Share

ตอนที่2

last update Last Updated: 2026-02-13 17:49:06

ตอนที่ 2

หลี่ปิงเฉิงเริ่มปลดอาภรณ์ที่แต่เดิมนั้นแต่งเต็มยศของสตรีชั้นสูงสมควรปลดยาก หากแต่เพราะครู่ก่อนผู้เป็นเจ้าของดึงทึ้งมันจนหลุดรุ่ยร่ายอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงปลดมันออกง่ายดายทีละชิ้น จนสุดท้ายก็เปลือยเปล่าอวดโฉมอรชรสมส่วนของบุปผาที่ยังเยาว์งดงาม 

แสงเทียนกระจ่างมองเห็นเรือนร่างกลมกลึงที่ผิวขาวเนียนราวกับหยกเนื้อดี แต่บัดนี้กลายเป็นสีชมพูไปทั่วสายตาของท่านอ๋องแปดมองดูภาพงดงามตรงหน้าด้วยกิริยาอึ้งและตะลึงนิ่งค้างไป เป็นเพราะเรือนกายที่ไร้อาภรณ์ของคนที่เขาชิงชังนั้นงดงามราวกับเทพธิดาบุปผามาจุติ 

หน้าอกอิ่มที่มีปลายยอดสีแดงระเรื่อชวนกระหายกับเต้าทรวงที่พอเหมาะ เอวเล็กลงไปที่สะโพกกลมกลึงรับกับเรียวขาขาวผ่องจนถึงปลายเท้าเล็ก หรือแม้แต่นิ้วเท้าของนางก็ทำเอาเขาคอแห้งราวกับหลงอยู่กลางทะเลทรายนานหลายชั่วยามก็มิปาน 

“คุณชาย ข้าทรมานยิ่งนัก ได้โปรดทำให้ข้าหายทรมานด้วยเถิด” 

ถานเมิ่งจีผู้สิ้นสติอันดีไปแล้ววิงวอนออกไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาคู่งามบัดนี้แดงก่ำรวมถึงผิวกายที่เริ่มกลายเป็นสีแดงแทนชมพูเข้มดูแล้วนางก็คล้ายถ้วยชาบอบบาง หากสัมผัสหนักมือไปอาจแตกหักได้โดยง่าย ทำเอาใจแกร่งพลันหวั่นไหว 

“เจ้าเป็นถานเมิ่งจีผู้นั้นจริงแท้หรือไม่เล่า?” 

อยู่ดี ๆ ความรู้สึกของหลี่ปิงเฉิงก็ร้องเตือนว่าเด็กสาวตรงหน้าหาใช่เด็กสาวที่เป็นต้นเหตุให้คู่หมายของเขาต้องตาย แต่เพียงครู่ก็คิดได้ว่าจะเป็นไปได้เช่นไรในเมื่อนางก็คือคุณหนูสี่ผู้นั้นมิผิดไป แต่เพียงครู่สติอันดีก็ขาดสะบั้นเมื่อมือเล็กแต่ร้อนจัดเริ่มลูบไล้สัมผัสร่างกายของเขาขึ้นมาบ้าง 

“อา...” 

เสียงห้าวทุ่มหลุดออกจากริมฝีปากแกร่ง มือแกร่งกำหมัดจนเส้นเอ็นปูดโปน ก่อนที่ใบหน้าคมสันจะโน้มลงต่ำไปซุกไซ้ซอกคอระหงด้วยกิริยาหิวกระหาย ริมฝีปากแกร่งสัมผัสผ่านไปยังจุดใดก็ทิ้งรอยสีดอกท้อไว้เด่นกระจ่างอย่างตั้งใจ เพราะหลังจากนี้สตรีใต้ร่างจะเป็นของตนตลอดไป... 

“อ๊ะ!” 

คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายลิ้นของบุรุษหน้าดุแตะลงบนยอดปทุมถัน พร้อมกับมืออีกข้างก็เคล้นคลึงเต้าอวบอิ่มสมตัวอีกข้างยิ่งปลายลิ้นร้อนหยอกเย้าปลายยอดเต้าทรวง อีกทั้งยังดูดดึงโลมเลีย บางคราเอาแต่ใจ บางคราวกลับคล้ายว่าจะเอาใจนางดังกับเขาเผลอไผล 

ถานเมิ่งจีเพิ่งซาบซึ้งถึงคำว่าเสียวซ่านก็วันนี้ ทุกครั้งที่เขาขยับสะโพกแกร่งลงมาแนบชิดจนนางสัมผัสได้ถึงตัวตนแข็งแกร่งภายในกางเกงที่เขายังสวมอยู่เสียดสีกับบุปผาช่องามของนาง ความเสียวซ่านกลับยิ่งเพิ่มพูนพุ่งจู่โจมเล่นงานถึงท้องน้อย ราวกับนางถูกเหวี่ยงขึ้นสูงแล้วผลักตกลงจากที่สูงอย่างไรอย่างนั้น

“อ๊ะ!” 

