เข้าสู่ระบบแล้วก็มีเสียงสวรรค์ที่เข้ามาช่วยชีวิตทิชาไว้ ป้าอุ่นที่เห็นว่าเด็กสองคนยังไม่ออกจากห้องน้ำ ก็กลัวจะเล่นน้ำไม่สบายเลยมาเคาะประตูห้องน้ำเรียก
“คุณหนูคะ หนูทิชา อาบน้ำกันเสร็จหรือยัง อย่าเล่นน้ำนานนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเป็นหวัดได้ค่ะ”
“กำลังจะเสร็จครับป้าอุ่น”
คุณหนูของบ้านตะโกนออกไป แต่สายตาก็ยังจ้องคาดโทษคนตรงหน้า แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้
“นายเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม เจ้าทาส”
ทิชาพยักหน้า พยายามจะกลั้นไม่ตัวเองสะอึกสะอื้น ฉัตรเดินไปล้างตัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันรอบเอวแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป ส่วนทิชาก็ไปล้างตัวแล้วเดินตามหลังออกมา
“มามะมาแต่งตัวกันได้แล้ว เดี๋ยวป้าอุ่นจะเช็ดหัวให้นะคะ จะได้ไม่เป็นหวัด แล้วไปทานข้าวกัน”
ฉัตรมองไปที่ป้าอุ่นที่ถือเสื้อผ้าตัวเก่าของเขาที่ไม่ได้ใส่แล้ว เก็บเตรียมไว้จะเอาไปบริจาคมาให้ทิชาใส่“ป้าอุ่นนั่นมันเสื้อของน้องฉัตร ป้าอุ่นเอามาให้มันใส่ทำไม”
“คุณหนูขา คุณหนูของป้าอุ่นพูดจาไม่น่ารักเลย อย่าเรียกน้องทิชาว่ามันสิคะ และเสื้อตัวนี้คุณหนูก็ไม่ได้ใส่แล้ว เราเตรียมไว้บริจาค ก็ถือว่าบริจาคให้น้องนิชานะคะ คุณหนูก็จะได้บุญ น้องทิชาจะได้มีเสื้อผ้าใส่ด้วยนะคะ”ป้าอุ่นพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมนายน้อยของเธอ และก็สำเร็จเพราะฉัตรแม้จะดื้อเจ้าอารมณ์ แต่สุดท้ายเขาก็จะแพ้ทางป้าอุ่นเสมอ ฉัตรได้แต่พยักหน้ารับ เมื่อเด็กทั้งสองแต่งตัวเสร็จป้าอุ่นก็จูงมือพาไปที่โต๊ะอาหารที่สายรุ้งได้จัดเตรียมสำรับรอไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีวิทวัสนั่งเปิดไอแพดรอเด็กทั้งสองอยู่
ป้าอุ่นพาทิชาไปนั่งข้างๆ ฉัตรฝั่งตรงข้ามกับวิทวัส ทำให้ฉัตรหันหน้ามามองแล้วถามพ่อว่า
“พ่อจะให้เด็กนี่นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับเราหรือครับ”
“ได้ไหมละครับน้องฉัตร”
วิทวัสไม่ตอบแต่ถามความเห็นลูกชายกลับ เด็กน้อยทิชาที่ได้ยินและได้เห็นอาการของเจ้าของบ้านเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าฉัตรไม่ต้องการให้เขาร่วมโต๊ะอาหารด้วย และภาพที่ฉัตรที่ปิดปากเขาแน่นและกัดมาที่คอเขาจนจมเขี้ยวและคำพูดของฉัตรก็ลอยเข้ามาในหัว ทำให้ทิชาหน้าซีดเผือก
“ทิชายังไม่กินก็ได้ครับ ทิชายังไม่หิว”
แล้วทิชาก็ก้าวลงจากเก้าอี้ วิทวัสมองเด็กสองคนแล้วก็ลอบถอนหายใจ เขาเข้าใจอาการของทิชาดี แล้วก็รู้สึกชอบเด็กคนนี้ที่รู้จักเอาตัวรอดในสังคมได้ เขาจึงพยักหน้ากับป้าอุ่นให้พาทิชาออกไป
