บันทึกรัก| แฟนเก่าคนโปรดของเฮียเหนือ

บันทึกรัก| แฟนเก่าคนโปรดของเฮียเหนือ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-20
โดย:  Midzilee01ยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
50บท
1.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ในคืนวันที22กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเกิดปีที่26ของเธอ โชคชะตาได้พาให้เขาและเธอกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังเลิกลากันไปห้าปี เรื่องราวของ นับสอง หญิงสาวผู้ครองตัวเป็นโสดมาโดยตลอดหลังจากที่เลิกกับ ลมเหนือ แฟนคนแรกไปเมื่อห้าปีก่อน เธอเข็ดขยาดกับความรักจนไม่กล้าเปิดใจมีรักครั้งใหม่ แม้เวลาจะมันจะผ่านมานานถึงห้าปีแล้วก็ตาม แต่แล้วเหมือนโชคชะตาเล่นตลก ในวันเกิดอายุครบ26ปีของนับสอง เธอเมาเละเทะเสียจนเกือบถูกฉุดออกจากผับ แต่แล้วคนที่เข้ามาช่วยเธอไว้ก็คือแฟนเก่าคนนั้น คนที่มันหักอกเธอเมื่อ5ปีก่อน.. ไม่รู้ด้วยพิษเหล้าหรือพิษรัก เธอดันเผลอไปมีอะไรกับแฟนเก่าเฮงซวยคนนั้นด้วยน่ะสิ! "ฉันถามตรง ๆ นะคะ เมื่อคืนคุณได้ใส่ถุงมั้ย" "ใส่ครับ ในกล่องมีอยู่เท่าไหร่ผมก็ใส่ทั้งหมดนั่นแหละ"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

그는 명황색 곤룡포를 걸친 채 전각 한가운데 우뚝 서 있었다.

곧은 풍채와 냉담한 눈빛은 설송 한 그루를 떠올리게 했다.

고귀하면서도 쉽사리 다가설 수 없는 기운이 온몸에서 흘러나왔다.

“희진아.”

이정이 나직이 입을 열었다.

“짐이 내린 결정에 달리 할 말은 없느냐?”

조희진은 황급히 일어나 예를 올렸다.

“신첩이 어찌 감히 그러겠사옵니까. 폐하께서 황후마마를 중궁으로 세우신 것은 더없이 지당한 처사이옵니다. 신첩은... 아무런 의견도 없사옵니다.”

이정은 담담하기만 한 그녀의 얼굴을 바라보다가 미간을 살짝 찌푸렸다.

그는 조희진이 지난 며칠간 잠자코 있었던 것이 자신을 직접 찾아오게 하려는 수작인 줄 알았다.

자신이 찾아와 연유를 물으면 틀림없이 눈물을 흘리고, 억울함을 토로하며, 한바탕 소란을 피울 것이라 여겼다.

그러면 적당히 하사품을 내려 달래고, 엄한 얼굴로 이렇게 말할 생각이었다.

“짐은 너를 맞아들이던 날부터 분명히 말하였다. 짐의 마음에는 오직 영지뿐이라고. 네게 부귀영화는 안겨 줄 수 있으나, 마음까지 내어 줄 수는 없다. 황후의 자리 또한 짐이 진심으로 모하는 여인에게만 줄 것이다.”

그렇게 달랠 것은 달래고 엄히 타이를 것은 타이르면, 이 일도 무사히 넘어갈 터였다.

하지만 조희진은 정말 아무렇지도 않은 듯했다.

물론 저런 태도는 나쁠 것이 없었다. 소란을 피우지도 않을 테고, 자신이 예전에 했던 말을 마음에 새겨 허황된 기대를 품지 않았다는 뜻이기도 했다.

그런데 막상 모든 일이 자신과는 아무런 상관도 없다는 듯 담담한 그녀의 모습을 보고 있자니, 이정의 가슴속에서 알 수 없는 불쾌감이 스멀스멀 치밀어 올랐다.

“폐하, 분부하신 물건을 가져왔사옵니다.”

