แชร์

บทที่ 3 ใครกันแน่ปีศาจ 1/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-15 10:28:19

ซุนหนี่ว์สาวใช้อ้วนตัวร้ายกำลังลากมู่อันหลิงไปที่ลานหน้าบ้านด้วยความเร่งรีบและไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธและต้องการ ที่จะกำจัดคุณชายเย่อหยิ่งอวดนี้คนนี้ออกไปจากจวนตระกูลมู่ ทันใดนั้นเองเสียงลมพัดแรงบวกกับเสียงที่คุ้นเคยทำให้นางหันไปมองข้างหลัง

          เมื่อสายตาประสบกับภาพที่ไม่คาดฝัน ‘คุณหนูใหญ่มู่!’

ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของนางเบิกกว้าง มืออวบอ้วนที่จับแขนมู่อันหลิงสั่นระริก ใบหน้าที่เคยดุดันกลับซีดเผือดในที ปากของนางอ้าค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

          “ผีหลอกกลางวันหรือ!” เสียงพึมพำของนางไม่ทำให้คนที่เดินเข้ามาหยุดนิ่ง เบื้องหลังสตรีวัยสิบสองหนาวนั้นยังมีฮั่วซือซือกับเจ้าเด็กตัวร้ายที่ชนนางก้นจ้ำเบ้า

          มู่อันเฟิงยืนอยู่ในความสงบ ผิวพรรณของนางที่เคยซีดเซียวดังคนตายกลับมาเปล่งประกายเหมือนเดิม ดวงตาคมจ้องมองซุนหนี่ว์ด้วยสายตาที่เยือกเย็น ราวกับว่านางกลับมาจากความตายเพื่อตัดสินความผิดของซุนหนี่ว์

          “เป็นไปได้อย่างไรที่คนตายแล้วจะฟื้น” สาวใช้อวดดี

ตัวแข็งทื่อ หัวใจของนางเต้นแรงสับสน พยายามพูดออกมาอีกสักสองคำ แต่เสียงกลับกลืนลงคอพร้อมขาที่กำลังสั่น ความกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนครอบงำจิตใจทำให้นางเกือบสิ้นสติ  จากนั้นร่างของนางถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ดวงตาของนางยังคงจ้องมองคุณหนูใหญ่มู่ด้วยความตระหนกตกใจ

          “ไม่...ข้าไม่เชื่อ” นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองตาฝาด ราวกับว่าความจริงตรงหน้าเป็นภาพหลอนจนไม่อาจจะทำใจยอมรับได้

          เหล่าบ่าวชายคนอื่น ๆ เองก็ตกใจเช่นเดียวกัน พลันปล่อยคุณชายรอง ทำให้คุณชายรองวิ่งไปหาคุณหนูใหญ่ทันที

          “พี่ใหญ่ท่านฟื้นแล้ว” น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลทันที ตอนแรกคิดแค่ตายไปพบกับท่านแม่และพี่ใหญ่ก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกดีใจที่ตัวเองเข้มแข็งไม่ท้อแท้ไปเสียก่อน

          “ใช่พี่รอง พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว” มู่อันหลางจากที่เคยหวาดกลัว เมื่อพบพี่สาวทำให้เขาไม่กลัวใครอีกต่อไป เพราะคนเดียวที่ปกป้องเขาเสมอมาก็คือพี่ใหญ่

          “ใช่แล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ พี่ใหญ่มาช่วยเจ้าแล้ว” มู่อันเฟิงสงสารเจ้าตัวเล็กของนางจับใจ ดูสิใบหน้ามอมแมมจนแทบจำไม่ได้ ทั้งเจ้าอันหลางยังฟ้องว่าคนพวกนี้ให้น้องชายของนางอดข้าวอดน้ำ

          “นี่ซาลาเปาไส้หมูสับกับน้ำ เจ้ากับน้องสามกินให้อิ่ม

รอพี่ใหญ่จัดการเจ้าพวกคนรับใช้ชั่วพวกนี้ก่อน”

