เข้าสู่ระบบวรจักรรายงานให้เขารู้อยู่ตลอดว่ากรพักตร์ไม่ได้กินไม่ได้นอน เอาแต่เมาเหล้า ข้าวปลาไม่กิน ออกตามหาเพียงขวัญเหมือนคนบ้า สภาพของมันดูไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้เขาสะใจมากแล้วนั่นเอง จริง ๆ เขาซื้อตัววรจักรเอาไว้แล้ว วรจักรจึงรายงานทุกอย่างให้เขาได้รับรู้“ผมจัดการรายงานเรื่องเจ้านายให้คุณคชากรได้รับรู้ทุกอย่างแล้วครับ” วรจักรรายงานเจ้านายหนุ่ม กรพักตร์ยกยิ้มมุมปาก“มันคงคิดว่ามันฉลาด แต่เอาเถอะฉันจะยอมปล่อยไปตามน้ำให้มันคิดว่ามันชนะ” เรื่องที่คชากรมาซื้อตัววรจักรเขารู้ทุกอย่าง เขาก็เลยยอมให้วรจักรแกล้งถูกซื้อตัวได้ตามที่คชากรต้องการ คชากรอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเขา เขาก็ให้วรจักรบอกสิ่งที่คชากรต้องการกลับไป เพื่อให้มันหลงคิดว่ามันฉลาด เอาเป็นว่าเรื่องที่มันรอดคดีเพราะไม่ได้วางยาบิดาเขาจริง ๆ เขาก็จะไม่ตามเอาความอีก เพราะเรื่องของธิชาทำให้เขาคาดไม่ถึง เขากับคชากรจึงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันอีก ยกเว้นคริสาที่เคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ นางก็ได้รับกรรมอยู่ในคุกแล้วนั่นเอง“แกบอกว่าจะไปจัดการเรื่องที่ดินของพ่อแม่แก แกจะไปวันไหนเหรอ อยากได้ทำเลสร้างบ้านเปิดร้านอาหารนี่นา แถวนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าแ
“ก่อนเขาตาย เขาก็ขอร้องให้แกเลี้ยงยายให้เขา เขาจะได้หนีไปกับผู้ชายคนอื่นไง เขาจะได้ไม่ต้องรับภาระอีก แล้วแกมันก็เป็นคนดี”“แกตอแหล ไอ้ชาแกตอแหล”“แกตามฉันมาดูให้เห็นกับตาสิ หรือแกไม่กล้า” คชากรพากรพักตร์ให้มายังสถานที่แห่งหนึ่งหญิงสาวในร้านเหล้ากึ่งผับคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับลูกค้าอยู่ เขาก็พอดูออกว่าหล่อนเป็นเด็กนั่งดริ้ง หน้าตาของหล่อนคือธิชา แล้วศพของใครกันที่อยู่ในโลงวันนั้น“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“งานศพที่แกช่วยจัด มันเป็นศพไร้ญาติ ตอนแกเดินทางมาไม่ทันรดน้ำศพเพราะรถยางรั่วก็ฝีมือธิชา ตอนจะเอาศพออกมาเผา แล้วแกมีเหตุต้องออกไปจากงานแล้วกลับมาไม่ทันยกศพไปเผาก็ฝีมือหล่อนนั่นแหละ หล่อนร้ายไหม แกว่า” คชากรเอ่ยถาม“ไม่จริง”“แต่คนที่ร้ายกว่าธิชาคือแก แกจำน้องเหมียวได้ไหม คนที่คอยตามชอบแก แต่แกปฏิเสธน้องเขา จนน้องเขาต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย นั่นคือผู้หญิงที่ฉันรัก แกมันไอ้สารเลว” คชากรต่อยกรพักตร์จนล้มคว่ำ ในขณะที่กรพักตร์ได้แต่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย“ฉันจะทำทุกอย่างไม่ให้แกได้เจอกับเพียงขวัญอีก ไอ้กรพักตร์” คชากรพูดจบก็เดินออกไปจากร้าน ปล่อยให้กรพักตร์ได้แต่นั่งโง่ ๆ อยู
“คุณจะโลภเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะคุณคริส ไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างไปเสียหมดหรอกนะคุณคริส” “คุณก็พูดได้สิ คุณชนะแล้วนี่ แกล้งตาย แกล้งจัดงานศพขึ้นมาหลอกฉัน คุณไม่เคยรักฉันเลย”“แล้วคุณล่ะคุณคริสเคยรักผมหรือเปล่า ถึงได้วางยาผม”“คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาฉัน” คริสาเอ่ยถาม“ขวัญไงคะเป็นพยานและชมพูก็เป็นพยานอีกคนเห็นคุณป้าใส่ยาลงไปในอาหารของคุณลุง หลักฐานคือซองยาที่คุณป้าทิ้งไงคะ หนูกับชมพูถ่ายคลิปเอาไว้หมดแล้ว”“นังเนรคุณ ฉันเลี้ยงแกมา แต่แกกลับมาทำแบบนี้กับฉันอย่างนั้นเหรอ” คริสาไม่คิดว่าสาวใช้ในบ้านจะเป็นคนของกรพักตร์ที่คอยช่วยเหลือเพียงขวัญอยู่“แล้วคุณป้าทำแบบนี้กับเด็กที่เลี้ยงมาเหรอคะ คุณป้าสั่งฆ่าหนูจับหนูไปโยนลงในบ่อจระเข้ ถ้าไม่เพราะชมพูเป็นคนของคุณกร ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว” เพียงขวัญก็เพิ่งรู้ว่าพนักงานที่ร้านก็เป็นคนของกรพักตร์บางส่วน เพราะตอนที่เขาจับตัวเธอไปที่ไร่ ก็มีพนักงานมาหลอกเธอออกไปที่ลานจอดรถ“นังชมพูเป็นคนของแกอย่างนั้นเหรอ” คริสากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าสาวใช้ที่รับเข้ามาใหม่จะเป็นคนของกรพักตร์แบบนี้“ก่อนที่ผมจะเข้ามาในบ้านหลังนี้ ผมก็ต้องสืบก่อนสิครับว่าสถานการณ์เป็
“คงไม่ได้หรอกครับ เพราะคนไข้ติดโควิดครับ เราต้องจัดการศพของคนไข้ให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นครับ”“สามีของฉันติดโควิดได้ยังไงกันคะ เพราะเขาไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ อยู่แต่กับบ้าน” คริสาชะงัก ก็ไม่ถึงกับอยู่แต่กับบ้าน สามีของเธอออกไปเจอกับก๊วนเพื่อนของเขาเหมือนกัน“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะจัดการศพให้เรียบร้อยและช่วยส่งศพไปฌาปนกิจตามที่ทางญาติต้องการนะครับ หรือถ้าทางญาติไม่สะดวกหาวัดทางโรงพยาบาลก็มีวัดที่จะแนะนำให้ครับ” คุณหมอพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ญาติ ๆ ได้คุยกับเจ้าหน้าที่“โธ่... คุณกันต์ไม่น่าเลย เห็นกันอยู่หลัด ๆ”“เลิกร้องไห้สักทีเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณตอแหล” ประโยคของกรพักตร์ทำให้คริสาหันขวับไปมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง“มองผมแบบนี้จะฆ่าผมเหรอครับ ผมไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคุณก็ได้ คุณจิกเรียกผมว่าแกทุกคำลับหลังคุณพ่อ คุณจำได้ไหมเมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณทำอะไรเอาไว้กับผม คุณตอแหลว่าผมตบคุณ ทำร้ายคุณ ทำให้พ่อทำร้ายผมไล่ผมออกจากบ้าน” กรพักตร์เดินเข้าหาด้วยท่าทีเกลียดชัง ในขณะที่คริสาถอยหนี แต่คชากรเข้ามาดันร่างของนางไปทางด้านหลังเพื่อปกป้อง ก่อนจะเผช
“แต่แกมีเวลามาดูแลผัวฉัน หรือแกคิดอะไร”“คิดอะไรเหรอคะ” เพียงขวัญเห็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของผู้เป็นป้าแล้วทำให้เธอหมดศรัทธา กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและท้าทายต่อท่าน“แกอยากจะเป็นเมียคุณกันต์อีกคนรึไง เพราะเห็นว่าเขากำลังจะตาย”“ขวัญไม่เคยมีความคิดชั่ว ๆ แบบนั้นอยู่ในหัวเลยค่ะ อย่าเอาความคิดของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นแบบนั้นสิคะ”เพี้ยะ!!! ใบหน้าของเพียงขวัญหันไปตามแรงตบเมื่อคริสาตบหลานสาวนอกไส้เต็มแรง“อย่านึกนะคะว่าขวัญไม่รู้ว่าคุณป้าทำเลวอะไรเอาไว้บ้าง”“ฉันทำอะไรฮะนังขวัญ ฉันทำอะไร” คริสากระชากผมของเพียงขวัญจนหน้าหงาย เพราะปกติแล้วเพียงขวัญไม่เคยต่อต้านหรือขึ้นเสียงอะไรกับเธอเลย“คุณป้าคิดจะวางยาคุณลุงใช่ไหมล่ะคะ”“นังขวัญ”“ขวัญได้ยินทุกอย่างที่คุณป้าคุยกับพี่หมอ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ ขวัญถือว่าคุณป้ามีบุญคุณที่เลี้ยงดูขวัญมา ขวัญเลยเตือนคุณป้าด้วยความหวังดี แล้วขวัญจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร”“นังขวัญ เดี๋ยวนี้แกกล้ามาสั่งฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างแกมันเป็นแค่กาฝากที่ฉันเลี้ยงดูมาเท่านั้น อย่าสะเออะมาสั่งสอนอะไรฉันอีก”“คุณป้าจะทำเลวกับคุณลุงเหมือนที่ทำกับพ่อแม่ขวัญอีกเหรอคะ หยุดเถอะค่ะ” ประ
