แชร์

ความจริงทั้งหมด

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-31 12:00:40

ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร จนหายใจได้ลำบากมากนัก หวังจิ้งเสวียนในตอนนี้กำลังนอนมองพระชายาของตนเดินไปเดินมา นางหยิบจับหลายอย่างประหนึ่งมองไม่เห็นว่าตนมองอยู่

หวังจิ้งเสวียนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามจะเอ่ยเรียกหญิงสาว แต่ดูเหมือนนางจะไม่สนใจว่าตนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด

“พระชายา”

เสียงตรัสเรียกเบาหวิวคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับเรียกความสนใจหญิงสาวตรงหน้าได้

หวังจิ้งเสวียนมองดูหลี่หลิ่งฟางเดินมาหาตนด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม

“ตื่นแล้วหรือเพคะ?”

“อืม” หวังจิ้งเสวียนขานตอบ

“เดี๋ยวพระองค์เสวยยาก่อน ค่อยเสวยสำรับอาหารนะเพคะ” หลี่หลิ่งฟางเดินมาประคององค์รัชทายาทให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง

หวังจิ้งเสวียนมองดูบางอย่างที่หลี่หลิ่งฟางกำลังทำ เพราะความสงสัยจึงตรัสถาม “เจ้ากำลังทำอันใดอยู่งั้นหรือ?”

“หม่อมฉันกำลังเตรียมยาให้พระองค์เพคะ”

“นั่นยาหรือ?” หวังจิ้งเสวียนมองดูเม็ดแปลก ๆ บนฝ่ามือของหลี่หลิ่งฟาง “สิ่งนั้นทานได้จริงหรือ?”

หลี่หลิ่งฟางพอเข้าใจถึงความกังวลจากชายหนุ่ม จึงยิ้มอ่อนตอบกลับไป “ทานได้สิเพคะ ยาพวกนี้แพงนัก หาซื้อมิได้ง่าย ๆ นะเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยื่นเม็ดยาปฏิชีวนะไปให้หวังจิ้งเสวียน “เอ้า รีบทานยานี่ พระองค์จะได้หายไว ๆ”

หวังจิ้งเสวียนชั่งใจอยู่สักพัก เขาจึงทำตามที่นางบอกทุกอย่าง เมื่อลองกลืนเม็ดยาที่ไม่ค่อยคล้ายยาลูกกลอนเท่าใดลงไป รสชาติที่สัมผัสได้ติดขม แต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงอันใด

“พระชายา ยานี้รักษาอาการของเราจริงหรือ?”

“จริงสิเพคะ ดีกว่ายาลูกกลอนของสมัยนี้ตั้งเยอะ”

หวังจิ้งเสวียนมีสีหน้าที่ดูงุนงง หลี่หลิ่งฟางจึงเปลี่ยนเรื่องคุยแทน

“จริงสิเพคะ หม่อมฉันยังมิได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย”

“เรื่องอันใดงั้นหรือ?”

“พระองค์ทราบหรือไม่ ว่าพระองค์ถูกวางยาพิษจากรากเถ้าหยกเขียวมาตลอด”

หวังจิ้งเสวียนส่ายหน้าปฏิเสธ ถึงแม้เขาจะรู้อยู่เต็มอก “ผู้ใดกันที่วางยาพิษกับเรา?”

“หมอหลวงประจำกายของพระองค์ไงเพคะ”

สีหน้าของหวังจิ้งเสวียนดูตกใจมิใช่น้อย เขาไม่คิดว่าจะถูกหมอหลวงประจำกายลอบปลงพระชนม์ได้

“พระองค์จำที่หม่อมฉันบอกเรื่อง ที่หม่อมฉันถูกวางยาพิษได้หรือไม่เพคะ?”

“จำได้ หรือว่าเจ้าก็ถูกวางยาพิษเช่นเดียวกันกับเรา?”

หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะ “เพคะ เป็นอย่างที่องค์รัชทายาทตรัสมาทั้งหมด”

“บัดซบ” หวังจิ้งเสวียนสบถออกมาด้วยความอารมณ์เสีย เขาไม่คิดว่านอกจากตัวเขาที่ถูกชินอ๋องสั่งให้หมอหลวงวางยาพิษเขาแล้ว ยังลากพระชายาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

หลี่หลิ่งฟางจ้องมองนิ่ง ทั้งที่ในใจกำลังคิดเหตุผลบางอย่าง

‘บางทีองค์รัชทายาทและพระชายา อาจจะถูกวางยาพิษมาก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องตามนิยาย เหตุผลที่หมอหลวงกระทำลงไปคงเป็นเพราะ...’