จนเป็นเหตุให้สาวน้อยผู้อ่อนเดียงสานั้นถึงกับหลุดเสียงครางกระเส่าออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งเขาสอดมือลงไปกอบกุมเนินนางที่ไร้แม้แต่เส้นไหมปกปิดให้รำคาญใจแล้วกรีดปลายนิ้วเคล้นคลึงจุดอ่อนไหวไวต่อสัมผัสที่สุดในร่างกายของสตรี คนตัวเล็กก็มีอันกรีดร้องเสียงกระเส่า และดีดดิ้นทุรนทุราย เพราะยากจะทานทนรับความเสียวซ่านได้ไหว 

“อย่ากัดปากตนเองเช่นนั้น” 

อยู่ดี ๆ เขาก็รู้สึกทานทนไม่ไหวที่เห็นเรียวปากจิ้มลิ้มนั้นต้องเป็นรอย จึงเผยอกายขึ้นไปคลอเคลียกับใบหน้าสีชมพูเข้มราวกับโลหิตของนางนั้นพลันไหลย้อนกลับขึ้นมากองรวมกันอยู่บนใบหน้านี้ไม่น้อย สุดท้ายบุรุษที่ไม่ชอบที่สุดคือการจุมพิตสตรีบำเรอที่ร่วมเสพสมก็อดใจไม่ไหวแนบริมฝีปากของตนกับเรียวปากเล็ก แล้วขบเม้มเพียรให้นางขยับเปิดทางให้เขาได้ส่งปลายลิ้นแกร่งเข้าไปทักทายลิ้นเล็กดังใจปรารถนา ทว่าถานเมิ่งจีนั้นไม่เข้าใจ และไม่เคยจุมพิตลึกซึ้งกับผู้ใดมาก่อนเลยเงอะงะไป ไม่เปิดทางไม่พอนางตกใจกับสัมผัสของลิ้นแกร่งจึงยิ่งปิดปากตนเองสนิทแน่น 

“เจ้าจุมพิตไม่เป็นหรือ?” 

เพราะมิคาดว่าคนเช่นหลี่ไท่ยางนั้นจะไม่เคยแตะต้องคู่หมายของตนเองเลย เขาจึงเผยอกายขึ้นแล้วถามออกไปแล้วจับจ้องใบหน้างามล่มแคว้นของถานเมิ่งจี คุณหนูสี่นั้นนับตั้งแต่ยังเยาว์ก็คล้ายเป็นบุตรรักของสวรรค์ นางจึงเกิดมามีรูปโฉมงดงามเกินบิดามารดา หรือสตรีอื่นใด แต่นอกจากมีรูปโฉมงดงามเกินบรรยายแล้วเด็กสาวผู้นี้กลับไม่มีอันใดดีอีกเลย โดยเฉพาะนิสัยใจคอ ช่างร้ายกาจสวนทางใบหน้าไปไกลเหลือคณนานับยิ่งนัก และเพราะเป็นเช่นนั้นเขาจึงมิคาดว่านางจะใสสะอาดดังหยาดน้ำค้างมาถึงวันนี้ได้ เพราะอดีตนางดูรักใคร่พี่ชายของตนมาก แล้วนางก็ใกล้ชิดกับคู่หมายมาตลอด แต่เหตุใดจึงไร้เดียงสา เพียงจุมพิตกลับไม่เอาไหนได้ถึงเพียงนี้

“......” 

ถานเมิ่งจีนึกอันใดไม่ออกทั้งสิ้น เพราะสติอันดีถูกฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดกลืนหาย แต่ก็พอจะจดจำได้ว่าในอดีตก่อนตายแล้วมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูสี่ถาน ตนเองไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องรักใคร่ มีเพียงเคยได้ยินได้ฟังหรือถึงขนาดเคยดูมาแล้ว แต่ปฏิบัติจริงหนึ่งครั้งล้วนไม่เคย ส่วนความทรงจำเก่าก่อนของถานเมิ่งจีก็ว่างเปล่าเช่นกันดังนั้นที่หลี่ปิงเฉิงได้เห็นจากสายตาคู่งามจึงมีเพียงความว่างเปล่าและมึนงงเท่านั้น 

