Beranda / รักโบราณ / ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก / สาวงามที่ถูกส่งมายังจวนจิ้นอ๋อง

Share

สาวงามที่ถูกส่งมายังจวนจิ้นอ๋อง

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 05:57:35

และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เซี่ยหวายอีคาดคะเน คนขององค์ชายใหญ่ที่หนีไปทางปากถ้ำถูกสังหารไม่มีเหลือรอดแม้แต่คนเดียว บางส่วนที่ยอมแพ้ก็ถูกจับตัวไปสอบสวน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ความอะไรเพราะพวกเขาเป็นแค่ทหารปลายแถวที่พึ่งถูกฝึกมาไม่นาน ส่วนทหารที่ถูกฝึกมานานนั้นหนีไปทางอุโมงค์ใต้ดินพร้อมกับองค์ชายใหญ่หมดแล้ว

เข่อซิงและทหารห้าพันนายที่จัดการเก็บกวาดผู้ที่ต่อต้านกองทัพของจิ้นอ๋องทยอยเดินออกมาทางถ้ำเล็ก ภายในหมู่บ้านแห่งนั้นเหลือเพียงชาวบ้านชายหญิงที่เป็นผู้อาศัยดั้งเดิมเท่านั้น ส่วนทหารขององค์ชายใหญ่ไม่หนีไปก็ถูกสังหารจนสิ้น จากรายงานของเข่อซิงไม่พบตัวองค์ชายใหญ่และคนสนิทของเขา ดู เหมือนเจ้าตัวจะไหวตัวทันและหนีออกไปก่อน

“ไม่เป็นไร ต่อให้ครั้งนี้เขาสามารถหนีรอดไปได้ แต่ข้าจะต้องหาหลักฐานมาเอาผิดต่อเขาได้ในไม่ช้าแน่”

เซี่ยหวายอีเอ่ยอย่างหมายมาด ก่อนจะย้อนกลับไปยังกระโจมที่พักที่หยวนชิงหลิงรออยู่ ร่างบางที่อ่อนเพลียจากการหนีเอาตัวรอดมาทั้งคืน นอนหลับตาพริ้มแต่หัวคิ้วกลับขมวดเป็นปมเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้าย

นางส่งเสียงครางเบาๆ ออกมาคล้ายคนที่กำลังอึดอัดกับบางสิ่ง แต่เมื่อนิ้วมือเรียวที่เย็นเฉียบแตะที่แก้มเนียนเบาๆ หัวคิ้วที่เคยขมวดเป็นปมของนางก็ดูผ่อนคลายลง

เซี่ยหวายอีที่ไม่ได้นอนมาหลายวัน เวลานี้พระอาทิตย์กำลังส่องแสงโผล่พ้นเหลี่ยมเขาขึ้นมา ตัวเขาและทหารที่ติดตามได้ทำงานหนักมาทั้งคืน ดังนั้นก่อนที่จะเข้ามาในกระโจมเซี่ยหวายอีได้สั่งให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะหลังจากนี้พวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับศึกครั้งใหญ่ในอีกไม่นาน

หลังจากที่หยวนชิงหลิงถูกจับตัวไปและเซี่ยหวายอีได้ชิงตัวนางกลับมา พวกเขาก็เดินทางกลับไปยังเมืองหลวงแคว้นเซี่ยพร้อมกัน ก่อนหน้าที่จะเข้าไปยังวังหลวงเอนุญาตยหวายอีได้เล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้นางรับรู้แล้ว

แม้หยวนชิงหลิงจะกล้ายืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวนางนั้นจะมีองค์ชายใหญ่อยู่ด้วย แต่ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ และมีเพียงเซี่ยหวายอีและคนของเขาเท่านั้นที่เชื่อในคำพูดของนาง แต่เมื่อไร้หลักฐานก็ไม่สามารถเอาผิดเขาได้

เมื่อทั้งสองเข้าเฝ้าหน้าพระพักตร์ หยวนชิงหลิงจึงมิได้เอ่ยถึงองค์ชายใหญ่ออกมา นางจำต้องบอกว่านางไม่เห็นหน้าผู้ที่จับตัวนางไปเท่านั้น

