เข้าสู่ระบบ223 2-2
ตอนที่ 424 เราขาดกัน!
เขาอุตส่าห์หมายมั่นตั้งใจไว้ว่า จะเก็บงำความลับนี้ไม่ให้หลินจิงซูล่วงรู้จนวันตาย
เพราะจู้หยานไม่อยากให้หลินจิงซูต้องมีชุดความคิดที่ว่า การที่ตัวเธอประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ได้นั้น ล้วนมาจากความช่วยเหลือของเขาทั้งสิ้น
“จิงซู ฟังผมก่อน อะไรหลายๆอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะ เหตุผลที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้คุณต้องมานั่งเครียดและเป็นกังวล”
ทุกน้ำเสียงคำพูดที่จู้หยานเอ่ยออกไป ล้วนแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของเขา
หลินจิงซูไม่เคยคิดฝันจริงๆว่า เหตุผลที่จู้หยานบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศนั้น ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำเพื่อเธอทั้งสิ้น
“พอ หยุดได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว! จากนี้ต่อไป เงินปันผลที่ฉันได้จากโรงแรม ฉันจะแบ่งให้นายตามอัตราส่วนผู้ถือหุ้นเดิมในธุรกิจชานมไข่มุก นายจะได้มีเงินทองติดตัวไว้ใช้บ้าง”
“ไม่ว่าจากนี้นายจะเลือกเรียนต่อที่ต่างประเทศหรือในประเทศ ยังไงฉันก็พร้อมจะสนับสนุนนายเสมอ”
เห็นว่าหลินจิงซูหายโกรธแล้ว เวลานั้น จู้หยานถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก รอยยิ้มที่สดใสผุดปรากฏผ่านใบหน้าของเขาอีกครั้ง พร้อมกับพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
แต่แล้วจู้หยานก็เริ่มคิดได้เรื่องหนึ่งว่า ในเมื่อตอนนี้ย่าของเขาได้มาประจันหน้ากับหลินจิงซูแล้ว นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้เธอจะยิ่งถูกย่าของเขาเพ่งเล็งมากขึ้น และอาจสาวไปถึงที่ซ่อนตัวของเขาได้เช่นกัน อีกไม่นานเกินรอ ย่าของเขาจะกลับมาอีกครั้งเพื่อสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของหลินจิงซูอย่างแน่นอน
คิดได้เช่นนั้น จู้หยานจึงเริ่มใคร่ครวญไตร่ตรองอย่างละเอียดอีกครั้ง และตัดสินใจว่า ตนคงต้องยอมกลับบ้านไปมอบตัวก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ เพราะที่สำคัญก็คือ ในเมื่อหลินจิงซูได้ล่วงรู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องหลบซ่อนตัวต่อไปอีก
ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษจะเปิดภาคเรียนใหม่ จู้หยานมั่นใจว่า ตนเองมีปัญญามากพอที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและแสดงให้ย่าของเขาเห็นว่า หลินจิงซูไม่ใช่ผู้หญิงชั่วร้ายอย่างที่ย่าคิด
หลงรับประทานมื้อเช้าเสร็จ จู้หยานจึงได้เอ่ยแสดงความคิดเห็น และยืนกรานที่จะกลับบ้านเพื่ออธิบายทุกอย่างให้ย่าของเขาฟังอีกครั้ง
หลินจิงซูเองก็ไม่ติดขัดอะไรเช่นกัน ยินดีให้จู้หยานเดินทางกลับบ้านที่เมืองหลวงได้ทันที
แต่เมื่อกลับไปเผชิญหน้ากับย่าที่หน้านิ่วคิ้วขมวดมาแต่ไกล สีหน้าของจู้หยานก็เริ่มขุ่นมัวอีกครั้ง
“คุณย่าครับ เรามาเปิดใจคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า ในสายตาของคุณย่าเห็นหลินจิงซูเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่? เธอเป็นเด็กเรียนเก่ง ถ้าไม่เชื่อก็ลองใช้อำนาจอิทธิพลที่คุณย่ามี หาข้อมูลของเธอมาพิสูจน์ก็ได้นี่ครับ แต่คุณย่ากลับไม่ทำ! สุดท้าย คุณย่าก็แค่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงใช่มั้ยครับ? ความจริงที่ว่า เธอทั้งเก่งและมีคุณสมบัติครบทุกอย่างจริงๆ ใช่มั้ยครับ?”