ป้าอุ่นพาทิชามาที่ห้องครัวซึ่งสายรุ้งตั้งสำรับเล็กๆ รอไว้อยู่
“มาป้า มากินข้าวกัน อ้าวแล้วนี่น้องทิชาไม่ได้กินกับคุณท่านหรือจ๊ะป้า เห็นคุณท่านให้ฉันจัดโต๊ะอาหารเผื่อน้องด้วย”
“ไม่ล่ะ คุณหนูเธอไม่โอเค แต่หนูทิชาก็ฉลาดนะ ดูอาการคุณหนูออกด้วย มาทิชามานั่งกินข้าวกับป้าอุ่นตรงนี้ดีกว่า”
กินข้าวเสร็จทิชาก็เข้านอนกับป้าอุ่น ในตอนนอนมีบางครั้งที่ทิชาผวากลางดึกจนป้าอุ่นต้องจับมากอดเพื่อปลอบขวัญ ป้าอุ่นรู้สึกถูกชะตากับเด็กน้อยทิชามากและเอ็นดูเหมือนลูกหลาน
เช้าวันรุ่งขึ้นทิชาตื่นมาพร้อมกับป้าอุ่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ป้าอุ่นไล่ให้ไปนอนต่อก็ไม่ยอมนอน เพราะปกติเวลาอยู่กับแม่ทิชาก็ตื่นแต่เช้าพร้อมกับแม่ มาช่วยแม่เตรียมของเท่าที่ตัวเองจะช่วยทำได้ แล้วจัดการดูแลตัวเองให้พร้อมไปโรงเรียนตอนเช้า
“นอนต่อสิทิชา เดี๋ยวสายๆ ค่อยตื่นก็ได้ ป้าไปทำงานดูเรื่องอาหารการกินก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ ให้ทิชาช่วยป้าอุ่นนะครับ อยู่บ้านทิชาก็ตื่นมาพร้อมแม่ช่วยแม่เตรียมของไปขายตอนเช้าทุกวันครับ”
“งั้นก็ไปล้างหน้า ล้างตาให้สดชื่น แล้วตามป้าไปที่ครัวนะ จำทางได้นะ”
“ครับ ทิชาจำได้ เดี๋ยวทิชาล้างหน้าและแปรงฟันเสร็จทิชาจะไปช่วยป้าอุ่นนะครับ”
เด็กน้อยรีบไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดิมตามไปที่ห้องครัว พอถึงห้องครัวก็กุลีกุจอ ช่วยหยิบโน่น หยิบนี่ ช่วยล้างผัก เด็ดใบกระเพรา ล้างจาน ความคล่องแคล่วของทิชาทำให้ป้าอุ่นประหลาดใจได้ไม่น้อย ไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงเก้าขวบจะทำอะไรได้หลายอย่างขนาดนี้พลางคิดในใจว่า
‘เด็กคนนี้ช่างมีน้ำใจ จิตใจดี ตัวแค่นี้ก็รู้จักทำงานช่วยเหลือผู้ใหญ่ คนเป็นแม่สอนมาได้ดีจริงๆ’
ไม่นานอาหารเช้าก็ถูกเตรียมเสร็จ ป้าอุ่นพาเด็กน้อยไปรอใส่บาตรพระหน้าบ้านด้วยกัน พอใส่บาตรเสร็จแล้วทิชาก็ไปเดินเล่น เดินไปช่วยเมฆรดน้ำต้นไม้ เสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักเรียกความสนใจให้วิทวัสเจ้าของบ้านเปิดหน้าต่างออกมาดู ภาพที่เห็นเป็นเด็กชายตัวน้อยถือสายยางรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านกำลังพูดคุยเจื้อยแจ้วกับเมฆคนสวนของเขาอย่างสนุกสนาน
‘เด็กคนนี้ปรับตัวเก่งจริงๆ พึ่งเข้ามาอยู่วันแรกก็เข้ากับทุกคนในบ้านได้แล้ว’