때마침 태감총관 이덕춘이 궁인들을 거느리고 안으로 들어왔다. 뒤따르던 궁인들은 저마다 비단함을 두 손으로 받쳐 든 채 차례로 늘어섰다.

함이 열리자, 잡털 한 올 섞이지 않은 눈처럼 새하얀 최상급 흰여우 가죽이 모습을 드러냈다.

이는 며칠 전 이정이 직접 사냥해 얻은 것으로, 조희진을 황후로 세워 주지 못한 미안함에 그녀의 서운한 마음이라도 달래고자 마련한 것이었다.

그러나 정작 아무렇지도 않은 듯 담담한 그녀를 마주하자, 무슨 말부터 꺼내야 할지 알 수 없었다.

‘됐다, 그냥 물건이나 주고 돌아가자.’

이정은 속으로 생각했다.

하지만 그가 막 입을 열려던 찰나, 조희진이 먼저 말을 꺼냈다.

“참으로 귀한 가죽이옵니다.”

그녀는 흰여우 가죽을 바라보며 감탄했으나, 놀라거나 기뻐하는 기색은 조금도 없었다.

“폐하께서 얼마 전 사냥해 오신 것이지요? 신첩에게 가져오신 것은 황후마마의 갖옷을 지으라는 뜻이옵니까?”

그 말을 듣는 순간, 이정의 가슴속에 맺힌 불쾌감이 한층 짙어졌다.

“어찌... 짐이 네게 내리는 것이라고는 여기지 않느냐?”

조희진은 흠칫 놀라 황급히 무릎을 꿇었다.

“황공하옵니다, 폐하. 신첩이 어찌 감히 그런 생각을 품겠사옵니까. 폐하께서는 일찍이 마음에 둔 여인은 오직 황후마마뿐이라 말씀하셨사옵니다. 얼마 전 그토록 어렵사리 얻으신 이 귀한 흰여우 또한 황후마마를 위해 마련하신 것이었을 터인데, 신첩이... 어찌 감히 분에 넘치는 기대를 품겠사옵니까.”

이때 이덕춘이 다급히 나서서 설명하려 했다.

“마마, 실은 이 가죽은 폐하께서 마마를 위해 특별히...”

“이덕춘.”

이정이 그의 말을 끊었다.

금세 싸늘해진 목소리에 이덕춘은 곧바로 입을 다물었다.

이정은 무릎을 꿇고 있는 조희진을 내려다보았다. 가슴속에서 치밀어 오른 이름 모를 울화는 점점 더 거세졌다.

“허면...”

그의 목소리는 서리처럼 차가웠다.

“하루 안에 완성하라. 요즘 날씨가 부쩍 차가워졌으니, 황후는 몸이 약해 추위를 타서는 아니 된다.”

“신첩, 명 받들겠사옵니다.”

조희진은 고개를 숙인 채 담담히 대답했다.

원망도 서운함도 드러내지 않는 그 고분고분한 태도에 이정은 도리어 화가 더욱 치밀었다.

그는 거칠게 소매를 떨치며 돌아서더니, 뒤도 돌아보지 않고 요화궁을 나섰다.

조희진은 천천히 몸을 일으켜 이정의 멀어지는 뒷모습을 바라보았다. 잠시 의아한 기색이 스쳤지만, 이내 다시 평온한 얼굴로 돌아왔다.

그녀는 자신의 시녀인 청하를 불렀다.

“가서 바늘과 실을 가져오너라.”

“예, 마마.”

청하가 바늘과 실을 가져오자, 조희진은 창가에 자리를 잡고 앉아 갖옷을 짓기 시작했다.

창밖으로 스며든 햇살이 그녀의 가느다란 손끝 위에 내려앉았다. 바늘은 쉴 새 없이 오갔고, 손놀림은 더없이 능숙했다.

“마마.”

청하가 조심스럽게 입을 열었다.

“정녕... 서운하지 않으십니까?”

조희진의 손길이 문득 멎었다. 잠시 뒤, 그녀의 입가에 옅은 미소가 번졌다.

아주 희미한 웃음이었으나, 얼어붙은 설원 위로 처음 봄볕이 내려앉은 듯 눈부셔 보는 이의 넋을 앗아 갈 만큼 아름다웠다.

“서운다니?”

그녀가 나직이 되물었다.

“내가 무엇 때문에 서운해해야 하느냐?”

닷새만 지나면 그녀가 복용한 가사약(假死藥)이 효력을 발휘할 터였다.

그리되면 이 궁궐은 물론 이정과도 영영 인연을 끊게 될 것이다.

그리고 나서 강남으로 가, 자신이 진정으로 연모하는 이를 만날 수 있을 것이다.

조희진과 조영지는 모두 승상의 여식이었다. 그러나 조희진은 서녀인 데다 어려서부터 몸이 약해, 강남에 사는 할머니에게 보내져 그곳에서 자랐다.

그곳에서 그녀는 신효원을 만났다.

신효원은 강남 순무(江南巡撫) 댁의 도련님으로, 성품이 온화하고 반듯한 데다 학문과 재주까지 뛰어났다.

두 사람은 어릴 적부터 함께 자랐다.

나란히 글을 읽고, 꽃이 피면 함께 구경했으며, 강남에 비가 내리는 날이면 처마 밑에 앉아 자욱한 물안개를 바라보았다.

어느 날, 소년이었던 신효원은 그녀의 손을 두 손으로 감싸 쥔 채 굳게 맹세했다.

“희진아, 네가 계례를 올리면 내가 너를 처로 맞이하마.”

조희진은 얼굴을 붉히며 고개를 끄덕였다.

“예.”

그러나 그녀가 계례를 치르던 날, 신씨 가문에서 혼담을 넣으려던 참에 아버지 조영재가 돌연 사람을 보내 그녀를 경성으로 불러들였다.

삼황자 이정에게 시집보내기 위해서였다.

공교롭게도 그 무렵은 아홉 황자가 황위를 차지하고자 피비린내 나는 권력 다툼을 벌이던 때였다. 황제는 각 황자에게 조정 중신의 여식을 한 명씩 정비로 맞아들이게 했고, 이정에게는 승상부의 여식이 혼처로 정해졌다.

하지만 이정이 마음에 품은 여인은 승상부의 적녀이자 조희진의 언니인 조영지였다.

이정은 지금의 형세가 얼마나 위태로운지 누구보다 잘 알고 있었다. 이때 조영지를 정비로 맞아들이는 것은 곧 그녀를 사지로 밀어 넣는 것과 다름없었다.

그러던 중 조영지에게 어려서부터 강남에서 자란 서녀 동생이 있다는 사실을 알게 된 이정은, 그 동생인 조희진을 정비로 맞겠다고 나섰다.

조희진은 혼인을 거부했다.

그러자 조영재는 신효원의 목숨을 빌미로 그녀를 협박했다.

“네가 시집가기를 거부한다면, 신씨 가문을 멸문시키겠다.”

결국 조영재는 그녀에게 한 가지 약조를 내놓았다.

“삼황자가 황위에 오르면 네게 가사약을 주마. 그때 세상에는 네가 죽은 것으로 알려질 테니, 궁궐을 벗어나 신효원을 찾아갈 수 있을 것이다.”

조희진은 결국 혼인을 받아들였다.

그렇게 그녀는 이정에게 시집갔다.

혼인한 뒤의 나날은 예상대로 하루하루가 살얼음판이었다.

자객의 습격과 독살, 모함이 끊이지 않았고, 그녀는 수없이 다치고 여러 차례 독으로 목숨을 잃을 뻔했다.

하지만 조희진은 단 한 번도 원망하지 않았다.

그녀는 집안 살림을 빈틈없이 돌보며 안주인으로서의 본분을 다했다.

이정이 다쳐 귀한 약재가 필요하면 목숨을 걸고 구해 왔고, 이정이 정적의 계략에 빠졌을 때는 대신 칼을 막아 주기도 했다.

언제부터인가 황자부 안에는 삼황자비가 삼황자를 지극히 연모한다는 소문이 퍼지기 시작했다.

