Mag-log inตึกคณะวิทยาศาสต์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
นักศึกษาหลายสิบชีวิตทยอยเดินคอตกออกจากห้องสอบจากวิชาเอกสุดหิน คนแล้วคนเล่าทรุดนั่งไหล่ตกบนเก้าอี้แถว มีคนเดียวผ่าเหล่าผ่ากอเดินยิ้มออกจากห้องสอบ
“แหม ยิ้มร่าเริงเชียวนะมุก ไหนก่อนเข้าสอบบอกไม่มั่นใจว่าจะสอบได้ไง” เมย์พูดน้ำเสียงเหน็บแนม
มุกตาภา ฉายาสาวน้อยร้อยเกรดเอยิ้มรับเต็มปาก นัยน์ตาเป็นประกายปิดเอาไว้ไม่มิด เพราะทำได้จริงๆ
ข้อสอบเกินกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มุกตาภาตอบถูกทั้งหมด มีแค่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ทำไม่ได้ แต่หล่อนตัดช้อยออกจนเหลือแค่สอง เพราะฉะนั้นโอกาสตอบถูกมีเกินครึ่ง
คะแนนท็อปของสาขาจะเป็นใครไปได้นอกจากมุกตาภาคนนี้
“กำลังดีใจต่างหาก ที่วันนี้จะสอบเสร็จแล้ว”
“ให้มันจริงเถอะย่ะ ไม่ใช่ว่าผลสอบออกมาได้คะแนนเต็มเหมือนเทอมที่แล้ว” นิ่มหน้าบึ้ง นอยด์ตัวเองทำข้อสอบไม่ได้
“ไม่หรอก อาจจะมีผิดบ้าง 5 ข้อ 10 ข้อ ไม่เกินนี้”
สาวใต้ตาคมเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรเข้ามานั่งเรียบร้อยบนเก้าอี้ว่างถัดจากเมย์ กี้ นิ่ม กลุ่มเพื่อนสาวที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ช่วงชั้นปีหนึ่ง
เพื่อนๆ จิกตามอง
“นี่กำลังอวดอยู่ใช่ไหม”
“ใช่น่ะสิ” มุกตาภาอมยิ้มจนแก้มจะแตก เขย่าขาเพื่อนให้เลิกงอน
“เสนอติวให้แล้วพวกแกไม่มีใครอยากติวเองนี่นา ฉันต้องตั้งใจ พวกแกก็รู้ว่ามีผู้ใหญ่ใจดีจ่ายเงินค่าเทอมให้ ถ้าสอบได้คะแนนน้อยโดนริบทุนแน่”
“มันขี้เกียจนี่หว่า แค่เข้าเรียนก็พอแล้ว เลิกเรียนก็ต้องเที่ยวสิ เสียเวลาติวหนังสือทำไม”
เพื่อนอีกสองคนสนับสนุนความคิดนิ่ม
“ถ้าไม่อยากติว เอาเป็นว่าครั้งหน้าฉันจะจดโน้ตสั้นๆ ให้นะ”
“ดี สั้นๆ ล่ะ ขี้เกียจอ่าน”
“เออ มุก แกลืมปิดโทรศัพท์เหรอ กระเป๋าแกวางไว้ใกล้โต๊ะสอบฉัน ได้ยินเสียงสั่นสองสามครั้งตั้งแต่ต้นชั่วโมง ทำเอาเสียสมาธิอ่านข้อสอบ”
“จริงเหรอ ไม่น่านะ”
มุกตาภาโดนโวย รีบเปิดซิปหยิบโทรศัพท์ออกมาดู แหะ! ไม่ได้ปิดเครื่องจริงด้วย แค่ปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ต
“โทษทีนะเมย์”
“ว่าแล้ว” เมย์กลอกตาไปทางอื่น สูดดมยาดมแก้ปวดหัว
“หิวแล้วอะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ บ่ายสองพวกเรายังมีสอบอีกวิชา”
“เออ ไปกัน”
กลุ่มเพื่อนสนิทมุกตาภาสะพายกระเป๋าเตรียมไปลงลิฟต์ มีมุกตาภาคนเดียวไม่ได้ตามไปรวมกลุ่ม เพิ่งจะสังเกตหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรมาคือย่าสะอาด
