เข้าสู่ระบบภายในเรือนพักส่วนตัวของไป๋ซูหนิง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความลังเล หญิงสาวกวาดสายตามองไปที่สาวใช้คนสนิทที่ยืนก้มหน้าคอยรับคำสั่งอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะผายมือไปยังหีบไม้ที่ตั้งอยู่มุมห้อง
“ไปเอาสมุดบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดในเรือนของข้ามา รวมถึงบัญชีทรัพย์สินของจวนด้วย”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้ก้าวเข้าไปเปิดหีบและหยิบสมุดเล่มหนากับเอกสารต่างๆ ส่งมอบให้อย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินออกไปนำบัญชีจวนจากพ่อบ้านมาให้
ไป๋ซูหนิงเปิดไล่สายตาทีละหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวตวัดพู่กันจุ่มหมึกดำสนิทลงบนกระดาษเนื้อดี นางเขียนรายการทรัพย์สิน เครื่องประดับทองคำหยก และสมบัติที่นางถือครองไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
เมื่อเขียนเสร็จ นางพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่ซองจดหมายอย่างดี แววตาของไป๋ซูหนิงในยามนี้เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและพร้อมที่จะจากไปอย่างไม่ต้องห่วงว่าสิ่งที่ตนหามาจะตกไปอยู่ในมือคนนอก
ครั้นล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสายของวัน ไป๋ซูหนิงตัดสินใจก้าวเท้าออกจากเรือน นางเดินทางมายังร้านค้าข้าวสารของบ้านสามี ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน คนดูแลร้านข้าวตระกูลหลินก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและโล่งอกไปพร้อมกัน
“ฮูหยินน้อย ในที่สุดท่านก็มา” คนดูแลร้านโค้งคำนับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะรีบเอ่ยรายงานสถานการณ์
“หลายวันที่ผ่านมาท่านไม่มาตรวจร้านเลย ร้านค้าวุ่นวายแทบแย่ ไม่มีท่านคอยจัดการดูแล ลูกค้าและบัญชีก็เริ่มติดขัดไปหมดแล้วขอรับ”
หญิงสาวยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มนั้นไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย ไป๋ซูหนิงปรายสายตามองกระสอบข้าวสารที่เรียงรายอยู่หลังร้าน ก่อนจะหันมาสบตากับคนดูแลร้านด้วยสีหน้าจริงจัง
“เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ามาที่นี่เพื่อสะสางทุกอย่างให้เรียบร้อย”
นางเดินไปสำรวจข้าวสารในร้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกเจ้าจงเตรียมข้าวสารในคลังทั้งหมดให้พร้อม อีกสองวันข้างหน้า จะมีขบวนรถม้าขนาดใหญ่จากทางการมารับสินค้าทั้งหมดออกไปจากร้าน”
คนดูแลร้านได้ยินดังนั้น ใบหน้าที่เคร่งเครียดเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจและโล่งใจ ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ คิดว่าฮูหยินน้อยกำลังจะหาลูกค้ารายใหญ่มาช่วยกอบกู้ยอดขายและสร้างผลกำไรมหาศาลให้แก่ตระกูลหลินอีกครั้ง
ชายวัยกลางคนรีบประสานมือโค้งคำนับกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ยอดเยี่ยมมากขอรับ สมแล้วที่เป็นฮูหยินน้อย ร้านค้าข้าวตระกูลหลินของเราเติบโตและรุ่งเรืองขายดีเป็นเทน้ำเทท่าก็เพราะมีท่านคอยบริหารจัดการมาตลอด หากไม่มีท่าน เกรงว่าตระกูลหลินคงไม่ร่ำรวยถึงเพียงนี้ ว่าแต่... ไม่ทราบว่าคุณหนูจะให้เตรียมข้าวสารไว้เป็นจำนวนกี่กระสอบดีขอรับ ถึงจะพอดีกับลูกค้ารายใหญ่รายนี้”
ไป๋ซูหนิงปรายตามองคนดูแลร้านที่กำลังยิ้มหน้าบานด้วยความโลภ ก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ “สองร้อยกระสอบ... ข้าต้องการให้เตรียมข้าวสารชั้นดีไว้ทั้งหมดสองร้อยกระสอบ”
คนดูแลร้านชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกจากเบ้า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินตัวเลขที่เอ่ยออกมาจากปากของนาง สีหน้าของคนดูแลร้านซีดเผือดลงทันที
