LOGINวันเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำก็ใกล้แล้วเสร็จเต็มที เพราะมีกำลังทหารจากหลาย ๆ หัวเมืองมุ่งหน้าเดินทางตามมาช่วยเหลือ
บุตรหลานขุนนางน้อยใหญ่ทั้งชายและหญิง ที่อยากช่วยเหลืองานโดยแท้จริง ต่างเดินทางมาสมทบช่วยเหลือให้การก่อสร้างเสร็จทันช่วงฤดูฝนซึ่งใกล้จะมาเยือนเต็มที
ยามนี้ร่างของคนบาดเจ็บยังคงนอนรับการรักษาอยู่ในกระโจมหลังเดิม เพราะบาดแผลถูกแทงใกล้จุดสำคัญของร่างกาย ท่านหมอจึงไม่อยากให้เคลื่อนย้ายคนเจ็บไปรักษาที่อื่น
เสนาบดีฝ่ายขวาของแคว้นยังคงรักษาตัวอยู่ในฐานก่อสร้างของเมืองถัง มีหมอจากเมืองถังหลายคนแวะเวียนเข้ามาตรวจรักษา ไม่เว้นแม้กระทั่งหมอหลวงจากสำนักพระราชวัง ซึ่งยามนี้มาประจำการที่ฐานก่อสร้างหนึ่งคน
“เมื่อไหร่จะตื่นเจ้าคะ ตื่นช้ามาก ๆ ระวังข้าชวนบุรุษอื่นเข้าถ้ำ ท่านไม่รู้หรือว่ายามนี้มีบุรุษอายุน้อยเข้ามาในฐานเยอะมากเลย ข้ากับเฟิ่งเอ๋อร์แอบมองอยู่ทุกวัน”
“หากไม่ตื่นข้าจะสวมอาภรณ์เปิดหน้าอกที่ท่านไม่ชอบ…”
ที่พูดจายั่วยุเช่นนี้เพราะมองเห็นนิ้วยาวกระดิกไปมา แต่เขายังไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้น ด้วยสาเหตุทางร่างกายที่อ่อนล้าเลยลืมตาไม่ขึ้น หรือแค่อยากฟังคำรักที่นางเพียรบอกกล่าวข้างหูก็ไม่รู้แน่
“แค่ก แค่ก”
เสียงไอแห้ง ๆ ของคนหมดสติดังขึ้นทันทีที่ได้ยินวาจาไม่เข้าหู เขาตื่นมาสองวันแล้วแต่ส่วนใหญ่ยังคงนอนนิ่ง ๆ เพื่อปรับสภาพร่างกาย
ทว่ายามดึกดื่นเขาพยายามลุกขึ้นเดินไปเดินมาภายในกระโจมที่พัก เรื่องนี้แม้กระทั่งหมอหลวงกับผู้ช่วยคนสนิทก็ยังไม่มีใครรู้ คงมีเพียงคนตัวเล็กช่างสังเกตที่รู้ทันเข้าจนได้
“นึกว่าจะยอมให้ข้าเปิดตรงนี้ให้บุรุษอื่นมองเสียอีก”
สองมือกอบกุมมือสากให้วางทาบลงตรงจุดที่เขาชอบใจ ท่านหมอบอกให้นางคอยพูดและกระทำในเรื่องที่คนเจ็บชื่นชอบ ในยามค่ำคืนจึงมานั่งข้างฟูกที่นอนของคนเจ็บทุกวัน
“เจ้ากล้าหรือ ข้าจะไปควักลูกตาคนมองทุกคน”
น้ำเสียงปกติไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นเลยสักนิด ทำให้โฉมงามจ้องมองตาเขม็ง
“ตื่นนานแล้วหรือเจ้าคะ ข้ารู้สึกได้ว่านิ้วของท่านขยับมาสองสามวันแล้ว”
“หิวน้ำ อยากดื่มนมด้วย”
คนป่วยแสร้งตอบไปเรื่องอื่น เพราะอยากเห็นสีหน้าบางอย่างของสตรีข้างกาย
อุ้งมือของเขานวดเคล้นบีบขยำก้อนนุ่มเด้งเต็มแรง จนเนื้อขาว ๆ ปริแยกออกตามง่ามมือ
“อื้อ จิบน้ำก่อนค่อยดื่มนมตามนะเจ้าคะ”
เชือกรัดอาภรณ์ถูกปลดออกรอคอยคนดื่มน้ำให้หายคอแห้งเสียก่อน ปลายถันสีชมพูชูชันล่อแสงตะเกียงไฟดวงเล็ก ๆ
หลังจิบน้ำจากจอกน้ำชาเสร็จสิ้น คนป่วยก็อยากจิบน้ำจากริมฝีปากแสนหวาน สองกายตรงเข้าแนบชิดดูดรั้งเรียวปากกันอย่างโหยหาและหิวกระหายไม่แพ้กัน
“หลันเอ๋อร์ข้ารักเจ้า รักมาทุกชาติภพ แต่ข้ามันคนหูหนวกตาบอดเลยรู้ตัวช้าทุกครั้ง ทั้งยังช่วยเหลือเจ้าไม่ได้เลยสักครั้ง เจ้ารู้หรือไม่หลังจากเจ้าสิ้นลมทุกชาติภพ ข้าก็ปลิดชีพตายตามเจ้าทุกครั้ง”
วาจาแน่วแน่รีบบอกกล่าวในเรื่องที่รับรู้และเชื่อสนิทใจ ในช่วงที่หมดสตินานเป็นเดือน เขาหวนคืนความทรงจำได้ถึงสามชาติสามภพ
ทุก ๆ วันเรื่องราวแต่ละชาติภพได้ฉายซ้ำวนไปวนมา จนกระทั่งค่ำคืนก่อนลืมตาตื่นเรื่องราวในตอนท้ายสุด ก็ฉายชัดให้เห็นสภาพของตนเองทุกชาติภพ
เขาได้แต่วิงวอนต่อโชคชะตาขอให้ชาติภพที่สี่ ได้มีโอกาสครองคู่กับสตรีที่รักอย่างยืนยาวและมีความสุขเสียที และภาพตอนตื่นขึ้นมาก็พบเห็นดวงหน้าหวานซึ้งตรึงใจอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม
เขาได้นางคืนกลับมาแล้วแน่แท้ ได้ทั้งกายและใจ หาใช่เพียงกายเฉกเช่นก่อนหน้า!