เซี่ยหวายอีได้กราบทูลต่อฮ่องเต้เรื่องที่มีใครบางคนซ่องสุมกำลังพลเอาไว้ใจกลางหุบเขาที่ชายแดน และเขาได้พากองทัพไปถล่มเสียราบคาบหมดแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบตัวผู้บงการ

ก่อนออกจากห้องทรงงาน เซี่ยหวายอีได้ขอให้ฮ่องเต้พระบรมราชานุญาตให้หยวนชิงหลิงไปอยู่ที่จวนของตนแทน เพราะเกรงว่านางจะมีอันตรายอีกครั้ง และฮ่องเต้ก็ได้พระราชทานอนุญาตแก่เขา

สองร่างเดินเคียงคู่ออกจากประตูวังหลวงเพื่อขึ้นรถม้าของจวนจิ้นอ๋องที่จอดรออยู่ ทำให้พบกับรถม้าขององค์ชายใหญ่เข้าโดยบังเอิญ

“จิ้นอ๋อง ท่านหญิงลู่จิว พวกเจ้ากลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ เป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกจับตัวไป คงมิได้บาดเจ็บที่ใดกระมัง”

หยวนชิงหลิงเงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังก้าวลงมาจากรถม้าที่ติดตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์ นางยอบกายคำนับเขาก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“ขอบพระทัยองค์ชายใหญ่ที่เป็นห่วง หม่อมฉันมิได้บาดเจ็บที่ใดเพคะ”

หยวนชิงหลิงแอบเบะปากในใจอย่างนึกรังเกียจ เจ้าคนหน้าไม่อาย ช่างกล้าถามออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยเหมือนกับว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลักพาตัวข้า เสแสร้งไปเถอะ สักวันข้าจะถลกหน้ากากที่เจ้าสวมใส่ออกมาต่อหน้าผู้คน

เมื่อสองร่างกลับขึ้นรถม้าของจวนจิ้นอ๋องไป องค์ชายใหญ่ที่กัดฟันอดทนมานานก็บันดาลโทสะกับผู้ติดตาม

“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะเซี่ยหวายอี เจ้าจะเย่อหยิงได้ก็แค่เพียงตอนนี้เท่านั้นแหละ เมื่อใดที่ข้าขึ้นนั่งบนบัลลังก์ เจ้าจะเป็นคนแรกที่ข้าจะคิดบัญชีด้วย”

องค์ชายใหญ่สะบัดแขนเสื้ออย่างหัวเสีย ก่อนเดินเข้าไปในวังหลวงด้วยอารมณ์คุกรุ่น เมื่อเขาได้เห็นสตรีที่ตนหมายปองเดินขึ้นรถม้าไปกับคนที่เขาเกลียดขี้หน้าเข้ากระดูกดำ

เมื่อรถม้าหยุดลงที่ด้านหน้าจวนจิ้นอ๋อง เซี่ยหวายอีก้าวลงมาก่อนจากนั้นจึงอุ้มร่างบางที่อยู่ด้านในลงมายืนเคียงข้างตน พ่อบ้านเหวินและบ่าวในจวนต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น ไม่คิดว่าเจ้านายของจวนที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามว่าบุรุษเย็นชาไร้หัวใจจะแสดงออกเช่นนี้ต่อสตรีนางหนึ่ง ถึงแม้ว่านางจะงดงามมากเพียงใด แต่จิ้นอ๋องที่ผู้คนเล่าลือนั้นมีนิสัยแทบไม่ต่างจากตัวจริงที่เขาเป็น

“นี่คือพ่อบ้านเหวิน เป็นคนเก่าแก่ทำงานรับใช้อยู่ที่จวน จิ้นอ๋องตั้งแต่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของข้ายังอยู่ ส่วนนางคือท่านหญิงลู่จิวคู่หมั้นของข้า พ่อบ้านเหวินจัดเรือนพักที่อยู่ใกล้กับเรือนของข้าให้นาง ช่วงนี้นางจะพักอยู่ที่จวนจิ้นอ๋อง”

