ホーム / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๔ นกต้องโบยบิน (๑)

共有

๑๔ นกต้องโบยบิน (๑)

作者: Kaowsethong
last update 最終更新日: 2026-02-25 17:39:35

๑๔

นกต้องโบยบิน

            ร่างสูงสวมชุดทางการนั่งอยู่ในห้องอาหารของโรงแรม ดวงตาคมจ้องไปข้างหน้าอย่างไรจุดหมายเพราะตกอยู่ในภวังค์คิดเรื่องของอัญชิสาหลังจากบอกกับหล่อนว่าจะให้ออกจากบ้านหลังนั้น อยากยุติเรื่องทุกอย่างกลัวว่าตัวเองจะถลำลึกมากกว่านี้

            ปิดเปลือกตาแล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเสียงหนักไล่ความกังวลแต่ก็ยังคิดมากเหมือนเดิม เรื่องที่กำลังเผชิญดูจะเกินกำลังแบกรับทั้งที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอสมควร

            เรื่องลูกชายไม่มีข้อใดโต้แย้งหลักฐานเป็นประจักษ์ เดินเอกสารทุกอย่างเพื่อรับรองบุตรเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับหล่อน เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวอีก แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เกินกว่าจะแบกรับไหวแล้ว

            เขารู้ดีว่าตัวเองเคยชอบอัญชิสา...เรียกว่าเป็นความรักเดียวก็ไม่ผิดนัก

            สิบเอ็ดปีที่ผ่านมาไม่เคยมีคนอื่น แต่ก็ไม่ได้รอคอยเธอเช่นเดียวกัน เขาใช้ชีวิตตัวเองโดยใช้ความสำเร็จเป็นที่ตั้ง จนตอนนี้ได้ทุกอย่างมาครองแล้วจึงหมดความท้าทายในอาชีพของตัวเอง เพียงแค่อยากประคองทุกอย่างไม่ให้ล่มเท่านั้น

            “ขอโทษที่มาช้านะคะ” ตื่นจากภวังค์เมื่อมีคนเดินมานั่งตรงหน้า พอลืมตากลับต้องขมวดคิ้วเพราะลูกสาวของเพื่อนพ่อคือคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ถึงกับไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นคนรู้จักมักคุ้นเพราะเคยเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศด้วยกัน

            “แพม...” ไม่ใช่เพียบเขาที่ชะงัก หล่อนเองก็มองอีกฝ่ายด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน

            ไม่เคยเชื่อว่าโลกจะกลมขนาดนี้จนทำให้ได้พบเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาไม่ได้สนิทกันมากนักแต่ก็พบกันบ้างตอนงานสังสรรค์ของนักเรียนไทยในต่างแดน ธนนท์ปภพไปเพื่อสร้างคอนเนคชั่น ส่วนเธอไปเพราะเพื่อนช่วยจึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ ส่วนใหญ่มักจะเอ่ยถึงการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ไม่ได้ถามประวัติ

            เพิ่งทราบว่าพิรมล ศาสตร์ปรีชาเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อ กระพริบตาปริบไม่อยากเชื่อในความบังเอิญ ขณะที่หล่อนก็ไม่นึกว่าจะได้พบเขาอีกครั้งหลังจากแยกย้ายเมื่อเรียนจบ ตนเลือกจะทำงานอยู่ต่างประเทศเพิ่งกลับไทยไม่นาน โดนเรียกตัวมาดูแลกิจการต่อจากพ่อพร้อมกับนัดหมายให้เจอลูกชายเพื่อนสนิท

            เธอไม่คิดว่าเราจะได้พบกันด้วยซ้ำ...

            “หนึ่ง ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่” แย้มยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ดวงตาเป็นประกายขณะที่เขาก็ยิ้มตอบเช่นเดียวกัน

            นึกเบาใจที่คนตรงหน้าคือหญิงสาวที่ตนรู้จักอยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องนั่งอึดอัดตลอดมื้ออาหารเหมือนที่คิดเอาไว้ในตอนแรก

            “เธอเป็นลูกคุณอาวาดเหรอ”

            “ใช่ แต่ฉันไม่ยักรู้ว่านายเป็นลูกของเพื่อนพ่อ ตอนแรกกะจะมาปฏิเสธตอนนี้คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ...ดีใจที่ได้เจอ” ไม่ชอบการคลุมถุงชนระหว่างครอบครัว เชื่อว่าการแต่งงานต้องมีพื้นฐานมาจากความรัก แต่เมื่อได้พบกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานก็ต้องกลับมาคิดใหม่อีกรอบ

