เข้าสู่ระบบ224 1-2
ตอนที่ 425 เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขายอมแพ้
จู้หยานยื่นคำขาดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทันทีที่พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กลับกลายมาเป็นเช่นนี้ แม่บ้านที่ติดตามรับใช้จู้หยานตลอดเวลาที่อยู่อังกฤษ ก็รีบก้าวเท้าออกมาหยุดหญิงชราเอาไว้ ไม่ให้ทำเรื่องที่โง่เขลาไปมากกว่านี้
“พอเถอะค่ะนายหญิงเฒ่า ฉันเกรงว่ายิ่งทำแบบนี้ นายน้อยก็จะยิ่งเตลิด ไม่อยากกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษอีกนะคะ”
ภายในห้วงความคิดของหญิงชราเริ่มปั่นป่วนโกลาหลเกินควบคุม หากจู้หยานมั่นใจในความสามารถของตนเอง และมั่นใจในตัวผู้หญิงคนนั้นมากถึงเพียงนี้ เธอเองย่อมไม่มีทางเลือกอื่นเช่นกัน นอกจากต้องปล่อยให้เขาลองไปผจญกับความเจ็บปวดยากลำบาก และสุดท้ายต้องยอมคลานเข่ากลับมาเอง
ยิ่งไปกว่านั้น หญิงชราจำใจต้องยอมรับเรื่องหนึ่งว่า นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เด็กสาวตัวเล็กๆอย่างหลินจิงซูสามารถบีบเค้นให้เธอสิ้นไร้ไม้ตรอกได้ถึงเพียงนี้
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จู้หยานย่อมต้องกลับไปที่บ้านวิลล่าของหลินจิงซูเพื่อขอความช่วยเหลือจากเธอ
จังหวะที่จู้หยานเพิ่งมาถึงหน้าบ้านนั้น หลินจิงซูก็กำลังวิ่งเปิดประตูสวนออกมาพอดี ก่อนเจ้าตัวจะทันได้ปริปากอธิบายอะไรออกมา กลับเป็นเธอที่โพล่งยิงคำถามออกไปด้วยความวิตกกังวลก่อน
“กลับมาแล้วเหรอ?! เป็นยังไงบ้างล่ะ? ย่าของนายไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย? ความจริงทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าไม่ใช่เพราะคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของฉันถูกคนสวมรอย ป่านนี้นายกับฉันคงได้เรียนด้วยกันแล้วจริงมั้ย? คงไม่ต้องทนเหงาอยู่ต่างแดนคนเดียวแบบนั้น!”
ตัวเธอเองไม่รู้จะขอบคุณและขอโทษจู้หยานในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรดี หากไม่ได้เขาช่วยไว้ในครั้งนั้น เธอคงไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนในมหาวิทยาลัย และถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เขาคงไม่ต้องถูกบังคับให้ไปเรียนต่อต่างประเทศเช่นกัน
เห็นหลินจิงซูยืนรู้สึกผิดอยู่เช่นนั้น จู้หยานก็รีบส่ายหัวทันที
ในมุมมองของเขานั้น ทุกสิ่งที่ทำเพื่อหลินจิงซูคนนี้ มีหรือที่จะหวังสิ่งตอบแทน? โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น เธอไม่ได้มีความผิดอะไรด้วยซ้ำ แต่กลับถูกความอยุติธรรมเข้าเล่นงาน ใครที่ไหนบ้างอยากจะให้เรื่องบ้าๆเช่นนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองเล่า?
