Masukหยาดน้ำตาไหลรินออกจากดวงตากลมโตไม่หยุด ทำให้นางมองตัวหนังสือที่อยู่บนกระดาษได้ไม่ชัดเจน หยวนชิงหลิงยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดอยู่หลายครั้งจนขอบตาของนางแดงช้ำ เซี่ยหวายอีเห็นร่างบางที่กำลังพยายามทำตัวเข้มแข็งแล้วอดรู้สึกเวทนามิได้
แม่ทัพหยวน ท่านช่างมีบุตรีที่ดียิ่งนัก ข้ารู้สึกอิจฉาท่านเสียจริง เซี่ยหวายอีคิดในใจ หลังจากที่หยวนชิงหลิงอ่านเนื้อความในจดหมายทั้งหมด นางก็ไม่สามารถประคองตนเองให้ยืนอยู่ได้อีกต่อไป ร่างบางทรุดลงไปกับพื้นกระอักเลือดออกมากองโต สติของนางดับวูบไปในทันที แต่มือยังคงกำกระดาษจดหมายที่บิดาเขียนถึงตนเอาไว้แน่น “หยวนชิงหลิง!!!” เซี่ยหวายอีรีบพุ่งเข้าไปรับนางก่อนที่ร่างของนางจะล้มกระแทกพื้น แม่ทัพเซี่ยเขย่าร่างที่หมดสติของหยวนชิงหลิงเบาๆ แต่ไร้การตอบสนองกลับมา เขาจึงอุ้มนางไปวางบนเตียง “ใครอยู่ข้างนอกบ้าง ไปตาหมอมาให้ข้า” เสียงคำรามลั่นดังไปทั่วกองทัพของแม่ทัพเซี่ย ทำเอาทหารที่เดินผ่านกระโจมพักของเขาถึงกับสะดุ้งไปตามๆ กัน “ท่านหมอมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หมอเยี่ยนรีบเปิดผ้าปิดประตูกระโจมเข้าไป เขามองไปยังร่างบางที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ นางอีกแล้วหรือ ตั้งแต่ที่ออกมาจากแคว้นฉินกี่ครั้งแล้วที่เขาต้องมารักษานาง ท่านหญิงลู่จิวร่างกายของเจ้าช่างอ่อนแอยิ่งนัก “นางเป็นอย่างไรบ้าง” เซี่ยหวายอีถามอาการของหยวนชิงหลิงจากหมอเยี่ยนด้วยความเป็นห่วง “นางสะเทือนใจมากเกินไปทำให้ลมปราณตีกลับจึงทำให้นางหมดกระอักเลือดออกมาและหมดสติ ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกท่านพูดคุยเรื่องใดกันอยู่ แต่ข้าขอแนะนำสักหน่อยนะท่านอ๋อง อย่าพูดเรื่องนั้นกับนางอีก ไม่อย่างนั้นจากคนที่ร่างกายแข็งแรงอาจป่วยขึ้นมาจริงๆ ก็ได้” หมอเยี่ยนออกจากกระโจมไปต้มยาสงบใจและยาบำรุงให้หยวนชิงหลิง เซี่ยหวายอีนั่งมองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเงียบๆ จากนั้นเขาจึงออกไปตักน้ำมาเช็ดใบหน้าให้นาง ความจริงเซี่ยหวายอีไม่ต้องการที่จะละลาบละล้วง เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น แต่เขาอยากรู้ว่าแม่ทัพหยวนหมิงเขียนสิ่งใดเอาไว้กันแน่ จึงทำให้หยวนชิงหลิงมีอาการเช่นนี้ มือเรียวยาวพยายามแกะกระดาษจดหมายออกจากมือเล็กของนางที่กำเอาไว้แน่นทั้งที่ยังไม่ได้สติกลับมา หลังจากที่เขาอ่านเนื้อความภายในจดหมายจนจบ เซี่ยหวายอีก็โมโหจนตบโต๊ะที่อยู่ข้างเตียงจนพังยัง จื่อชางที่เฝ้าอยู่ด้านนอกรีบพุ่งเข้าไปในกระโจมอย่างไม่รีรอ เพราะคิดว่านายของตนกำลังได้รับอันตราย “ท่านอ๋อง เกิดสิ่งใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อจื่อชางมองเห็นเศษซากโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของกระโจม เขาก็เข้าใจในสถานการณ์ทันที “กระหม่อมจะให้คนมาทำความสะอาดทีหลัง” เอ่ยจบจื่อชางก็เดินออกไปทำหน้าที่ของตนเช่นเดิม เซี่ยหวายอีก้มลงมองกระดาษจดหมายที่อยู่ในมือของตนอีกครั้ง เนื้อความในจดหมายเขียนถึงหยวนชิงหลิงเอาไว้ว่าถึงหลิงเอ๋อบุตรสาวสุดที่รักของพ่อ หากลูกได้รับจดหมายฉบับนี้แสดงว่าพ่อนั้นได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว ลูกจงตั้งใจฟังให้ดี พ่อนั้นถูกสหายที่ไว้ใจมากที่สุดทรยศหักหลัง หลี่ฮั่วชางได้ร่วมมือกับองค์ชายห้าวางแผนยึดอำนาจในกองทัพ น่าเสียดายที่พ่อรู้ตัวช้าไป ตอนนี้อาการถูกพิษของพ่อกำลังกำเริบจนไม่สามารถรักษาได้ พ่อคิดว่าตนเองอาจจะอยู่ได้อีกเพียงไม่นานแล้ว พ่ออยากเห็นลูกในชุดเจ้าสาวสีแดง แต่งงานออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝากับบุรุษที่ลูกรัก พ่อเสียใจที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลูกไม่ได้ หลิงเอ๋อหากลูกอ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว จงพาคนตระกูลหยวนที่เหลือเดินทางออกจากแคว้นฉินซะ อย่าได้ไว้ใจผู้ใดเด็ดขาดโดยเฉพาะคนตระกูลฉิน พ่อรักลูกสองคนมาก บอกแม่ของลูกด้วยว่า สามีที่ไร้ความสามารถผู้นี้ขอโทษนางจากใจจริง ที่ปล่อยให้นางรอคอยมาตลอด ดูแลและกตัญญูท่านย่าแทนพ่อด้วยหยวนหมิง ความจริงเซี่ยหวายอีรู้สึกสงสัยมานานแล้ว เพราะเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ เขาถึงได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดโดยกระจ่างว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ การต่อสู้ระหว่างเขาและแม่ทัพหยวนหมิงยังไม่ทันได้เริ่ม แต่ร่างกายของเขากลับมีเลือดเปรอะเปื้อนชุดเกราะเต็มไปหมด คล้ายกับถูกทำร้ายมาก่อนหน้านี้ อีกทั้งบาดแผลที่เขาพึ่งได้รับมานั้นทำให้ตนเองก็รู้สึกสงสัย คราแรกเซี่ยหวายอีคิดว่าหยวนหมิงได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในสนามรบ แต่แม่ทัพใหญ่ที่กรำศึกมาเนิ่นนานอย่างเขาไม่น่าใช่ผู้ที่อ่อนแอถึงเพียงนั้น เป็นเพราะเขาถูกวางยาพิษและถูกคนของตนหักหลังนั่นเอง ทำให้การต่อสู้ระหว่างเขาและแม่ทัพหยวนหมิงจบลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งก่อนตายเขายังแอบส่งจดหมายฉบับนี้ให้กับตน หากด้านหน้าซองที่ปิดผนึกมิได้เขียนชื่อของหยวนชิงหลิงเอาไว้ เขาคงจะเปิดอ่านไปนานแล้ว นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาต้องปลอมตัวเป็นทหารองครักษ์ติดตามคณะราชทูตไปที่แคว้นฉิน เขาอยากรู้ว่าชื่อหยวนชิงหลิงที่อยู่ด้านหน้าซองจดหมายคือผู้ใด เพราะจดหมายฉบับเดียวทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ ของนางและแคว้นฉิน อีกอย่างคนพวกนั้นถึงกับกล้าใช้เขาเล่นละครตบตาประชาชนแคว้นฉิน หากไม่หาทางเอาคืนเขาคงนอนตายตาไม่หลับแน่ เซี่ยหวายอีแสดงอาการโกรธเกรี้ยวมาออกทางสีหน้า หากมิใช่ว่าทั้งสองแคว้นทำสัญญาสงบศึกต่อกันแล้ว เขาอยากจะยกทัพกลับไปตีแคว้นฉินแล้วทำลายให้สิ้นซากเสียตอนนี้เลย ผ่านไปสองวันแล้วที่หยวนชิงหลิงยังไม่ฟื้นคืนสติกำหนดการเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงแคว้นเซี่ยก็ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เซี่ยหวายอีเองก็เอาแต่นั่งเฝ้านางอยู่แต่ภายในกระโจมของตนไม่ออกไปไหน ใบหน้าหล่อเหลามีความกังวลปรากฏฉายชัด ความรู้สึกหวาดกลัวของเขาผุดขึ้นมาในใจตลอดเวลา เขากลัวว่านางจะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกแล้ว “เจ้าเป็นใคร” ใบหน้างามที่ดูซีดเซียวของหยวนชิงหลิงหันไปมองผู้ที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ข้างเตียง เซี่ยหวายอีไม่คิดว่านางจะปุบปับฟื้นขึ้นมาเช่นนี้ เขาจึงมิทันได้ใส่หน้ากากเอาไว้ “ขะ...