          “พะ...พี่ใหญ่...ฮึก” เจ้าเด็กน้อยสองคนไม่อยากห่างจากพี่สาว ทั้งสองกอดขาเอาไว้แน่นราวกับว่าพี่ใหญ่ของพวกเขาจะหนีจากไปอีก หากพวกเขาละสายตา

          มู่อันเฟิงยิ้มอย่างใจดี นางนั่งยองลงข้าง ๆ น้องชายฝาแฝดทั้งสองใช้มือลูบหัวเบา ๆ พลางปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มนวล

“ไม่เป็นไรแล้วอันหลิง อันหลาง พี่สาวเจ้าอยู่ตรงนี้แล้ว” นางยื่นซาลาเปาอุ่น ๆ ที่เพิ่งเอาออกมาจากห้วงมิติเมื่อครู่

          “กินซะ เจ้าคงหิวแล้ว จะได้มีแรงมาต่อสู้กับเจ้าคนพวกนี้”

          ทั้งสองรับซาลาเปาด้วยมือเล็กป้อม แม้ใบหน้ายังเปื้อนด้วยน้ำตา แต่แววตาก็สื่อถึงความขอบคุณและสบายใจที่พี่สาวอยู่ใกล้ ๆ  

          มู่อันเฟิงยืนขึ้นช้า ๆ หันหน้าไปหาซุนหนี่ว์ที่ยังคงนั่งตกตะลึงอยู่กับพื้น ดวงตาของนางแข็งเข้มกลิ่นอายของแรงอาฆาตเต็มเปี่ยม จนคนที่ถูกมองส่งให้เกิดความกระเสือกกระสน สาวใช้อ้วนตัวร้ายพยายามจะลุกขึ้น แต่ทว่าจากการที่ล้มเมื่อครู่ทำให้นางอ่อนแรงจนทรงตัวไม่ได้ จึงถัดก้นกับพื้นหินไปเรื่อย จนเสื้อผ้าของนางเริ่มขาดวิ่นที่ก้น ทำให้เนื้อกระทบกับพื้นหินเย็นจนนางสะดุ้ง

          “เจ้าคิดจะทำอะไรน้องชายข้า”

          “คะ...คุณหนูใหญ่ คะ...คือ...คือว่าฮูหยินใหญ่...สะ...สั่ง

เจ้าค่ะ” เมื่อจวนตัวสตรีตาขาวอย่างซุนหนี่ว์ก็โบ้ยให้ผู้เป็นนายทันที

          “พวกเจ้าคิดว่าเป็นใคร ถึงจะขายน้องชายข้า?” อันเฟิงถามเสียงเข้ม “คิดว่ารอดไปได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ นางบ่าวแก่ช่างยุ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ ด้วยความตั้งใจปกป้องครอบครัวที่เหลืออยู่ทั้งสองคนเปล่งออกมา

          “ไม่...ไม่ใช่ข้า...คำสั่งฮูหยิน” นางพูดตะกุกตะกัก พยายามหาคำอธิบาย แต่ดวงตาของมู่อันเฟิงไม่เหลือความปรานีใด ๆ นางเข้ามาใกล้อีกก้าวจนสาวใช้รู้สึกว่าต้องหนีไปตอนนี้ ไม่เช่นนั้นนางอาจจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า แต่ทว่าฝ่าเท้าของคุณหนูใหญ่ก็ถีบเข้ามากลางอก

          ปั่ก!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 50 มีความสุขเสียที (จบ) 2/2