ย่าเลี้ยงดูมุกตาภามาตั้งแต่ยังเล็ก รักหล่อนเสมือนหลานสาวแท้ๆ ถึงขั้นให้ทุนการศึกษามาเรียนระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ ค่าหอ ค่ากิน ค่าอยู่ ย่าสะอาดออกให้ทั้งหมด เป็นความเมตตาที่มุกตาภาจะกลับไปตอบแทนเมื่อจบการศึกษา
“ไปกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป พอดีว่าย่าโทรมาไม่ได้รับ ฉันจะโทรกลับไป เผื่อย่ามีธุระสำคัญ”
“เออ เอาอะไร จะสั่งไว้รอ”
“เอาข้าวไก่ทอดกระเทียมพริกไทย”
“โอเค”
“ป้าพิศ สวัสดีค่ะ”
รอไม่นาน ป้าพิศ คนดูแลย่าสะอาดรับสาย
“นะ... น้องมุก”
“มุกเห็นเบอร์ย่าโทรมาก็เลยโทรกลับค่ะ”
“ท่าน เอ่อ... เข้าห้องไปเอนหลังนอน ป้าไปดูให้นะ เผื่อท่านจะยังไม่หลับ น้องมุกถือสายรอก่อน”
“ขอบคุณค่ะ ป้าพิศกับทุกคนที่นั่นสบายดีไหมคะ”
“สบายดีจ้ะ สบายดีมาก รอก่อนนะ”
คุยสายนานกว่านี้กลัวจะเผลอแสดงพิรุธ เอามือปิดโทรศัพท์ไว้ เร่งฝีเท้าเข้าไปหาคุณสะอาด
ท่านไม่ได้นอนกลางวัน แต่เข้ามาสวดมนต์ส่งผลบุญไปให้นายเมฆกับนังนวล ที่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรในป่าใหญ่
‘น้องมุกค่ะ’
ขยับปากไม่ออกเสียงบอกคุณสะอาด
หญิงสูงวัยเข้าใจ “ว่างแล้วเหรอลูก ถึงได้รีบโทรกลับมาหาย่า”
“สวัสดีค่ะย่า สอบวันสุดท้ายค่ะ มุกเพิ่งออกจากห้องสอบ ย่าสบายดีไหมคะ มุกจะโทรหาทีไรก็ยุ่งกับอ่านหนังสือสอบจนลืม”
“แค่น้องมุกส่งรูปเข้ามาในไลน์ ย่าได้อ่านก็หายคิดถึงแล้วลูก เป็นยังไงบ้าง สอบได้ไหม เทอมนี้จะเอาเกรด A กี่ตัวมาให้ย่าชื่นใจจ๊ะ”
“เหมาหมดเลยค่ะ มุกตั้งใจเรียน ตอบแทนเงินทุกบาทที่ย่าส่งเสีย ย่าโทรหามุก มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าคะ มุกว่าง คุยนานได้ค่ะ”
คนแก่หูยังใช้งานได้ดี ฟังออกว่าเด็กสาวมีโทนเสียงที่สดใส ไม่ได้เศร้าหมอง
เท่ากับว่าหล่อนยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อของหล่อน และไม่มีใครในหมู่บ้านติดต่อไปส่งข่าว
แน่ล่ะ ใครจะอยากเป็นศัตรูกับอัครา
นายเมฆกับนังนวลทำผิด ตายไปมีแต่คนสาปส่งสมน้ำหน้า
“ย่าโทรหาแค่จะถาม ปิดเทอมนี้จะกลับบ้านไหมจ๊ะ หรือจะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯ”
“ลังเลค่ะย่า พ่อเมฆบอกไม่ต้องกลับก็ได้ มุกอยากกลับ แต่กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ มุกก็เลยสมัครทำงานพาร์ทไทม์ไว้ในร้านสะดวกซื้อ หรือย่าอยากให้มุกกลับไปปรนนิบัติรับใช้คะ มุกกลับบ้านไปหาย่าได้ สอบเสร็จกลับได้เลย น่าจะทันรถรอบสุดท้าย”