하지만 조희진은 굳이 해명하지 않았다.

설령 목숨을 내놓는 한이 있더라도 이정을 황위에 올려야만 했다. 그래야만 모든 의무를 다한 뒤, 신효원에게 돌아갈 수 있었기 때문이다.

그리고 이제 모든 일이 끝났다.

이정은 마침내 황제가 되었고, 조영지는 황후로 책봉되었다.

그녀 또한 이틀 전, 가사약을 복용했다.

약이 효험을 드러내려면 칠 일이 걸린다.

이제 남은 날은 닷새뿐이었다.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
50
บทนำ
วิลล่าหรูสองชั้นสไตล์โมเดิร์นที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและวิวธรรมชาติ มีผู้เป็นเจ้าของคือ วายุ รัตนกิจโกศล หรือคุณลมเหนือ ทายาทและลูกชายคนโตของบ้านรัตนกิจโกศลซึ่งเป็นตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของภาคเหนือครอบครัวของเขามีหลากหลายธุรกิจ ทั้งเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรู และปลูกไร่องุ่นขนาดใหญ่ ทั้งนำเข้าและส่งออกไวน์ ไม่แปลกใจเลยหากเขาจะมีกำลังทรัพย์มากพอสำหรับอยู่อาศัยในวิลล่าหรูราคาเกือบเก้าหลัก"บอสครับ นี่คือใบสมัครของคนที่มาสมัครตำแหน่งผู้จัดการรีสอร์ตใหม่ครับ" สิงห์ มือขวาคนสนิทของวายุเอ่ยขึ้น ก่อนจะนำเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อรอให้เจ้านายตรวจสอบ"ขอบใจ นายไปพักเถอะเดี๋ยวผมจะดูเสร็จแล้วจะโทรเรียก" เขาตอบกลับเสียงเรียบ"ครับบอส"เมื่อมือขวาเดินพ้นประตูห้องออกไป เจ้าของใบหน้าคมคายก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า นิ้วมือเรียวนวดคลึงขมับไปมา เขาเรียนจบปริญญาโทวิศวะแต่กลับต้องมานั่งทำงานบริหารธุรกิจของครอบครัว จมอยู่กับกองเอกสารที่น่าปวดหัวพวกนี้ฝ่ามือหนากวาดกองเอกสารสมัครงานไปกองไว้ด้านข้างของโต๊ะอย่างไม่ไยดี ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำงานอะไรทั้งนั้น เอกสารนี่ค่อยอ่านวันพรุ่งนี้ก็ยังไม่สา
อ่านเพิ่มเติม
เธอคนนั้นคือแฟนเก่าของผม
23 กุมภาพันธ์ เวลา 01:50 น.ในขณะที่นักท่องราตรีคนอื่น ๆ ต่างกำลังเต้นบนฟลอร์อย่างเมามัน แต่สามสาว นับสอง เจนนี่ และแก้มบุ๋ม นั้นเมามายจนไม่รู้เรื่องอะไรแล้วสภาพแต่ละคนดูได้ซะที่ไหน หรือนี่คือที่มาของคำว่า มาอย่างหงส์กลับอย่างหมาเจนนี่ที่เมาก็เดินเต้นและชนแก้วไปจนทั่ว ราวกับว่าตัวเองนั้นรู้จักกับเขาไปหมดทุกโต๊ะ เหลือเพียงสองสาวที่ลุกไปไหนไม่ไหว แก้มบุ๋มก็ได้แต่นั่งเท้าคางสัปหงก หากเธอฝืนดื่มต่ออีกนิดมีหวังได้อ้วกคาโต๊ะแน่ส่วนนับสองที่คออ่อนที่สุด ก็ฟุบหน้าหลับบนโต๊ะไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าต่อให้ร้านปิดเธอก็น่าจะยังไม่ตื่น"คนสวยครับง่วงแล้วเหรอ ไปต่อกับเรามั้ย" เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร บางทีเขาอาจจะคุยกับคนอื่นอยู่ก็ได้"ว่ายังไงครับไปมั้ย" ชายคนนั้นยังคงถามต่อพลางฉวยโอกาสใช้มือโอบไหล่ของเธอ ทำเอาอภิชญาที่ฟุบหน้าหลับอยู่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจ"ไม่ค่ะขอบคุณ" เธอตอบกลับเสียงแข็ง ก่อนจะปัดมือของผู้ชายคนนั้นออกด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอฟุบหน้าลงบนโต๊ะอีกครั้งและหวังว่าเขาจะไม่ตอแยและเดินจากไปแต่โดยดีเธออยากกลับบ้านแล้ว แต่ดูเหมือนว่