“สะ... สองร้อยกระสอบเลยหรือขอรับ” คนดูแลร้านละล่ำละลักถามเสียงสั่นเทา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
“นั่นมัน... นั่นมันมากกว่าครึ่งหนึ่งของคลังข้าวสารทั้งหมดที่เรามีในตอนนี้เลยนะขอรับ หากนำออกไปในคราวเดียว เกรงว่าคลังสำรองของตระกูลหลินจะสำรองข้าวสารเอาไว้ขายเดือนหน้าไม่ทัน”
ไป๋ซูหนิงหรี่ตามองคนดูแลร้านด้วยแววตาขบขัน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ไม่สนใจคำทักท้วงหรือสีหน้ากังวลของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเอ่ยคำสั่งเด็ดขาดออกไป
“ข้าสั่งอย่างไรก็จงทำตามนั้น อย่าได้ถามมากความ หากมีปัญหาอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ข้า ไป๋ซูหนิง จะเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด”
คนดูแลร้านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่กล้าเอ่ยปากคัดค้าน เพราะยิ่งขายได้มากก็ยิ่งเป็นผลดีต่อร้านค้าแห่งนี้ ตนเป็นลูกจ้าง อย่างไรก็ได้เงินเดือนเท่าเดิมอยู่ดี
“ขอรับ ข้าจะรีบสั่งคนให้เตรียมพร้อม”
กระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตัวแทนขุนนางจากทางการผู้มีหน้าที่ติดต่อซื้อขายเสบียงข้าวสารประจำเมือง ก็เดินทางมาถึงร้านค้าข้าวตระกูลหลินตามกำหนดนัดหมายเพื่อเจรจาซื้อขายเสบียงตามรอบปกติ
ทว่าในครั้งนี้ ไป๋ซูหนิงไม่ได้ปล่อยให้การเจรจาดำเนินไปตามวิธีการแบบเดิม นางก้าวเข้าไปต้อนรับและผายมือเชิญตัวแทนขุนนางผู้นั้นให้เข้าไปพูดคุยเจรจากันแบบเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรองลับด้านในสุดของร้าน
ภายในห้องรับรองที่ปิดทึบและเงียบสงบ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าไป๋ซูหนิงสนทนาสิ่งใดกับขุนนางผู้นั้น เวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออก ฮูหยินน้อยเดินนำหน้าออกมาด้วยสีหน้านิ่งสงบไร้พิรุธ ตามด้วยตัวแทนขุนนางจากทางการที่มีสีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด
ขุนนางผู้นั้นยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบปริ ดวงตาเป็นประกายด้วยความเลื่อมใส มือหนากำซองจดหมายที่เพิ่งได้รับจากมือไป๋ซูหนิง โค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่ออำลาด้วยความนอบน้อมเป็นพิเศษ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปจากร้านข้าวด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบและรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ลง
“เรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ” คนดูแลร้านเข้ามาถาม
“อืม อีกสองวัน ทางการจะให้คนมารับข้าวสาร เตรียมให้พร้อมล่ะ หากมาถึงก็ให้ขนขึ้นเกวียนทันที” นางบอกเสียงเรียบ
“ข้าน้อยจะจัดการตามที่ฮูหยินน้อยสั่ง” เขากล่าวอย่างยิ้มแย้ม นึกชื่นชมที่นางมีหัวทางการค้า กอบกู้ร้านค้าแห่งนี้ให้รุ่งเรืองและมียอดขายที่ไม่มีร้านค้าใดแถวนี้เทียบได้
**********************
ยามสายของวันใหม่ ทั่วท้องถนนสายหลักของเมืองหลวง บรรยากาศมีความคึกคักเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับร้านขายธัญพืชตระกูลโจวที่มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างไม่ขาดสายวันนี้ สวี่เยว่หรานเดินทางมาตรวจความเรียบร้อยและดูแลกิจการที่ร้านธัญพืชตามกิจวัตรปกติเพียงลำพัง เพราะในช่วงนี้สามีกำลังวุ่นวายกับภัตตาคารที่กำลังจะเปิดใหม่หญิงสาวนั่งสะสางบัญชีอยู่บริเวณห้องรับรองชั้นสองด้วยท่าทีสุขุม ทว่าในขณะที่นางกำลังพลิกดูสมุดบัญชีอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ของสาวใช้ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ฟู่หลิงจะเดินเข้ามาประสานมือรายงาน“เรียนฮูหยินน้อย