“เงินปันผลจากร้านชานมไข่มุกที่หลินจิงซูโอนให้ผมประจำทุกเดือน รวมไปถึงในส่วนของกำไรที่ได้จากการขายธุรกิจไป คุณย่าก็น่าจะเห็นแล้วไม่ใช่เหรอครับ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เกาะผู้ชายหากินแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับเป็นผมมากกว่าที่เกาะเธอกินไม่ใช่เหรอครับ?”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจู้หยานจะประเคนเหตุผลต่างๆนานาให้สักเพียงใด แต่หญิงชราผู้เกรี้ยวโกรธคนนี้ก็ไม่ยอมเปิดใจรับฟัง
เพียงสิ่งเดียวที่เธอปรารถนาก็คือ การส่งตัวหลานชายกลับประเทศอังกฤษโดยเร็วที่สุด และตัดขาดการติดต่อกับหลินจิงซูในทุกช่องทาง นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
เธอโยนตั๋วเครื่องบินใบหนึ่งลงตรงหน้าจู้หยานและสั่งการในทันที
“พอแล้ว ตอนนี้ฉันยังไม่อยากฟังคำอธิบายอะไรทั้งนั้น กลับไปอังกฤษและเลิกติดต่อกับเธอซะ แล้วฉันจะไม่ยุ่งกับชีวิตของผู้หญิงคนนั้นและครอบครัวของเธออีกเลย!”
“ถ้ายังเห็นฉันเป็นย่าของแกอยู่ ก็ได้โปรดทำตามคำขอของฉันสักครั้ง! ไม่อย่างนั้น…จากนี้ต่อไป แกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าย่าอีก!”
คำชี้ขาดจากผู้เป็นย่าดุจดั่งสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมา จู้หยานทำได้เพียงทอดถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เขาตั้งมั่นและตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า จากนี้ต่อไป ไม่ว่าจะดีหรือร้ายเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าร่วมกับหลินจิงซู ดังนั้น ต่อให้ผู้เป็นย่าจะออกคำสั่งห้ามอย่างไร เขาก็จะไม่มีวันลาจากแผ่นดินจีนไปไหนอีก
“ไม่ครับคุณย่า ผมตัดสินใจแล้วว่า ต่อจากนี้จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับหลินจิงซู ผมจะแสดงให้เห็นเองว่า ต่อให้ไม่คุณย่า ผมกับจิงซูก็สามารถประสบความสำเร็จได้! พวกเราจะทำให้ยิ่งใหญ่กว่าตระกูลจู้ของคุณย่าอีก!”
หญิงชราสูดไอเย็นดังฟึดฟัด ข่มกลั้นอารมณ์ความคลุ้มคลั่งไม่ให้ระเบิดออกมา
สถานะปัจจุบันของตระกูลจู้เป็นถึงมหาอำนาจแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าหลินจิงซูจะประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยสักแค่ไหน เธอก็ยังเป็นได้เพียงมดปลวกตัวเล็กๆตัวน้อยเท่านั้น
ต่อให้จะมีจู้หยานคอยช่วยเหลือสนับสนุนแล้วอย่างไรเล่า? จะมีปัญญามาต่อกรกับตระกูลจู้ของเธอได้อย่างนั้นหรือ?
“ดี! ดี! ดีจริงๆ! แต่ฉันจะให้แกลองกลับไปคิดทบทวนใหม่ อยากจะเปิดศึกกับตระกูลจู้ทั้งตระกูลเพื่อผู้หญิงคนเดียวนี่นะ? ไสหัวออกไปเมื่อไหร่ ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับเข้ามาง่ายๆ!”
เผชิญหน้าต่อแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้ จู้หยานยังคงพยักหน้าตอบอย่างเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความเกรงกลัว
“ผมตัดสินใจดีแล้วครับคุณย่า จากนี้ต่อไปพวกเราขาดกัน!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