อ่านเพิ่มเติม
สัมผัสที่คุ้นเคย
"หื้มม เฮียเหนือเหรอ.." อภิชญาหลับตาพูดออกมาเสียงแผ่ว เธอยังคงจำกลิ่นน้ำหอมของเขาได้ดี ยังคงจำเสียงนุ่มทุ้มของเขาได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เธออยากลืมมากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ไม่เคยลืมมันได้อยู่ดี"ครับ..เฮียเอง สองเป็นยังไงบ้าง" คำถามของวายุนั้นช่างกว้างขวาง เป็นยังไงบ้าง ในหลาย ๆ ความหมาย อาการของเธอตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ที่ผ่านมาเธอเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม..เขายังคงกุมมือบอบบางของหญิงสาวไว้แน่น ราวกับว่ากลัวเธอจะหายไปจากเขาอีก ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง มีคนรักใหม่แล้วหรือยัง แต่งงานมีลูก มีชีวิตใหม่ไปหรือยัง.."หนูคิดถึง..คนใจร้าย" ริมฝีปากบางบ่นงึมงำว่าคำพูดของเธอนั้น วายุกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน ดวงตาคมเข้มจ้องมองคนตัวเล็กอย่างซับซ้อน บนใบหน้าหล่อเหลาคล้ายมีความคิดอะไรบางอย่างเขาเองก็คิดถึงเธอมาตลอดเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีความกล้าพอที่จะไปตามง้อเธอกลับมา จึงทำได้เพียงหลับหูหลับตาใช้ชีวิตต่อไป และได้แต่ภาวนาขอให้เธอได้ไปพบเจอกับคนที่ดีแต่ตอนนี้ เธอกลับพูดออกมาว่าคิดถึงเขา ถึงแม้จะเป็นเพียงตอนที่เธอกำลังเมาอยู่ก็ตาม แต่มันก็ทำให้ความโลภภายในใจก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง"สองครับ..เฮียขอจ
อ่านเพิ่มเติม
ล็อคมง ตำแหน่งเลขา
แสงแดดยามเช้า สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องทำงาน กระทบลงบนเส้นผมสีดำสนิทซึ่งตอนนี้มันยังไม่ทันแห้งดี เจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกันนั้น กำลังกวาดสายตาอ่านเอกสารที่วางกองอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสุขุม"คุณเหนือคะ..กาแฟมาแล้วค่ะ" เสียงหวานของสาวรับใช้วัยยี่สิบหกดังขึ้นจากด้านหน้าห้อง เธอมีชื่อว่าชะเอม เป็นคนที่ตัวเล็กผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก และเป็นหลานสาวของป้าลำดวน แม่บ้านคนเก่าแก่ของที่นี่ เธอเพิ่งมาทำงานให้วายุได้เพียงสามปีชะเอมแอบมีใจให้เขา ชายหนุ่มนั้นรู้ดี แต่ทว่าสมภารไม่กินไก่วัดนั่นคือคติประจำใจของวายุ เขาไม่คิดที่จะทำเรื่องพรรค์นั้นในบ้านของตัวเอง และไม่คิดพาใครมาทำเรื่องอย่างว่าภายในบ้านของเขายกเว้นเรื่องเมื่อคืนไว้ก็แล้วกัน"เข้ามาได้" น้ำเสียงทุ้มต่ำตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อไปชะเอมเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เธอพยายามเอาใจคุณเหนือมาตลอดแต่เขากลับไม่เคยเหลียวแลเธอเลยสักครั้ง ไม่แม้แต่จะแตะต้องเธอเลยสักนิด แต่เมื่อคืนเขากลับพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มานอนค้างที่บ้านเป็นครั้งแรก.."เสร็จธุระก็ออกไปได้แล้ว ผมจะทำงาน""ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม
เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
ภาพที่อภิชญาเห็นอยู่เบื้องหน้าคือห้องทำงานขนาดใหญ่ ที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาขาวสไตล์โมเดิร์น โถงกลางห้องมีโซฟาหนังสีเทาพร้อมโต๊ะกระจกสีดำสำหรับรองรับแขก ถัดไปก็เป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ และเก้าอี้หนังสีดำที่หันหลังให้เธออยู่ตอนนี้ ก็มีผู้ชายคนนั้น คนที่เธอคาดว่าเป็นผู้ชายคนเมื่อคืนนั่งอยู่"เอ่อ..ฉันไม่ได้จะมาเรียกร้องอะไรจากคุณนะคะ เพราะเราเองต่างก็เมากันทั้งคู่" คนตัวเล็กชิงเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน ถึงเขาจะรวยหรือมีตังค์ยังไง แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอตั้งใจมาจับหรือจะมาเกาะเขากินพลาดแล้วก็ให้พลาดไป คิดเสียว่า วินวินกันทั้งคู่"ครับ แล้วยังไงต่อ" เขาตอบกลับเสียงเรียบ โดยที่ไม่ยอมหันเก้าอี้กลับมาคุยให้เธอเห็นหน้าค่าตาเลยสักนิด อภิชญาขมวดคิ้วเสียจนมันจะผูกกันเป็นโบ จากความทรงจำอันเลือนรางของเธอ เมื่อคืนผู้ชายคนนี้ขย้ำเธออย่างกับหมาป่าหิวโซที่บังเอิญเจอเข้ากับลูกแกะ แต่ดูซิ ตื่นเช้ามาแม้แต่หน้าของเธอเขาก็ไม่หันมามองเสียเซลฟ์ฉิบหายเลยโว้ย"อย่างที่บอกไปค่ะ ฉันไม่ได้จะมาเรียกร้องอะไรจากคุณ ฉันเพียงแค่กังวลเลยอยากมาถามเพื่อความสบายใจ""ครับแล้วคุณกังวลเรื่องอะไร" เขายังคงไม่หันกลับมา อีกทั้
อ่านเพิ่มเติม
การพบกันครั้งแรก
สปอร์ตคาร์คันหรูแล่นผ่านเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดตัวไปตามแนวภูเขาและต้นไม้เขียวขจี แต่ทว่าบรรยากาศภายในรถกลับเงียบสงัด จนได้ยินเพียงแค่เสียงของเครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์ วายุเหลือบไปมองคนตัวเล็กที่นั่งหลับพิงกระจกอยู่เป็นระยะ ภาพสมัยที่เขาและเธอยังรักกันอยู่ก็ฉายกลับมาให้เห็นอีกครั้งเพียงแต่ว่าครั้งนี้ไม่มีเสียงหวาน ๆ ของเธอที่เรียกเขาว่าเฮียเหนืออีกแล้ว รอยยิ้มที่แสนสดใสนั่นเขาก็ไม่มีโอกาสได้เห็นอีก"เฮียคิดถึงสองนะ..คิดถึงมาโดยตลอด" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหันกลับไปจดจ่ออยู่กับถนนข้างหน้า โดยที่ไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับจะยังมีสติอยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ และเธอก็ได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมดก่อนหน้านี้อภิชญาเลือกที่จะแกล้งหลับเพื่อหนีความอึดอัดที่เกิดขึ้น ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาได้ยินอะไรแบบนี้ แต่เธอไม่หลงเชื่อคำพูดของคนหลอกลวงเป็นครั้งที่สองหรอกถ้าเชื่ออีกครั้งเธอก็กินหญ้าแทนข้าวแล้ว!แกล้งหลับไปแกล้งหลับมา เธอก็เดินทางข้ามเวลาเสียอย่างนั้น รู้ตัวอีกทีรถที่เธอนั่งมาก็มาหยุดอยู่หน้าร้านเหล้าเมื่อคืนเป็นที่เรียบร้อย อภิชญาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด
อ่านเพิ่มเติม
รอยแผล