“ฉัตรก็จะเสร็จแล้ว ฉัตรรักทิชานะคะ” “ครับทิชาก็รักคุณฉัตร” จบเสียงตอบรักของทิชา สายน้ำที่อัดอั้นไว้ของทั้งคู่ก็ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน ของทิชาออกมาไม่มาก เพราะได้ปลดปล่อยมาก่อนหน้านี้แล้วสองครั้ง แต่ฉัตรนั้นปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในช่องทางรักอย่างมากมาย ทิชารู้สึกอุ่นวาบในช่องทางหลัง เขาเข้ามาโอบกอดเอาซบกับอกของฉัตร ฉัตรก้มจูบที่หน้าผาก “ขอบคุณที่กลับมาหาฉัตรนะคะ” “คุณฉัตรก็จะไม่ทิ้งทิชาไปไหนอีกใช่ไหมครับ” “มีเมียน่ารักแบบนี้ ผัวคนนี้จะไปไหนรอดละคะ” “คุณฉัตรพูดอะไร น่าอาย” ทิชาทุบไปที่หลังเบาๆ “โอ๊ย.. มาทุบหลังผัวแบบนี้ ถ้าผัวหลังพิการไปเดี๋ยวส่วนล่างใช้การไม่ได้นะ” “คนลามก เอาออกไปได้แล้วมันอึดอัด” “ฮือ... ได้ผัวแล้วก็เขี่ยทิ้งผัวงั้นหรือจ๊ะเมียจ๋า เมื่อกี้ยังเรียกให้เข้ามา ให้เร็วๆ อยู่เลย ตอนนี้มาไล่ให้เอาออก” “คุณฉัตรหยุดพูดได้แล้ว ทิชาจะล้างตัว” “ใครบอกว่าจะให้ล้างตัวตอนนี้ ยังกินไม่อิ่มเลย”
“ทำไมวันนี้คุณฉัตรน่ารักจัง”“กลัวไม่มีเมีย”“...”“อยากมีเมียใจจะขาดแล้ว”ฉัตรยืดตัวยืนขึ้น ดันจมูกไปแตะทักทายจมูกเล็ก ทิชาหลับตาลง ฉัตรบรรจงพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวย ตามลำคอขาวแล้วจูบค้างไปตรงที่เขาเคยฝังรอยฟันเอาไว้แล้วรำพึงเสียงสั่น“ฉัตรขอโทษ ที่ฉัตรทำไม่ดีกับทิชา ทำให้ทิชาเจ็บ”ทิชาสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่แตะบนไหล่ เขาดันตัวเองออก ภาพที่เขาเห็นคือหยดน้ำที่ไหลรินจากดวงตาคมอาบแก้ม ทิชายิ้มแล้วใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตา ยื่นหน้าไปจูบซับคราบน้ำตาแฟนหนุ่ม“ทิชายกโทษให้คุณฉัตรตั้งนานแล้ว แต่ทิชาจะโกรธอีกครั้งถ้าคุณฉัตรไม่ยอมทำต่อ ปล่อยทิชาอารมณ์ค้างแบบนี้” ฉัตรไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากสวยทั้งคู่แลกสัมผัสหอมหวานซึ่งกันและกัน ฉัตรดันตัวทิชาให้ติดผนังห้องน้ำ ทันทีที่ร่างบางสัมผัสความเย็นจากพื้นผนังห้องน้ำ ความวูบวาบก็กระจายทั่วร่างกาย แล้วทิชาก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อฉัตรลงลิ้นเลียดูดดึงที่ยอดอกข้างหนึ่งของตน ส่วนอีกข้างก็โดนบดบี้ด้วยปลายนิ้วมือของฉัตร ทิชาเสียววาบไปหมด เขาแอ่นอกรับสัมผัสอย่างไม่อาย ฉัตรทั้งดูดทั้งดุนทั้งรัวลิ้น “อ้า.. คุณฉัตร ...” “ที่รักชอบไหมคะ