            ขอบคุณบิดาเหลือเกินที่เลือกชายในฝันมาให้เธอ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตนแอบชอบก็ตาม

            “เหมือนกัน” พูดจากใจจริงโดยไม่ได้คิดอะไร มองหล่อนเป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น

            เมฆหมอกสีทะมึนหายไปหลงเหลือเพียงความสดใสจากรอยยิ้มของคนตรงหน้า เขาเองก็เริ่มสนุกในการพูดคุยเพราะมีเพื่อนที่ร่วมประสบการณ์จึงมีเรื่องให้คุยได้ตลอดมื้ออาหาร ไม่รอช้ารีบยกมือเรียกบริกรทันที

            “สั่งอะไรกินไหม หิวจะแย่ทำงานจนไม่ได้แตะอะไรตั้งแต่เที่ยงแล้ว” เธอเริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากที่ตอนแรกคิดจะปฏิเสธผู้ชายที่พ่อนัดแล้วออกไปหาอะไรกินข้างนอก แต่เมื่อเห็นดวงหน้าหล่อเหลาของเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดทันที

            ยื่นเมนูให้ชยหนุ่มพร้อมกวาดสายตาเพื่อไล่ดูอาหารที่หล่อนอยากรับประทาน มีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้พบคนซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันมานาน เขาคงไม่รู้ว่าเป็นรักแรกของเธอ

            ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่อยากเอ่ยออกไปเพราะทราบดีว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดเหมือนกัน

            เขาคิดกับตนแค่เพื่อนเท่านั้น...

            “เอาสิ” เขาสั่งเมนูที่ตัวเองอยากกินมาสองถึงสามอย่าง

            รอไม่นานอาหารก็เต็มโต๊ะจึงได้เริ่มรับประทาน เหมือนว่าร่างหนาจะผ่อนคลายกว่าเดิมเมื่อมีเพื่อนอยู่ด้วย เขาคุยกันถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมาเป็นสิบกว่าปี หัวเราะกับสิ่งที่เธอเล่าคล้ายว่าจะลืมเรื่องของใครบางคนไปช่วงเวลาหนึ่ง

            “ช่วงนี้พ่อฉันค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการเรื่องคนรัก เอามาให้เลือกจนเบื่อ แต่พอเจอนายก็ดีเหมือนกัน...คนคุ้นเคยน่าจะช่วยกันเรื่องนี้หน่อยนะ” พูดเรื่องที่ตัวเองกำลังเผชิญ ซึ่งต่างจากธนนท์ปภพที่ไม่ค่อยถูกบังคับเท่าไหร่ การมาครั้งนี้ก็เต็มใจเพราะรู้ดีว่าบิดาคงถูกเพื่อนขอร้องจนเกิดความอึดอัดถึงได้มาบอก ปกติท่านไม่ยุ่งเรื่องความรักของเขาด้วยซ้ำ

            คิ้วหนาเลิกขึ้นแล้วมองเธอด้วยความสงสัย ไม่คิดว่าหล่อนจะขอความช่วยเหลือจากตัวเอง

            “ช่วยเรื่อง...” รับประทานอาหารแล้วฟังไปด้วย สำหรับเขาถ้าขอความช่วยเหลือเรื่องเงินทองหรือเส้นสายไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย ตนสามารถจัดการทุกอย่างได้รวดเร็ว แต่พอได้ฟังประโยคที่เธอเอ่ยทำให้ต้องคิดหนัก

            “แต่งงานกันไหม” เอ่ยออกมาเหมือนมันง่ายโดยที่เขาไม่รู้ว่าเธอต้องรวบรวมความกล้าเช่นเดียวกันที่จะพูดประโยคนี้

            “หือ” นึกสงสัยไม่คิดว่าจะถูกขอแต่งงาน เขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งจ้องเธอคล้ายกับต้องการมองให้แน่ใจว่าสิ่งที่พูดออกมาผ่านการคิดอย่างดีไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่มากกว่านั้นคือเขาอยากรู้ว่าเธอมีความรู้สึกอย่างไรกับตน

            บอกตามตรงว่าไม่ได้คิดกับพิรมลมากเกินกว่าเพื่อน แล้วถ้าการแต่งงานของเราเกิดจากความรู้สึกของใครอีกคนที่มากล้น กลัวว่าชีวิตอิสระจะหมดไป

            เขาไม่อยากถูกเธอรักฉันชู้สาว อยากเป็นเพื่อนกับหญิงสาวต่อไปมากกว่า...

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status