สุดท้ายพอเขาหยุดนิ่งนานไป กลับเป็นฝ่ายของกายเล็กที่ยากจะอยู่นิ่งได้ มือเล็กเริ่มลูบไล้กายแกร่งไปตามสัญชาตญาณจากส่วนลึกที่นางรู้สึกร้อนระอุ แล้วผิวกายของบุรุษเหนือกายของตนนี้เย็น นางจึงอยากสัมผัส พอส่วนลึกเรียกร้อง นางจึงทำทันที และมือน้อยก็ช่างร้ายกาจนัก ทำเอาหลี่ปิงเฉิงถึงกับกัดฟันพลางหลับตาแล้วสูดลมหายใจข่มอารมณ์ดิบเถื่อนดังสัตว์ป่าของตนเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด หาไม่แล้วเด็กสาวตัวเล็กใต้ร่างของตนคงได้แหลกยับ จนนางอาจหวาดกลัวบุรุษไปชั่วชีวิตเลยก็เป็นไปได้หากเขาหยุดตนเองไม่อยู่

“อย่าทำเช่นนี้” 

“!!!” 

พอลืมตาขึ้น ดวงตาคู่ดุดันก็ดำมืดเสียจนถานเมิ่งจีนั้นเริ่มมีสติหวนคืน กายเล็กสั่นสะท้าน นางผวากายหนีพร้อมเริ่มดิ้นรนราวกับพบพานปีศาจร้าย เพราะบัดนี้บุรุษแปลกหน้านั้นน่ากลัวเกินไปจนฤทธิ์ยาก็ดึงสตินางได้ไม่หมด ดวงตาหงส์เบิกโพลง เรียวปากเล็กจิ้มลิ้มเตรียมกรีดร้อง มือน้อยทุบตีแทนลูบไล้จนหลี่ปิงเฉิงรีบใช้มือแกร่งของตนเองปิดปากของเด็กสาวเอาไว้ 

“อื้อ!!!” 

น้ำตาของถานเมิ่งจีจึงไหลรินออกมา ส่วนใบหน้านั้นกลับพลันซีดเซียวจนหลี่ปิงเฉิงหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก และปล่อยออกสุดเพื่อควบคุมอารมณ์แรงร้ายของตนเองลงไปให้ได้ หาไม่หนึ่งชั่วยามของตนคงไร้ผล แม้แต่ยาที่คนตัวน้อยรับมามากล้นก็ยากจะช่วยเขาได้เป็นแน่ 

“เด็กดีอย่ากลัว” 

“!!!” 

ถานเมิ่งจีอยากจะโกนว่า ‘บิดาท่านน่ะสิ!’ ออกไป แต่ก็ติดที่ปากตนเองถูกปิดสนิทแน่นด้วยฝ่ามือแกร่งจนแทบหายใจไม่ออกอยู่ ทำได้เพียงดิ้นอึกอัก และเพราะนางยังอยู่ภายใต้ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดร้อนแรง ไม่นานสติแตกตื่นก็เลือนหายกลับกลายเป็นสาวน้อยแสนเร่าร้อนอีกครั้ง ทำเอาหลี่ปิงเฉิงพึงใจจนถึงกับระบายลมหายใจโล่งอกออกมาหนึ่งสาย

เขาจึงเริ่มปลุกเร้าร่างน้อยอีกครั้ง เรียวนิ้วแกร่งส่งลงไปกรีดกลางบุปผา บดขยี้เกสรหนักเบาสลับกัน จนเรือนกายอรชรดีดพล่าน จากนั้นจึงขยับปลายนิ้วลงไปก่อนจะสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักแสนคับแคบที่บัดนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานมากมาย ในขณะที่ดวงตาก็จับจ้องมองใบหน้างดงามที่กลับมาแดงก่ำอีกครั้ง เพื่อดูว่านางรู้สึกเช่นไรเมื่อเขาเริ่มขยับนิ้วร้ายเข้าออกเป็นจังหวะ พอเห็นนางส่ายใบหน้าไปมาบนหมอนหนุนจนเส้นผมนุ่มกระจายยุ่งเหยิง จึงแย้มยิ้มพึงใจก่อนจะโน้มใบหน้าคมสันลงไปแนบชิดใบหูขาวผ่องขบเม้มอยู่ครู่หนึ่ง จนกายเล็กกระตุกด้วยความเสียวซ่านหลังจากถูกเขาผลักนางไปถึงจุดหมายเป็นครั้งแรกสำเร็จ 

“ชอบหรือไม่?” 