ฉัตรใจเต้นมองหน้าคนรักตรงหน้าที่ตอนนี้สติอาจจะมาไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจให้เป็น ความจริงถ้าเขาจะทำอะไรตอนนี้คนเมาตรงหน้าก็คงไม่มีแรงขัดขืน แต่เขาตั้งใจไว้แล้วว่าเขาจะไม่หักหาญน้ำใจคนรัก เขาจะแตะต้องเธอก็ต่อเมื่อเธอเต็มใจเท่านั้น และอาการของทิชาตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเริ่มมีหวังแล้วสิ“ให้ทิชาเป็นคนทำได้ไหม”ฉัตรได้ยินก็ยิ้มกว้าง“ทิชาอยากทำเอง”ทิชาเดินเข้าหาแล้วเอามือคล้องคอฉัตรโน้มเข้ามาใกล้ แล้วยื่นหน้าเข้าไปประกบจูบ ซึ่งฉัตรก็ไม่ทิ้งโอกาสเขารีบคว้าเอวบางเข้ามาโอบ แล้วดึงเข้ามาประชิดกับตัว รับสัมผัสนุ่มนวลจากคนเมา เขาปล่อยให้คนเมาสัมผัสจนพอใจ จึงหาโอกาสเข้าไปชิมความหอมหวานภายใน ฉัตรมอบสัมผัสที่อ่อนโยนให้ทิชาอย่างเอาใจ ระหว่างที่เรียวลิ้นทั้งคู่แลกสัมผัสกัน ผ่ามือของเขาก็ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง เอวคอดบาง และสะโพกที่กลมกลึง ทิชาเริ่มมีอารมณ์โอนอ่อนไปตามรสสัมผัสของคนเจ้าเล่ห์ ฉัตรถอนจูบออกแล้วใช้ปลายจมูกไล้ไปตามแก้มใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ เขาใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นแตะที่ใบหูบาง สัมผัสนี้ทำให้ทิชาขนลุกเกรียวและเสียววาบที่ท้องน้อย ฉัตรกระซิบเบาๆ“คิดถึง ฉัตรคิดถึงทิชาเห
ตั้งแต่ทิชายอมเปิดใจให้ฉัตรอีกครั้ง ชีวิตของทิชาก็เปลี่ยนไป เพราะฉัตรจะหาเรื่องเอาตัวมาติดใกล้ชิดกับทิชาตลอดเวลาราวกับกลัวว่าทิชาจะหายไปไหนอีก จนทิชาต้องตั้งกฎไว้หนึ่งข้อ คือ ทั้งสองจะไม่มีอะไรกันจนกว่าทิชาจะมั่นใจในตัวของฉัตร นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทิชาไม่อนุญาตให้ฉัตรขึ้นคอนโด แต่ก็ยอมฉัตรทำหน้าที่มารับส่งแทนพี่เมฆได้วันนี้ฉัตรก็มารอรับทิชาที่หน้าคอนโดเหมือนเคย เขายืนรอคอยเปิดประตูให้ จากนั้นเขาก็เข้าไปนั่งประจำที่ในตำแหน่งคนขับแล้วขยับตัวมาจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับตุ๊กตาหน้ารถคนหน้าหวาน คาดเสร็จก็ไม่ยอมขยับตัวไปไหน“อะไรครับ”“ขอมอร์นิ่งคิสหน่อยสิ”“ไม่เอาเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขา”“ใครจะมาเห็นล่ะ รถผู้บริหารติดฟิล์มดำมืดรอบคันแบบนี้ นะ นะ นะจุ๊บหน่อย”ฉัตรยังคงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทำตาละห้อยชวนให้น่าสงสาร ทิชาชั่งใจอยู่พักก็ยื่นหน้าเอาริมฝีปากไปแตะริมฝีปากอีกคนแล้วรีบถอนใบหน้าออกมาโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้ทำในสิ่งที่อยากทำต่อ“ออกรถได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอกครับ”เสียงออกคำสั่งที่หวานหูให้ออกรถ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินของตนเอง ฉัตรมองแล้วอดที่จะยิ้มกับการเสียอาการของคนข้างๆ ไม่ได้ พ