“ท่านอาก็จำได้ด้วยหรือเจ้าคะ”
น้ำเสียงตื่นเต้นเอ่ยถามออกไป ไม่น่าเชื่อว่าเขาก็จำได้เช่นกัน และดูท่าจะจดจำได้มากกว่านางเสียด้วยซ้ำ
“หลันเอ๋อร์ เรียกข้าว่าท่านพี่ ท่านอาไม่ทำแบบนี้กับหลานสาวหรอก”
อุ้งปากอุ่น ๆ เลื่อนไถลเข้าหาก้อนโอชะชโลมจิตใจ เมื่อก้มดูดแล้วไม่ถนัด จึงเอนกายลงนอนหนุนตักนุ่มนิ่มเสียเลย
อุ้งปากอุ่น ๆ ออกแรงดื่มน้ำหวานจากยอดถันอย่างหนักหน่วง เจ้าของนมสดแสนหวานใจดีเปิดอาภรณ์ให้ดื่มได้เท่าที่ต้องการ ทั้งยังช่วยป้อนเข้าปากทีละข้างอย่างเท่าเทียมกัน มือข้างที่ว่างลูบไล้ศีรษะเด็กโข่งด้วยท่าทีเอ็นดู
“หลันเอ๋อร์ข้าอยากทำ ตรงนั้นปวดไปหมดแล้ว”
“แต่ท่านเพิ่งฟื้นนะเจ้าคะ”
เสียงแผ่วเบาทำทีห้ามปราม แต่กลับแยกขาออกกว้างให้นิ้วกร้านเข้าไปสัมผัสจนเปียกชื้น
“ข้าแอบลุกมาเดินออกกำลังกายมาสองวันแล้ว”
“ข้าไม่เห็นรู้เลย อ๊ะ…”
กายบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสองนิ้วสอดแทรกเข้ามาตามแนวแยก ซึ่งมีน้ำหวานไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“เจ้านอนหลับกรนจนข้าตื่น ข้าเลยลุกขึ้นเดินเตรียมแรงไว้กระแทกเมียตัวน้อย!”
ดวงตาคมกริบจ้องมองไปทั่งกายสาวอย่างหิวกระหาย เรี่ยวแรงหรืออาจจะยังน้อยนิดแต่เขาพร้อมสู้ไม่ถอยอย่างแน่นอน
“อือ ตรงนั้น”
“หลันเอ๋อร์ข้าอยากมาก…”
“จะมีคนมาเห็นหรือไม่เล่า”
“ไม่มีหรอกดึกมากขนาดนี้ คนอื่นนอนหลับกันหมดแล้ว เจ้าร้องครางเบา ๆ”
“ข้าจะใช้ตรงนี้ช่วยก่อน ท่านจะได้ไม่ต้องออกแรงมาก อย่าลืมว่าตนเองเพิ่งฟื้นไข้ วันรุ่งขึ้นเราค่อยไปหาที่ทำกันแรง ๆ”
นิ้วเรียววาดไปตรงริมฝีปากของตนเอง เพื่อสื่อให้รู้ว่านางต้องการใช้ส่วนไหนดูแลคนเจ็บ
“อือ ก็ยังดี แต่เจ้าต้องอ้าขาให้ขาทำเช่นเดียวกัน”
ริมฝีปากแห้งผากแลบเลียไม่ต่างกัน วันนี้เขาจะลิ้มรสกายหอมหวานอย่างสาสม วันอื่นค่อยหาสถานที่โยกเอวเข้าใส่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงร้อง
สิ้นเสียงตอบรับการกระทำ ท่อนเนื้อขนาดเท่าแขนเด็กก็ถูกอุ้งมือเล็กล้วงจากอาภรณ์ด้วยท่าทีตื่นเต้น ไม่เจอกันนานรู้สึกคิดถึงแทบบ้า
“อูย เท่าแขนเด็กเลยเจ้าค่ะ ถึงว่าวันนั้นข้าทั้งเจ็บทั้งแสบ”
“หึ หึ ก็เล่นกระโจนเข้าใส่ของแข็งทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคย แต่จะว่าไปเจ้าเคยจับเคยลูบมาแล้วจำไม่ได้เลยหรือ”
“หรือว่าบนรถม้า”
สัมผัสในฝันช่างคุ้นเคยจากสองภพชาติ ซึ่งเคยร่วมเรียงเคียงกายกันมาก่อน ความรู้สึกที่จับต้องนั้น ทั้งแข็งขืนสู้มือและนุ่มเนียนมือพิลึก ทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากนางลูบคลำไปเจอตอเข้าให้
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