“อยู่เที่ยวเถอะ คิดซะว่าเป็นการปิดเทอมครั้งสุดท้ายที่จะได้อยู่กับเพื่อน ปิดเทอมใหญ่ปีสี่ครั้งหน้า น้องมุกก็เรียนจบแล้ว ย่าแข็งแรงดี มีแม่พิศคอยดูแล ไม่เป็นไรหรอกลูก ทางเหนือย่าได้ยินว่ามีที่เที่ยวสวย อยากไปไหมลูก ย่าจะส่งเงินให้ ชวนเพื่อนไปด้วย ย่าเอ็นดู จะจ่ายค่ารถ ค่าที่พักให้ทุกคน”
กลัวมุกตาภาอาจจะช็อกจนพาตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันไม่ได้ ไม่ยอมกลับไปเรียนชั้นปี 4 ให้จบ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ย่าสะอาดอยากให้มุกตาภามีวุฒิปริญญาตรีติดตัว
ย่าสะอาดไม่เหมือนอัครา แยกแยะได้ว่าพ่อกับลูกคนละคนกัน ไม่ได้พาลจับเรื่องนั้นมาผสมกับเรื่องนี้จนโกรธไปหมดทุกอย่าง
“ขอบคุณค่ะย่า แต่ไม่รบกวนหรอกค่ะ มุกมีเงินเก็บจากค่าขนมที่ย่าเคยให้ ที่จริงเพื่อนมุกชวนไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ นั่งรถตู้ไม่นานก็ถึง มุกยังไม่ได้ตอบรับ บอกรอให้สอบเสร็จก่อนค่อยคุยกัน”
“ไปเที่ยวกับเพื่อนให้สนุกเถอะนะ ใช้ชีวิตวัยสาวให้คุ้ม ไปถึงแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ย่าดูด้วย ย่าชอบเก็บรูปไว้กลับมาเปิดดูซ้ำๆ”
“ค่ะย่า ถ้าได้ไป มุกจะถ่ายตั้งแต่ตอนเก็บกระเป๋าจนถึงตอนกลับมาถึงห้องเลยค่ะ”
“น่ารักที่สุด ย่าเพลียแล้ว คุยแค่นี้นะลูก”
“ค่ะย่า นอนพักผ่อนนะคะ”
มุกตาภาตามมาสมทบเพื่อนที่ร้านอาหารตามสั่งข้างตึกคณะ สถานที่ประจำที่มาฝากท้องเป็นประจำนับตั้งแต่เข้าเรียนชั้นปีที่หนึ่ง
“ย่าของมุกใจดีจังเลยเนอะ ฉันอยากมีคนอุปการะบ้างจัง”
“ได้ยินมุกเคยเล่าว่าย่ามีหลานชายใช่ไหม หล่อมากปะ อยากเห็นรูปจัง ผู้ชายใต้ คงจะผิวเข้ม กล้ามแน่น อูย... แค่คิดก็เสียว”
เมย์ทำหน้าฟิน
“เสียวอะไรกัน น่าเกลียด ลองไปเจอตัวจริงก่อน จะวิ่งหนีป่าราบ เพราะกลัวเขา เขาตัวสูง ตัวหนา หน้าตาน่ากลัว หนวดรุงรัง ผิวพรรณเข้ม ตามประสาคนทำงานในเหมือง ใช้แรงงานวันละไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมง ไหวไม่ไหว ถามใจตัวเองดู”
มุกตาภาตักข้าวกินพลางส่ายหน้ายิ้มๆ
เพื่อนสาวคนสวยอ่านนิยายเพ้อฝันมากไปหรือเปล่า ถึงคิดเพ้อฝันไปไกล ตัวจริงคนงานแต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น ตัวสูง ใหญ่ ล่ำ น่ากลัวจะถูกเขาฆ่าด้วยมือเปล่ามากกว่า ไม่ได้เจอหน้าแล้วเสียว น้ำเดิน อะไรเลย
โดยเฉพาะผู้ชายตัวใหญ่ผิวเข้มกว่าโกโก้ไหม้อย่างนายหัวอัคราหลานชายย่าสะอาด
“อายุเท่าไหร่เหรอ มีเมียยัง”
หน้าเมย์ห่างไกลจากการฟินในช่วงแรก
“อืม...” อัคราอายุน้อยกว่าพ่อเมฆ 15 ปี คร่าวๆ น่าจะประมาณนี้มั้ง “34-35 มั้ง ไม่แน่ใจ”