ดวงตาหงส์คู่งามยังล่องลอย เห็นเช่นนั้นหลี่ปิงเฉิงก็ไม่รั้งรออีกต่อไป เขาเร่งหยัดกายแกร่งขึ้นแล้วปลดอาภรณ์สองชิ้นสุดท้ายหลุดออกจากกายช่วงล่าง โยนทิ้งไปราวกับว่ามันไร้ค่าทันที ภาพดังกล่าวทำเอาถานเมิ่งจีที่เพิ่งเคยเห็นบุรุษเปลือยกายจริงต่อหน้าพลันมองนิ่งค้าง 

สุดท้ายนางก็หลบสายตาเสียจากภาพของเรือนกายกำยำขาวสะอาด แต่กลับดูบึกบึน เพราะเต็มตึงไปด้วยมัดกล้ามไปทั้งกาย ภายในใจก็ตกใจกับเรือนร่างสูงใหญ่ที่ ‘ยิ่งใหญ่’ ไปหมด จนนางที่เพิ่งเสร็จสมถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว ก็นางตัวเล็ก ขาเรียวของตนยังใหญ่ได้เพียงแขนแกร่งตึงแน่นของเขา นางจะไม่ถึงตายเลยหรือหากเขาแนบชิดสนิทแน่นกับตนเองจนหมดสิ้น

“!!!” 

และถานเมิ่งจีถึงกับสะดุ้งสุดกายเมื่อเขาจับมือร้อนของตนไปสัมผัสกับท่อนลำแข็งขึงกลางกายแกร่ง เด็กสาวตาโตจนแทบหลุดออกจากเบ้า หากว่าจะโตมากไปกว่านี้ 

“อย่าได้หวาดกลัวไป ข้าจะไม่บังคับข่มเหงเจ้า” 

เพราะหลี่ปิงเฉิงกำลังจับจ้องใบหน้าเล็กกว่าฝ่ามือของตนเองอยู่จึงเห็นทุกความคิดของเด็กสาวตัวน้อย ถานเมิ่งจีสะดุ้งซ้ำอีกรอบเมื่อบุรุษตัวโตราวกับยักษ์ยกมือขึ้นมาลูบไล้แก้มนุ่มนิ่มของตน ก่อนเขาจะเลื่อนไปสัมผัสที่ศีรษะ และสอดนิ้วแกร่งเข้าไปนวดแผ่วเบา ผิดกับร่างกายที่ใหญ่โตราวกับคนละคน เขานวดเนิบช้าพลางจ้องตากับนาง จนถานเมิ่งจีทานทนจ้องตอบไม่ไหวจึงหลับตาลง 

เขาแนบเรียวปากลงมาจุมพิตตั้งแต่หน้าผากมนลงมาที่กลางระหว่างคิ้วเรียว แตะต้องลงบนเปลือกตาทั้งคู่ พวงแก้ม ปลายจมูกโด่งเรียวสมตัว ก่อนจะหยุดนิ่งนานที่เรียวปากจิ้มลิ้ม ปลายลิ้นร้ายซอกซอนจนเรือนกายอรชรสั่นไหว ส่วนนิ้วแกร่งข้างหนึ่งก็ยังคงนวดที่ศีรษะราวกับปลอบโยนและหลอกล่อให้สาวน้อยเตลิดไปในห้วงสิเน่หาลึกซึ้งอีกครั้ง

“อืม...” 

ซึ่งก็ได้ผลดียิ่ง ถานเมิ่งจีหลงเข้าสู่ดินแดนเสน่หาลึกล้ำยากจะหวนคืน ยิ่งปลายป้านบานหยักเสียดแทงบดเบียดยังเกสรบุปผากลางกายเล็ก จนความเสียวซ่านแล่นจู่โจมเข้าสู่ท้องน้อย เรียวนิ้วทั้งสิบของเด็กสาวก็จิกข่วนไปบนต้นแขนและแผ่นหลังกว้างรุนแรง จนหลี่ปิงเฉิงเจ็บปนแสบไปหมด หากแต่ยิ่งนางจิกเล็กหยิกข่วน เขากลับยิ่งเร่งเร้าล่อลวงจนส่งนางไปสุดทางในเวลาแสนสั้น 

“คราวนี้คงจะเจ็บมากหน่อย หากทนไม่ไหวก็กัดหัวไหล่ข้าได้” 

ถานเมิ่งจีที่ยังล่องลอยไม่เข้าใจ จวบจนความรู้สึกเจ็บจี๊ดพุ่งเข้าถาโถมยังกลางร่าง ราวกับว่าช่องทางรักของตนกำลังถูกใบมีดโกนกรีดนั่นแหละจึงกระจ่างที่อีกฝ่ายพยายามเตือนกันตั้งแต่แรก! 