“น้ารู้ไหมจ๊ะว่าพ่อกับแม่ของขวัญมีที่ดินหรือทรัพย์สมบัติอะไรบ้าง” “ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่แน่ใจนะ ลองไปถามกำนันเพิ่มดูสิ ใครเป็นเจ้าของที่ดินแถบนี้ กำนันรู้หมดแหละ” บุญพาบอกเส้นทางให้สองสาวได้รับรู้ ก่อนที่เพียงขวัญกับมะลิลาจะเดินทางไปยังบ้านของกำนันเพิ่ม“สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมจ๊ะ” เรียกอยู่พักใหญ่ก็มีชายหญิงวัยชราออกมาชะโงกหน้าดูที่หน้าเรือนไทยหลังใหญ่“มาหาใครจ๊ะ” เมียของอดีตกำนันเพิ่มเอ่ยถาม“มาหากำนันเพิ่มจ้ะ” ประโยคคำตอบของเพียงขวัญทำให้สองสาวถูกเชิญขึ้นไปนั่งคุยกันบนเรือน และสองสาวก็ได้รู้ว่ากำนันเพิ่มนั้นเกษียณนานแล้วและตอนนี้ก็ชรามากแล้วด้วย“มีธุระอะไรเหรอ” อดีตกำนันสูงวัยเอ่ยถาม เพียงขวัญจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร“อ้อ... ที่ดินของนายสิทธิ์กับนังลินก็ตรงโน้นไง ราคาสูงเลยนะตอนนี้เพราะมีถนนตัดผ่านแถมยังมีวิวภูเขาอีกด้วย เราเป็นทายาทจะมาจัดการที่ดินตรงนั้นเหรอ”“วันนี้แค่แวะมาดูเฉย ๆ น่ะค่ะ”“แต่พ่อแม่เราเขาก็ฝากฝังที่ดินผืนนี้เอาไว้กับคริสาไม่ใช่เหรอ คริสาเขารับหนูไปเลี้ยงแต่เด็ก ฉันจำได้”“กำนันรู้จักป้าคริสด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิเขาเป็นลูกบ้านของฉัน พอพ่อ
เพียงขวัญบ่นไปตลอดทางเรื่องฝนตก หลังจากออกมาจากคลินิกเสริมความงามของคชากร เธอมาเข้าคอร์ดเจ้าสาว ฉีดโน่นฉีดนี่ตามที่คชากรบอก ส่วนมากเป็นพวกวิตามินบำรุงผิวแล้วก็ดูแลพวกเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้า ช่วงนี้เธอจึงดูผุดผ่องเป็นพิเศษ อาจเพราะอาหารการกินที่คชากรรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เธอจึงได้อานิสงฆ์รั
เธออบรมสั่งสอนให้เพียงขวัญกตัญญู มองเธอเป็นผู้มีพระคุณ ที่สำคัญก็คือให้คอยดูแลรับใช้คชากร และยัดความคิดฝังหัวว่าอีกฝ่ายคือสามีในอนาคต การมีเพียงขวัญเข้ามาในชีวิตทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่น มีคนรับใช้ส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่ชีวิตจริงไม่เคยมีเช่นนั้น ต้องคอยรับใช้คนอื่น เพราะฐานะด้อยกว่า แต่พอเธออยู่
คริสานึกถึงอดีตที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเธอพาลูกชายเข้ามาอยู่ในบ้านของกลกันต์ ทำให้กรพักตร์ต่อต้านเป็นอันมาก เธอมารู้จากคชากรอีกว่ากรพักตร์เป็นคู่แข่งทุกอย่างของลูกชาย ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น แถมเรื่องการสอบชิงทุนและอะไรอีกหลายอย่าง เธอจึงคิดที่จะกำจัดกรพักตร์ออกไปจากชีวิตของเธอกับลูกกรพักตร์มีข้อเสียตรงที
“เอาแบบนี้ไหมคะ ฉันไปทำกับข้าวให้คุณกินเอง”“คุณไม่ต้องรีบกลับบ้านไปทำกับข้าวให้ครอบครัวเหรอครับ”“ไม่ต้องรีบมากหรอกค่ะ คนที่บ้านของฉันเขากินอาหารกันช้าน่ะค่ะ มื้อค่ำจะเป็นอาหารไม่หนักท้อง พวกผักผลไม้และธัญพืชน่ะค่ะ เลยใช้เวลาไม่นาน แล้วคุณอยากกินอะไรคะ” เธออธิบายเมนูอาหารที่บ้าน พลางเอ่ยถามเขา หัว