ฉัตรพาทิชาไปกินที่ร้านอาหารหรู เขาจองโต๊ะแบบไพรเวทไว้ และสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ“ทำไมสั่งมาเยอะแบบนี้ละครับ”“ก็ฉันไม่รู้ว่านายชอบกินอะไรก็เลยให้ทางร้านเขาจัดมาให้”ฉัตรจัดการตักอาหารให้ทิชา ดูแลและเอาใจทุกอย่าง จนทิชาเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่คุ้นชินกับฉัตรเวอร์ชั่นนี้“เอ่อ.. ผมตักเองได้ครับคุณฉัตร”“ก็ฉันอยากทำให้นายนี่ทิชา”“สิ้นเปลืองมากเลย จะกินยังไงให้หมดล่ะ สั่งมาเยอะแยะ”“ฉันเป็นคนแบบนี้ไง เลยต้องให้นายมาคอยดูแล ฉันสั่งทำบัตรให้นายแล้ว พรุ่งนี้เซลล์เขาจะเอามาให้ วันนี้อยากได้อะไรฉันจะพาไปซื้อ”“ดีผมจะได้เอาไปรูดซื้อของแพงๆ ให้หมดเลย”ทิชาพูดไปย่นปากไป ฉัตรมองด้วยความเอ็นดู“ได้เลย บัตรของฉันอันลิมิเตตอยู่แล้ว”ทั้งคู่กินข้าวพูดคุยกันไป ฉัตรก็หยอดมุกใส่ทิชาเป็นระยะ ทำให้ทิชาที่ยังไม่ชินกับฉัตรเวอร์ชั่นนี้ถึงกับนั่งเขินไปบิดไป พอนาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงสิบห้านาที ทิชาก็เตือนฉัตรว่า“คุณฉัตรครับบ่ายโมงกว่าแล้ว คุณฉัตรมีนัดกับลูกค้าที่ไหนหรือครับ แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ”“จริงด้วย ไม่มีอะไรนายทำตัวสบายสบายได้เลย แต่เดี๋ยวฉันขอไปซื้อของก่อน”ทั้งคู่จ่ายค่าอาหารเสร็จก็เดินออกจากร้านอาหา
เช้าวันต่อมาทิชามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เขานั่งจิบกาแฟกับกินแซนวิทที่ทำไว้พร้อมกับท่องโลกโซเชียลเข้าไปคุยกับเพื่อนๆ จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเพราะโซนที่เขานั่งมีเพียงโต๊ะทำงานของทิชากับคุณนุจรีย์ที่ตั้งไว้หน้าห้องท่านประธานกับคุณฉัตร กว่าคุณนุชจะมาก็เกือบแปดโมง ท่านประธานก็แปดโมงกว่าๆ ส่วนอีกคนเขายังไม่เคยเจอตอนเช้าก็น่าจะมาพร้อมกับท่านประธานมั้ง“ตอนนี้มีนาเขาทำอะไรอยู่ที่ไหนล่ะ”“มีนาเขาทำงานอยู่แถวสีลมนะครับ”ทิชาที่กำลังจดจ่อกับโลกโซเชียลเมื่อได้ยินคำถามที่ถามถึงเพื่อนตนก็ตอบออกไปโดยไม่ทันได้คิดอะไร แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกตัว เขาจึงเงยขึ้นไปมองด้านข้างตามแหล่งที่มาของเสียง นั่นก็ทำให้แก้มเนียนนุ่มสัมผัสกับจมูกโด่งของอีกคนอย่างไม่รู้ตัว“อุ๊ย.. คุณฉัตร”ทิชาเบี่ยงตัวหนีแต่ฉัตรก็เท้ามือกับโต๊ะคร่อมล็อคไว้ไม่ให้ขยับไปไหน“ดูเหมือนเพื่อนเราจะเป็นกลุ่มเดียวกันนะเนี่ย”“นี่คุณฉัตรมาแอบดูข้อมูลพนักงานแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ”“ไม่น่ารักงั้นหรือ แล้วถ้าอยากให้รักต้องทำไง ทำแบบนี้ได้ไหม”พูดจบฉัตรก็ใช้ทีเผลอเข้าไปหอมแก้มทิชาอีกรอบ ทิชาพยายามจะถอยหลบก็ไปชนกับแผ่นอกหน้าของฉัตรฉัตรมองไปท