“กรี๊ด!!!” 

เพียงเขาขยับเข้าไปเพียงครึ่งทาง คนตัวเล็กก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงจนทหารยามยังหันมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปหมด แต่เพราะทราบว่าเป็นผู้ใดอยู่ภายในตำหนัก พวกเขาจึงต้องยืนสงบนิ่งราวกับไม่เคยได้ยินสิ่งใดมาก่อนเช่นเดิม 

“กัดข้า” 

ท่อนแขนแกร่งที่ถูกส่งมาตรงหน้าทำเอาถานเมิ่งจีงง แต่เพียงครู่นางก็เข้าใจ ถึงไม่เคยคิดร้ายกับผู้ใด แต่วันนี้นางโกรธบุรุษตรงหน้าจนอยากฆ่าเขาให้ตาย เพราะหากเขาไม่ฉวยโอกาสกับตน ป่านนี้บิดาและพี่ชายคงพาตนกลับจวนไปหาท่านหมอสักคนมารักษา ถึงนางจะมาจากยุคที่พรหมจรรย์แสนจะไร้ค่า ทว่านางก็ยังอยากมีมันจนถึงวันแต่งงานดังความเชื่อเก่าแก่

งั่ม! 

ในเมื่อเขาเรียกร้อง นางย่อมสนองคืนไป นางกัดเข้าไปเต็มแรงจนในปากรับรู้รสเค็ม ก่อนที่กลิ่นคาวจะฟุ้งกรุ่นขึ้นสู่ปลายจมูก มือเล็กสองข้างจับท่อนแขนแกร่งยึดเอาไว้แน่น ฝังเล็บลงไปไม่ต่างจากฟันคม จนท่านอ๋องแปดถึงกับสูดลมหายใจเข้าท้อง แต่ไม่เอ่ยตำหนินางแม้เพียงครึ่งคำ เพราะทราบดีว่านางคงทั้งเจ็บทั้งแค้นตนเองใด 

“กัดได้ดี!” 

กล่าวจบเพียงเท่านั้นสะโพกแกร่งจึงกดกระแทกลงไปเต็มแรง จนท่อนลำยิ่งใหญ่ไถลลงไปสุดความยาว น้ำตาของสาวน้อยไหลรินทันที ใบหน้าและใบหูแดงก่ำไปด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยาย ดังนั้นแรงกัดจึงสะท้อนกลับทำให้โลหิตจากท่อนแขนบุรุษตัวโตไหลรินออกมาไม่น้อย จนหลี่ปิงเฉิงจึงอดจะชื่นชมอีกฝ่ายเสียมิได้ที่โต้ตอบเขามาได้เท่าเทียมกันเช่นนี้ 

“นับว่าเราเสมอกันแล้วนะคุณหนูสี่” 

บัดนี้ยากจะทราบได้ว่ากลิ่นคาวโลหิตที่ลอยคละคลุ้งอยู่ขณะนี้เป็นของนางหรือของเขาแล้ว แต่ท่านอ๋องแปดมิได้สนใจ เพราะช่องทางคับแคบนั้นบีบรัดคล้ายอยากขับไล่จนเขาทรมานแทบตาย แล้วจึงส่งปลายนิ้วลงไปขยี้เกสรนางกลางกายน้อย เพียงไม่นานแรงกัดก็ลดน้อยลง จนสุดท้ายนางก็ปล่อยท่อนแขนของเขาออกจากปาก 

“อื้อ!” 

หลี่ปิงเฉิงไม่รั้งรอโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตนาง ทั้งที่คราบโลหิตของตนยังเต็มปากเล็ก จุมพิตจึงดุดันไปตามแรงอารมณ์ ไม่นานสะโพกกลมกลึงด้านล่างจึงขยับไหวเพราะความทรมาน เขาจึงไม่รั้งรอขยับสะโพกแกร่งตอกตรึงเริ่มจากเนิบช้า แล้วเร่งจังหวะจนเตียงหลังโตสั่นไหวลั่นดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ได้ฟังแล้วยิ่งชวนให้ต่างวาบหวามไปถึงทรวงในเพิ่มอารมณ์กำหนัดให้ยิ่งรุนแรง 

“อ้า!” 

“ซี้ด!” 