แสงไฟสลัวส่องกระทบผิวน้ำในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ ร่างเปลือยเปล่าของอภิชญาเอนกายลงในอ่างน้ำอุ่น เธอปิดเปลือกตาลงอย่างช้า ๆ และนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน วนเวียนอยู่ในหัวอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาเธอควรจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นดีล่ะ มันไม่ใช่ความเศร้า แต่ในทางเดียวกันมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก ถ้าหากว่ากันตามตรงเธอกลับรู้สึกโล่งใจเสียด้วยซ้ำ ที่ผู้ขายคนนั้นคือเขา ไม่ใช่คนอื่น.. แต่นั่นก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกโกรธตัวเอง และตอกย้ำความจริงว่าเธอยังคงไม่ลืมเขาแม่งเอ๊ย!เรียวแขนเล็กออกแรงฟาดลงบนผิวน้ำด้วยความหงุดหงิด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโมโหตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาอภิชญาพยายามที่จะเปิดใจมีรักครั้งใหม่ แต่สุดท้ายเธอก็ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะลืมคนเก่าไม่ได้ หรือเพราะเข็ดขยาดกับความรักก็ไม่รู้ จนเพื่อนสนิทของเธอก็มักจะถามอยู่เสมอว่า ผู้ชายพรรค์นั้นมันมีดีอะไร ทำไมถึงไม่ลืมมันไปสักทีก็นั่นน่ะสิ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันอภิชญาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำและตบตีอยู่กับตัวเองราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเดินออกมานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยชุดคลุมอาบน้ำ ดวงตากลมโตจ้องมองรอยแดงที่ปรากฏอย
อ่านเพิ่มเติม
ว่าที่ลูกสะใภ้
"ที่ทำงานคือที่ไหนเหรอลูก แล้วหนูสมัครงานอะไรไป" ภาสกรผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยถามขึ้น อันที่จริงเขาก็อยากให้ลูกสาวอันเป็นที่รักของเขานั่งกินนอนกินอยู่ที่บ้านแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้ร่ำรวยจนล้นฟ้า แต่ก็มั่นใจว่าสามารถเลี้ยงให้ลูกสาวอยู่อย่างสุขสบายได้โดยที่ยัยสองไม่ต้องไปทำงานแต่ก็นั่นแหละ.. ลูกน่ะเลี้ยงได้แค่ตัว พอโตมาพวกเขาก็คงอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง อีกอย่างนับสองก็เรียนจบมาสองปีตามกำหนดแล้วด้วย เขาคงห้ามนั่นห้ามนี่ลูกตลอดไปไม่ได้"หนูสมัครตำแหน่งผู้จัดการรีสอร์ตไปค่ะ เป็นรีสอร์ตที่กำลังจะเปิดใหม่ หนูคิดว่าเขาอาจจะต้องการคนเลยลองยื่นใบสมัครไป""เฮียเลี้ยงหนูได้นะ ไม่เห็นต้องลำบากไปหางานทำเลย ถ้าหนูอยากทำงานจริง ๆ มาทำตำแหน่งบัญชีอยู่กับเฮียที่กรุงเทพก็ได้ หรือหนูจะนอนตีพุงอยู่คอนโดอย่างเดียวเฮียก็ไม่ว่า คอนโดเก่าของหนูก็ยังไม่ได้ขายนี่นา"อภิชญาได้แต่หันมองหน้าพ่อและพี่ชายสลับไปมาด้วยความไม่เข้าใจ ปกติแล้วทางครอบครัวควรเร่งให้เธอไปทำงานตั้งแต่เรียนจบมาแล้วด้วยซ้ำแต่นี่เธอนอนตีพุงอยู่บ้านมาเป็นเวลาสองปีแล้ว เพราะพ่อเป็นคนขอไว้ว่าอยากให้ลูกสาวพักผ่อนสักหน่อย ไม่อยากให้เธอต้องมา
อ่านเพิ่มเติม
ม่านฟ้า