ย้อนกลับไปก่อนหน้าเมื่อสองวันก่อน ในห้องรับรองของสำนักศึกษา หลิวอ๋องและหลี่หลิ่งฟางกำลังนั่งฟังรายงานจากแม่ทัพหยาง

“จากที่กระหม่อมได้ไปตรวจสอบที่เรือนของหมอหลวง และได้พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเกี่ยวกับวันที่ และจำนวนปริมาณยาพิษที่ใส่ลงไปผสมในใบชาพ่ะย่ะค่ะ ภรรยาของหมอหลวงได้ให้สารภาพว่า ที่สามีของนางกระทำลงไปเพื่อแก้แค้นให้กับบุตรีของตน นางกระโดดน้ำปลิดชีพตนเอง หลังมีประกาศการอภิเษกสมรสระหว่างองค์รัชทายาทและพระชายา เพราะบุตรีของพวกเขาหลงรักองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”

“ฮะ! เรื่องพรรค์นี้พวกข้าผิดอันใด? หมอหลวงนั่นโง่เขลาขนาดนั้นเชียวหรือ! ถ้าเรารู้ว่าศพของบุตรีเขาฝังเอาไว้ที่ใด เราจะไปขุดมันขึ้นมาและโยนกระดูกให้สุนัขแทะเล่น บังอาจนักมาลอบปลงพระชนม์ทั้งที่พวกเรามิได้ทำอันใดผิด!”

หลิวอ๋องและแม่ทัพหยางต่างเสียวสันหลังวาบ บรรยากาศในห้องรับรองตกอยู่ในความเยือกเย็นกะทันหัน

“พระชายาเย็นพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงถูกตัดคอไปแล้ว และครอบครัวของเขาได้ชดใช้ตามผลกรรมที่ก่อเอาไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางยังรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย การที่ตนอ่านนิยายไม่จบทำให้ไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง บางทีแผนการวางยาพิษขององค์รัชทายาท อาจจะมาจากความคิดของหมอหลวง เพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัยจึงได้ทำการรักษาชะลอพระอาการก็ได้

โชคดีที่หลังจากเข้ามาสิงร่าง เลยทำให้องค์รัชทายาทยังมีชีวิตรอดมาตลอด หรือบางทีหมอหลวงอาจจะถูกใครสักคนยุแยงให้ทำเรื่องพรรค์นี้

“น่าจะทำให้ทรมานก่อนตายชะมัด” หลี่หลิ่งฟางพึมพำกับตนเอง

แต่บุรุษอีกสองกลับได้ยินชัดเจน พวกเขาต่างมองหน้ากันไม่ได้เอ่ยเรียกสติของหญิงสาวแต่อย่างใด

-----

ณ ปัจจุบัน องค์รัชทายาทได้พักรักษาพระวรกายหนึ่งเดือนเต็ม โดยที่บาดแผลสมานดีขึ้น ผลข้างเคียงไม่มีปรากฏ ชายหนุ่มจึงได้รับอิสระอีกครั้ง

“พระชายาเราดีขึ้นมากแล้ว เจ้ายังจะให้เราทานยาเม็ดนั่นอยู่อีกงั้นหรือ?” หวังจิ้งเสวียนตรัสถามในขณะนั่งพักอยู่ในศาลา

“เพคะ ถึงองค์รัชทายาทจะทรงหายดีแล้ว แต่อย่างไรก็ต้องทานยานี้เสมอ จนกว่าจะครบจำนวนที่หม่อมฉันกำหนด พระองค์จะหยุดยาเองมิได้นะเพคะ”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่เพคะ” หลี่หลิ่งฟางตัดบทชายหนุ่ม โดยไม่สนใจท่าทางเหงาหงอยเหมือนฮัสกี้หูลู่หางตก ‘เชื่ออดีตแพทย์ดีกรีเกียรตินิยมคนนี้เถิด แล้วชีวิตเจ้าจะอยู่รอดปลอดภัย’

หวังจิ้งเสวียนทานยาที่พระชายายื่นมาให้ เขาทานยาจนรู้สึกชินไปแล้ว เหมือนกับว่ามันคือยาบำรุงร่างกายชนิดหนึ่ง ถึงจะดูหน้าตาแปลกประหลาดไปบ้าง

“จริงสิเพคะ วันพรุ่งมีจัดเทศกาลหยวนเซียว พวกเราจะไปเยี่ยมท่านพ่อของหม่อมฉันที่จวน และตอนเย็นพวกเราจะเดินเล่นในเมืองด้วยกัน ดีหรือไม่เพคะ?”

หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มอ่อนพลางนึกถึงใบหน้าของอัครมหาเสนาบดี ‘เราจะได้เจอพ่อตาครั้งแรก หลังจากเกิดเรื่องนั้นสินะ...’ หวังจิ้งเสวียนไม่เคยรู้สึกอยากให้ช่วงเวลาเดินไปช้า ๆ ขนาดนี้มาก่อน

แผนการที่เขาวางมามันกำลังดำเนินไปตามกาลเวลา และเฝ้ารอที่จะจู่โจมในเวลาที่เหมาะสม ทว่าการเผชิญหน้ากับอัครมหาเสนาบดีนับเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเขาเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับอัครมหาเสนาบดีมามากมาย

ในวังอัครมหาเสนาบดีเปรียบเสมือนศาลตัดสินว่าผู้ใดสมควรอยู่ ผู้ใดสมควรตายอย่างไรอย่างนั้น หวังจิ้งเสวียนกลัวว่าวันพรุ่งนี้ตนต้องเจอกับอันใดบาง หากยังรักชีวิตอย่าคิดพูดไม่ดีออกไปเด็ดขาด เพราะบุตรีเป็นเช่นไร พ่อของนางก็อาจจะโหดกว่าร้อยเท่าพันเท่า

หลี่หลิ่งฟางหันมามองพระพักตร์ขององค์รัชทายาท ด้วยความเป็นห่วงจึงตรัสถามออกไป “องค์รัชทายาททรงมิสบายพระทัยใช่หรือไม่เพคะ?

หลี่หลิ่งฟางเห็นองค์รัชทายาทผงกศีรษะ เขาคงกำลังรู้สึกหวาดกลัวท่านพ่อของตน หลี่หลิ่งฟางจึงหาคำพูดเพื่อปลอบพระทัย

“องค์รัชทายาทอย่างทรงกังวลเลยเพคะ ท่านพ่อของหม่อมฉันหาได้โหดร้ายน่ากลัว ดั่งเช่นที่พระองค์คิดหรอกเพคะ”

“อัครมหาเสนาบดีรู้เรื่องที่เราทำกับเจ้า”

“เรื่องนี้หม่อมฉันอยากจะทูลถามพระองค์พอดี ที่พระองค์วางยาพิษตนเองนี่เป็นความคิดของพระองค์ หรือเป็นความคิดของผู้อื่นเพคะ?”

หวังจิ้งเสวียนไม่ได้ตอบไปในทันที เขาก้มพระพักตร์ครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะตรัสกลับไปว่า “เรื่องนี้เรามิเคยบอกกับผู้ใดมาก่อน ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าต้องรับโทษกับสิ่งที่เราทำ เราก็จะบอกความจริงกับเจ้า”

หลี่หลิ่งฟางตั้งใจฟัง “ตรัสบอกหม่อมฉันมาเลยเพคะ”

ชินอ๋อง...ท่านลุงของเรา เขาวางแผนที่จะก่อกบฏ เราจึงวางแผนรับมืออยู่เบื้องหลังคอยเล่นไปตามเกมที่ชินอ๋องวางเอาไว้ เหมือนยาพิษ เรารู้ว่าในน้ำชาที่หมอหลวงถวายให้เรามาบำรุงร่างกายมียาพิษผสมอยู่ เราจำเป็นต้องดื่มเพื่อทำให้หมอหลวงตายใจ และชินอ๋องเชื่อสนิทใจ ทว่าชินอ๋องกลับลากเจ้าเข้ามาเกี่ยวด้วย”

“หมายความว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของชินอ๋องหรือเพคะ?”

“อืม”

หลี่หลิ่งฟางนึกไม่ถึงว่าคนที่ร้ายกาจที่สุดดันอยู่ใกล้ตัว ชินอ๋องผู้นี้คือท่านลุงขององค์รัชทายาท พระเชษฐาของฮ่องเต้ บางทีเขาต้องการจะชิงบัลลังก์จากฮ่องเต้ก็ได้ จุดอ่อนของฮ่องเต้ คือ องค์รัชทายาท และ ฮองเฮา

หลี่หลิ่งฟางขบคิด ‘บางที...ข้าน่าจะไปสำรวจที่จวนชินอ๋องเสียหน่อย เผลอ ๆ อาจจะแก้ไขสถานการณ์แทน และปกป้องพระสวามีของข้าได้ โดยพวกทหารมิต้องลงมือให้เสียแรง’

หวังจิ้งเสวียนรับรู้ความคิดของหลี่หลิ่งฟางได้ เขาหันไปบีบแก้มซาลาเปาคู่นั้น

หมับ

“เจ้ากำลังคิดจะทำอันใดใช่หรือไม่?”

