เข้าสู่ระบบ“ขอบใจท่านผู้ผ่านทางเจ้าค่ะ เอ่อ…ท่านออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าจะลุกขึ้นไปแต่งกาย”
น้ำเสียงเหนื่อยหอบเอ่ยสั่งการคนที่นางใช้งานจนอาการดีขึ้น หากใส่ใจจ้องมองเข้าไปในความมืดมิด คงเห็นว่าผู้ผ่านทางที่นางเรียกขานกำลังแกะผ้าปิดปากออก
“ใช้งานข้าเสร็จก็ผลักไสเลยหรือ ใจร้ายใจดำชะมัด!”
มือข้างขวาเอื้อมไปกอบกุมปลอบประโลมลูกรัก เจ้าแท่งยาวตกใจมากที่ถูกปล่อยร้างกลางคันทั้ง ๆ ที่ใกล้เข้าเส้นชัยอีกรอบแล้วแท้ ๆ
“เอ๊ะ เสียงนี้หรือว่า…”
ใครจะจดจำน้ำเสียงของบุรุษ ที่ตนเองตามตอแยอยู่นานหลายปีไม่ได้เล่า
ตายแน่ ๆ ฉีเหม่ยหลัน เพิ่งรอดชีวิตจากยาพิษก็จริง แต่อาจจะตายเพราะสาเหตุอื่น ขึ้นคร่อมใครไม่ขึ้นดันไปขึ้นคร่อมเสนาบดีหน้าโหด!
“หึ หึ รู้ตัวแล้วหรือ”
ลิ้นร้อนแอบแลบเลียริมฝีปาก เพราะคนตรงหน้าเผลอลุกขึ้นยืน เปิดเปลือยก้อนขาวอวบในระยะสายตา ต่อให้ในถ้ำจะมืดเพียงไรเขาก็มองเห็นชัดเจน
“ข้าขออภัย ข้าคิดว่าเป็น…”
“เป็นใคร?”
เสียงห้วนเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด เพราะไม่คิดว่าเป็นเขานางเลยยอมให้ช่วยเหลือเช่นนั้นหรือ
“เป็นผู้ผ่านทางเจ้าค่ะ พวกเราต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะเจ้าคะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด”
“หากข้าไม่ทำตามเล่า ข้ายิ่งไม่ชอบถูกใครบังคับเสียด้วย”
“แล้วจะเอาอย่างไรเจ้าคะ พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแต่เอ่อ…ข้าผิดเองที่ล่วงล้ำท่าน”
คนพูดเสียงอ่อนลงทันทีพร้อมกับสีหน้าซีดเซียว หากมีแสงสว่างคงมองเห็นได้ชัดเจนว่าเจ้าตัวสำนึกผิดมากแค่ไหน
“ไปทำกันต่อข้างบน”
วาจาเถรตรงกล่าวออกไปตามใจคิด ตรงที่อยากจับถูกห้ามปรามไม่ให้สัมผัสตลอดการร่วมรัก อยากจูบริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่นยังถูกเมินหน้าหนี!
“อ๊ะ ไม่เอา”
“ไม่เอาอันใด เจ้าเอาเข้าจนสุดทางมาหลายรอบแล้ว ข้าเดินมาถึงก็ถูกเจ้าย่ำยีโดยไม่มีโอกาสพูดจา คงถึงครานึกถึงตนเองเสียบ้าง ลองจับดูเถิดเจ้าจะได้รู้ว่าตรงนั้นปวดร้าวมากแค่ไหน”
วาจายืดยาวเอ่ยโต้แย้งหวังผลในทางบวก เกิดมาเกือบครึ่งชีวิตเพิ่งเคยลึกซึ้งกับสตรีเป็นครั้งแรก ใจคอจะให้เขาถอยห่างเลยหรือ เขาก็มีหัวใจถูกทำรักขนาดนี้ย่อมมอบใจให้โดยง่าย
จะมีบุรุษใดใจง่ายกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว!
