Share

นางหายตัวไป

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-03-09 00:17:57

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเรียบเฉย หยวนชิงหลิงหวนนึกถึงสายตาที่เอาแต่จ้องมองนาง ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยง แม้นางจะทำเหมือนมิได้สนใจ แต่นางก็รับรู้ได้ว่าตนเองถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ตลอด

ยิ่งนางจับได้ว่าเขาแอบมองนาง แต่เขากลับมิได้หลบสายตา ยังยกจอกเหล้าและส่งยิ้มมาให้นางอีก หยวนชิงหลิงเองก็พอจะรู้โดยสัญชาตญาณว่า ใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาของเขาคนนั้น ดูไม่ปกติ

“อื้ม ข้ารู้แล้ว ท่านอ๋องไม่ต้องเป็นห่วง”

หยวนชิงหลิงตอบรับคำพูดของเซี่ยหวายอีอย่างเต็มใจ หลังจากที่เขาเดินมาส่งนางที่ตำหนักรับรอง ชายหนุ่มก็จากไป

“ท่านย่า ท่านแม่ อี้เอ๋อ พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง ยังสุขสบายดีอยู่หรือไม่”

เมื่อหยวนชิงหลิงได้มีเวลาอยู่เงียบๆ เพียงคนเดียว ความคิดถึงที่มีต่อครอบครัวก็ผุดขึ้นมา ระยะเวลาที่นางเดินทางมายังแคว้นเซี่ยตั้งแต่ที่ออกมาจากแควินฉินจนถึงตอนนี้ ก็ปาเข้าไปสี่เดือนกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าเวลานี้ครอบครัวของนางจะเป็นอย่างไรบ้าง

เห็นทีนางคงต้องขอความช่วยเหลือจากจิ้นอ๋องอย่างจริงจังเสียแล้ว เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ใจของนางก็ยากที่จะสงบลงได้

เสียงล้อรถม้าบดกับก้อนหินขรุขระดังแว่วเข้ามาในโสต ร่างบางของหยวนชิงหลิงถูกเขย่าไปมาจนทำให้นางรู้สึกเจ็บระบม เปลือกตางามขยับไหวเบาๆ แสดงท่าทางว่านางเริ่มรู้สึกตัวตื่น ความคิดแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวคือ นางกำลังมีปัญหา

ทุกอย่างเป็นจริงดั่งที่หยวนชิงหลิงคิด เมื่อคืนก่อนที่นางจะเข้านอน มีนางกำนัลผู้หนึ่งยกชามรังนกเข้ามาในห้องให้นาง บอกนางว่าให้ดื่มก่อนนอนจะทำให้หลับสบาย นางคิดว่าในวังหลวงที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจะทำให้นางปลอดภัย ไม่คิดว่าตนเองจะตกหลุมพรางจนถูกจับตัวมาเช่นนี้

ใครกันที่อุกอาจถึงขั้นกล้าชิงตัวคนออกมาจากวังหลวงได้ ในหัวของหยวนชิงหลิงตอนนี้มืดแปดด้าน นางพึ่งเดินทางมาถึงแคว้นเซี่ย ไม่คิดว่าจะมีคนที่เกลียดนางถึงขั้นต้องลงมือกับนางเช่นนี้

ในแคว้นเซี่ยคนที่เกลียดนางที่สุดเห็นจะเป็นต้วนฮองเฮาเพราะนอกจากฮองเฮาแล้วจะยังมีใครอีก แต่ตอนนี้นางถูกฮ่องเต้สั่งกักบริเวณอยู่แต่ภายในตำหนัก เช่นนั้นแล้วเป็นใครกัน

แต่แล้วใบหน้ายิ้มแย้มของคนผู้หนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของนาง หรือว่าจะเป็นองค์ชายใหญ่ ที่เขาทำเช่นนี้เพราะต้องการแก้แค้นแทนเสด็จแม่ของเขาอย่างนั้นหรือ