“เหตุใดถึงรู้ได้ หม่อมฉันแค่คิดเองนะเพคะ”

“มิน่าไว้ใจอย่างยิ่ง เจ้าจะไปบุกจวนชินอ๋องใช่หรือไม่?”

“...!”

สีหน้าของหลี่หลิ่งฟางฉายชัดออกมา ยิ่งทำให้คำพูดของหวังจิ้งเสวียนหนักแน่นมากขึ้น

“ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นพระชายาของเรา ตัวติดกันทุกช่วงเวลา คิดหรือว่าเราจะมิรู้จักนิสัยของเจ้า หืม?”

หลี่หลิ่งฟางคล้ายลูกกระต่ายน้อยที่ถูกพยัคฆ์จับได้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“โอ๊ะ! วันนี้ในตลาดมีขายหมั่นโถวฟักทอง พวกเราไปตลาดและซื้อมาเสวยกันเถิดเพคะ”

หวังจิ้งเสวียนหัวเราะในลำคอ “ช่างเปลี่ยนเรื่องเก่งเสียจริง ให้ตายเถอะ”

“แล้วชอบหรือไม่เพคะ?”

“มีหรือที่เราจะมิชอบ เจ้าอยากเสวยหมั่นโถวฟักทองสินะ ไปเถิด ก่อนที่จะขายหมด”

“เพคะ”

หวังจิ้งเสวียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเอี้ยวตัวหันมาเอ่ยว่า “ห้ามบุกจวนชินอ๋อง”

“เอ๋~”

“ห้ามก็คือห้าม”

“ได้ไง”

ทั้งสองเดินต่อล้อต่อเถียงกันไปเรื่อย ๆ จนเดินทางไปถึงตลาดก็ยังคงเถียงกันไม่หยุด

*****

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พบเจอบิดาครั้งแรก

    เสียงฝีเท้านับสิบดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนขบวนรถม้าจะแล่นผ่านประตูบานใหญ่ของสำนักศึกษาเข้ามาอย่างเร่งร้อน“เปิดทาง! อัครมหาเสนาบดีหลี่มาถึงแล้ว!”ประตูหน้าเปิดออกผู้ที่ปรากฏกายท่ามกลางบ่าวรับใช้ ก็คือบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นสูง อาภรณ์แพรสีเข้มบารมีแผ่ซ่านทั่วร่าง ดวงตาคม

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เจ้าเจ็บ แต่ข้าเจ็บยิ่งกว่า

    ฉึก!โลหิตสาดกระเซ็นบนดวงหน้างาม ดวงตาดอกท้อเบิกโพลงรีบทิ้งดาบโผเข้าประคองร่างที่ล้มหน้าคว่ำมาทันที“อึก!”โลหิตอุ่นร้อนสำลักออกจากริมฝีปากเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาหมดจด อาภรณ์ขาวตอนนี้กลับเปียกชุ่มไปด้วยสีแดงฉาน“เหตุใด...ทำ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   สะกดรอยตาม

    ยามรัตติกาลเข้ามาเยือนในคืนนั้น ทั่วทั้งสำนักศึกษาตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าของเหล่าทหารยามที่ผลัดเวรลาดตระเวนดังก้องเบา ๆ บนพื้นหินกรวดเหนือหลังคาเรือนกลางของสำนักศึกษา เงาร่างหนึ่งยืนทอดกายท่ามกลางสายลมหยอกเย้า ชายอาภรณ์ดำปลิวสะบัดราวกับกำลังร่ายรำกลางอากาศ ดวงหน้าขาวเนียนด

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   นักฆ่าแฝงตัวเข้ามา

    เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขากลับมารวมตัวที่ห้องอาหารในยามเฉิน เหล่าบ่าวรับใช้ต่างทยอยยกสำรับอาหารมาจัดเรียงบนโต๊ะตามหน้าที่ หลี่หลิ่งฟางทอดมองชาร้อนที่กำลังถูกรินใส่จอกเรียบนิ่งก่อนที่จะเกิดเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงบเพล้ง!จอกชาของหวังจิ้งเสวียนถูกปัดหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย บ่าว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status