“มีเมียแล้วด้วย ถึงจะยังไม่ได้มีพิธีแต่งงาน แต่พวกเขาอยู่กินกันมาหลายปี มีเรือนหอส่วนตัวหลังใหญ่มาก เมียเขาสวยที่สุดในอำเภอเลยแหละ ชื่อพี่นวล ผิวขาว หุ่นดี หน้าตาละเอียดลออ พ่อเล่าว่าสมัยเมียหลานย่ายังสาว ผู้ชายตามจีบทั้งจังหวัด ลูกชายผู้ว่าฯ สมัยสิบกว่าปีก่อนยังเคยมาจีบ แต่ไปยังไงมายังไงไม่รู้ ได้มาเป็นเมียหลานย่า คงเพราะหลานย่ารวยมั้ง”
จะว่าหล่อก็ไม่น่าจะใช่ ถ้านวลจันทร์สวยที่สุดในอำเภอ อัคราก็คงจะน่ากลัวที่สุดในอำเภอ ต่างกันสุดขั้ว
“แก่อะมุก” อายุห่างกันขนาดนี้ เมย์เซย์กุ๊ดบาย
“ฉันชอบคนรวย แต่ถ้าแก่ แถมยังมีเมียแล้ว ก็ไม่ไหว ให้ไปอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนั้นก็ไม่ไหวเหมือนกัน ฉันชอบความซิตี้ หันไปทางไหนเจอไฟ ไฟแท้ๆ ทั้งดวง ไม่ใช่ไฟจากหางหิ่งห้อยเหมือนหลังบ้านแก”
“จ้าๆ ถ้าไม่อยากเห็นหิ่งห้อยทุกวัน อย่าเผลอไปตกหลุมรักหนุ่มบ้านป่าเมืองเถื่อนแล้วกันนะ แล้วจะขำไม่ออก”
มุกตาภาแซวเมย์เล่นขำๆ
หมู่บ้านหน้าเหมืองกันดารมาก อยากเดินห้างฯ แต่ละครั้งขับรถเข้าเมืองไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ไม่มีหรอกพิซซ่า เคเอฟซี บิงซู ซูซิ ที่เมย์ชอบกิน ถ้าจะไปอยู่จริง คงต้องปรับตัวขนานใหญ่
ตอนพิเศษ(ครอบครัวอบอุ่น)เด็กชายอรรณพ เหมวิวัฒน์ รายงานตัวเป็นสมาชิกรุ่นเล็กคนแรกประจำตระกูล น่ารักน่าชังจนพ่ออัครักหลงถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ยอมไปทำงานเจ็ดวันเจ็ดคืนจนคนงานต้องมาขอร้องให้เขาเข้าไปดูงานบ้างเถอะ งานเยอะจนลุงคราวลุงพร้าวจะเป็นลมตายอยู่แล้ว อัคราส่งกำลังใจไปให้ลุงทั้งสอง แนบรูปน้องนพไป ลุงครามกับลุงพร้าวไม่มีใครบ่นอีกเลย รักหลาน หลงหลานไม่แพ้กันภายใต้การดูแลเอาใจใส่ของแม่มุก พ่ออัค ทุกคนในบ้าน ตาหนูนพโตวันโตคืน จากนอนเปล พัฒนาการไปตั้งไข่ หัดคลาน หัดยืน หัดเดิน ไปจนถึงวิ่งได้ เป็นที่รักของทุกคนในหมู่บ้าน ไปไหนมาไหนก็มีคนรักและเอ็นดูในความหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะของสองพ่อลูกอัครามีความสุขกับชีวิตปัจจุบันของเขามาก จนกระทั่งลูกชายอายุครบสองขวบ หย่านมเรียบร้อย และเมียเดินเข้ามาบอกจะขอกลับไปเรียนต่อปีสุดท้ายให้จบ“กลับไปเรียนทำไม”พ่อน้องนพท้วงคำแรกโวยวายเหมือนพายุพัดถล่มเหมือง“ฉันอยากได้วุฒิปริญญาตรี ลูกหย่านมแล้ว ย่าก็สนับสนุน บอกให้กลับไปเรียน ย่าจะให้ป้าพิศพาลูกไปหาที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ แค่สองเทอมเอง ก็เรียนจบแล้ว หนึ่งเทอมมีสี่เดือน สองเทอมแปดเดือน แป๊บเดียวก็เรียนจบแล้ว เวลาผ