ด้านล่างมีแขกผู้สูงศักดิ์มาขอเข้าพบเจ้าค่ะ เป็นคุณหนูเสิ่นเจ้าค่ะ”คำรายงานของสาวใช้ทำให้สวี่เยว่หรานชะงักมือที่กำลังถือพู่กันเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง คิดว่าคุณหนูสายตรงจวนกั๋วกงคงตั้งใจมาเอาคืนตนแน่“คุณหนูเสิ่นซูหนานหรือ”“เป็นคุณหนูเสิ่นแห่งจวนแม่ทัพ คุณหนูเสิ่นซินหลิงเจ้าค่ะ”หญิงสาวขมวดคิ้ว คุณหนูเสิ่นตระกูลแม่ทัพใหญ่ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ เหตุใดถึงเจาะจงมาขอพบนางที่ร้านธัญ
ยามราตรีมาเยือน ภายในห้องนอนส่วนตัว โจวอวิ๋นเฟิงและสวี่เยว่หรานยังคงนอนเคียงคู่กันอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ใต้ผ้าห่มนวมเนื้อนุ่ม ทั้งสองยังไม่มีทีท่าว่าจะเคลิ้มหลับไป ทว่ากลับนอนแลกเปลี่ยนบทสนทนา พูดคุยถึงความคืบหน้าต่างๆ ในช่วงนี้ด้วยรอยยิ้มและความรู้สึกผ่อนคลาย“พ่อครัวทั้งสอง เฉินไห่และหลิวหยวน พวกเขาแสดงฝีมือออกมาได้น่าพอใจมาก รสชาติอาหารคงที่และได้มาตรฐานแล้ว ส่วนเรื่องขนมหวานก็มีท่านแม่คอยช่วยรับผิดชอบและทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม รสชาติอร่อยจนข้ายังต้องทึ่ง ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางและพร้อมสำหรับการเปิดร้านแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ” สวี่เยว่หรานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นุ่มนวล นางนอนหนุนอยู่บนแขนแกร่งของสามี พลางใช้นิ้วเรียวไล้เล่นเบาๆ บนอกเสื้อของเขาโจวอวิ๋นเฟิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคมฉายความอ่อนโยนยามก้มมองใบหน้างดงามของภรรยาในยามค่ำคืน ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้ รั้งร่างบางให้แนบชิดกับอกแกร่งมากยิ่งขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง“นั่นสินะ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วจนบางครั้งข้าก็รู้สึกเหมือนเป็นความฝัน”
ภายในห้องครัวของเรือนรอง เต็มไปด้วยกลิ่นหอมชวนลิ้มลองของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษสวี่เยว่หรานยืนกำกับดูแลความเรียบร้อยอยู่ใกล้ๆ โดยมีพ่อครัวฝีมือดีสองคนคือ เฉินไห่และหลิวหยวน กำลังตั้งอกตั้งใจปรุงอาหารตามสูตรที่นางถ่ายทอดให้ ทั้งสองคนตักเครื่องปรุงรสจากไหดินเผามาผสมคลุกเคล้ากับวัตถุดิบต่างๆ ด้วยความชำนาญที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่ออาหารชุดแรกเสร็จสิ้นลงและถูกตักใส่จาน สวี่เยว่หรานได้ลองชิมรสชาติเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย พวกเขาสามารถควบคุมระดับไฟและสัดส่วนเครื่องปรุงได้อย่างแม่นยำ รสชาติอาหารมีความกลมกล่อมและคงที่ไม่มีผิดเพี้ยนจากต้นตำรับเลยแม้แต่น้อย“ฝีมือของพวกเจ้าพัฒนาขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก รสชาติอาหารคงที่และอร่อยกลมกล่อมดีมาก แบบนี้ค่อยวางใจได้หน่อย” ฮูหยินน้อยสกุลโจวเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อมั่นใจว่าอาหารคาวไร้ที่ติแล้ว งานสำคัญลำดับต่อไปก็คือการจัดการเรื่องของหวาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญที่จะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านภัตตาคารรสเลิศล้ำเนื่องจากขั้นตอนการทำขนมหวานมีความประณีต ละเอียดอ่อน และใช้เวลาค่อนข้างมาก สวี่เยว่หรานจึงวางแผน