เป็นดาราแล้วยังไง สวยแล้วยังไง สุดท้ายก็เป็นแค่ผู้หญิงโลภมากเห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ"นั่นสิ..จะรีบกลับไปไหน แฟนเก่าสุดที่รักมากินข้าวด้วยทั้งที" เหมันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและวายุก็ไม่ต่างจากน้ำมันกับไฟ เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องมีปากเสียงกันเสียทุกที"มึงจะกระแนะกระแหนกูไปถึงไหนวะไอ้หนาว" วายุหันกลับมาพูดกับน้องชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ชัดว่าไม่พอใจ แปลกที่ใครต่อใครก็มองว่ามันเป็นคนดี มีแต่เขาคนเดียวที่รู้ว่ามันกวนส้นตีน"ตาเหนือ!! พูดจาไม่น่ารักเลย ลมหนาวก็ด้วยอย่าไปหาเรื่องพี่เขาสิลูก" คุณหญิงทอฝันพยายามเอ่ยปราม ก่อนที่ลูกชายทั้งสองจะเถียงกันไปมากกว่านี้"สวัสดีค่ะคุณพ่อ..คุณแม่" เสียงหวานของดาราสาวพูดขึ้น เธอยกมือไหว้ผู้ใหญ่ ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างของวายุอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย"ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะคะเหนือ อ้อ..หนาวด้วย" เธอเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร สมัยก่อนตอนที่ยังคบอยู่กับลมเหนือ เธอเคยมาบ้านหลังนี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะเขาชอบพาเธอกลับมาเที่ยวบ้านในทุกครั้งที่ปิดเทอม"อือไม่ได้เจอกันนานเลย" เหมันต์ตอบกลับอย่าง
อ่านเพิ่มเติม
เงินซื้อคนอย่างเธอไม่ได้.. แต่จ้างได้
เรือนร่างระหงก้าวขาลงมาจากรถเบนซ์สีขาวคันโปรด เธอตรวจดูความเรียบร้อยของตนเองผ่านเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจก เสื้อเชิ้ตชีฟองแขนยาว สีขาวพับแขน ถูกสวมใส่ทับด้วยกระโปรงสั้นทรงเอสีดำ ทรงผมที่ถูกมัดขึ้นอย่างเรียบร้อยและรองเท้าส้นสูงสีดำยิ่งเสริมให้เธอดูสง่าอภิชญาจับกระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็กขึ้นมาสะพายบนไหล่ ก่อนจะกระชับซองเอกสารที่จำเป็นต่อการสมัครงานไว้แนบอก เธอระบายลมหายใจออกเพื่อลดความตื่นเต้น ก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าไปด้านในของรีสอร์ตหลังจากพูดคุยกับพนักงานที่เคาท์เตอร์แผนกต้อนรับเรียบร้อยแล้ว ก็มีพนักสาวสวยคนหนึ่งเดินนำเธอไปยังห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับสัมภาษณ์งานอภิชญานั่งลงบนโซฟาหนังสีเทาที่ตั้งอยู่กลางห้อง โดยที่ด้านหน้าของเธอเป็นโต๊ะกระจกสีดำ ถัดออกไปเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ และบรรดาตู้หนังสือ บรรยากาศภายในห้องนั้นคับคล้ายคับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เธอไม่แน่ใจว่าที่นี่มันคือห้องรับรองแขกหรือว่าห้องทำงานกันแน่ แต่ก็เอาเถอะ จะอย่างไรก็ช่างจุดมุ่งหมายเดียวที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ในห้องที่แอร์เย็นเฉียบแห่งนี้ ก็เพื่องานและเงิน!อภิชญานั่งรออย่างเรียบร้อยภายในห้องด้วยความรู้สึกประหม่า เรียวแข
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status