    “ข้าจะคอยดูว่าเจ้าตอนจีบภรรยาจะขนาดไหน” “ไม่ต้องคอยดูหรอกขอรับ” อันหลางลุกขึ้นเตรียมวิ่งแล้วเมื่อผู้เฒ่าหลัวเดินมาใกล้ “ทำไมเจ้าจะถือพรหมจรรย์รึ...เช่นนั้นไปบวชดีหรือไม่เล่า เป็นเจ้าอารามอันหลางก็ดูดีนะ” “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกขอรับ ข้ากลัวอย่างเดียวเท่านั้น” อันหลางพูดให้อยากรู้แล้วก็สะกิดใจผู้เฒ่าจริง ๆ “กลัวอะไรของเจ้า” “กลัวท่านอยู่ไม่ถึงต่างหาก” พูดจบก็วิ่งจู้ดออกจากร้านน้ำชาอันเฟิงทันที “เจ้า...อันหลาง กลับมาเดี๋ยวนี้นะ กลับมา” แล้วหนึ่งผู้เฒ่าหนึ่งเด็กอ้วนก็วิ่งไล่เตะกันไป ดูแล้วเป็นภาพที่สร้างรอยยิ้มให้ไม่น้อยเลยทีเดียว “อันเฟิงสองคนนี้เป็นเช่นนี้บ่อยรึ” “เพคะ น้องชายข้าก็หยอกผู้เฒ่าหลัวทุกวันนั่นล่ะ เขาบอกว่าให้ท่านผู้เฒ่าออกกำลังกายเสียบ้าง ร่างกายจะได้แข็งแรง ที่จริงเขาก็ห่วงผู้เฒ่าหลัวนั่นล่ะ ชอบหาเรื่องชวนทะเลาะแต่วันไหนผู้เฒ่าไม่มาร้านมักจะหาเรื่องเอาอาหารไปส่งถึงบ้าน เรียกได้ว่าความสัมพันธ์ตาหลานของเขาไม่ธรรดาเลยทีเดียว” อู่อ๋องชักอิจฉาเมืองหลวงที่มีเจ้าเด็กพวกนี้เสียแล้วสิ

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 50 มีความสุขเสียที (จบ) 1/2

    อันเฟิงไม่สนใจบิดาอีกจนได้ยินว่ามู่เสวียนออกจากเมืองหลวงไปเป็นนายอำเภออยู่ต้านโจวถาวรกับบุตรชายคนเล็กที่แม้แต่ชื่อนางก็ไม่อยากรู้ว่าเป็นผู้ใด ทุกวันผ่านไปอย่างราบรื่น แม้แต่พี่จูจื้อเยว่จะส่งจดหมายมาชวนไปเที่ยวแดนใต้ทุกเดือน แต่พวกนางก็ยังไม่คิดลงไปที่นั่นเพราะมีประสบการณ์ที่ไปยังไม่ทันพายลมเสร็จก็ต้องรีบกลับขึ้นมาเมืองหลวง ทั้งทุกนาทีเต็มไปด้วยความบีบคั้นชีวิตของบิดามารดาซูเฮ่ออีกด้วย แต่นั่นทำให้ชาวเหอหนานที่แอบทิ้งงานมาเป็นแขกอยู่เมืองหลวงบ่อย ๆ โดยเฉพาะอู่อ๋องที่ดูจะหลงใหลการสนทนากับอันหลางเป็นพิเศษ ในโรงน้ำชาที่ติดกับร้านนวดเทวดามีสองบุรุษหนุ่มวัยกลางคนหนึ่งแล้วก็วัยยี่สิบกว่าปีหนึ่งคน ที่มานั่งเดินหมากดื่มน้ำชากินขนมที่ร้านปักหลักตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดเพราะเป็นลูกค้าพิเศษ จนกระทั่งร้านปิดแล้วก็ยังไม่ไป พร้อมกับน้องชายตัวอ้วนนั่งฟังพี่จูจื้อเยว่เล่าเรื่องแปลก ๆ ของแดนใต้ให้ฟังอย่างออกรส “พี่จื้อเยว่ท่านมีเรื่องอะไรที่เด็ดกว่าผู้เฒ่าหลัวกับหอร้อยบุปผาอีกรึ?” อันหลางตาโตทันที เขาพูดพร้อมกับหยิบเม็ดแตงขึ้นแทะตั้งใจฟังอย่างดี “มีสิ...สาวงามล่มเม

