Masuk190 2-2
ตอนที่ 379 แผนชั่วของจ้าวเสี่ยวย่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยบริบททางสังคมของคนในยุคนี้ที่ค่อนข้างล้าหลัง หลินจิงซูใช่ว่าจะไม่เข้าใจ เธอส่ายหัวเล็กน้อยและให้คำตอบกับทุกคนเพียงว่า
“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วทุกคน ฉันก็แค่ลูกจ้างในโรงแรมคนหนึ่งเท่านั่นล่ะ”
เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่มีใครเชื่อคำพูดของหลินจิงซูเลยสักคน และหลายคนถึงกับเข้าใจผิดกันไปใหญ่ว่า หลินจิงซูเป็นมหาเศรษฐีติดดินที่มีนิสัยเป็นกันเองไม่ถือตัว ด้วยเหตุนี้ จึงได้เจตนาปกปิดภูมิหลังที่แท้จริงของตนเอาไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกประทับใจในตัวเธอมากเข้าไปใหญ่
“โถ่ประธาน เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกครับ! เห็นว่าระยะนี้ตัวติดกับลูกพี่ฮ่าวชิง นี่คงไม่ใช่ว่าครอบครัวจับคู่ให้ใช่มั้ยครับเนี่ย? เหมือนในนิยายยังไงล่ะ ที่คนตระกูลร่ำรวยด้วยกันมักจะชอบจับคู่แต่งงานกันเอง?”
หนึ่งในนั้นเป็นเพื่อนร่วมคณะที่ทราบถึงสายสัมพันธ์ความใกล้ชิดระหว่างหลินจิงซูกับหวู่ฮ่าวชิงในช่วงนี้ เมื่อมีหนึ่งคนเปิดฉาก หลายคนที่เหลือก็เริ่มโห่ร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้ด้วยความเขินอาย
“ประธานคะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว บอกความจริงมาเถอะ ตอนนี้แอบคบหากับฮ่าวชิงอยู่รึเปล่า?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! หวู่ฮ่าวชิงก็เป็นถึงตัวแทนประจำคณะ นับว่าเหมาะสมกับประธานที่สุดแล้วล่ะ!”
สำหรับข่าวลือที่เหล่านิสิตพากันตีโพยตีพายไปเองนั้น หลินจิงซูกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองอย่างสิ้นเชิง
แน่นอน สถานที่ซึ่งรวมคนไว้ร้อยพ่อพันแม่อย่างมหาวิทยาลัย บางคนนั้นค่อนข้างหัวหมอ ออกจะคิดไม่ซื่อ ต้องการอาศัยเส้นสายที่หลินจิงซูมีเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของตน
“ประธานครับ ผมได้ยินมาว่าโรงแรมอีกแห่งที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน กำลังรับสมัครพนักงานเพิ่มใช่มั้ยครับ? พอจะรับผมเข้าทำงานด้วยได้มั้ยครับเนี่ย?”
“จริงด้วย! ฉันเองก็อยากเข้าทำงานที่นั่นเหมือนกัน! ครอบครัวของฉันตอนนี้เดือดร้อนเรื่องเงินมากเลยล่ะ อยากจะหางานพิเศษทำนอกเวลาเรียน พอจะมีตำแหน่งไหนเปิดรับบ้างมั้ยคะประธาน?”
“ประธานของเราเป็นถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ แค่ดีดนิ้วก็สามารถรับพวกเราเข้าทำงานได้แล้วจริงมั้ยครับ?”
“…”
เผชิญหน้ากับการตั้งความหวังของทุกคนเช่นนี้ หลินจิงซูอดที่จะรู้สึกประหม่าไม่ได้
จริงอยู่ที่โรงแรมแห่งใหม่กำลังเปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มอีกหลายอัตรา
แต่ด้วยวุฒิภาวะและระดับการศึกษาของพวกเขาเหล่านี้ นับว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป
“ถ้าผลการเรียนในภาคเรียนนี้ของใครสามารถแซงหน้าฉันได้ล่ะก็ เดี๋ยวฉันจะรับเข้าสัมภาษณ์งานเลย”
ได้ฟังคำพูดประโยคนี้ของหลินจิงซูเข้าไป ทุกคนต่างพากันถอนหายใจด้วยความสิ้นหวังกันถ้วนหน้า เพราะคนที่คิดจะเอาชนะประธานของพวกเขาในเรื่องการเรียนได้นั้น เกรงว่าคงจะมีแต่นักศึกษาระดับเกียรตินิยมหัวกระทิเท่านั้น!
เวลาเดียวกันนั้น หวู่ฮ่าวชิงก็เดินตรงเข้ามาหาพอดี ภาพฉากระหว่างคนทั้งคู่ที่อยู่ใกล้ชิดกัน ต่างเรียกเสียงกรีดร้องด้วยความขวยเขินจากบรรดาเพื่อนฝูงรอบข้างอีกครั้ง แต่หารู้ไม่ว่า ด้านมุมหนึ่งที่คนทั้งสองไม่ทันสังเกตเห็นนั้น กลับมีใครบางคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน และกำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขาสองคนด้วยสายตาอาฆาตแค้นอย่างสุดหัวใจ!
วันนี้เป็นวันแรกที่หวู่ฮ่าวชิงต้องเข้าทำงานพิเศษที่โรงแรม ทั้งคู่จึงไปที่ที่นั่นพร้อมกัน
“สวัสดีตอนเย็นครับ! รองประธานหลิน!”
เมื่อเดินผ่านประตูโรงแรมเข้ามา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเฝ้ายามอยู่เบื้องหน้า ก็รีบลุกขึ้นยืนเรียงแถวทำวันทยหัตถ์ให้อย่างขยันขันแข็ง หลินจิงซูพยักหน้าทักทายตอบเล็กน้อยและเดินผ่านไปตามปกติ ตรงข้ามกับหวู่ฮ่านชิงที่เดินตามหลังมา เขาปั้นหน้าฉงนใจด้วยความสงสัยเป็นที่สุด
“รองประธาน? นี่เธอไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้นหรอกเหรอ?”
“ถูกต้อง ฉันคงนั่งกินเงินปันผลเฉยๆอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ”
หลินจิงซูเชื่อมั่นอย่างยิ่งยวดว่า ด้วยพลังและความสามารถของตน จะสามารถผลักดันให้ตัวเธอขึ้นกลายเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจใหญ่ของที่นี่ได้ในอนาคต แผนการต่อไปที่วางไว้ก็คือ ต้องการจะขยายเครือโรงแรมหลี่เจี่ยไปให้ทั่วประเทศจีนเป็นลำดับต่อไป เหตุนี้เอง จึงทำให้หลินจิงซูตัดสินใจลงสนามด้วยตัวเอง ดีกว่าจะนั่งแท่นบริหารไปวันๆโดยไม่ทำอะไรเหมือนคนอื่นๆ
“แล้วธุรกิจชานมไข่มุกล่ะ? ได้ยินว่าสาขาแรกที่อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยได้ขายไปแล้วใช่มั้ย? คุณลุงกับคุณป้าเองก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ประธาน?”
หวู่ฮ่าวชิงค่อนข้างเป็นกังวลอย่างมากกับสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นกับหลินจิงซู เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า หลินจิงซูได้ขายธุรกิจชานมไข่มุกสาขาแรกทิ้งไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะป้ายหน้าร้านที่ถูกเปลี่ยนใหม่ เขาก็คงจะยังไม่รู้เรื่องราวอะไร
โลกของเรามีหลากหลายวิธีในการสร้างรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินเฉยๆ
เงินค่าแฟรนไชส์ในส่วนนี้คงจะหากินกับมันไปได้อีกหลายปี และเมื่อเวลาอันควรมาถึงเมื่อไหร่ หลินจิงซูในตอนนั้นก็คงจะมีกำลังทรัพย์มากเพียงพอจะก้าวเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ได้
ทว่าในตอนนี้ หลินจิงซูยังไม่อาจปริปากบอกความจริงใดๆให้หวู่ฮ่าวชิงรับรู้ได้ เพราะภูมิหลังของผู้ชายคนนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งพอควร ใครจะรับรองได้ว่า วันดีคืนดีเขาจะไม่ลุกขึ้นมาตั้งตนเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเธอในอนาคต?
เวลานี้ เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้าไปในโรงแรมด้วยกัน ก็มีเพื่อนบางคนรีบแจ้งข่าวนี้ให้จ้าวเสี่ยวย่ารับรู้ทันที
จ้าวเสี่ยวย่าผู้ไม่รู้จักหลาบจำ กระทั่งถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่วายเลิกตามตื๊อหวู่ฮ่าวชิงเสียที เมื่อทราบว่า ชายที่เธอรักกำลังสนิทชิดเชื้ออยู่กับหลินจิงซูอีกครั้ง หัวใจของเธอก็ยิ่งปวดร้าว มีแต่ความอิจฉาริษยาอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด!
ตั้งแต่ที่รู้ข่าวว่า หลินจิงซูเป็นถึงผู้ถือหุ้นของโรงแรมแห่งนี้ด้วย จ้าวเสี่ยวย่าก็มีแผนชั่วที่สามารถทำให้ผู้หญิงคนนี้สิ้นเนื้อประดาตัวได้ภายในชั่วข้ามคืน และเธอก็ได้ตระเตรียมแผนเอาไว้แล้วเช่นกัน!
ภายใต้คำแนะนำอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของหลินจิงซู หวู่ฮ่าวชิงก็เริ่มได้ทักษะพื้นฐานของการเป็นบาร์เทนเดอร์บ้างแล้ว
ในระหว่างที่ให้เจ้าตัวกำลังทดลองผสมเครื่องดื่มตามที่หลินจิงซูบอกอยู่ ทันใดนั้น ก็มีกลุ่มวัยรุ่นเหลือขอจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาชูนิ้วสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลจำนวนกว่าร้อยแก้วในคราเดียว
เห็นอีกฝ่ายไร้ซึ่งมารยาทความเคารพต่อสถานที่ อีกทั้งยังทำตัวกร่างเหมือนตั้งใจจะมาสร้างปัญหาให้ หวู่ฮ่าวชิงก็เอาตัวเข้าขวางหน้าปกป้องหลินจิงซูทันที!
แต่ด้านหลินจิงซูกลับดูไม่ตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยิ้มรับพร้อมเอ่ยทักทายแขกเหรื่อว่า
“ขออภัยนะคะ รบกวนชำระเงินก่อนสั่งเครื่องดื่มด้วยค่ะ”
เห็นชัดเจนว่า คำพูดคำประโยคนี้ของหลินจิงซูได้สร้างความไม่พอใจให้กับวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างมาก
“อะไรกัน? นี่น้องสาว ทำธุรกิจเอาเปรียบลูกค้าแบบนี้ได้ยังไง?! ก็ต้องให้ดื่มก่อนสิถึงจะจ่ายเงิน! แล้วนี่มีสิทธิ์อะไรมาไถเงินจากลูกค้าก่อนแบบนี้ห๊ะ?!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







