LOGIN“พ่อหนุ่ม เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ใช่หรือไม่ หน้าตาไม่คุ้นเลย”
หยวนชิงหลิงกระแอมไอเล็กน้อยเพราะสำลักน้ำซุป จนเถ้าแก่วัยกลางคนต้องรีบเทน้ำชาส่งให้นาง
“เถ้าแก่ท่านรู้ได้อย่างไร”
เถ้าแก่ร้านบะหมี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างท้อแท้
“จะไม่รู้ได้อย่างไร ข้าที่ขายบะหมี่ที่นี่มายี่สิบปีมีใครบ้างที่ข้าไม่รู้จัก อีกย่างตั้งแต่ที่เกิดสงครามขึ้นชาวเมืองต่างก็ปิดบ้านเงียบ ไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกในยามวิกาลเช่นนี้ เพราะกลัวว่าจะถูกจับไปเป็นทหาร”
เถ้าแก่ร้านบะหมี่กระซิบกระซาบกับนางด้วยท่าทางมีลับลมคมใน หยวนชิงหลิงพยักหน้าเห็นด้วยกับเถ้าแก่ร้านบะหมี่
“แล้วท่านเล่า ไม่กลัวว่าตนเองจะถูกจับตัวไปเป็นทหารเหมือนกันรึ ถึงได้ยังเปิดร้านขายบะหมี่กลางคืนเช่นนี้”
หยวนชิงหลิงถามชายวัยกลางคนด้วยความสงสัย
“ข้ามันแก่แล้วมีอันใดให้ต้องกลัวเล่า ลูกหลานก็ไม่มี อาศัยอยู่กันสองผัวเมีย อีกอย่างน้องชายของข้าก็เป็นหัวหน้านายกองดูแลประตูเมืองเฉิงโจว ทหารเฉิงโจวเองก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี มีใครบ้างที่ข้าไม่เคยลวกบะหมี่ให้พวกเขาทาน”
หยวนชิงหลิงเห็นเถ้าแก่ร้านบะหมี่ยืดอกขึ้นเหมือนต้องการจะบอกว่า ข้าเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่ ใครจะกล้ามาทำร้ายข้า
“แต่ก่อนหน้านี้ ท่านบอกว่ามีการจับตัวชายหนุ่มไปเป็นทหารมิใช่หรือ เป็นคำสั่งของเฉิงอ๋องหรือเป็นคำสั่งของผู้ใด”
เถ้าแก่ร้านบะหมี่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“เรื่องนี้จะให้พูดก็กระไรอยู่ แต่เห็นว่าพ่อหนุ่มเป็นลูกค้าคนแรกของร้านข้า ข้าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน”
จากที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ได้ฟังมาจากน้องชายของตน องค์ชายห้าที่พำนักอยู่ที่เฉิงโจวในเวลานี้ ได้รับคำสั่งจากเฉิงอ๋องให้ทำหน้าที่รักษาการแทนชั่วคราว หลังจากที่พระองค์นำกองทัพออกไปตีเมืองที่เป็นทางผ่านไปยังเมืองหลวง
จากนั้นองค์ชายห้าก็มีคำสั่งลงมา ให้จับตัวคนแปลกหน้าเอาไว้ คำสั่งนี้มีลงมาเมื่อเดือนก่อน แต่คนที่ถูกจับตัวไปก็ไม่เห็นกลับออกมา ชาวเมืองเข้าใจว่าพวกเขาถูกส่งตัวไปเป็นทหารในกองทัพหมดแล้ว
เมื่อหยวนชิงหลิงได้ฟังเรื่องราวนางก็นึกเอะใจขึ้นมาทันที เดือนก่อนอย่างนั้นหรือ เฉิงอ๋องเริ่มทำสงครามกับฮ่องเต้ฉินมาได้สี่เดือนแล้ว เหตุใดพึ่งจะมีคำสั่งลงมาเวลานี้ คงไม่ใช่ว่าเขารู้แล้วหรอกนะว่านางมาที่นี่
เป็นอย่างที่นางคาดเดา แม้จะปิดข่าวเช่นไรแต่หูตาขององค์ชายใหญ่นั้นมีอยู่ทุกที่ ช่วงที่องครักษ์จวนจิ้นอ๋องออกตามหาตัวหยวนชิงหลิงภายในเมืองหลวง คนขององค์ชายใหญ่ก็รีบมารายงานนายของตนที่ถูกกักตัวอยู่ภายในตำหนัก
องค์ชายใหญ่นั้นเป็นคนที่ทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์มีหรือที่จะเดาไม่ออกว่าหยวนชิงหลิงจะหนีไปที่ใด เขาได้ใช้นกส่งสารไปยังเมืองเฉิงโจวแจ้งให้องค์ชายห้าได้รู้ล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ดังนั้น ถ้ามีคนแปลกหน้าเดินอยู่ในเมืองเฉิงโจวจะถูกจับตัวไป
แต่ทำไมต้องเป็นบุรุษ เพราะรายงานจากสายของเขา คนที่ขี่ม้าออกจากเมืองหลวงแคว้นเซี่ยไปในเวลานั้น มีรูปลักษณ์เป็นบุรุษอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ทำให้เขาคาดเดาเอาว่านางจะต้องแต่งกายเป็นบุรุษเพื่ออำพรางการเดินทางของตน
หลังจากที่หยวนชิงหลิงได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองเฉิงโจว นางก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าตนเองกำลังวิ่งตรงเข้าหากับดัก แต่นั่นก็มิสามารถหยุดยั้งความต้องการที่จะตามหาครอบครัวของนางได้
“เถ้าแก่ ท่านบอกว่าตนเองอาศัยอยู่กับภรรยาสองคนใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้ามีข้อเสนอบางอย่างให้ท่าน ไม่รู้ว่าท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไร”
หยวนชิงหลิงหยิบตั๋วเงินสองร้อยตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะวางลงไปตรงหน้าชายวัยกลางคน นางชั่งใจเล็กน้อยว่าจะเอ่ยเรื่องนี้ออกไปดีหรือไม่ แต่เวลานี้หยวนชิงหลิงไร้ที่พึ่ง ในเมื่อนางได้พบคนที่พอจะรู้จักที่ทางภายในเฉิงโจว เหตุใดนางไม่ใช้ประโยชน์จากเขาเล่า
“เถ้าแก่ ความจริงข้ามีเรื่องที่ต้องขอให้ท่านช่วย ข้าต้องการอาศัยอยู่ที่เรือนของท่านสักระยะ ความจริงข้าออกมาตามหาครอบครัวที่อยู่เฉิงโจว ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด เพราะตั้งแต่เกิดสงครามก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ท่านเป็นคนพื้นที่บางทีท่านอาจจะแนะนำข้าได้”
เงินสองร้อยตำลึงสำหรับชาวบ้านธรรมดา ถือว่าเป็นเงินที่มากโข ต่อให้พวกเขาทำงานไปตลอดชีวิตก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ เถ้าแก่ร้านบะหมี่มองใบหน้าเล็กที่เกลี้ยงเกลาของนางเล็กน้อย เคราที่ถูกเขียนขึ้นบางๆ และคิ้วที่ดูหนาทำให้มองไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย
“เจ้ามาตามหาครอบครัวจริงๆ อย่างนั้นหรือ คงไม่ใช่สายลับจากต่างแคว้นกระมัง”
เถ้าแก่ถามหยั่งเชิงร่างเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ นางใช้น้ำล้างหน้าของตน ก่อนจะดึงมวยผมที่รวบสูงออก เถ้าแก่ร้านบะหมี่เห็นดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขาพรวดพราดลุกขึ้นยืนจนทำให้เก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มลง
“จะ...เจ้า!!! เป็นสตรีอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเสียงของเจ้าถึงได้....”
หยวนชิงหลิงยกยิ้มบางๆ ก่อนจะรวบผมขึ้นตามเดิม
“ข้าต้องออกเดินทางไกลมายังชายแดนที่แห้งแล้งแห่งนี้เพียงลำพัง หากต้องแต่งกายเป็นสตรีแล้วนั้นมันค่อนข้างที่จะอันตรายเจ้าค่ะ ต้องขออภัยเถ้าแก่ที่ข้าหลอกลวงท่านก่อนหน้านี้”
เสียงใสกังวานดั่งระฆังแก้วเอ่ยขึ้น ทำให้เถ้าแก่ร้านบะหมี่พยักหน้าเห็นด้วย
“เรื่องนี้ข้าไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ ข้าจะต้องถามฮูหยินของข้าดูก่อน”
ก่อนที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่จะเดินเข้าไปในร้านเพื่อปรึกษาภรรยาของตน หยวนชิงหลิงก็เรียกเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนเถ้าแก่ ข้ามีบางอย่างที่อยากจะขอร้องอีกสักเรื่อง ท่านช่วยเก็บเรื่องที่ข้าเป็นสตรีเอาไว้เป็นความลับได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าเกรงว่าเมื่อฮูหยินของท่านรู้เรื่องนางจะไม่สบายใจ”
เถ้าแก่ร้านบะหมี่ชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า เขาเองก็คิดเช่นเดียวกับนาง ฮูหยินของเขานั้นทั้งดุร้ายและขี้หึง ไม่แน่ว่าถ้านางรู้ว่าเด็กหนุ่มที่มาขอความช่วยเหลือเป็นสตรี นางอาจไม่ยอมช่วยก็เป็นได้
“ได้ ข้ารับปากเจ้า”
หลังจากที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่พูดคุยกับภรรยาของตนเสร็จแล้ว นางก็กุลีกุจอรีบออกมาต้อนรับหยวนชิงหลิงเป็นอย่างดี เพราะตั๋วเงินสองร้อยตำลึงเวลานี้วางอยู่ในอกเสื้อของนางเรียบร้อยแล้ว
หลังจากปิดร้านบะหมี่ สองสามีภรรยาก็พาหยวนชิงหลิงกลับมาที่เรือนหลังเล็กของพวกเขา แม้ที่อยู่จะเล็กกว่าเรือนบ่าวในจวนของนาง แต่กลับดูอบอุ่นเพราะสองสามีภรรยาที่แสดงความรักต่อกัน
“เจ้านอนห้องนี้ก็แล้วกัน ห้องนี้เราทำเอาไว้ตอนที่พึ่งแต่งงานกันใหม่ๆ เพื่อลูกๆ ในอนาคต แต่ผ่านมานานเพียงนี้ห้องนี้กลับไม่ได้เปิดใช้เสียที วันนี้ก็ถือว่ายกให้เจ้าแล้วกันพ่อหนุ่ม”
ฮูหยินของเถ้าแก่ร้านบะหมี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย หยวนชิงหลิงมองออกว่านางรู้สึกอย่างไร ทั้งที่ตนเองก็ไม่เคยแต่งงานมีบุตรมาก่อน
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยขอรับ”
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