ความคิดภายในหัวของหยวนชิงหลิงตีกันยุ่งไปหมด นางคิดไม่ออกแล้วว่าใครกันที่ลักพาตัวนางมาเช่นนี้ ไม่นานความคิดทั้งหลายของนางก็หยุดชะงักลง เมื่อรถม้าที่นางโดยสารมาค่อยๆ วิ่งช้าลงจนหยุดนิ่งสนิท

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ประตูรถม้า จากนั้นมันจึงถูกดึงเปิดออกอย่างแรง หยวนชิงหลิงถีบสวนคนที่เปิดประตูก่อนที่จะกระโดดออกจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว ร่างบางหยุดยืนอยู่ที่พื้นได้อย่างมั่นคง ก่อนที่สายตาของนางจะสะดุดเข้ากับใบหน้าของคนผู้หนึ่ง ที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้า

“สารเลวฉินฉู่อี้!! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

หยวนชิงหลิงตะโกนออกมาเสียงดังอย่างเดือดดาล คนที่วางแผนสังหารบิดาของนาง คนที่ทำลายครอบครัวของนางจนต้องบ้านแตกสาแหรกขาด คนเลวที่นรกส่งมาเกิดคนนั้นคือคนที่จับตัวของนางมา

“โอ้โห!! ไม่ได้พบหน้ากันเพียงไม่นาน ฝีปากของเจ้าคมกริบขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ หยวนชิงหลิง รู้สึกอย่างไรบ้างที่ต้องตกมาอยู่ในกำมือของข้าอีกครั้ง”

หยวนชิงหลิงถ่มน้ำลายลงไปบนพื้นด้วยท่าทางเหยียดหยาม

“ถุย!! ขันทีเช่นเจ้ายังกล้าเอ่ยปากเช่นนี้ได้อยู่อีกหรือ”

หยวนชิงหลิงสะกิดแผลเก่าขององค์ชายห้าด้วยท่าทีได้ใจ ก่อนร่างสูงที่นั่งอยู่บนหลังม้าจะทะยานลงมา ใช้มือหนาบีบลำคอเล็กของนางด้วยความโกรธแค้น

“เป็นอย่างไรเล่า เจ้ายังคิดจะปากดีอยู่อีกหรือไม่ เมื่อได้รู้ว่าตนเองกำลังจะตายภายใต้เงื้อมมือของข้า ขอร้องอ้อนวอนข้าสิ หยวนชิงหลิง บางทีข้าอาจจะใจดียอมปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อก็ได้”

นางไม่คิดยอมแพ้ให้องค์ชายห้า ต่อให้นางจะต้องตายก็ตามที แม้วรยุทธของนางจะสู้เขาไม่ได้แต่นางก็ไม่คิดร้องขอชีวิตจากเจ้าเดรัจฉานผู้นี้แน่ หยวนชิงหลิงกัดปากตนเองก่อนที่จะพ่นเลือดในปากใส่ดวงตาของเขา

“เจ้า!! หยวนชิงหลิง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกลายเป็นสตรีบ้าเลือดเช่นนี้”

องค์ชายห้าปาดเลือดออกจากดวงตาของตนก่อนที่จะใช้สันมือสับลงไปที่ต้นคอของนางอย่างแรง ทำให้ร่างบางหมดสติล้มพับลงบนพื้น องค์ชายห้าที่เห็นนางหมดสติไปแล้วแต่ความรู้สึกที่ถูกเหยียดหยามยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในในอก เขาเตะเข้าที่ชายโครงของนางอีกหลายครั้งก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เป็นหน้าที่คนของตนจัดการกับนางต่อ

ภายในวังหลวง ความวุ่นวายได้บังเกิดขึ้นเมื่อหยวนชิง หลิงหายตัวไปจากตำหนักรับรอง นางกำนัลที่ทำหน้าที่ดูแลและขันทีที่ทำหน้าที่เฝ้าด้านหน้าตำหนัก ถูกจับตัวมาทรมานเพื่อเค้นเอาความจริง และผู้ที่ลงมือด้วยตนเองคือเซี่ยหวายอี จิ้นอ๋องที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างเล่าลือถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของเขานั่นเอง

