Share

9

last update publish date: 2026-07-31 23:21:37

เสียงอาละวาดเอะอะโวยวายและเสียงเข้าของถูกปาตกแตกดังสนั่นออกไปถึงด้านนอกจวน ทำให้จินเกอ จินเฉอถือวิสาสะพุ่งตัวเข้ามาด้วยใจเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านายตนเกรงว่าจะมีผู้มิประสงค์ดีที่เล่อหยางหลงเคยไปขัดแข้งขัดขาหรือทำตัวอันธพาลใส่บุกเข้ามาลอบทำร้ายเอาคืนเยี่ยงคราก่อน ๆ “เกิดอันใดขึ้นขอรับท่านแม่ทัพ”

“นาง! นางสตรีชาติชั่วผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับข้าโดยมิมีเกรงกลัว!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเมื่อเห็นทหารคนสนิททั้งสองคนของตนโผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องก็ค่อย ๆ เก็บซ่อนไฟโทสะที่มันสุมอยู่กลางอกให้มิดด้วยไม่อยากรู้สึกเสียหน้าหากเรื่องที่เขาจนปัญญาจะต่อปากต่อคำกับแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นั้นกระทั่งยินยอมไม่ไต่สวนเอาความรีบขับไล่ไสส่งนางออกไปให้พ้น ๆ ถูกแพร่งพรายเข้าหูผู้อื่นเข้า จากนั้นจึงค่อย ๆ หันหน้าออกด้านนอกหน้าต่างแล้วใช้แขนแกร่งไขว้ประสานฝ่ามือกันเอาไว้ที่บริเวณบั้นเอว “พวกเจ้าเข้ามาด้วยเหตุอันใด”

“พวกข้าได้ยินเสียงคล้ายข้าวของตกแตก ซ้ำยังได้ยินท่านแม่ทัพเอะอะโวยวายเสียงดังขอรับ พวกข้าเลยคิดว่าจะมีพวกโจรหรือศัตรูลักลอบเข้ามาทำร้ายท่านแม่ทัพอีกขอรับ”

จินเกอและจินเฉอสองสหายคนสนิทของเล่อหยางหลงที่ร่วมรบ ร่วมทุกข์สุขเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่เยาว์วัยรีบทรุดตัวคุกเข่าก้มศีรษะโค้งขออภัยลงตรงหน้ายามรู้ว่าพวกเขาเพียงเข้าใจผิดกันจนทำให้ถือวิสาสะพรวดพราดเข้ามาในห้องส่วนตัวอีกฝ่ายโดยมิได้บอกกล่าวขออนุญาต

แม่ทัพเล่อหยางหลงยกฝ่ามือขึ้นห้ามปราม ไม่ได้ถือโทษโกรธสหายคนสนิททั้งสองคน ทราบดีว่าจินเกอ จินเฉอเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของตนเท่านั้นด้วยระยะหลัง ๆ มานี้มีพวกโจรและคนชั้นต่ำมากมายลักลอบเข้ามาดักทำร้ายเขาอยู่บ่อยครั้ง "ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองคนมาก แต่หาได้มีอันใดไม่ ผู้ใดมันจะหาญกล้าบุกจวนแม่ทัพในเวลากลางวันแสก ๆ เช่นนี้เล่า ถิ่นข้า ซ้ำชื่อเสียงเรียงนามของข้าก็หาใช่ว่าธรรมดา ยอดนักรบผู้โหดเหี้ยม คมดาบของข้าสังหารศัตรูมาแล้วนับหมื่น หากพวกมันกระทำสิ้นคิดเยี่ยงนั้นก็เท่ากับเอาชีวิตมาทิ้งลงขุมนรกจริงหรือไม่จินเกอ จินเฉอ"

"จริงขอรับท่านแม่ทัพ" จินเกออยากสวนกลับไปเสียจริงว่าใช่เพราะเหตุนี้หรอกหรือเล่อหยางหลงถึงได้มีศัตรูอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะย่างกรายไปทางใดก็มีแต่คนหมายหัว ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเป็นผู้กล้าสังหารตัวร้ายที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าสัตว์เช่นเขา!