พายุพัดผ่านไป ความสงบสุขกลับคืนสู่เรือนทรงไทยหลังใหญ่อัคราให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง ลดงานให้เหลืออันดับสอง เขาสลับวันเข้าเหมืองสามเหมือง และกลับมานอนกอดลูกกอดเมียเป็นประจำทุกคืน จนกระทั่งครรภ์ของมุกตาภาเตรียมจะเข้าสู่เดือนที่เก้าช่วงกลางวันมีคนงานในบ้านคอยช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาหลายคน หากปวดท้องคลอดสามารถพาไปโรงพยาบาลได้ทันท่วงที หลังฟ้ามืดทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน ถึงจะฝากให้นอนกับย่าก็ห่วงอยู่ดี ปวดท้องคลอดตอนกลางคืนอาจจะลำบากปลุกคนงานขับรถพาไปส่งโรงพยาบาล ย่าแก่มากแล้ว ตื่นเต้นมากๆ วูบล้มเป็นลมไปจะกลายเป็นว่าอัคราต้องห่วงหน้าห่วงหลัง เขาตัดปัญหา ทุ่มทำงานสุดตัวแล้วกลับมานอนบ้านทุกคืนระยะทางจากเหมืองสามเหมืองกลับมาถึงบ้านจะสักกี่กิโลเมตรเขาก็ขับป่าฝ่าดงกลับมาจุ๊บลูกน้อยผ่านครรภ์ขยายใหญ่ของมุกตาภา“จุ๊บ จ๊ะเอ๋ เจ้าอัคน้อย พ่อกลับมาแล้วนะ คิดถึงพ่อไหมครับ อะไรนะ คิดถึงเหรอ คิดถึงมากใช่ไหม หมายถึงแม่มุกนะ...” ถอนจูบจากครรภ์มาจูบปากเมียรัก ไล่หอมแก้มซ้าย แก้มขวาง ตา ปาก จมูก ลงมาถึงต้นคอ มุกตาภากลัวจะเลยเถิดตีแขนสามีให้เว้นระยะห่าง “เจ็บ...”อัคราหงอ ถูกเมียตีนิดเดียวแสร้งแอค
“เดี๋ยวนะครับย่า”อัครายกมือห้าม ให้ย่าหยุดร่ายบทยาวๆ ทั้งที่เขายังไม่เข้าใจนับตั้งแต่สองสามประโยคแรก“ไถ่ตัวมุกไปทำไมนะครับ”“ให้น้องมุกได้มีอิสระ ได้มีงานทำที่รับเงินเต็มๆ เอาเงินไปเลี้ยงลูก”“ลูก... ลูกไหน?”จะว่าหมาแมวมุกตาภาไม่ได้เลี้ยงสักตัว“อ้าว ก็ลูกในท้องไงจ๊ะ เขาลือเขารู้กันทั้งหมู่บ้านเรื่องน้องมุกถูกนายนัทล่วงละเมิดจนตั้งท้อง อัคไปอยู่ไหนมา น้องท้องหลายเดือนแล้ว ทำไมถึงไม่รู้ ย่าไม่ได้บอกเพราะกลัวน้องจะรู้สึกอาย แต่ของอย่างนี้ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แล้วหน้าท้องก็ขยายออกมาใหญ่กว่าเดิม ใครบ้างจะมองไม่ออก”เขาไง...ย่าจะไปสงสัยคนอื่นคนไกลไปทำไมอัคราจับต้นชนปลายยังไม่ค่อยจะเสมอกันมากนักเขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “มุกบอกเองเหรอครับ ว่า... ท้องกับนายนัท”“ย่าถาม น้องไม่ได้ปฏิเสธ”เหลวไหล!มุกตาภานอนกับเขาคนเดียว ไอ้นัทมันยังไม่ได้ทำอะไรหล่อน เขาตามไปช่วยได้ทัน คนอื่นจะเอาไปเล่าลือกันว่าหล่อนท้องกับมันได้อย่างไรอัคราเหลือบไปเห็นเลข 4 เขียนเล็กๆ ไว้ใต้เลข 35 อายุเขา หัวสมองอัคราคำนวณเร็วยิ่งกว่าเครื่องคิดเลย ย้อนกลับไปช่วงฉุดมุกตาภาขึ้นเรือลา
