Home / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่43 ถูกลอบสังหารอีกครั้ง

Share

ตอนที่43 ถูกลอบสังหารอีกครั้ง

last update Last Updated: 2026-01-20 06:39:47

หลังจากรับประทานมื้อค่ำกับทุกคนในตระกูลลู่ องค์รัชทายาทก็เริ่มเปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง ยามนี้เขารู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกได้ถึงความอิสระ ทุกคนพูดคุยเป็นกันเองและหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเขาแทบจะหาไม่ได้ในวังหลวง 

ลู่หลินที่ก่อนหน้าเสียอาการตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะพอได้เริ่มพูดคุยสนทนากับเขา ความมั่นใจในแบบฉบับสาวยุคใหม่ก็กลับมา เขาเองก็ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีกับลู่หลิน เพราะเป็นนางที่ชวนเขาพูดคุยเพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลายและจะได้สนิทกันมากขึ้น

“เป็นอย่างไรเพคะที่นี่แตกต่างจากที่พระองค์เคยพบเห็นหรือไม่?” ลู่หลินเอ่ยถามรัชทายาทที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นาง

“แตกต่างมากข้ารู้สึกว่าที่นี่ข้าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เจ้าคงไม่ว่าอะไรหากข้าจะแวะมาบ่อย ๆ”

“หากพระองค์ไม่แวะบ่อย ๆ หม่อมฉันคงต้องถอนหมั้น เพราะดอกไม้ที่หม่อมฉันปลูกเอาไว้ในใจต้องการแสงแดดทุกวันและพระองค์ก็คือแสงแดดของหม่อมฉัน” ลู่เสียนได้ยินก็กลอกตามองบน เพ้อเกินไปลู่หลินไม่ไหว รัชทายาทใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย นางเกี้ยวเขาต่อหน้าทุกคนเช่นนี้เลยหรือ บุตรสาวตระกูลทุกคนแลดูมีความมั่นใจ

“ท่านพ่อพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปที่ไร่ชา ลู่อัน ลู่เจิน ลู่หลิน พวกเจ้าสามคนแวะไปตรวจกิจการ ฝากดูโรงเตี๊ยมที่ซ่อมแซมว่าไปถึงไหนแล้ว เห็นมีคนแจ้งมาว่าคนงานทยอยลาออก ท่านอ๋องหม่อมฉันต้องการคนทำงานสัก10คนเพคะ”ลู่เสียนสั่งงานพวกนางก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา

“เจ้าจะเอาไปทำอะไร?”

“ก็พวกเขาทยอยลาออกอย่างผิดปกติ หม่อมฉันอยากให้คนคอยสะกดรอยตามพวกเขาเพคะ ก่อนหน้านี้กิจการโรงเตี๊ยมขาดทุนทุกเดือน หม่อมฉันไปตรวจดูก็พบว่า มีการยักยอกและโกงบัญชี ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดไฟไหม้สี่แห่ง หม่อมฉันเชื่อว่าต้องมีใครส่งพวกเขามาทำงาน จากนั้นก็คอยยักยอกเงินและวางเพลิง” 

“คุณหนูใหญ่ไม่ต้องกังวล ยามนี้คนของพวกข้าในค่ายพยัคย์อินทรีจะมาถึงในไม่ช้า ในระหว่างที่ท่านไปที่ไร่ชากับท่านอ๋อง ข้าและรองแม่ทัพจะช่วยกันดูแลที่นี่อย่างเต็มที่” เจียวลู่เอ่ยขึ้น

เขาได้ปรึกษาหารือกับเหว่ยอ๋อง รองแม่ทัพฉือและท่านลู่เฉิง ถึงการเตรียมรับมือกับคนไม่ประสงค์ดีและไหนจะตามสืบเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ว่าใครที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง การวางเพลิงและการลอบสังหาร พวกเขาจึงได้เรียกหน่วยงานพิเศษ ที่เรียกว่าหน่วยพยัคย์อินทรี ให้เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและสืบหาความจริง ในเมื่อได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือกันอย่างสุดความสามารถ 

ลู่เสียนมองพวกเขาสามคนอย่างซาบซึ้งใจ อย่างน้อยยามมีปัญหาก็ยังมีคนอยู่เคียงข้าง พอเห็นเช่นนี้นางก็พร้อมจะลุยอย่างไม่หวาดกลัวอะไรอีกแล้ว

“ท่าเช่นนั้นวันนี้ฤกษ์งามยามดี ทุกคนมาอยู่กันอย่างพร้อมเพรียงและเป็นดั่งคนในครอบครัวตระกูลลู่ ข้าได้ทำน้ำดื่มชนิดพิเศษเพื่อให้ทุกคนได้ดื่ม เรียกว่าน้ำกระเจี๊ยบ สีแดงสดใสดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่นแข็งแรง พี่ผิงอันข้ารบกวนไปยกมาทีเจ้าค่ะ”

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”