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 49 ครอบครัวพร้อมหน้า 2/2

    “ไปเล่นกับเพื่อน ๆ เถอะ” “ข้าเล่นจนเบื่อแล้ว อยากอยู่กับท่านแม่” ซูเฮ่อยืนยันคำเดิม สหายจะเล่นเมื่อไหร่ก็ได้แต่มารดาต้องดูแลจะห่างไม่ได้ “แม่ไม่เป็นไรแล้ว แค่เห็นเจ้ามีความสุขก็ดีแล้ว” เฉินถิงถิง อยากยกมือกอดเจ้าตัวแสบเหลือเกิน แต่ทว่าตอนนี้นางต้องห้ามขยับร่างกายสุ่มสี่สุ่มห้า หากท่านหมอเทวดาไม่อนุญาต เมื่อคุยกับลูกชายได้สักครู่ หวังลี่ที่ตอนนี้ถูกรับเข้าวังแต่งตั้งเป็นเสียนเฟยเดินเข้ามาหาแม่ลูกที่เพิ่งพบหน้า เฉินถิงถิงรู้จากคำบอกเล่าของสหายเพื่อนรักของอาเฮ่อแล้วว่าหวังเสียนเฟยดูแลลูกชายตนเองมา “ของคุณเสียนเฟยมากเพคะที่ดูแลลูกชายหม่อมฉันอย่างดี” หวังลี่พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะส่วนใหญ่บุตรชายจะเป็นคนดูแลนางเสียมากกว่า “ต้องขอบคุณบุตรชายท่าน ก่อนหน้านี้ข้าป่วยแทบจะไร้ทางรักษา ดีที่ได้เขาช่วยดูแลข้ามาตลอด เขาเป็นเด็กดีมาก ไม่ดื้อไม่ซนทั้งยังเฉลียวฉลาดอีกด้วย” ซูเฮ่อเห็นว่ามารดาบุญธรรมชมเขาก็ยิ้มเขินอาย เขาก็อยากตอบแทนทุกคนที่ช่วยเขานี่นา “ซูเฮ่อ...ซูเฮ่อ...พี่ใหญ่จะยกกิจการบะหมี่แซ่เจิงให้เจ้าล่ะ เจ้าจะเอาหรือไม่” ที่จริ

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 49 ครอบครัวพร้อมหน้า 1/2

    เริ่นอี้หร่านเข้ามายังท้องพระโรง นางจะนั่งรอให้เหล่าขุนนางมาก้มลงคุกเข่าให้นาง เพราะทั้งชีวิตนางคุกเข่ามาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไทเฮาหรือฮ่องเต้ นางประพฤติตัวอย่างดีแต่พวกเขากลับไม่เห็นคุณค่าของนาง เช่นนั้นนางก็จะให้พวกเขาคุกเข่าให้นางก่อนตาย ร่างระหงเดินมาในชุดสีแดงทอดยาวที่ตัดเอาไว้ใส่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นางเดินขึ้นไปบนบัลลังก์จากนั้นนางมองด้วยรอยยิ้ม ไม่นานจากนี้บิดาก็จะพาเหล่าขุนนางที่ร่วมการเปลี่ยนแปลงมาที่นี่ “ยังไม่มาอีกหรือ...ไม่เป็นไร เจิงซุ่นซีไม่ใช่พลับนิ่ม จัดการเขาไม่ง่ายนัก” เริ่นอี้หร่านยังคงนั่งรออย่างใจเย็น โดยไม่รู้หลังม่านด้านหลังนั้นเหล่าขุนนางทั้งหมดถูกจับไปเรียบร้อยแล้วพร้อมอุดปากไม่ให้พูด ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ เจิงซุ่นซีเดินมายังเบื้องหน้าของนางพร้อมยิ้มให้หนึ่งสาย แต่ว่านี่จะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่เขาจะมีให้นาง ‘สตรีชั่วช้า!’ “ฝ่าบาทมาแล้วหรือ” เริ่นอี้หร่านยังคงคิดว่าตัวเองเป็นต่ออยู่ เพราะว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงดังนั้นนางจึงควบคุมสถานการณ์ได้ “รอข้านานหรือไม่เล่า” เจิงซุ่นซีถามก่อนจะเอ่ยต่อ “เป