ช่วงเวลาสี่ถึงห้าโมงเย็น คนงานทยอยกลับจากสวนไม่แวะบ้านแต่ตรงมาบ้านคุณสะอาด หน้าชื่นตาบานกรึบเหล้าขาวคนละแก้วก่อนลุกขึ้นมาตั้งจุดไฟในเตาถ่านแยกออกเป็นหลายเตาเตรียมย่างเนื้อหมูเนื้อวัวกินเป็นอาหารเย็น คนไหนชอบเนื้อสดอยากจะกินก็ทำกินเองได้ มีให้กินเยอะแยะถึงสี่สิบกิโลกรัม หรือถ้าไม่พอสามารถโทรสั่งให้ร้านมาส่งได้ตลอดทั้งคืน กินให้อิ่ม ฉลองเนื่องในวันเกิดของอัคราทีมแม่ครัวทำงานอยู่หลังบ้าน ปรุงอาหารด้วยเนื้อเหล่านั้นสองสามหม้อ จะยกออกไปกินกับกลุ่มแม่บ้านของคนงานเหล่านั้น ร่วมด้วยช่วยกันมาหยิบจับงานคนละอย่างสองอย่างไม่นานนักต้มหม้อใหญ่ก็ส่งกลิ่นหอมเข้าไปถึงคุณสะอาดที่นั่งดูทีวีอยู่โถงกลางบ้าน“น้องมุก ป้าดูหม้อต่อเอง ไปรับโทรศัพท์เถอะจ้ะ ป้าได้ยินเสียงสั่น 2-3 ครั้งแล้ว”ป้าพิศเข้ามารับช่วงดูแลหม้อต้มแซ่บกระดูกอ่อนสูตรพิเศษที่คนท้องทำกินเอง เพราะนึกเปรี้ยวปากอยากกินใช่ว่ามุกตาภาไม่ได้ยิน หญิงสาวได้ยินตั้งแต่ครั้งแรก เพียงแต่เห็นชื่อคนโทรมาจึงไม่อยากรับสาย ถ้าไม่รับก็คงจะกระหน่ำโทรมาอีกตามประสาคนเอาแต่ใจ มุกตาภาจึงเดินหลบออกมาทางสวนผักใกล้กับโรงจอดรถ เพื่อให้ห่างไกลผู้คนและเสียงเพลงจากลำโพ
ผิวพรรณนวลจันทร์หมองคล้ำลงมาก ไม่ได้มีสง่าราศีเป็นคุณนายเหมืองเหมือนเมื่อก่อน แต่หล่อนมีความสุขและยิ้มได้บ่อยมากกว่าอดีตที่เคยพึ่งพาอาศัยอัครา แท้งลูกไปแล้วน้ำหนักนวลจันทร์ลดลงมาก นอนไม่หลับ กินไม่อิ่ม หวาดผวาตื่นทุกคืนฝันร้ายไปว่าถูกยิง ตกน้ำ จมน้ำ ไปจนถึงเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่หล่อนหลบหนีออกจากป่าใหญ่ห้องพักของมุกตาภาค่อนข้างเล็กเหมาะกับอาศัยไม่เกินสองคน น้องมุกอยู่คนเดียวคงจะอยู่สบายไม่ต้องเบียดที่นอนกับใคร แต่คืนนี้ จะเป็นคืนแรกที่นวลจันทร์คงต้องขอยึดเตียงลูกสาวคนรักหลับนอนสักพัก จนกว่าจะหายเหนื่อย และปรึกษากันลงตัวว่าจะย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนคุยกันว่าถ้าไม่ใช่ภาคอีสานก็จะไปภาคเหนือ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ นวลจันทร์ตามใจนายเมฆ ให้เขาตัดสินใจได้เลย ไม่ว่าจะที่ไหนนวลจันทร์ก็พร้อมไปกับเขา เพราะหล่อนหลังชนฝา ไม่มีที่ให้กลับไป มีแต่จะต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อก“จ๋า พี่เมฆ ลืมเอากุญแจห้องไปด้วยเหรอจ๊ะ”เตือนแล้วแต่ยังลืมงั้นเหรอนวลจันทร์แค่ยิ้ม ไม่ได้หงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย เอาไม้กวาดไปเก็บไว้เป็นระเบียงหลังห้อง ไม่ให้เจ้าของห้องต