"แล้วผู้ใดกันขอรับที่ทำให้ท่านแม่ทัพหงุดหงิดจนเขวี้ยงข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดได้ถึงเพียงนี้" จินเฉอค่อย ๆ ผ่อนปรนจากอริยาบถคุกเข่าก้มศีรษะเมื่อครู่ แล้วเลิกคิ้วถามด้วยความใคร่รู้เพราะน้อยครั้งนักที่พวกเขาทั้งสองคนจะได้เห็นเล่อหยางหลงเป็นเช่นนี้

"มิมีผู้ใดทั้งสิ้น! ตอนนี้กำลังอารมณ์ดียิ่งนัก" แม่ทัพเล่อหยางค่อย ๆ หมุนตัวกลับ ก่อนจะหยิบไหสุราขึ้นมารินเหล้าชั้นดีลงในจอกสแตนเลสสีทองแล้วกระดกดื่มพรวดเดียว "ส่งคนให้ไปตามสืบความเคลื่อนไหวที่จวนตระกูลเล่อดูว่าตอนนี้ไอ้บุรุษหน้าโง่ผู้นั้นมันร้อนรนกระวนกระวายจนกระอักเลือดตายแล้วหรือยังที่คนรักของมันหายตัวไปในคืนวันเข้าหอเช่นนี้"

รอยยิ้มสะใจถูกแสยะออกมาด้วยความรู้สึกสุขสมยามนึกถึงภาพเล่อเยี่ยนเฉินที่กำลังร้อนรนกระวนกระวายใจ ป่านนี้คงส่งคนนับร้อยออกตามหาแม่นางกุ้ยไป๋หลานหรือไม่ก็นั่งตรอมใจ ร่ำสุราเมามายเพราะพิษรักจนกระอักเลือดตายไปเสียแล้วกระมัง

"ขอรับ เมื่อครู่ข้าออกไปตลาดเพื่อสืบเรื่องโจรชายแดนที่มันเคยลักลอบดักทำร้ายท่านแม่ทัพเมื่อคราวก่อน บังเอิญได้ยินสาวใช้จากจวนตระกูลเล่อพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเรื่องที่ผู้ฮูหยินของแม่ทัพเยี่ยนเฉินที่เพิ่งจัดพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน แห่รอบเมืองกันอย่างยิ่งใหญ่ดันหนีไปกับชายชู้ในคืนวันเข้าหอ จนตอนนี้ผู้คนต่างก็ร่ำลือกันสนุกปากกลายเป็นข่าวฉาวไปแล้วขอรับ"

ข่าวที่ได้ยินจากสหายคนสนิทอย่างจินเฉอทำให้เขาที่กำลังหัวเสีย หงุดหงิดเพราะสตรีแพศยาน่ารำคาญใจผู้นั้นรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันท่วงที

"ดี สงสัยข้าต้องไปเยือนจวนตระกูลเล่อหน่อยแล้วกระมัง" พูดจบเขาก็ไม่ได้รีรอคว้าจอกสุราขึ้นมากระดกเหล้าเข้าปากเพื่อดื่มด่ำให้กับข่าวดี ๆ ก่อนจะสาวเท้ามุ่งหน้าออกไปขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางสู่จวนตระกูลเล่อ

"จินเฉอ ไปกับข้า ส่วนเจ้าจินเกอคอยจับตาดูสตรีดื้อด้านนางนั้นเอาไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตาจนนางก่อเรื่องวุ่นวายนายจวนของข้าได้อีกเป็นอันขาด ไว้ข้าจะกลับมาคิดบัญชีทบต้นทบดอกกับนางภายหลังกลับจากจวนตระกูลเล่อ"

"ขอรับท่านแม่ทัพ"

...

...