ซ่งจือหานลุกขึ้นจากน้ำแล้วเดินเข้าไปอุ้มกายเปลือยเปล่าไม่ต่างจากตน จากนั้นจึงพาขึ้นจากบ่อน้ำทันที ส่วนแข็งขืนผงกหัวตอบรับจนปวดร้าวไปทั้งร่าง ปลดปล่อยไปหลายรอบใช่ว่าจะเพียงพอ
ร่างอวบอิ่มในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลักไปมา เพราะไม่คาดคิดว่าบุรุษที่นางขอความช่วยเหลือจะกลายมาเป็นคนผู้นี้
หากรู้ผู้ใดจะกล้ากดขย่มเช่นนั้นกันเล่า!
ร่างเปลือยถูกวางลงบนกองอาภรณ์ของคนทั้งคู่ ซ่งจือหานเร่งคลี่อาภรณ์ตัวหนาของเขาออกเพื่อปูรองพื้น จะได้ไม่เกิดร่องรอยไถครูดบนผิวกายขาวนวล
“เหม่ยหลันข้าว่ายาปลุกกำหนัดในกายเจ้า กำลังถ่ายเทมาที่กายข้า ได้โปรดช่วยข้าด้วยได้หรือไม่”
เมื่อเห็นท่าทีดื้อรั้นไม่ยินยอม คนที่ลุ่มหลงมัวเมาไม่ต่างจากต้องพิษ จึงเอ่ยร้องขออย่างตรงไปตรงมา
“ข้าให้ทำไปหลายรอบแล้วยังต้องทำเพิ่มอีกหรือ ข้าว่าพวกเรารีบกลับฐานกันเถิด ประเดี๋ยวคนอื่น ๆ เป็นห่วง เรื่องทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ข้าบอกกล่าวนะเจ้าคะ”
“เรื่องที่เจ้าจะทิ้งขว้างข้า และตั้งใจทำร้ายลูก ๆ ของข้านั่นหรือ”
“ข้ายังไม่อยากตั้งครรภ์” นางตอบรับเพียงสั้น ๆ เพราะตั้งใจถอยห่างอย่างที่กล่าวจริง ๆ
“ข้าตามใจเจ้าทุกเรื่อง แต่ยามนี้ต้องช่วยเหลือข้าก่อน”
อุ้งมือสากระคายตรงเข้ากอบกุมความอวบใหญ่ตรงหน้าทันที ทว่าสัมผัสแค่มือคงไม่อิ่มหนำอย่างแน่นอน ใบหน้าหล่อเหลาจึงโน้มลงเข้าใกล้ แล้วกลืนกินยอดถันสีหวานจนเต็มอุ้งปาก
“อ๊ะ…อือ”
เมื่อถูกเล้าโลมตรงจุดกระสัน ประกอบกับฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดยังไม่หมดเสียทีเดียว กายอวบอิ่มจึงแอ่นขึ้นให้คนตัวโตละเลงก้อนนุ่มเด้งอย่างเต็มใจ
“ต้องถอนพิษในกายเจ้าออกให้หมด”
เสียงพึมพำบ่นชิดก้อนอวบอิ่ม ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกระหายน้ำถึงขั้นรีดเค้นลงคอจนแก้มซูบตอบ
“ถอนพิษหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“กายเจ้ายังสั่นอยู่เลย พิษร้ายยังหลงเหลืออยู่แน่นอน”
“ที่สั่นเพราะท่าน อ๊ะ..อือ”
เสียงละเลงเต้าทรวง ดังคลอเคลียสอดประสานไปกับเสียงอ่อนหวานพึงใจ ทั้งมือทั้งปากของเขาร่วมงานกันอย่างลงตัว