สองเสียงครวญครางสอดประสานไม่ต่างจากสะโพกกลมกลึงและสะโพกแกร่งที่ขยับเคลื่อนไหวสอดประสานจนบังเกิดเสียงดังหยาบโลนสะท้อนก้อง เหงื่อกาฬหยดแล้วหยดเล่าหยดลงเตียงยากจะแยกแยะว่าเป็นของผู้ใด กลิ่นคาวโลหิตผสมปนเปกับกลิ่นคาวความใคร่ตลบอบอวลกลับยิ่งเพิ่มพูนแรงกำหนัด 

“โอ้ว!/อ้า!” 

ไม่นานทั้งสองต่างก็พุ่งสูงเข้าสู่จุดหมายปลายทางแล้วแตกสลายไปพร้อมกัน เรือนกายสูงใหญ่สะท้านไหวในยามที่ปลดปล่อยน้ำแห่งชีวิตเข้าสู่กายน้อยจนหมดสิ้นทุกหยาดหยด ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตเรียวปากที่บัดนี้บวมเป่ง เพราะถูกเขาเฝ้าเพียรจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านไปครู่ใหญ่ลมหายใจของทั้งสองจึงกลับมาปกติ หากแต่ยังไม่ทันขยับก็บังเกิดเสียงเอ็ดอึงดังอยู่ด้านหน้าตำหนักรับรอง 

ปัง! โครม! ตึง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 15

    ตลอดงานพิธีการในช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ลงจากหลังม้าจนยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้และฮองเฮา ถานเมิ่งจีทำทุกสิ่งถูกต้องเพราะนางทำใจได้แล้ว คิดว่านับจากนี้นางคือลูกจ้าง ส่วนท่านอ๋องแปดคือนายจ้าง เรื่องทางกายนางคิดหลบหลีกคงยาก ซึ่งคิดให้ดีหลี่ปิงเฉิงเปิดเผยพูดจาจริงใจยังดีกว่าหลอกลวงให้นางคิดเข้าข้างตนเอง‘เป็นเช่นนี้ย่อมดีแล้ว’ นางคิดในใจอย่างไม่ถือโทษโกรธท่านอ๋องแปดอีกต่อไป เพราะเขาชัดเจน นางเองก็จะได้ชัดเจนเช่นกัน ระหว่างนางกับเขามีเพียงความใคร่ หากร่วมหมอนจะไม่มีสิ่งใดเกินไปจากนั้น“เจ้าเหนื่อยเกินไปจนสติวิปลาสไปแล้วหรือ?”หลี่ปิงเฉิงที่สังเกตมาพักใหญ่แล้วเห็นว่าถานเมิ่งจีนั้นดูยิ้มแย้มใบหน้าผ่องใส ผิดกับเมื่อครั้งลงจากหลังม้ามาพร้อมกัน ก็ให้สงสัยว่าที่ตนพูดออกไปอาจทำร้ายจิตใจนางจนสติวิปลาสไปแล้วหรือไม่ จึงดูกลับมาร่าเริงได้ไวถึงเพียงนี้ หรือผู้ใดแอบเอาน้ำชาต้าหมา (กัญชา) ให้นางกินเข้าไป จึงดูอารมณ์ดีเกินไปเช่นนี้“เหนื่อยนั้นมาก แต่รู้สึกว่าการแต่งงานนี้ที่จริงก็หาได้เลวร้าย จึงทำให้หม่อมฉันอารมณ์ดีเพคะ” หญิงสาวหันไปคุยกับเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาจากใจจริงแท้ ดูอย่างไรนางก็ไม่ได้เสแสร้งจนเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 14

    ตอนที่ 14แปดวันช่างผ่านไปเร็วนัก นับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาถานเมิ่งจีและถานม่านอวี้ถูกเหล่าฮูหยินถานและถานไท่เว่ยพาเข้าไปยังหอบรรพชนโดยมี ‘ถานเหยียนซ่ง’ บุตรชายคนรองสายตรงที่จะรับตำแหน่งผู้นำสกุลถานคนต่อไป ซึ่งเพิ่งกลับมาจากชายแดนถึงสกุลถานเมื่อสองวันก่อนก็เข้าไปร่วมชมพิธี ‘อำลาบรรพชน’ เช่นสตรีทุกคนในดินแดนต้าเซิ่งแห่งนี้ล้วนต้องกระทำเมื่อยามออกเรือน และถานเหยียนซ่งในอนาคตแน่นอนว่าจะต้องทำหน้าที่บิดาส่งบุตรสาวออกเรือนต่อจากถานหมิงฮ่าวคนเดียวที่ไม่อาจเข้าร่วมมีเพียงถานเถียนหย่ง ถึงภายนอกอีกฝ่ายไม่แสดงกิริยาไม่พึงใจออกไป แต่ภายในใจของคุณชายสามกลับเต็มไปด้วยความริษยาพร้อมจะสาดเพลิงโทสะสังหารพี่ชายต่างมารดาที่ได้ดีมีหน้ากว่าตนทุกสิ่ง โดยไม่สนใจว่ากว่าถานเหยียนซ่งเขาจะก้าวหน้าถึงเพียงนี้ลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่วัยเพียงห้าหนาว จนเก่งกาจรอบด้านทั้งบุ๋นและบู๊ต่างจากเด็กวัยเดียวกันมากเพียงใด“เริ่มท่องคติธรรมครองเรือนแห่งต้าเซิ่งได้แล้ว เสี่ยวม่าน เสี่ยวเมิ่ง”สองกายอรชรในอาภรณ์สีแดงลวดลายนกยวนยางคู่สีทองนั่งบนเบาะหน้าแท่นวางป้ายวิญญาณคนสกุลถานเคียงข้างกัน โดยมีเห

