เข้าสู่ระบบ250 1-2
ตอนที่ 452 อยู่ชายคาเดียวกัน
เมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงที่บ้าน จางซีซีจึงได้พบว่า ไม่เพียงหญิงชราจะตระเตรียมของขวัญล้ำค่าไว้ให้ตนเท่านั้น แต่ยังเนรมิตห้องนอนโล่งๆที่เคยว่างเปล่าให้กลายเป็นห้องที่สวยงาม เพื่อให้เธอได้อยู่อาศัยหลังจากนี้
ส่วนจู้หยานก็ถูกย่าของเขาบีบบังคับให้ย้ายออกจากหอพัก มาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันนี้กับจางซีซี
มองปราดเดียวก็รู้ว่า วิธีการเหล่านี้ไม่ต่างจากการบีบให้เขาต้องใช้เวลาร่วมกับจางซีซีมากขึ้น เพื่อที่ทั้งคู่จะได้ล่วงรู้ถึงชีวิตประจำวันของกันและกันยิ่งขึ้น จะได้สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้า และนี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมย่าของเขาถึงได้ชวนมารับประทานอาหารด้วยกันในเย็นวันนี้
“คุณย่า อย่าทำให้ผมต้องหมดศรัทธาในตัวคุณย่าไปมากกว่านี้เลย แค่นี้ผมก็รู้สึกขยะแขยงในตัวคุณย่ามากแล้ว อย่าให้ถึงขั้นต้องสาปส่งไล่ให้ไปตายเลยครับ”
“คิดจะหลอกให้ผมใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันกับจางซีซีจริงๆเหรอ? แล้วถ้าข่าวนี้แพร่สะพรัดออกไป คงจะไม่ส่งผลดีต่อชื่อเสียงของเธอเท่าไหร่”
“จางซีซี ตัวเธอเองจะคิดจะทำอะไรก็หัดนึกถึงหน้าพ่อแม่ของเธอบ้าง! ไม่ใช่จะมาเอานิสัยน่ารังเกียจของตัวเองมาเที่ยวบังคับคนอื่นแบบนี้!”
จู้หยานสาดวาจารุนแรงดุดันไม่ไว้หน้าใส่ทั้งคนเป็นย่าและจางซีซีที่ยืนอยู่ข้างกัน ไม่ว่าจะมองอย่างไร จู้หยานคนนี้ก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆให้กับเธอเลยแม้ต่น้อย ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไม่จ้องแต่จะพูดจาเสียดสีดูหมิ่งเธอทุกครั้งที่มีโอกาสแบบนี้?
จางซีซีถึงกับยิ้มเจื่อน แต่หากลองคิดอีกแง่มุมหนึ่ง เธอก็แอบรู้สึกมีความสุขเล็กๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่า บางทีที่จู้หยานจงใจพูดอะไรแบบนั้นออกมา อาจเป็นเพราะห่วงเรื่องชื่อเสียงของเธอที่คนจะพากันพูดถึงก็เป็นได้
แต่ไม่เป็นไร จางซีซียอมทำทุกอย่างเพราะรักจู้หยาน ต่อให้จะต้องถูกสังคมภายนอกปรามาสหรือติฉินนินทาสักแค่ไหน เธอก็จะยอมทนเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างกับชายหนุ่มที่เธอรัก และเธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้
แม้สิ่งที่จู้หยานกำลังเป็นกังวล จะเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาเธอเพียงใด แต่จางซีซีก็เข้าใจได้ว่า เพราะระดับสติปัญญาของชาวจีนทั่วไปยังค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์ ยิ่งเป็นคนบ้านนอกด้วยแล้ว มันสมองคงจัดอยู่ในขั้นด้อยพัฒนา หากเป็นวัฒนธรรมในต่างประเทศ ผู้คนล้วนแสดงความรู้สึกเช่นนั้นออกมาได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และกล้าที่จะใช้ชีวิตตามใจมากกว่านี้ บ้านเมืองของเขารุ่งเรืองก้าวหน้าไปไกลกว่ามาก ไม่ใช่ประเทศหลังม่านไม้ไผ่ที่มีแต่คนเขลาเบาปัญญาแบบนี้!
“จู้หยาน ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกนะ เพราะฉันเองก็อยากอยู่ที่นี่เหมือนกัน! อย่าทำให้คุณย่าท่านต้องลำบากใจมากไปกว่านี้เลย บอกตามตรง ฉันเองก็ดีใจไม่น้อยที่รู้ว่าจะได้อยู่บ้านเดียวกันกับนาย! เพราะตอนนี้พ่อแม่ของฉันก็ทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศกันหมด เหลือแค่ฉันคนเดียวที่อยู่จีน อีกอย่างในชนบทแบบนี้…มันก็ดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่”
“แต่ถ้าอยู่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่แค่มีบอดี้การ์ดคอยเฝ้าดูแลตลอด 24ชั่วโมงเท่านั้น แต่เวลาไปไหนมาไหน ฉันก็จะได้ไปกับนายด้วย การที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งอย่างฉันต้องมาใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เห็นแก่มิตรภาพของเรา มาอยู่ด้วยกันเถอะนะจู้หยาน!”