กุ้ยไป๋หลานยามสามารถเอาตัวรอดออกมาจากห้องเชือดของบุรุษตัวร้ายผู้นั้นได้สำเร็จแล้วก็เดินเตะฝุ่นไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง

แม้นนางโบกมือทักทาย ส่งรอยยิ้มแย้มหมายจะผูกมิตรกับสตรีนางอื่น ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ในจวน แต่กลับโดนปฏิเสธน้ำใจหักหาญกันซึ่ง ๆ หน้าด้วยการเมินหนี ไม่สนใจ ทำราวกับนางเป็นอากาศธาตุไร้ซึ่งตัวตนจนมองไม่เห็น

"เห้อ!" นางยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อแบบลวก ๆ แหงนหน้าขึ้นมองแสงอาทิตย์จ้าที่เริ่มเคลื่อนคล้อยมาตรงกลางศรีษะพอดีก่อนจะกวาดสายตาหาที่หาทางแล้วรีบเข้าไปหลบใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร "นี่มันเวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย! กินขนมเค้กอยู่ดี ๆ ก็ดันโผล่เข้ามาในนิยายเรื่องที่ตัวเองอ่านค้างไว้ซะงั้น แล้วฉันจะกลับไปโลกปัจจุบันได้หรือเปล่าหรือต้องติดแหง๊กอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต โอ๊ย!!"

"จะหนีออกไปก็มิได้ คนของเขายืนเฝ้าทางหนีทีไล่อยู่รอบจวน มีหวังหากข้าก้าวขาออกไปคงโดนฆ่าฟันเป็นชิ้น ๆ แน่! แต่ต่อให้หนีสำเร็จ เงินทองข้าก็มิมีติดตัวสักบาทก็คงมิได้ต่างอันใดกับอยู่ในจวนนี้กระมัง"

นั่งคิดเพลิน ๆ จู่ ๆ ท้องก็ร้องขึ้นมา เจ้าของร่างนี้แม่นางกุ้ยไป๋หลานคงจะยังไม่ได้รับประทานอะไรตั้งแต่เย็นเมื่อวาน

"หิว..." นางเหลียวซ้ายแลขวา ไม่รู้ว่าห้องครัวของจวนแม่ทัพผู้นี้ตั้งอยู่แห่งหนใด จะเอื้อนเอ่ยถามไถ่ผู้ใดให้ทราบแน่ชัดก็ดูเหมือนหามีใครอยากจะสนทนากับนางไม่ รีบเดินหนีราวกับนางเป็นพวกโจรหรือตัวร้ายที่อันธพาลหาเรื่องไปทั่วเยี่ยงซือเหย่เสียกระนั้น

แต่จู่ ๆ ก็ดันเหลือบสายตาซัดเห็นบุรุษรูปร่างแกร่งกำยำ เป็นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งกำลังนั่งรับลมอยู่ใต้ศาลาริมลำธารพอดี จึงรีบตรงปรี่เข้าไปพูดคุยทักทาย

อย่างไรเสียแม่นางกุ้ยไป๋หลานคนนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีที่งดงามชดช้อยกว่าสตรีนางใดในแคว้นจนทำให้ทั้งเชื้อพระวงศ์ เสนาบดี ขุนนางขั้นต่าง ๆ รวมถึงเหล่าเศรษฐีและบุรุษหัวเมืองท้ายเมืองต่างหมายตาอยากเชยชมกระทั่งแอบมาลอบเจอนางยามจับจ่ายซื้อของที่ตลาดหรือเดินทางเข้าวัดเข้าวาเพื่อทำบุญทำกุศลตามลักษณะนิสัยนางเอ๊ก นางเอก!

ฉะนั้นบุรุษอย่างไรก็คือบุรุษ หากนางใช้มารยาออดอ้อนสักเล็กน้อยก็คงสามารถดึงตัวบุรุษผู้นี้มาเป็นพรรคพวกแล้วคอยยืมมือเขาเอาตัวรอดจากยักษ์มารในจวนนี้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status