ยังไม่ทันที่เล็บจากนิ้วมือทั้งสิบของพวกเขาจะถูกถอด นางกำนัลที่ส่งถ้วยรังนกให้หยวนชิงหลิงดื่มก็สารภาพออกมาจนหมด นางบอกว่าตนเองรับเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาจากนางกำนัลที่อยู่ในตำหนักชิงหนิง เพื่อส่งรังนกให้หยวนชิงหลิงดื่มเท่านั้น เรื่องต่อจากนั้นนางไม่รู้แล้ว

เซี่ยหวายอีนำกำลังทหารเข้าตรวจค้นตำหนักชิงหนิงของฮองเฮา ก่อนจะพบว่านางกำนัลผู้นั้นได้กลายเป็นศพไปแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างมาถึงทางตัน แต่เขารู้ว่าคนที่ทำเรื่องนี้จะต้องเป็น ต้วนฮองเฮาแน่ แต่ตอนนี้ในมือของตนนั้นไร้หลักฐานเอาผิดนาง ทำให้เซี่ยหวายอีจำต้องออกมาจากที่นั่นมือเปล่า

“ท่านอ๋อง มีสารลับส่งมาจากเมืองเฉิงโจวพ่ะย่ะค่ะ”

ชางรุ่ยและเข่อซิงเดินเข้ามาพร้อมกัน ทั้งยังยื่นม้วนกระดาษแผ่นเล็กให้นายของตน เซี่ยหวายอีรับม้วนกระดาษมาคลี่ออกอ่าน ก่อนที่จะคำรามออกมาเสียงดังอย่างเดือดดาล ดวงตาสีแดงฉานบ่งบอกว่าความอดทนของขานั้นได้หมดลงแล้ว

“เดรัจฉานแซ่ฉิน!!! ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่”

เซี่ยหวายอีย้อนกลับเข้าไปในวังหลวงอีกครั้ง ก่อนที่จะรายงานเรื่องทั้งหมดแก่ฮ่องเต้ จากนั้นไม่นานคนกลุ่มหนึ่งก็ควบม้าออกจากเมืองหลวงไป

ทางด้านหยวนชิงหลิงที่หมดสติไปเพราะถูกฉินฉู่อี้ทุบที่ต้นคอ ร่างของนางถูกโยนขึ้นไปบนเรือสำเภาลำใหญ่ ก่อนจะแล่นออกทะเลไป เซี่ยหวายอีที่รีบขีม้าตามมาทั้งวันทั้งคืนนั้น พบเพียงรถม้าที่ว่างเปล่าจอดอยู่กลางหุบเขา เมื่อคนของเขาออกตามรอยไปพบว่าจุดสิ้นสุดของร่องรอยล้อรถม้าคือทะเล

“เรามาช้าไปหลายวันเลยพ่ะย่ะค่ะ ไม่รู้ว่าพวกมันแล่นเรือออกทะเลไปทางทิศใด เห็นทีการตามหาท่านหญิงลู่จิวคงจะไม่ง่ายเสียแล้ว”

ชางรุ่ยที่ทำหน้าที่ตามรอย เอ่ยรายงานแก่นายของตนด้วยท่าทางเห็นใจ ไม่ง่ายที่จะได้เห็นท่านอ๋องเป็นห่วงเป็นใยสตรีอื่นเช่นนี้ แต่แล้วนางกลับต้องมาถูกพรากไปเสียได้

“ตามต่อ ให้สายลับทางเมืองเฉิงโจวรายงานทุกความเคลื่อนไหว ถ้าหากเฉิงอ๋องมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย ที่นั่นจะเป็นที่แรกที่ข้าจะนำกองทัพไปถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง”

เซี่ยหวายอีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอำมหิต ไม่ต่างจากดวงตาคมกริบที่แสนลึกล้ำของเขาเมื่อยามที่พร้อมออกศึกในสนามรบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status