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 48 ตลบหลัง 2/2

    เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จากมืดสนิทสู่เริ่มสว่างรำไร ไม่มีใครที่อยู่หน้าห้องจะเลิกรอสักคน จนกระทั่งผู้เฒ่าหลัวเดินออกมาอย่างหมดแรง ส่วนอันเฟิงและหวังลี่นั่งกอดกันหลับในห้องผ่าตัด “เมียข้าเป็นอย่างไรบ้าง เป็นอย่างไรบ้าง”ซูอ๋องถามย้ำ “ข้ารักษานางสำเร็จแล้ว แต่นางสลบไปเพราะทดพิษบาดแผลไม่ไหว นางไม่ร้องสักแอะ แต่ข้ารู้ว่านางอดทนมาก ข้าได้โสมพันปีมาอีกสองหัวจากเจ้าหนูอันเฟิง จะทำยาบำรุงให้นาง ระหว่างนี้ข้าต้องฝังเข็มกระตุ้นให้นางทุกวันจนกว่านางจะรู้สึก ที่เหลือพวกเจ้าอยากทำอะไรก็ไปทำเถอะ” ผู้เฒ่าหลัวพูดสิ่งควรพูดเสร็จก็ล้มลงไปนอนตรงแคร่หน้าห้อง เขาใช้พลังไปมากมายนักจนไม่เหลือแรงแล้ว เจิงซุ่นซีให้นางกำลังที่ติดตามมาแต่เป็นหญิงชาวบ้านจัดการไปต้มน้ำให้ทุกคนได้แช่ เพราะทั้งสามคนนั้นใช้พลังอย่างมาก หวังเฮ่อตื่นขึ้นเห็นสหายทั้งสองคนแล้วเขาก็รีบปลุกทันที จากนั้นถามอย่างรวดเร็ว “บิดาข้าเล่า เจ้าเห็นบิดาข้ารึไม่” หวังเฮ่อเขย่าอันหลาง “เห็นสิ เห็นทั้งบิดาและมารดาเจ้าเลยล่ะ แต่ข้าง่วงเจ้าวิ่งออกไปดูเองเถอะ” ได้ยินเช่นนั้นหวังเฮ่อไม่รอช้าร

  • ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา   บทที่ 48 ตลบหลัง 1/2

    สามพี่น้องที่เปลี่ยนแซ่มาเป็นแซ่เจิงแต่งชุดดำวิ่งตามกลุ่มที่เข้าไปตรวจสอบตระกูลเจิง มองเหลียวซ้ายแลขวาไม่มีใครเห็น ทั้งสามคนจึงหยิบระเบิดควันกันคนละลูกโยนเข้าไปกลางเรือน ฟิ้วววว!!! ระเบิดควันไม่มีไฟ แต่ทว่ามีควันจนแสบตา แล้วหน้าที่เบี่ยงแบนความสนใจสามพี่น้องก็สำเร็จ “ไฟไหม้...ดับไฟเร็วเข้า ไฟไหมเรือนใหญ่แล้ว เร็วเข้า” เหล่าคนเฝ้ายามแตกตื่น จากนั้นได้ยินเสียงคนตักน้ำในสระขึ้นมาจากนั้นวิ่งไปดับไฟ เพราะควันมากจึงมองไม่เห็นว่าต้นเพลิงจากตรงไหน เหล่าเจ้านายทั้งหลายรีบตื่นวิ่งออกไปหลบที่ปลอดภัย แต่กระนั้นก็ยังทำให้ควันเข้าปอดจนไออกมาหน้าเขียวหน้าเหลือง ในคุกใต้ดิน เจิงซุ่นซี วั่งจั๋วเฉิน ล่ายหมิงเฉิน และซูซ่างเสียงวิ่งเข้าไป จากนั้นเมื่อเห็นว่าเฉินถิงถิงโดนตรึงด้วยโซ่ไม่สามารถขยับไปที่ใดได้ จึงจัดการใช้ดาบที่คมราวกรีดนภาได้ฟันฉับเดียวสี่มุม พร้อมกันจากนั้นโซ่ตรวจก็ร่วงลง เฉินถิงถิงรู้สึกตัวและมองไปท่ามกลางความมืด เพราะตอนกลางวันสาวใช้นางหนึ่งให้นางกินยา พร้อมบอกว่าสามีของนางจะมาช่วยคืนนี้ขอให้อดทน “ซูซ่างเสียงท่านรึ” เสีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status