หลังจากที่บิดากล่าวถึงการแต่งงาน ความรู้สึกร้อนรุ่มและกระวนกระวายใจก็เกาะกุมจิตใจของโจวอี้หยางอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้ในอดีต แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจหรือมีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งอะไรกับเสิ่นซูหนาน คู่หมั้นหมายตามธรรมเนียมของตน ทว่านับตั้งแต่เขาได้ล่วงรู้ธาตุแท้อันน่ารังเกียจของหญิงสาวรวมถึงการได้พบพานสตรีสกุลเสิ่นอีกนาง หัวใจของซื่อจื่อหนุ่มก็เริ่มเอนเอียงและเกิดความรู้สึกพึงพอใจในคุณหนูเสิ่นสายรองอย่างเงียบๆเขากลายเป็นบุรุษผู้ตกอยู่ในห้วงความอึดอัด เพราะหากปล่อยให้เรื่องดำเนินไปตามความต้องการของบิดาที่หวังดีอยากเร่งรัดวันแต่งงาน เขาจะต้องตบแต่งกับสตรีร้ายกาจผู้นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วยังสูญเสียสตรีที่ตนเองกำลังพึงใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไปแล้วด้วยความร้อนรุ่มใจที่เกรงว่าบิดาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและกำหนดฤกษ์มงคลโดยเร็ว แม้น้องสะใภ้รับปากจะช่วยเหลือก็เกรงว่าอาจไม่ทันการณ์ โจวอี้หยางจึงอยากปรึกษากับมารดาเพื่อหาทางออกในขณะที่บิดากำลังต้อนรับสหายขุนนางและเดินหมากกันในสวน โจวซื่อจื่อก็ใช้โอกาสนั้นไปหามารดาที่นั่งจิบชาผ่อนคลายอยู่ภายในห้องโถ
สวี่เยว่หรานใช้เวลาตลอดช่วงเช้าอยู่ภายในห้องครัวของเรือนรอง เพื่อลงมือถ่ายทอดวิธีทำอาหารและเคล็ดลับความอร่อยให้กับพ่อครัวฝีมือดีสองคนที่นางคัดเลือกไว้สำหรับเตรียมเปิดภัตตาคารใหม่กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณครัว หญิงสาวเดินไปเปิดไหดินเผาใบใหญ่ที่ปิดผนึกไว้อย่างดี ภายในบรรจุเครื่องปรุงรสสูตรลับเฉพาะที่นางผสมขึ้นเองด้วยวัตถุดิบชั้นดีและกรรมวิธีอันพิถีพิถัน นางตักเครื่องปรุงนั้นใส่ลงในกระทะตามสัดส่วนที่พอเหมาะ ก่อนจะผัดคลุกเคล้ากับวัตถุดิบต่างๆ จนเกิดเป็นกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอพ่อครัวทั้งสองยืนดูขั้นตอนการทำอย่างตั้งใจและจดจำทุกรายละเอียด เมื่ออาหารเสร็จสิ้นและถูกตักใส่จาน ทั้งสองคนก็ได้รับอนุญาตให้ทดลองชิมฝีมือของตนเองที่ทำตามคำแนะนำของฮูหยินน้อยทันทีที่อาหารรสเลิศสัมผัสปลายลิ้น พ่อครัวทั้งสองถึงกับเบิกตากว้างด้วยความทึ่งและชื่นชม รสชาติที่กลมกล่อม มีมิติ แปลกใหม่ และอร่อยล้ำไม่ซ้ำใครเช่นนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในเมืองหลวงเลยแม้แต่ร้านเดียว“อร่อยมาก อร่อยเหลือเกินขอรับฮูหยิน รสชาติกลมกล่อมและหอมเค
อาคารไม้ขนาดใหญ่สองชั้นตั้งอยู่บนทำเลทองย่านการค้าฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง ในยามนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและซ่อมแซมครั้งใหญ่เพื่อเตรียมเปิดตัวเป็นภัตตาคารแห่งใหม่ที่ผู้คนต่างจับตามองโจวอวิ๋นเฟิง ลู่เฉียน และจางซาน อดีตคุณชายเสเพลทั้งสามที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความไม่เอาไหน พวกเขากำลังร่วมหุ้นลงทุนในกิจการภัตตาคารแห่งนี้ ทั้งสามต่างพากันเดินสำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยภายในร้านอย่างละเอียด ตั้งแต่ห้องโถงรับรองแขกชั้นล่าง ห้องครัวเตรียมอาหารที่กว้างขวาง ไปจนถึงห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันคึกคักของท้องถนนด้านนอกได้อย่างชัดเจนคุณชายทั้งสามเดินตรวจดูโครงสร้างหลักของอาคาร พลางสลับกันออกความเห็นและปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง“โครงสร้างเดิมของอาคารหลังนี้ถือว่าแข็งแรงและคำนวณคานรับน้ำหนักเอาไว้ได้ดีมากจริงๆ พวกเราแทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักอะไรเลย แค่เก็บงานรายละเอียด ขัดผิวไม้ใหม่ ตกแต่งภายในเพิ่มอีกสักนิดหน่อย เสริมโคมไฟและฉากกั้นไม้แกะสลักเข้าไปอีกนิด ภัตตาคารของเราก็จะดูหรูหรา โอ่อ่า และลงตัวสมบูรณ์แบบแล้วล่ะ” ลู่เฉียนเอ่ยขึ้น พลางใช้ม