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่13

    ตอนที่ 13หน้าจวนสกุลถานไท่เว่ยวันนี้พอได้ฟังว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังจะกลับจวน เหล่าฮูหยินถานก็ไม่กลัวแดดกลัวลมสั่งให้บ่าวไพร่ชายหญิงยกเก้าอี้มาให้นั่งรอตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วสองพี่น้องถานเถียนหย่งและถานม่านอวี้ต่างก็ริษยาจนขนตาแทบไหม้“ท่านย่ากลับไปรอในโถงกลางดีหรือไม่เจ้าคะ แดดเริ่มแรงแล้ว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะเจ้าคะ” ถานม่านอวี้ที่ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตัวร้ายของตนเร่งรุดตรงไปเอาหน้ากับผู้เป็น ‘ท่านย่า’ เพื่อประจบสอพลอ แต่ดูไม่ประจบสอพลอ ทว่ากิริยานั้นดูห่วงใยจากใจจริง แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดเหล่าฮูหยินมีหรือจะมองไม่ออก ถึงนางมองออกและเท่าทันอย่างไร เหล่าฮูหยินถานกลับไม่แสดงออกมา นางเลือกที่จะเก็บจดทดเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น เพราะหนึ่งในอดีตนางเคยใจร้ายกับมารดาของถานม่านอวี้ จนสุดท้ายพอคลอดถานเถียนหย่งออกมาได้เพียงเจ็ดวัน สตรีผู้นั้นก็แขวนคอตายจากไปกับสองเพราะนางผ่านโลกมานานจึงทราบว่ายิ่งตนเองตำหนิถานม่านอวี้ก็คล้ายดังนางโยนถ่านร้อน ๆ ไปใส่ถานเมิ่งจี เช่นนี้ที่ผ่านมานางจึงทำราวกับเป็นคนแก่สายตาไม่ดีหูก็ตึง ถานม่านอวี้รังแกถานเมิ่งจีบ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่12

    ผ่านไปถึงเจ็ดวันกว่าที่ถานเมิ่งจีจะลุกขึ้นจากเตียงไหว แต่ยังดีว่านับจากค่ำคืนนั้นหลี่ปิงเฉิงก็ไม่โผล่หน้ามาให้นางได้ลำบากใจอีกเลย ช่างดีต่อใจของนางอย่างยิ่งจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาถึงสิบเอ็ดวัน นางจึงได้โอกาสกลับจวนสกุลถาน เพราะเหลือเวลาสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอีกเพียงแปดวันเท่านั้น ซึ่งตลอดเวลาถานเมิ่งจีก็มีความสุขไม่น้อย เพราะที่ตำหนักซ่างหยางนี้ไม่มีถานม่านอวี้คอยทำให้นางปวดสมองกับความร้ายกาจที่มาในคราบของผู้ถูกกระทำ แล้วผลักภาระบทนางร้ายให้นางแสดงอยู่ทุกวัน ยิ่งท่านอ๋องแปดทำตัวดังกับว่าได้ตายจากไปแล้วนางยิ่งสุขล้น!“รถม้ามารอที่หน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะพระชายาถาน” คนที่กำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินถึงกับสะดุดแทบล้ม ยังดีมีลู่เจียวช่วยประคอง เพราะอยู่ดี ๆ กลับถูกท่านกงกงอาวุโสเรียกนางว่า ‘พระชายาถาน’ ทั้งที่อีกตั้งแปดวันงานแต่งงานพระราชทานจะมาถึง“ทะ ท่านหลิ่วกงกง ข้ายังเป็นเพียงคุณหนูสี่เท่านั้น” นางเอ่ยแก้ความเข้าใจของท่านกงกงซึ่งดูจากหลายวันที่ผ่านมาแล้ว นางคิดว่ากงกงผู้นี้คงดูแลตำหนักซ่างหยางแห่งนี้ทั้งหมดเป็นแน่ อนาคตนางจะมาอาศัยที่ตำหนักแห่งนี้ก็สมควรพูดจาให้ดีกับกงกงผู้นี้เอาไ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่11