จู้หยานได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งพบว่าจางซีซีต้องการจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขามากเพียงใด เขากลับยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้นเท่านั้น
“ในเมื่อคุณอยากจะอยู่ที่นี่ ผมก็คงห้ามอะไรคุณไม่ได้ แต่สำหรับผม ผมจะไม่ย้ายมาอยู่ที่นี่กับคุณแน่นอน”
“ผมชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่ในหอพักของมหวิทยาลัยมากกว่า ไม่ใช่แค่สะดวกในการเดินทางไปเรียนเท่านั้น แต่โรงแรมที่ผมทำงานก็อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นด้วย ไม่ว่าคุณจะชอบผมและคุณย่าจะให้ท้ายสนับสนุนคุณแค่ไหน แต่ผมก็จะไม่มีวันชอบคุณ อย่าพยายามให้เสียเวลาเปล่าอีกเลย”
จู้หยานตอบปฏิเสธกลับไปอย่างไม่อ้อมค้อม ทำเอาจางซีซีถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่
ทางด้านหญิงชราเห็นว่าท่าไม่ดี เธอจึงระเบิดเสียงไอรุนแรงออกมาหลายครั้ง และเร่งเปลี่ยนเรื่องโดยเร็ว
“เอาล่ะ เอาล่ะเด็กๆ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลากันหน่อย ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันไป ไม่ต้องรีบร้อนนะ”
“แม่หนูจางซีซีจ๊ะ วันนี้มาทานข้าวด้วยกันก่อน ตอนที่อยู่อังกฤษทั้งคู่ก็เรียนคลาสเดียวกันบ่อยๆไม่ใช่เหรอจ๊ะ? คงจะมีเรื่องอยากพูดคุยกันมากเลยสินะ?”
“บังเอิญจังเลยนะ ตอนนี้จู้หยานกำลังทำงานเป็นพ่อครัวโรงแรมอยู่พอดี ได้ยินว่าตอนอยู่อังกฤษตั้งแต่เด็ก แม่หนูเองก็ชอบทำอาหารกินเองอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอจ๊ะ? ไหนๆ งั้นลองแสดงฝีมือให้ย่าคนนี้ได้เห็นเป็นขวัญตาหน่อยได้มั้ย? อาหยาน หลานก็ไปช่วยแม่หนูนี่ทำครัวอีกแรงสิ”
จางซีซีหน้าแดงด้วยความขวยเขินเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงชรา และพยักหน้าตอบรับเบาๆ
เพื่อแสดงทักษะการทำอาหารที่เก่งกาจของตนให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา จางซีซีจึงเอ่ยปากขอยืมห้องครัวใช้ ก่อนจะเข้าไปจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆอย่างว่องไว เธอตั้งใจว่าจะทำอาหารสไตล์ตะวันตกให้ออกมาดีที่สุด หวังใช้เสน่ห์ปลายจวักของตนพิชิตใจหญิงชราและจู้หยานให้จงได้!
หญิงชราเฝ้ามองท่าทีกระตือรือร้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของจางซีซี เธอเองก็พลอยรู้สึกมีความสุขไปด้วย ที่อนาคตจะได้หลานสะใภ้ซึ่งทั้งฉลาดและกตัญญูมากถึงเพียงนี้ เธอขยิบตาให้จู้หยานเบาๆ ก่อนจะผลักไสแผ่นหลังอีกฝ่ายเข้าไปครัวโดยไม่พูดจาใดๆ
ในฐานะที่เป็นพ่อครัวอาหารสไตล์ตะวันตกคนหนึ่ง จู้หยานจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธคำชวนเช่นกัน และเดินตรงดิ่งเข้าไปในฐานะผู้รับชมทันที เขาต้องการจะรู้เช่นกันว่า จางซีซีคนนี้คิดจะรังสวรรค์อาหารตะวันตกประเภทไหนออกมากันแน่?
ทันทีที่เข้าไปภายในห้องครัว ประหนึ่งว่าจู้หยานเพิ่งหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ ยามที่จางซีซีจับมีดยืนอยู่หน้าเตานั้น เธอดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลยทีเดียว และตอนนี้เธอก็กำลังจัดการกับวัตถุดิบและส่วนผสมต่างๆได้อย่างประณีตช่ำชอง
ปรากฏว่า ฝีมือด้านการทำอาหารของผู้หญิงคนนี้เป็นของจริง! และนั่นทำให้จู้หยานเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