ในความมืดมิดมองเห็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่ ยืดติดไปกับริมฝีปากบุรุษ จากนั้นจึงเลื่อนขึ้นมาลิ้มชิมโพรงปากแสนหวานอย่างใจนึก
เจ้าของก้อนโอชะเอนกายลงนอนราบไปกับพื้นที่ปูด้วยอาภรณ์ตัวหนา สองขาแยกออกกว้างเพื่อตอบรับทุกท่วงท่าที่โถมแรงเข้าใส่
เจ็บหลังก็เจ็บแต่ฤทธิ์ร้อนจำเป็นต้องระบายออกให้หมด ผ่านไปอีกราวครึ่งชั่วยามการถอนพิษจึงลดระดับลง
“ข้าจะสวมอาภรณ์แล้ว ท่านลุกก่อนเถิด”
“อยากสวมก็สวมตรงนี้”
ปากบอกกล่าวไปเช่นนั้น แต่อุ้งมือกลับป้วนเปี้ยนเลื่อนไต่ไปตามกายอวบอิ่มไม่ยอมถอยห่าง ร่างสูงใหญ่ยังคงนอนหนุนตักนุ่มนิ่มในท่วงท่ารอคอยดื่มน้ำทิพย์จรุงใจ
“แต่ท่านมองอยู่ เอาหน้าออกไปได้แล้วเจ้าค่ะ”
สองมือดันใบหน้าให้ถอยห่างแต่ไม่เป็นผล เขายังคงมุดเข้าหาส่วนนุ่มนิ่มอยู่อย่างนั้น
“มากกว่ามองก็ทำมาแล้วทั้งนั้น หรืออยากให้ข้าช่วยสวม”
ส่วนสวยงามถูกริมฝีปากบุรุษครอบครองอีกครั้ง แก้มหนุ่มซูบตอบไปตามแรงถวิลหา ยิ่งใกล้เวลาถอยห่างเขายิ่งเร่งรัดดูดรั้ง ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวเหยเกไปตามแรงสัมผัสรุกล้ำ
ราว ๆ หนึ่งก้านธูปต่อมา คนกระหายน้ำทิพย์ค่อยยอมตัดใจถอยห่าง และปล่อยให้กายอวบอิ่มผละออกไปสวมอาภรณ์
“ข้าสงสัยซูชิงโม่”
กึก!
มือเรียวชะงักเล็กน้อย เพราะจู่ ๆ คนที่มีท่าทีพึงใจสตรีผู้นั้นกลับกล่าวได้ตรงใจนางยิ่งนัก จากนั้นจึงเร่งสวมอาภรณ์ให้แล้วเสร็จ จะได้มีเวลาพูดคุยกันก่อนกลับฐาน
“ท่านไม่ได้มีใจให้นางหรือ เหตุใดจึงนำเรื่องนี้มาบอกข้า”
ขณะที่พูดนิ้วเรียวได้ดันยาเม็ดสีเขียวเข้าปากอย่างรวดเร็ว เหมือนรู้ล่วงหน้าเลยติดกายไว้ตลอด
“เมื่อก่อนข้าอาจจะเคยคิด แต่ตอนนี้…”
“แค่ท่านแสดงออกว่าพร้อมเอาผิดคนร้ายข้าก็วางใจ ส่วนเรื่องอื่นเป็นสิทธิ์ของท่านไม่จำเป็นต้องบอกข้า”
วาจาหนักแน่นยังคงแสดงจุดยืนของตนเอง นางไม่ต้องการให้ผู้ใดมารับผิดชอบเพียงเพราะความจำเป็น หรือความเหมาะสมตามธรรมเนียมประเพณี
คนไม่รักอยู่กันไปนานวันมีแต่จืดจางลงเรื่อย ๆ นางอยากอยู่กับบุรุษที่รักนางเพียงผู้เดียว เลือกผิดมานานหลายปีถึงคราอยากตัดใจ แต่กลับมีเหตุให้ร้อยรัดเกี่ยวพันกันอีก
สวรรค์ท่านช่างตามมาสะสางเรื่องราวของพวกข้าทุกชาติภพเสียจริง!
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







