เข้าสู่ระบบ41 1-2
ตอนที่ 80 บ้านหลังใหม่ของเรา
“จิงซู ทางที่ดีเราใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์กันเถอะนะ แม่สัญญาว่าจะพยายามหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูลูกจนเรียนจบมหาวิทยาลัย เมื่อเวลานั้นมาถึง ลูกจะได้มีชามข้าวเหล็ก [1]มีงานมีการเป็นหลักเป็นแหล่งมั่นคง แล้วคนที่เก่งมีความสามารถอย่างลูก สักวันจะต้องได้เป็นเจ้าคนนายคนแบบป้าจางอย่างแน่นอน!”
ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยบอก
หลินจิงซูถอดถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า เธอรู้สึกละเหี่ยใจเล็กน้อยกับกรอบความคิดอันคับแคบของผู้เป็นแม่ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจ ความหลงใหลในงานประจำที่มั่นคง คือทัศนคติภาพฝันของคนรุ่นเก่าที่ถูกปลูกฝังกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
แต่ในยุคสมัยที่แหล่งรายได้ตายตัวเช่นนี้กำลังจะตายลงในอีกไม่ช้า หลินจิงซูที่อุตส่าห์ได้รับโอกาสที่สองและเกิดใหม่ทั้งที เธอไม่ต้องการกลายมาเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกทอดทิ้งตามกาลเวลา
จางหลานทนดูหลินจิงซูที่ประสบกับปัญหาอันไร้สาระแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบสุดโต่งเช่นเดียวกันกับสาวน้อยคนนี้ และยิ่งได้ฟังแผนผังความคิดของอีกฝ่ายเมื่อครู่ เธอก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเป็นไปได้มากขึ้น!
เธอไม่อยากทนเห็นหลินจิงซูต้องติดอยู่ในบ่อน้ำเก่าๆแบบนี้อีกต่อไป
สาวน้อยคนนี้มีศักยภาพมากกว่าที่ตาเห็น เธอคนนี้ล่ะคือมังกรแห่งวงการธุรกิจในอนาคต!
ขอเพียงมีใครสักคนเปิดโอกาสให้ หลินจิงซูย่อมสามารถทะยานสูงเสียดฟ้าสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!
จางหลานเปลี่ยนใจกลับลำและล้มเลิกความคิดเดิมในทันที เธอพูดกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า
“เสวี่ยเหม่ย ความจริงแล้วฉันเองก็ตั้งใจจะลาออกจากงานเพื่อไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศเหมือนกัน เวลาเปลี่ยน วิถีชีวิตของคนเราก็เปลี่ยนตาม มันไม่เหมือนยุคที่พวกเราต้องเกิดและเติบโตตามกรอบที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้อีกแล้ว ความคิดของเด็กคนนี้ เธอไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดเลยนะ”
“ห๊ะ? คุณจางหลาน…คุณพูดว่าจะลาออกจากงานงั้นเหรอ? พูดจริงๆเหรอคะ? ไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย?”
ติงเสวี่ยเหม่ยอ้าปากค้างด้วยความตะลึง เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า จางหลานต้องการลาออกจากตำแหน่งงานที่สูงขนาดนี้จริงๆ! เธอนึกเหตุผลไม่ออกเลยว่า อีกฝ่ายทำแบบนี้ไปทำไม!
จางหลานส่งยิ้มให้
“เสวี่ยเหม่ย เห็นฉันเป็นคนยังไงล่ะ? มีเหตุผลอะไรจะต้องโกหกเธอด้วย?”
“ทำไมถึงต้องลาออกจากตำแหน่งงานดีๆแบบนั้นด้วยคะ?”
“ทุกคนล้วนมีความทะเยอทะยานเป็นของตัวเอง บางคนพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการถีบตัวเองให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า การทำธุรกิจน่ะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
จางหลานหยุดเสียงเว้นครึ่งจังหวะ ครั้งนี้เธอพูดอีกครั้งเป็นคำเปรียบเปรย อยากจะให้ติงเสวี่ยเหม่ยได้ลองคิดตาม
“เสวี่ยเหม่ย อะไรคือนิยามของคำว่า ‘ความมั่นคง’? ถ้าบอกว่ามันคืองานประจำ แล้วหากวันหนึ่งสภาพบริษัทย่ำแย่แล้วถูกไล่ออกล่ะ? แล้วหากวันนึงเกิดอุบัติเหตุพิการไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไปล่ะ? ชีวิตในทุกวันทุกวินาทีล้วนเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ถ้าถามฉันน่ะเหรอ… ความมั่นคงที่แท้จริงก็คงจะเป็น.. อืม…ไม่รู้สินะ ความตายมั้ง?”
