แชร์

ตอนที่ 32 ช่วยเหลือป้าผาง

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 12:25:13

            ตอนที่ 32 ช่วยเหลือป้าผาง

            เป็นอีกครั้งที่จู้หยานยื่นมือเข้าช่วยเหลือหลินจิงซู เพราะหากจู้หยานไม่เอ่ยปากขอร้องด้วยตนเองเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางที่หลินจิงซูจะเจรจากับคนอย่างศาสตราจารย์หวังได้ราบรื่นเพียงนี้แน่

            ถูกนักวิชาการพูดจาประชดประชันเหน็บแนมใส่ไม่ยั้งเช่นนี้ นับตั้งแต่ที่หลินชิงอี้ก้าวออกจากบ้านศาสตราจารย์หวังมา สีหน้าท่าทางของเขาก็ดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย มีแต่ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอัดแน่นอยู่ทั่วร่าง หน้าตาของเขาเวลานี้ไม่ต่างจากมะเขือม่วง และแน่นอนว่าทันทีที่กลับถึงบ้าน เขาก็จัดการด่ากราดตั้งแต่อู๋ซิ่วเหลียน ย่าอู๋ไปจนถึงหลินเสวี่ยเรียงตัวเลยทีเดียว

            ส่วนทางด้านหลินจิงซูนั้น เธอย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายช่วยเหลือโดยไร้สิ่งตอบแทนอย่างแน่นอน เธอได้ขอให้ติงเสวี่ยเหม่ยช่วยปรุงอาหารอร่อยๆ จัดทำเป็นมื้อพิเศษเพื่อนำไปส่งให้บ้านตระกูลหวัง

            ขากลับจากบ้านตระกูลหวัง หลินจิงซูจะต้องเดินผ่านทางเดินแคบๆหน้าบ้านตระกูลหลิน และบังเอิญได้เหลือบไปเห็นหลินชิงอี้กำลังเลื่อยไม้อยู่ที่สนามหน้าบ้าน เหงื่อไคลไหลท่วมตัวจนถึงกับต้องถอดเสื้อออกปล่อยร่างท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นราวกับนักเพาะกายที่ลงน้ำมันบนร่างไว้ บริเวณหน้าท้องและแผ่นอกทั้งแน่นทั้งแข็งแกร่ง เคียงข้างกายของเขาปรากฏร่างของอู๋ซิ่วเหลียนที่กำลังยืนถือผ้าขนหนูคอยซับเหงื่อตามเรือนร่างให้ด้วยความพิศมัยหลงใหล และคอยหันไปรินน้ำชายกให้อีกฝ่ายจิบดื่มเป็นครั้งคราว ชั่วขณะที่สายตาของคนทั้งสองสบผสานกัน เผยให้เห็นถึงความลุ่มหลงระคนเร่าร้อนที่ไม่อาจบรรยายได้ปรากฏออกมา

            หลินจิงซูถึงกับกัดฟันกรอด นัยน์ตาคู่สวยเย็นยะเยือกประหนึ่งน้ำแข็ง

            ผู้ชายทุกคนล้วนชอบอะไรเช่นนี้ ตรงกันข้าม ผู้หญิงดีๆกลับไม่ชอบพฤติกรรมเล่นหูเล่นตาทำนองนี้แบบที่อู๋ซิ่วเหลียนกำลังทำอยู่

            เมื่อครั้งที่เธอทำงานอยู่ในโรงงานอาหารกระป๋องแมว หลินจิงซูได้พบเห็นพฤติกรรมเช่นนี้จนชินตา และตระหนักดีว่า สิ่งที่ผู้ชายรักจริงๆคือตัวเอง เมื่อเริ่มเบื่อหน่ายหญิงหนึ่ง ก็เกี้ยวพาราสีหญิงอื่นต่อ สร้างความสัมพันธ์ลับๆขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์เดิมกับคนปัจจุบัน ยิ่งต้องใช้ความท้าทายมากเท่าไหร่ กลิ่นของมันก็ยิ่งหอมหวนน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ทว่า ผู้ชายเหล่านี้กลับไม่เคยคำนึงแม้เพียงนิดว่า จะมีใครบ้างที่ต้องเดือดร้อนกับการกระทำที่เห็นแก่ตัวของตนเอง?