“เลิกคิดมากได้แล้วจิงซู ลึกๆแล้วฉันเองก็อยากลองไปเรียนต่างประเทศดูสักครั้ง อีกอย่าง เธอก็เคยพูดเองไม่ใช่เหรอ? ต้องเป็นคนที่โชคดีขนาดไหนถึงได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่อังกฤษ? และจากที่ผมได้ไปสัมผัสมาก็เป็นความจริง สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของคนที่นั่นเจริญหูเจริญตากว่าที่จีนราวกับฟ้ากับเหว ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงแค่สั้นๆ แต่นั่นก็นับป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับผมเลยล่ะ”
“จนทำให้ผมแอบคิดว่า ถ้าที่จีนได้ครึ่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ อะไรหลายๆอย่างคงจะน่าอยู่กว่านี้มาก ยังไงซะอดีตก็คืออดีต ที่สำคัญกว่าคือปัจจุบันผมได้มายืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้วไม่ใช่เหรอ? จากนี้เป็นต้นไป ผมจะอยู่ที่นี่กับคุณ”
ต่อให้จู้หยานจะพยายามพูดแต่สิ่งดีๆเพื่อรักษาน้ำใจของเธอเพียงใด ทว่าหลินจิงซูก็ยังคงส่ายหน้าไปมาด้วยความเศร้าโศก
“หมายความว่ายังไง ที่บอกว่าต่อจากนี้จะอยู่ที่นี่กับฉัน? อย่าบอกนะว่า... นี่นายเปลี่ยนใจย่าได้แล้วเหรอ? ย่าของนายอนุญาตให้นายกลับมาเรียนต่อที่จีนจริงๆเหรอ? ที่ไหนล่ะ มหาวิทยาลัยปักกิ่งรึเปล่า?”
จู้หยานคลี่ยิ้มเล็กน้อย แม้หลายสิ่งหลายอย่างจะไม่ค่อยเป็นใจ แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับหลินจิงซูอีกครั้ง
ไม่มีใครรู้จักนิสัยของย่าดีไปกว่าตัวเขาอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เธอรอคอยคือภาพฉากที่หลานชายตัวเองคลานเข่ากลับไปพร้อมกับความล้มเหลว โขกศีรษะขอขมาต่อความผิดพลาดในอดีต และเธออาจจะทำทุกอย่างเพื่อให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง!
จากนี้ต่อไปในอนาคต ทั้งคู่อาจต้องเผชิญกับความลำบากอีกมากมายทีเดียว!
“จิงซู ผมพักการเรียนที่อังกฤษชั่วไว้คราวน่ะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะกลับมาร่วมมือกับคุณ พวกเราจะช่วยกันสร้างธุรกิจเหมือนที่เคยทำด้วยกันในอดีต และจะสรรสร้างให้มันประสบความสำเร็จ! ส่วนเรื่องเรียนที่อังกฤษไม่ต้องห่วง ผมอยากจะกลับไปเรียนต่อเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้…”
หลินจิงซูได้ยินเช่นนั้นย่อมต้องเกิดความปิติยินดีเป็นธรรมดา เพราะถึงอย่างไร จู้หยานก็เป็นทั้งผู้ช่วยและคู่หูที่เข้าขากันดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นทำธุรกิจหรือเรื่องการใช้ชีวิต ยังไงซะทั้งสองสิ่งนี้ก็จำเป็นต้องใช้ทั้งสมองและเงินทุน
“ฉันเองก็ต้องการแบบนั้นอยู่พอดี ด้วยเงินทุนตั้งต้นของเราตอนนี้ บวกกับเงินปันผลทุกเดือนจากทางโรงแรม พวกเราจะไล่ซื้อที่ดินทั้งหมดที่ทางรัฐบาลเล็งไว้สร้างเป็นเมืองเศรษฐกิจในอนาคต ถือไว้เป็นอสังหาริมทรัพย์ติดตัว รอเวลาอีกแค่สองปีเท่านั้น เราก็จะได้กำไรกลับมาอย่างมหาศาลเลยล่ะ!”
เมื่อได้ยินว่าต้องใช้เวลามากถึงสองปี จู้หยานถึงกับส่ายหน้าทันที
ตอนนี้ เขาจำเป็นต้องเร่งเครื่องให้เร็วและแรงที่สุด เพื่อสร้างผลงานความสำเร็จพิสูจน์ให้ย่าของเขาได้ประจักษ์ว่า ทั้งตัวเขาและหลินจิงซูมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆของตระกูลจู้! ดังนั้น แผนธุรกิจที่ควรดำเนินการตอนนี้จึงไม่ใช่การลงทุนระยะยาวจำพวกอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องเป็นอะไรที่สั้นกว่านั้นมาก
“ไม่ได้จิงซู ผมอาจจะอธิบายไม่ละเอียดเอง สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้ไม่ใช่แผนธุรกิจระยะยาวที่มีกำไรสูงขนาดนั้น แต่เป็นการลงทุนระยะสั้นที่เห็นผลได้เร็วกว่า!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