เหตุผลที่จางหลานสามารถพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ อาจเป็นเพราะประสบการณ์ตลอดการทำงานในฐานะหัวหน้าคน เธอพบเจอลูกน้องที่ร่วมงานมาด้วยแทบทุกประเภทแล้ว ทั้งที่มีความสุขกับงานตรงหน้าที่ทำอยู่ ทั้งที่ฝืนทำแม้จะไม่ชอบเพราะต้องการหาเงิน ทั้งพวกที่กล้าเสี่ยงลาออกไปทำธุรกิจ และคนประเภทหลังนี่ล่ะ ที่กลับมาเยี่ยมเยือนพร้อมกับความสำเร็จที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเองก็เริ่มตระหนักรู้ได้ว่า บางทีนี่อาจเป็นโอกาสทองสำหรับการทำธุรกิจจริงๆก็ได้
ได้ฟังคำชี้แนะของจางหลาน ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกประทับใจอยู่ลึกๆและไม่ทราบเพราะเหตุใด ประโยคเมื่อสักครู่เสมือนได้จุดประกายความฝันบางอย่างในชีวิตของเธอ
ผู้หญิงตัวคนเดียวสามารถทำธุรกิจเพื่อหาเงินได้ด้วยเหรอ? ติงเสวี่ยเหม่ยเริ่มรู้สึกสนใจเรื่องการค้าการขายขึ้นมาทันที และรีบเอ่ยถามจางหลานว่า
“ค่าเช่าบ้านหลังนี้เท่าไหร่เหรอคะ?”
สังเกตเห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยเริ่มเปิดใจเอ่ยถามเรื่องค่าเช่าบ้านแล้ว จางหลานก็รู้ได้ทันที โชคชะตาของผู้หญิงคนนี้กำลังค่อยๆเปลี่ยนไปแล้ว เธอยิ้มตอบกลับไปว่า
“เข้าไปดูข้างในบ้านกันก่อนเถอะว่าพอใจหรือเปล่า ถ้าทุกอย่างลงตัวค่อยตกลงเรื่องราคากันอีกที”
พูดจบเธอก็แอบขยิบตาส่งให้หลินจิงซู หลินจิงซูตอบกลับด้วยการยกนิ้วโป้งชื่นชมให้กับเธอ
สามสาวตรงเข้าไปตรวจสอบด้านในตัวบ้าน
บ้านหลังนี้มีพื้นที่ทั้งหมด50ตารางเมตร จัดว่าอยู่ในระดับที่ไม่ใหญ่นัก แต่ภายในมีอุปกรณ์เครื่องใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พื้นกระเบื้องยาแนวไว้เนียนกริบสวยงาม ยังมีเตาผิงสำหรับสร้างความอบอุ่นในฤดูหนาวไว้ให้ด้วย ผนังตลอดทั่วทั้งบ้านทาสีและตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เหมาะแก่การอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก
จางหลานชี้แจงรายละเอียดกับพวกเธอทั้งสองว่า
“ราคาเช่าบ้านหลังนี้ตกเดือนละ150หยวน แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง แต่วันข้างหน้าพวกเธอก็สามารถตั้งแผงขายของหน้าบ้านได้เลย พอหน้าฝนก็แค่ขยับแผงเข้ามาในตัวบ้านก็สามารถขายต่อได้ตามปกติ เรียกว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจเลย”
หลินจิงซูพยักหน้ารับทราบ ทั้งเรื่องทำเลและกรอบราคาล้วนเป็นไปตามที่กำหนด นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า จางหลานทุ่มเทเสาะหาให้ขนาดไหนกว่าจะได้เจอกับบ้านหลังนี้
ซึ่งแตกต่างจากติงเสวี่ยเหม่ยในเวลานี้ ที่ร่างทั้งร่างสั่นคลอนใบหน้าซีดเผือด แม้ได้ยินว่าหญิงเก่งที่มากไปด้วยความสามารถอย่างจางหลาน ยังต้องการทิ้งหน้าที่การงานเพื่อมาเริ่มทำธุรกิจ นั่นย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่เรียกว่า ‘ธุรกิจ’ นั้นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่จินตนาการไว้ เพียงแต่…
เพียงแต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มทำอะไร ก็ต้องควักเงินลงทุนไปกว่า100หยวนแล้วงั้นเหรอ?!
[1] ชามข้าวเหล็ก มีการงานหน้าที่ที่มั่นคง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