ข้าคือ” นางจ้องมองหน้าเขาอย่างเฝ้ารอคำตอบ เซี่ยหวายอีถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ ช่างเถิด ถึงนางจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาแล้ว นางก็คงไม่รู้หรอกว่าเขาคือองครักษ์ในคืนนั้น แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้น หยวนชิงหลิงขยับเข้าไปใกล้เขา จากนั้นนางจึงทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมกลิ่นบางอย่าง เซี่ยหวายอีที่ไม่ทันตั้งตัวทำได้เพียงนั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน “นี่!!เจ้าเป็นสตรีนะ เหตุใดไม่รู้จักสำรวมเช่นนี้ มาดมข้าด้วยเหตุใด” หยวนชิงหลิงไม่สนใจคำพูดของเขา นางยื่นมือไปจับใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้า หันซ้ายหันขวาเพื่อดูให้ชัดๆ “เจ้ารูปงามมาก ข้าไม่เคยเห็นบุรุษใดรูปงามเท่ากับเจ้ามาก่อน แต่กลิ่นกายและน้ำเสียงของเจ้า....ช่างเหมือนกับหัวหน้าองครักษ์ผู้นั้นจริงเชียว” นางถอยห่างออกจากเซี่ยหวายอี ก่อนที่จะมองเขาด้วยสายตาค้นหา “บอกมาว่าเจ้าเป็นใคร”“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
“มาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดที่จะติดตามข้าแล้ว เช่นนั้นก็พาข้าไปที่แห่งนั้น เพราะตอนนี้ข้ายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องช่วยเหลือครอบครัวอยู่”หยวนชิงหลิงควบม้าตรงไปยังเส้นทางที่นางได้ฟังมาจากเถ้าแก่ร้านบะหมี่ เมื่อนางควบม้ามาถึงตีนภูเขาหินก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เพราะว่าขี่ม้ามาจึงทำให้ไปย่นระยะเวลาในการเดินทางได
ร่างบางในคราบหนุ่มน้อยกล่าวขอบคุณนางจากนั้นจึงปิดประตูห้อง ห้องเล็กห้องนี้ถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าฮูหยินเถ้าแก่ร้านบะหมี่นั้นเข้ามาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ทำให้นางรู้สึกคิดถึงมารดาของตนขึ้นมาทันที“ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนกันแน่”ทางด้านของเซี่ยหวายอี แม้เวลานี้จะยังไม่มีข่าวคร
“พ่อหนุ่ม เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ใช่หรือไม่ หน้าตาไม่คุ้นเลย”หยวนชิงหลิงกระแอมไอเล็กน้อยเพราะสำลักน้ำซุป จนเถ้าแก่วัยกลางคนต้องรีบเทน้ำชาส่งให้นาง“เถ้าแก่ท่านรู้ได้อย่างไร”เถ้าแก่ร้านบะหมี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างท้อแท้“จะไม่รู้ได้อย่างไร ข้าที่ขายบะหมี่ที่นี่มายี่สิบปีมีใครบ้างที่ข้าไม่รู้จัก อีกย่า
“หลิงเอ๋อ ข้าเองก็ไม่ชอบใจนักที่จะต้องแยกจากเจ้า แต่ที่ชายแดนนั้นอันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง แต่ถ้าหากเจ้าอยู่ที่นี่ภายในจวนจิ้นอ๋อง เช่นนั้นข้าก็จะได้ทำหน้าที่ของตนได้วางใจ เพราะว่าเจ้ายังปลอดภัยอยู่ในอาณาเขตของข้า”หยวนชิงหลิงเข้าใจในความหมายที่เขากำลังสื่อ แต่ที่น