    ตอนที่ 11กึก! กึก!เสียงฝีเท้าหนักดังปลุกให้ลู่เจียวที่หลับอยู่หน้าเตียงของคุณหนูสี่สะดุ้งก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะซีดจนขาวเมื่อเห็นจนกระจ่างว่าผู้มาเยือนในยามดึกดื่นนั้นคือ ‘ท่านอ๋องแปด’ หาใช่คนร้ายที่ใด แต่สำหรับนางแล้วให้เป็นคนร้ายยังน่ากลัวน้อยกว่าท่านอ๋องแปดหลายส่วนนัก!“ท่านอ๋องแปด!” “หุบปาก แล้วตามคนของเปิ่นหวางไปพักข้างนอก” ลู่เจียวนั้นยังคงนิ่ง เพราะไม่คิดทิ้งคุณหนูสี่ไว้กับบุรุษร้ายกาจนาม ‘หลี่ปิงเฉิง’ ต่อให้อีกฝ่ายมีใจคออำมหิตเพียงใดสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อนายสาวก็ไม่กลัวตาย“อยากตายสินะ!” กระบี่ในมือตวัดไปพาดบนลำคอเล็กของสาวใช้ไม่กลัวตายตรงหน้าเตียง แต่ถึงลู่เจียวจะหวาดกลัวจนตัวสั่นหน้าซีดเผือด แต่นางกลับไม่ยอมขยับเปิดทางให้แก่ท่านอ๋องแปดแม้เพียงเสี้ยวธุลี หลี่ปิงเฉิงจับจ้องสาวใช้ของคุณหนูสี่ราวกับจะฉีกเนื้อเลาะกระดูก นางเองก็กัดฟันจ้องตอบเช่นกัน กลัวตายนั้นนางก็มีไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่นางมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ คุณหนูสี่ ต่อให้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้นางก็ไม่เสียใจ“!!!” ลู่เจียวเร่งหลับตาลงทันทีที่เห็นว่าท่านอ๋องแปดเงื้อมือที่กำด้ามกระบี่ขึ้นสูงสุดปลายแขน ทำใจเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10และตลอดทั้งบ่ายไปจนถึงตลอดคืน ไข้ของถานเมิ่งจีก็ยังสูงอย่างน่าเป็นห่วง จนหลี่ปิงเฉิงต้องเรียกให้ท่านหมอหลวงจางมาพักค้างแรมภายในตำหนักซ่างหยางของตนเสีย เนื่องจากเกรงว่าหากคุณหนูสี่อาการทรุดหนักก็จะได้มีหมอรักษาได้ทันเวลาไม่ประมาทอีกต่อไป“บาดแผลของคุณหนูสี่นั้นไม่ธรรมดา เป็นไข้หนักถึงเพียงนี้ยังนับว่าน้อยหรือ หากให้กระหม่อมกล่าวความจริงจากใจก็คือนางไม่ตายก็นับว่าแกร่งเกินบุรุษบางคนอยู่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” ท่านอ๋องแปดรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะออกคำสั่งให้ซ่งจินนั้นไปรับตัวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูสี่แซ่ถานมาดูแลในช่วงสายของอีกวัน เพราะเขามีข้อราชกิจต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในช่วงค่ำของวันนี้ ไม่ไปไม่ได้ และคนในตำหนักข้างกายที่ตนวางใจได้มีแต่บุรุษทั้งสิ้น คงมีแต่วิธีเท่านั้นจึงพอคลายความกังวลว่านางอาจถูกอีกฝ่ายส่งคนมา ‘ซ้ำรอย’ จนนางถึงแก่ความตายไป เช่นนั้นแผนของเขาเห็นทีจะเสียหายไปไม่มากก็น้อยเป็นแน่“ข้าได้ข่าวว่าถานเมิ่งจีถูกลอบสังหาร เรื่องนี้จริงเท็จเป็นประการใดกันแน่ปิงเอ๋อร์” หลังจากประชุมขุนนางเสร็จเมื่อช่วงบ่าย บัดนี้จึงเป็นมื้อค่ำพร้อมหน้าทั้งไท่จื่อ กู้ฮองเฮา ร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status