิงสาวทั้งสองคนข้างกายของเธอ
“ทานเยอะๆ นะครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับฮาญา ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับมายังที่นั่งของตัวเอง
“ค่ะ”
“...”
“วันนี้พี่ญ่าไปงานโอเพ่นเฮ้าส์มาเป็นอย่างไงบ้างคะ?” พอใจเอ่ยถามขึ้นมาก่อนที่น้ำฟ้าจะเอ่ยสมทบขึ้น
“นั่นสิคะ เล่าให้พวกเราฟังหน่อยนะคะ”
“พี่ญ่าคะ”
“พี่ญ่า...”
“อะ อ่อเรียกพี่เหรอ วะ ว่าไง?” ฮาญาสะดุ้งตกใจก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของน้องสาวในทันที
“ใจลอยขนาดนี้ กำลังคิดอะไรอยู่คะเนี่ย?” พอใจแกล้งถามพี่สาวตรงหน้าหน้าขึ้นมา
“เปล่าค่ะ พี่ก็คิดอะไรไปเรื่อย...”
“พอใจกับฟ้าถามอะไรพี่นะคะ พี่ขออีกทีได้ไหม?”
“พอใจถามว่า...วันนี้พี่ญ่าไปงานโอเพ่นเฮ้าส์มาเป็นอย่างไงบ้างคะ?”
“อ่อ งานโอเพ่นเฮ้าส์เหรอ...พี่ก็ไม่รู้สิ พี่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองต้องการอะไร” ฮาญาตอบคำถามของน้องสาวออกมาเสียงอ่อน ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงมองกุ้งเผาตรงหน้าอย่างคิดไม่ตก
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าตอนนี้ยังคิดไม่ออกก็ปล่อยมันไปก่อน...” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้อยสาวออกมาด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ แต่เขาจะรับรู้บ้างไหมว่ารอยยิ้มหวานที่มุมปาก กับแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของเขามันทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กสาวเต้นแรงแค่ไหน
“...”
“จริงอย่างที่พี่ฝุ่นว่า...ฮาญาไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไปนะคะ ไม่ว่าหนูจะเลือกทางไหนพวกเราก็พร้อมสนับสนุนหนูอยู่แล้วค่ะ”
“คุณแม่...” ฮาญาหันไปมองร่างบางของหญิงสาววัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ก่อนที่แขนเรียวทั้งสองข้างจะอ้าออกเพื่อกอดเอวบางของคุณแม่ของเธออย่างออดอ้อน
“เด็กๆ เครียดกันมาเยอะแล้ว...พวกเราจัดทริปพักผ่อนกันดีไหมคะ?”
“ดีค่ะ/ดีครับ”
“ไปที่ไหนกันดีน้า...”
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก
ช่วงค่ำของวัน...“เด็กๆ มากันแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับวางจานอาหารในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ“เชิญนั่งได้เลยครับ” สกายที่ยืนดูเมียรักจัดโต๊ะอาหารอยู่นานหันไปมองยังทางเดินเล็กๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกเด็กๆ ให้เข้ามาจับจองที่นั่งของตัวเอง“คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรกันเยอะแยะเลยคะเนี่ย?” พอใจมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ยังมีหมูย่างกับเนื้อย่างอีกนะคะ”“มาแล้วครับ” ฮันเตอร์กับเพิร์ชเดินตรงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมกับถือถาดเนื้อย่างถาดใหญ่เข้ามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะวางมันลงตรงหน้าของลูกๆ อย่างเบามือ“หู้ยยยยย~~ น่าทานจังเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ กลิ่นก็ห๊อมหอม...”“ถ้าอย่างนั้น...ก็เชิญเลยครับ”“ทานแล้วนะคะ / ทานแล้วนะครับ”ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่จะมีอยู่สองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่เงียบๆ ไม่เอ่ยคำใดออกมาผิดแปลกไปจากทุกครั้ง“ฮาญา”“ขา” ฮาญาขานรับเสียงเรียกของคุณพ่อของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับเขา“อาหารไม่ถูกปากเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสยั“เปล่าค่ะ...อาหารอร่อยมากค่ะ”
“ฮาญา...”“พี่ฝุ่น!” ฮาญาร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างบางชะงักนิ่งงันไปในทันทีเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเธอเลยแม้แต่น้อย“เมื่อสักครู่น้องพูดว่าอะไรนะคะ พอดีพี่ฟังไม่ค่อยถนัด”“มีแฟนที่อบอุ่นยังไงก็ดีกว่าค่ะ” ฮาญาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หญิงตอบร่างสูงตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง“น้องจะรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นรักน้องจริง รักมากจนสามารถทำทุกอย่างเพื่อน้องได้...”“คงเป็นการกระทำของล่ะมั้งคะ”“...”“พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ญ่ามีคนนั้นแล้วเหรอครับ?” เฮคเตอร์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามพี่สาวของเขาขึ้นมาด้วยความสงสัย“มี เมอ ที่ไหนกันล่ะคะ พี่ก็แค่หมายถึงเฉยๆ”“มองหน้าน้องแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” ฮาญาตอบคำถามของน้องชายกลับไป ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามไต้ฝุ่นออกมาด้วยความสงสัย“น้องไม่รู้หรอกค่ะว่าความรักของคนอื่นจะเป็นอย่างไง แต่ความรักของน้องคงจะเป็นการกระทำที่ทั้งสองคนแสดงออกมาค่ะ”“.../.../.../...”“เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราแสดงออกมาไงคะ”“ฟ้าเห็นด้วยค่ะ”“พอใจก็คิดเหมือนพี่ญ่าค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของ







