LOGIN“หลิงเอ๋อ ข้าเองก็ไม่ชอบใจนักที่จะต้องแยกจากเจ้า แต่ที่ชายแดนนั้นอันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง แต่ถ้าหากเจ้าอยู่ที่นี่ภายในจวนจิ้นอ๋อง เช่นนั้นข้าก็จะได้ทำหน้าที่ของตนได้วางใจ เพราะว่าเจ้ายังปลอดภัยอยู่ในอาณาเขตของข้า”
หยวนชิงหลิงเข้าใจในความหมายที่เขากำลังสื่อ แต่ที่นางกำลังเป็นห่วงคือคนในครอบครัว ท่านแม่ ท่านย่าและน้องชายของนาง ไม่รู้ว่าเวลานี้พวกเขาจะเป็นเช่นไรบ้าง
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเดินทางไปชายแดนได้อย่างวางใจเถอะ ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่อย่างว่าง่าย รอวันที่ท่านกลับมา”
เซี่ยหวายอีดึงร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากเล็กอวบอิ่มของนางอย่างโหยหา แต่เวลานี้เขามีภาระหน้าที่ที่สำคัญจะต้องทำ จำต้องปล่อยนางไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์
หลังจากที่กองทัพของจิ้นอ๋องออกเดินทางไปยังชายแดน ข่าวการศึกภายในแคว้นฉินก็ถูกส่งมาอยู่เรื่อยๆ เป็นอย่างที่เซี่ยหวายอีคาดเดา เฉิงอ๋องนำกำลังกองทัพของตนเดินทางเข้าประชิดเมืองหลวงแคว้นฉินในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
ศึกภายในแคว้นฉินกำลังระอุ ที่ชายแดนแคว้นอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ แคว้นฉินต่างก็เตรียมกำลังทหารเอาไว้ เพื่อรอดูว่าฝ่ายใดจะกลายเป็นผู้ที่เพลี่ยงพล้ำไปก่อน คนพี่หรือคนน้องหรืออาจเป็นทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะ หลังจากเสร็จศึกในครั้งนี้ พวกเขาจะต้องบอบช้ำไม่มากก็น้อย และนั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ต่างแคว้นได้เวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของตน
สองเดือนมานี้หยวนชิงหลิงเฝ้ารอจดหมายจากชายแดนแต่นางกลับไม่ได้ข่าวคราวครอบครัวของตนเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่
ศึกภายในแคว้นฉินทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ข้าวปลาอาหารไม่ว่ากองทัพจะเดินทางผ่านไปหมู่บ้านไหน ก็มักจะถูกปล้นสะดมจากทหารของทั้งสองฝ่าย เด็กหนุ่มที่อายุครบสิบสี่ไปจนถึงชายชราอายุหกสิบก็จะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร แต่สงครามระหว่างฮ่องเต้ฉินและเฉิงอ๋องยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง
“เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง ให้อยู่แต่ภายในจวนเฉยๆ เช่นนี้ไม่มีทางที่จะทำให้ข้าสบายใจได้”
ร่างบางนำชุดของเซี่ยหวายอีมาปรับแก้ให้เล็กลง ก่อนที่จะสวมเอาไว้ภายใต้ชุดสตรีของนาง จากนั้นหยวนชิงหลิงจึงออกจากจวนไปพร้อมกับสาวใช้สองนางและองครักษ์ผู้คุมกันอีกสี่คน
นางแสร้งทำทีว่าต้องการออกมาเดินเล่นและซื้อชุดใหม่ แต่หลังจากที่สาวใช้และคนคุมกันละสายตา นางก็แอบถอดชุดด้านนอกออก จากนั้นแต่งตัวเป็นบุรุษเดินออกจากร้านขายชุดสตรีแห่งนั้นไปอย่างง่ายดาย
หยวนชิงหลิงตรงไปที่ร้านขายสัตว์ นางจ่ายเงินซื้อม้าที่ลักษณะดีและดูแข็งไปกว่าห้าร้อยตำลึง ก่อนจะแวะซื้อเสบียงเพื่อเอาไว้กินระหว่างทาง จากนั้นจึงควบมันตรงไปยังประตูเมือง
“ขอโทษนะเซี่ยหวายอี ที่ข้าต้องขัดคำสั่งของท่าน ข้าไม่สามารถทนรอฟังข่าวอยู่ที่นี่เพียงอย่างเดียวได้ หากเราสองยังมีวาสนาต่อกันอยู่ สักวันพวกเราจะต้องได้กลับมาพบกันอีกแน่”
หยวนชิงหลิงมองประตูเมืองอันใหญ่โตของแคว้นเซี่ย ก่อนตัดสินใจควบอาชาตัวพ่วงพีที่นางพึ่งได้มาเป็นคู่หูจากไป พร้อมด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อบุรุษที่มีผลต่อความรู้สึกของนาง อย่างไม่รู้ตัว
กว่าองครักษ์ที่เซี่ยหวายอีวางเอาไว้ข้างกายนางจะรู้ตัวว่าหยวนชิงหลิงหายไป นางก็เดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้ว ร่างบางเร่งขี่ม้าทั้งวันทั้งคืน จะหยุดให้ม้าได้พักก็เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น
ในระหว่างสองเดือนที่เซี่ยหวายอีเดินทางไปยังชายแดน นางจะใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ห้องหนังสือของเขา เพราะที่นั่นมีความทรงจำมากมายระหว่างคนทั้งสอง เมื่ออยู่ที่นั่นทำให้นางคลายความคิดถึงที่มีต่อเขาลงไปไม่น้อย และยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งคือ นางได้คัดลอกแผนที่แคว้นเซี่ยที่อยู่ภายในห้องหนังสือของเซี่ยหวายอีติดมือมาด้วย ดังนั้นเมื่อนางต้องออกเดินทางไปยังแคว้นฉินจึงไม่จำเป็นต้องผ่านชายแดนเมืองจิ่งโจว ที่กองทัพของจิ้นอ๋องตั้งอยู่
ไม่กี่ชั่วยามก่อนที่ร้านขายอาภรณ์สตรี ลู่หลี
“ท่านองครักษ์เจ้าคะ ท่านหญิงลู่จิวหายตัวไปแล้ว”
สาวใช้ที่ทำหน้าที่ดูแลหยวนชิงหลิง วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากร้านขายชุดสตรีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง
“หมายความว่าอย่างไร ที่เจ้าบอกว่านางหายตัวไปแล้ว เจ้าดูให้ดีแล้วใช่หรือไม่”
“ข้าดูภายในห้องเปลี่ยนชุดทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ นางบอกว่าต้องการเปลี่ยนชุดที่เลือกมาดูว่าใส่แล้วงดงามหรือไม่ นางให้เราสองคนรอที่ด้านนอก ผ่านไปนานข้าเห็นว่านางเงียบหายไปจึงได้เคาะประตูเพื่อดูว่านางเกิดปัญหาใดหรือไม่ แต่ปรากฏว่าภายในห้องไม่มีร่างของนางอยู่แล้ว เหลือเพียงอาภรณ์ที่นางสวมใส่ติดกายมาเท่านั้น”
สาวใช้นางนั้นชูชุดเดิมของหยวนชิงหลิงขึ้นให้พวกเขาดู ก่อนที่จะมีซองกระดาษร่วงหล่นลงมา ด้านหน้าซองกระดาษแผ่นนั้นเขียนชื่อของเซี่ยหวายอีเอาไว้ องครักษ์ผู้นั้นหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะเข้าใจในอะไรบางอย่าง
“รีบออกตามหานางเร็วเข้า ข้าคิดว่านางคงจะหนีไปได้ไม่ไกลนักหรอก หากให้ท่านอ๋องรู้ว่าพวกเราทำนางหายไป คงได้ถูกลงโทษกันหมดแน่”
เมื่อองครักษ์ผู้นั้นเอ่ยจบ ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันออกตามหาหยวนชิงหลิงภายในเมืองหลวงทุกซอกซอย แต่ก็ยังไร้เงาของนาง
“ข้าได้เขียนจดหมายฝากเอาไว้แล้วว่า อย่าได้โทษว่าเป็นความผิดขององครักษ์และสาวใช้เหล่านั้นเลย เป็นข้าที่ต้องการออกไปตามหาครอบครัวด้วยตนเอง หวังว่าเซี่ยหวายอีจะไม่ลงโทษพวกเขา ไม่อย่างนั้นข้าคงจะรู้สึกผิดที่ทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อน”
ร่างบางพึมพำเสียงเบาระหว่างที่หยุดพักม้าที่วัดร้างแห่งหนึ่ง ตรงทางแยกไปยังชายแดนเฉิงโจว
องครักษ์ที่จวนจิ้นอ๋องได้รีบควบม้าส่งสารไปยังจิ่งโจวเพื่อรายงานว่าหยวนชิงหลิงหนีออกไปจากแคว้นเซี่ยแล้ว ต่อมาเมื่อเซี่ยหวายอีได้อ่านจดหมายในมือ เขาก็คิดว่านางน่าจะเดินทางไปยังเฉิงโจวเพื่อออกตามหาครอบครัว
หนึ่งเดือนต่อมา ที่ชายแดนเมืองเฉิงโจวแห่งแคว้นฉิน หน้าด่านถูกปิดเอาไว้มีทหารหลายนายเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา ไม่มีผู้ใดเข้าไปได้และไม่มีผู้ใดสามารถออกมาได้เช่นกัน หยวนชิงหลิงแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ มาสองสามวันแล้ว นางรอจังหวะจนกระทั่งท้องฟ้ามืดลงและทหารที่เฝ้าอยู่ถูกสับเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ช่วงเวลานั้นจะไม่มีผู้ใดเฝ้าหน้าทางเข้าชั่วคราว
“เจ้าเป็นอิสระแล้ว รีบหนีเข้าป่าไปซะ อย่ามาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ เพราะเจ้าจะถูกมนุษย์จับตัวมาขายอีก”
หยวนชิงหลิงตบไปที่สะโพกของมันสองที เพื่อกระตุ้นให้มันออกวิ่ง เมื่อเห็นว่าม้าตัวนั้นวิ่งหายเข้าไปในป่าแล้ว ร่างบางในชุดเด็กหนุ่มก็รีบทะยานเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วโดยไม่มีผู้ใดทันสังเกต ถึงแม้วิชาการต่อสู้ของนางอาจจะไม่เก่งกาจนัก แต่เรื่องหนีนั้นนางคิดว่านางมั่นใจมาก
ภายในเมืองเฉิงโจว ช่วงเวลาที่ดวงตะวันพึ่งจะลาลับขอบฟ้าไปได้เพียงไม่นาน ภายในเมืองกลับมีร้านอาหารข้างทางเล็กๆ เปิดอยู่แค่เพียงร้านเดียว ดูท่าว่าที่นี่เองก็ได้รับผลกระทบเพราะสงครามที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ก่อขึ้นไม่น้อย
ตามถนนหนทาง ไม่ค่อยมีผู้คนออกมาเดินข้างนอกเลยทั้งที่ยังเป็นแค่ช่วงหัวค่ำ ร่างบางนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ก่อนจะตะโกนสั่งบะหมี่เสียงแหบแหลมเพราะนางจำต้องดัดให้เสียงเหมือนบุรุษ เถ้าแก่วัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีที่ขายบะหมี่อยู่กับภรรยา รีบกุลีกุจอมาทำบะหมี่ให้นาง
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