ที่จริงน้ำที่นางทำคือน้ำกระเจี๊ยบผสมเลือดของนางลงไป นางไม่รู้ว่าเลือดของนางมีประโยชน์อะไรบ้างรู้เพียงแค่ว่ามันพิเศษมาก นางจึงคิดว่าหากให้ทุกคนดื่มเอาไว้ก็น่าจะดี ในยามคับขันตอนนั้นในหัวของนางเหมือนมีคนบอกว่า “จงใช้เลือดของเจ้าเยียวยาทุกคน” พอนางให้เลือดทุกคน หลังจากนั้นก็ดูเหมือนทุกคนจะแข็งแรงขึ้น นางจะคิดต้มน้ำกระเจี๊ยบหมอใหญ่ให้ทุกคนดื่ม นางไม่คิดจะอธิบายสิ่งใด เพราะบางอย่างรู้เรื่องมากไปใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี

เมื่อผิงอันยกหม้อที่ใช้ต้มน้ำกระเจี๊ยบเข้ามา ลู่เสียนก็เริ่มตักใส่ถ้วยชาให้กับทุกคน 

“พี่หญิงอร่อยมากเจ้าค่ะ” ลู่อันเอ่ยชมอย่างพอใจ

“อร่อยก็ดื่มเยอะ ๆ ข้าต้มไว้เยอะ พี่ผิงอันนำไปแบ่งให้บ่าวในจวนดื่มด้วยเจ้าค่ะ

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่” ลู่เสียนมองทุกคนดื่มอย่างพอใจ สวรรค์โปรดช่วยคุ้มครองทุกคนให้ปลอดภัย

วันต่อมาลู่เสียนก็เดินทางมาถึงไร่ชาในยามใกล้เที่ยง รอบนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางและเหว่ยอ๋องจึงเดินทางอย่างราบรื่น เมื่อมาถึงนางก็ไม่รอช้าที่จะรีบออกไปสำรวจไร่ชาในทันที พื้นที่ไร่ชาหลายร้อยไร่ มีคนงานอยู่20ครอบครัว แต่ละครอบครัวดูแลไร่ชาครอบครัวละ 20ไร่ 

“ท่านลุงใครเป็นคนให้ไปแจ้งให้ข้ามาดูต้นชาหรือเจ้าค่ะ?” เมื่อลงจากรถม้าลู่เสียนก็เดินไปหาลุงท่านหนึ่ง ที่ดูแลไร่ชาลำดับที่หนึ่ง เมื่อเขาหันมาเห็นลู่เสียนก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

“โอ้คุณหนูใหญ่ท่านมาได้อย่างไร? ใบชามีปัญหาหรือขอรับ?” ลู่เสียนถอนใจออกมา

“มีคนไปแจ้งที่จวนบอกต้นชามีปัญหา อยู่ ๆ ก็แห้งเหี่ยวและตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ให้ข้ามาดูด้วยต้นเองเจ้าค่ะ” ชายวัยกลางคนรับฟังก่อนจะครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยออกมา

“คุณหนูใหญ่ลุงไม่เคยได้ยินข่าวนี้เลยขอรับ ไม่ทราบว่าใครไปแจ้ง ปกติหากมีปัญหาอะไรก็จะพูดคุยกันตลอดขอรับ แต่ว่าเรื่องนี้ไม่มีนะขอรับ”

พอได้รับฟังนางก็เข้าใจได้ในทันที แผนล่อเสือออกจากถ้ำ เพื่อจะกำจัดนางเเละเหว่ยอ๋อง ถึงกับวางวางแผนให้คนไปแจ้งเรื่องเท็จ เจ้าพวกคนชั่ว! ข้าจะเอาคืนพวกเจ้าอย่างสาสมอย่างแน่นอน

“ถ้าเช่นนั้นข้ากลับก่อนนะเจ้าค่ะ”

“เดินทางปลอดภัยขอรับ”

ลู่เสียนรีบคว้ามือเขามากุมเอาไว้ ก่อนจะรีบพาก้าวขึ้นรถม้าด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เหว่ยอ๋องรีบดึงนางมากอดพร้อมลูบหลังให้นางเบา ๆ เพื่อให้นางคลายโทสะลง “ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ต้องสืบได้ในไม่ช้า” เขาเอ่ยขึ้นเพื่อให้นางคลายใจ ลู่เสียนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะคลายโทสะลง

รถม้ายังคงแล่นไปบนถนนที่ขรุขระดังกึกกัก ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามที่รถม้าเดินทางมาถึงถนนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้รกครึ้มบรรยากาศเงียบสงัด รอบนี้ลู่เสียนและเหว่ยอ๋องระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี และองครักษ์ที่พามาก็ยังเป็นชุดเดิม แผลของพวกเขาหายดีอย่างน่าเหลือเชื่อเลือดของนางพิเศษมากจริง ๆ

ฟิ้ววววว!!

ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งออกมาจากสองฝั่งทางที่เป็นป่ารกทึบ ลู่เสียนในเมื่อเตรียมตัวมาอย่างดี รอบนี้จึงพร้อมจะโต้กลับอย่างไม่รีรอ ลู่เสียนยกมือขึ้นมาแล้ววาดเป็นวงกลม ลูกธนูที่ถูกยิงเข้ามาในรัศมีที่แสงสีทองจะลอยค้างอยู่กลางอากาศ เหว่ยอ๋องมองอย่างสนใจ นี่มันวิชาอะไรกันน่าสนใจดี

“วันนี้จับเป็นห้ามให้พวกเขาฆ่าตัวตายเด็ดขาด!” ลู่เสียนเอ่ยบอกอย่างแข็งกร้าวรังสีอำมหิตเริ่มแผ่กระจายออกมารอบ ๆ ตัวนาง

“ขอรับคุณหนูใหญ่”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status