            ในกรณีของหลินชิงอี้ เขาทำให้ลูกสาวแท้ๆของตัวเองต้องหมดอนาคต ส่วนภรรยาก็ฆ่าตัวตายหนีจากโลกนี้ไป…

            เวลานี้ ยิ่งได้เห็นภาพฉากตรงหน้าตอกย้ำ หลินจิงซูก็ยิ่งรู้สึกว่า จะต้องจริงจังกับเรื่องการหย่าร้างระหว่างแม่ของเธอกับหลินชิงอี้ให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว  

            แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ติงเสวี่ยเหม่ยไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการฟ้องหย่า หรือต่อให้มีก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะกล้าฟ้องหย่าสามีจริงหรือไม่? ผู้หญิงที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ล้วนมีชุดความคิดที่ว่า การที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่านั้น นับเป็นเรื่องอัปยศและน่าอับอายยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างแม่ของเธอด้วย ดูเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่

            แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ในกรณีที่การฟ้องหย่านั้นไม่มีหลักฐานเอาผิดฝ่ายชายได้มากพอ เรื่องการขอแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาก็จะยิ่งเป็นไปได้ยากมากขึ้นด้วย นั่นเพราะทรัพย์สินมีค่าส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในกำมือของย่าอู๋ กระทั่งชุดเครื่องไม้ตกแต่งภายในบ้านทั้งหมดที่เคยเป็นของติงเสวี่ยเหม่ยแต่เดิม เมื่อย้ายเข้าบ้านตระกูลหลิน สิ่งของเหล่านี้กลับถูกขนย้ายไปไว้ที่ห้องของย่าอู๋ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว นี่เท่ากับว่าสิ่งของเหล่านั้นได้กลายไปเป็นสินทรัพย์ของอีกฝ่ายโดยสมบูรณ์ จะถามหาหลักฐานความเป็นเจ้าของเดิมก็ไม่มี

            พูดง่ายๆก็คือ แม้จะสามารถทำการหย่าร้างได้สำเร็จ แต่ก็ทำได้เพียงเปลี่ยนสถานะของตนเองเท่านั้น ท้ายที่สุด ผู้ที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็คือติงเสวี่ยเหม่ย

            เธอไม่มีวันปล่อยให้หลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียนได้เสวยสุขในบั้นปลายแน่ เพราะทั้งสองคนต่างข่มเหงรังแกแม่ของเธอมาอย่างมากมายสารพัด!

            หลินจิงซูระดมสมองใช้ความคิดอย่างหนักตลอดทางกลับบ้าน แต่จู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังผ่านหูเข้ามา

            “ฮืออ…ฉันไม่ไหวแล้ว! ฮืออ…ฮือออ…เงินของฉัน! เงินของฉันไม่เหลือแล้ว! ต่อจากนี้ ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง ฉัน…ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว…”

            นั่นมันเสียงของป้าผางไม่ใช่เหรอ?

            หลินจิงซูเดินตามเสียงร้องไห้นั่นไปจนกระทั่งเห็นป้าผางกำลังนั่งชันเข่าร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ขั้นบันได โดยปกติเธอไม่ใช่พวกที่มีนิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อบ้านขี้นินทา ‘มือวางอันดับหนึ่ง’ ประจำหมู่บ้านเลยทีเดียว เธอคนนี้มีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนขาวให้เป็นดำ หรือเปลี่ยนดำให้เป็นขาวได้ด้วยปากของเธอเพียงอย่างเดียว!