เช้าวันใหม่อากาศเย็นสบายตลอดการทำบุญใส่บาตรของกลุ่มนักศึกษาสาวกับเจ้าของเรือนใหญ่อีกสองคน แต่ใบหน้ามุกตาภากลับหม่นหมองมากกว่าดอกไม้แห้งเหี่ยวที่รอวันตายอยู่ในสวนหน้าบ้านย่า แอบมองเสี้ยวใบหน้าคมของอัคราที่ค่อนข้างเคร่งเครียดไปตามสไตล์เขา ไม่ได้อยากอิจฉาเมย์ แต่มันอดไม่ได้หลายวันมานี้อัครากลับมานอนบ้านบ่อยจนย่าสะอาดแซวหลานชาย ตื่นเช้ามาทำบุญใส่บาตร อยู่กินข้าวเช้าก่อนไปทำงาน หลังเลิกงานกลับมากินข้าวเย็น สาวกรุงเทพฯ ผิวขาวผมดัดลอนสวยเสน่ห์แรง ตกนายเหมืองหนุ่มได้ในช่วงเวลาสั้นๆมุกตาภาเข้าใจแล้ว เหตุผลที่เมย์ไม่เคยโสดตลอดสามปีที่รู้จักกัน มีคนคุย มีแฟน มีหนุ่มๆ มาขอไลน์ ขายขนมจีบให้ตลอด เพราะเพื่อนร่วมกลุ่มมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามให้เขาตกหลุมรัก“จริงเหรอจ๊ะ”น้ำเสียงย่าสะอาดทวนถามอย่างไม่อยากปักใจเชื่อ“จริงค่ะย่า”เมย์ยืนยัน ฉีกรอยยิ้มหวานประจบหญิงชรามุกตาภาไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ต้น เหลียวมองไปทางชุดรับแขกขนาดใหญ่สงสัยว่าเมย์คุยอะไรกับย่า ย่าถึงได้มีน้ำเสียงอย่างนั้นหล่อนรับบทนางท้ายครัวอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยป้าพิศคัดแยกปลาหมึกตากแห้งแบ่งไว้เป็นกองๆ ก่อนจัดเฉพาะปลาหมึกแห้งไซซ์ใหญ่ใส่ถุงใสใ
“นายหัวจะคุยด้วย”อีกยี่สิบนาทีจะถึงเวลาเลิกงาน มุกตาภายังตั้งใจเรียนรู้งานจากเอกสารที่พี่ๆ ยกมากองสูงเป็นภูเขาไว้บนโต๊ะ พี่คนหนึ่ง ซึ่งมุกตาภาแยกเสียงได้ภายหลังว่าเจ้าหล่อนมีสถานะเป็นเจ้ใหญ่ ในสำนักงานแห่งนี้ อายุงานมากที่สุด และมีอำนาจมากที่สุด“รับไปสิ ชักช้าอยู่ได้ ตอนทำงานก็ช้า ให้รับโทรศัพท์ก
เมื่อคืนฝนตกปรอยๆอากาศตอนเช้าค่อนข้างมืดครึ้ม คล้ายกับจะมีฝนชุดใหญ่ตกลงมาอีกครั้ง หลังเรือนไทยสองชั้นหลังใหญ่มีแปลงผักกว้างกว่าหนึ่งไร่ ปลูกพืชผักสวนครัวไว้ประกอบอาหารสามมื้อขึ้นโต๊ะให้เจ้านายตื่นมาเช้านี้มุกตาภาค่อนข้างอ่อนเพลีย เดินเหินก็ออกจะตัวเอียงเล็กน้อย กอปรกับนอนไม่หลับ กลับมาคิดมากเรื่อ
ตุ้บ!“โอ๊ย เจ็บ!”เด็กเมื่อวานซีนชันกายขึ้นจากเตียงนอนสามฟุตมาร้องโวยวาย “จะฆ่ากันหรือไง!”“จะเปลี่ยนใจฆ่าก็ตอนนี้แหละ ดื้อนัก! กลัวคนอื่นไม่รู้เหรอไง ว่าฉันพาเธอมาอยู่ด้วย หรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยากอ่อยผู้ชาย!”“ฉันจะรู้ได้ไงว่านายอัคพาฉันมาที่ไหน! เอาอะไรคิดพาฉันมาบนเรือขุดแร่ที่มีแต่คนงานผู
เรือไม้สองชั้นลำใหญ่พานักท่องเที่ยวจากเกาะกลับมาส่งท่าเรือแหลมบาลีฮาย ลอยลำสี่สิบนาทีมาถึงท่าเทียบเรือบนสะพานยาวสีขาวเมย์กับกี้ผลัดกันถ่ายรูปมีฉากหลังเป็นป้าย PATTAYA มุกตาภาใช้ช่วงเวลาว่างสั้นๆ กดโทรออกหาพ่อเมฆอีกครั้ง‘หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’“พ่อนะพ่อ ทำอะไร ทำไมไม่เปิดเคร