เอ่ยจบ เซี่ยหวายอีก็จูงมือของหยวนชิงหลิงเดินกลับเข้าจวนไป ทิ้งให้ใครหลายคนต่างยืนตกตะลึงกับคำพูดของชายหนุ่มผู้เป็นนายของจวน

“ทะ...ท่านอ๋อง บ่าวยังมิทันได้แจ้งเรื่องสำคัญเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

พ่อบ้านเหวินที่พึ่งได้สติกลับมารีบวิ่งตามร่างสูงของเซี่ยหวายอีไป ก่อนที่เรื่องราวอันเลวร้ายจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไปแล้ว สตรีงดงามอรชรในชุดหลากสีห้านางยืนเรียงรายอยู่ด้านหน้าทางเข้าเรือนของเขา

“พวกเจ้าเป็นใคร”

เสียงเย็นยะเยือกเปล่งออกมาจากริมฝีปากบางได้รูปของชายหนุ่ม เซี่ยหวายอีไม่ได้กลับมายังจวนแห่งนี้สามปี เขาจึงไม่ค่อยคุ้นหน้าบ่าวรับใช้ในจวน นอกจากพ่อบ้านเหวินและบ่าวรับใช้ในเรือนของเขาแล้วเขาแทบไม่รู้จักใครเลย

แต่ดูจากการแต่งตัวที่หรูหราของพวกนางทั้งห้าแล้ว หากจะบอกว่าเป็นสาวใช้ก็ไม่น่าจะใช่ อีกอย่างที่เรือนของเขานั้นห้ามสตรีเข้าใกล้ มีเพียงบ่าวรับใช้ชายเท่านั้นที่เข้ามาดูแล

“รีบบอกมา!!ก่อนที่ข้าจะสั่งโบยพวกเจ้า ใครใช้ให้พวกเจ้าเข้ามาที่นี่”

เซี่ยหวายอีตะคอกเสียงดัง สาวงามเหล่านั้นหวาดกลัวจนตัวสั่น ในคราแรกที่รับงานนี้มาพวกนางต่างก็วาดฝันว่าจะได้ร่วมเตียงกับบุรุษที่รูปงามเป็นหนึ่งอย่างจิ้นอ๋อง แต่หลังจากที่ได้เห็นท่าทางของเขาในยามนี้ แค่เอาตัวรอดจากที่นี่ไปให้ได้ก็นับว่าสวรรค์คุ้มครองแล้ว

“หม่อมฉัน..... ได้รับคำสั่งจากฮองเฮาให้มาทำหน้าที่รับใช้ท่านอ๋องเพคะ พระนางเห็นว่าพระองค์พึ่งกลับมาจากชายแดนบางทีอาจต้องการ....ผ่อนคลาย”

คำว่าผ่อนคลายของนางเบาลง ต่อให้ตอนนี้นักบวชมาได้ยินคำพูดของนาง พวกเขาก็ย่อมต้องฟังเข้าใจแน่

โทสะของเซี่ยหวายอีพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เมื่อได้ยินสาวงามนางนั้นเอ่ยถึงฮองเฮา ดี ดียิ่งนัก เขาออกจากเมืองหลวงเพื่อตามหาหยวนชิงหลิงแค่เพียงไม่นาน จวนจิ้นอ๋องของเขาก็มีคนไม่กลัวตายกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเสียแล้ว เห็นทีเขาจะต้องสั่งสอนฮองเฮาสุนัขผู้นั้นให้รู้เสียแล้ว ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรยุ่ง

สาวงามทั้งห้านางเห็นท่าทางของจิ้นอ๋องแสดงออกน่าหวาดกลัวเช่นนั้น พวกนางก็รีบคุกเข่าลงพร้อมกัน เพื่ออ้อนวอนขอชีวิตต่อมัจจุราชที่ยืนทำหน้าถมึงทึงตรงหน้า

“ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต พวกเรามิได้มีเจตนาเข้ามาที่นี่โดยพละการ แต่เป็นรับสั่งจากฮองเฮา พวกเรามิสามารถขัดคำสั่งได้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status