            ในอนาคต หากติงเสวี่ยเหม่ยและหลินชิงอี้หย่าร้างกันจริงๆ ผู้หญิงที่มีกรอบความคิดและทัศนคติโบราณอย่างติงเสวี่ยเหม่ย ย่อมไม่สามารถทานทนต่อฝีปากของป้าผางได้อย่างแน่นอน

            ต่อให้จะมีเหตุผลในการหย่าร้างที่ฟังดูดีสักเท่าใด หรือสามีที่ทนอยู่ด้วยกันมาจะเลวทรามต่ำช้าเพียงใด แต่เมื่อใดที่เรื่องเล่านั้นผ่านริมฝีปากของคนที่ราวกับนรกส่งมาเกิดเหล่านี้แล้วล่ะก็ จะกลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสุดซึ้งทุกครั้งไป

            ยุคสมัยนี้ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึง ข้อมูลทุกอย่างล้วนมาจากการพูดปากต่อปากทั้งนั้น หากใครเผลอทำให้บุคคลผู้ทรงอำนาจด้านข่าวสารอย่างป้าผางไม่พอใจขึ้นมาแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่า ชีวิตของคนๆนั้นคงต้องพังพินาศอย่างไม่ต้องสงสัย

            เช่นนี้แล้ว… ทำไมถึงไม่ลองสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเธอแทนล่ะ?

            คิดได้เช่นนั้น หลินจิงซูก็เดินปรี่เข้าไปทักทาย และสอบถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที

            “ป้าผางคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ? ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? ให้หนูพาไปโรงพยาบาลมั้ยคะ?”

            ป้าผางอารมณ์เปลี่ยนแทบจะในทันที เงยหน้าขึ้นมองหลินจิงซูด้วยแววตาประหลาดใจ ลืมที่จะร้องไห้ไปชั่วขณะหนึ่ง หวนนึกย้อนไปถึงสาวน้อยเย็นชาที่ชอบเก็บตัวเงียบในภาพความทรงจำของเธอ โดยปกติแล้ว สาวน้อยคนนี้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆเธอก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน สำหรับความรู้สึกประหลาดใจที่เกิดขึ้นนี้ ป้าผางเองก็ได้แอบเอาเรื่องนี้ไปซุบซิบกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆอยู่เหมือนกัน

            แต่ใครจะไปคาดคิดว่า จู่ๆก้อนน้ำแข็งน้อยคนนี้ กลับดูใจดีต่อเธออย่างมากในยามที่เธอกำลังลำบากเช่นนี้

            ป้าผางยกไม้ยกมือขึ้นเช็ดน้ำหูน้ำตาพร้อมสั่งน้ำมูกเสียงดัง เธอปาดน้ำตาเสียจนแป้งหนาทั่วใบหน้าติดมือเป็นแพออกมา และพูดขึ้นทั้งน้ำตาว่า

            “ถ้าป้าบอกหนูแล้ว…หนูจะไม่หัวเราะเยาะป้าใช่มั้ยจ๊ะ? เอ่อคือ…ป้าเพิ่งเสียเงินก้อนใหญ่ไป…มิหนำซ้ำยังเอาเครื่องประดับอย่างสร้อยทองไปจำนำจนหมดอีกด้วย นี่ถ้าสามีของป้ารู้…ป้าต้องตายแน่ๆ!”

              “คะ?!” หลินจิงซูรู้ดีอยู่เต็มอกว่า ป้าผางมีนิสัยชอบเล่นไพ่นกกระจอกเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่ยักรู้มาก่อนว่าจะเธอจะเป็นผีพนันมือหนักเล่นดุเดือดถึงเพียงนี้!

            “ป้าผาง ครั้งนี้ทุ่มเงินไปกับไพ่นกกระจอกหนักขนาดนี้เลยเหรอคะ? ถึงกับต้องเอาของมีค่าไปจำนำมาเล่นเลยเหรอคะเนี่ย?”

            “ครั้งนี้ป้าไม่ได้เล่นไพ่นกกระจอกหรอกจ้ะ เอ่อ…ป้าเล่นโป๊กเกอร์น่ะ… ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวป้าที่โลภมากเอง ตอนแรกป้าก็เล่นได้เงินมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว แต่พอได้มาแล้วก็อยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตาต่อไปป้าก็เลยทุ่มหมดหน้าตัก แล้วพอแพ้ก็หัวเสียอยากเอาคืนใจจะขาด ยิ่งเล่นต่อก็ยิ่งเสียหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่พอได้สติรู้ตัวอีกทีก็…หมดตัวแล้วล่ะจ้ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวป้าตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status