หน้าหลัก / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๔)

แชร์

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๔)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:39:13

เขาทราบดีว่าไม่อาจปิดบังเรื่องของรวิกานต์ได้ แต่ก็ยังไม่พร้อมจะบอกใครแล้วดูเหมือนคนที่บ้านจะไม่ทราบเลยสักคนว่าตอนนี้ตนเป็นพ่อคนแล้ว ร่างสูงใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เขาไม่ได้กลับไปหาเธอที่บ้านหลังนั้น เลือกจะทำงานตามหน้าที่ของตัวเองแล้วกลับบ้านตรงเวลาทุกวันเพื่อชิมอาหารที่น้องสาวทำ

            ทั้งยังช่วยน้องชายเตรียมงานแต่งที่ใกล้เข้ามา ทุกคนมีความสุขกับความรักไม่ว่าจะน้องชายหรือน้องสาว มีเพียงเขาที่ทุกข์กับรักเหมือนเดิม สิ้นศรัทธาในรักจนไม่คิดจะเปิดใจให้ใครอีก แต่น่าแปลกที่ความรักมักเล่นตลกส่งบททดสอบมาให้กันเสมอ

            เขาพยายามหักห้ามใจไม่ให้กลับไปเจ็บซ้ำอีก บอกตัวเองให้มูฟออนแต่เรื่องของอัญชิสาก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกรา เขารู้ดีว่าลืมเธอได้ยากแม้จะย้ำตัวเองบ่อยแค่ไหนว่าเกลียดก็ตาม

            ส่วนลึกในใจ...ก็ยังคงรักผู้หญิงคนเดิมไม่เปลี่ยนจนน่าหงุดหงิด      

            “อ้าว คุณพ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นบิดานั่งอยู่ห้องรับแขก

            คุณอวัช เฟื่องรัตน์ภักดีย้ายไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสงบตามที่ภรรยาเคยฝันเอาไว้ น่าเสียดายเจ้าของความฝันกลับไม่อยู่ข้างกายแล้ว ท่านยกทุกอย่างให้ลูกๆ เป็นผู้ดูแลก่อนเดินทางไกลไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ กลับบ้านบางครั้งในช่วงวันสำคัญ

            หรือไม่ก็มีเรื่องสำคัญให้ต้องกลับมาจัดการด้วยตัวเอง...

            “ตอนเช้านี่เอง...กะว่าจะมาพักผ่อนแล้วก็คุยกับเราเรื่องน้องด้วย” เดินมานั่งลงข้างท่านก่อนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ไม่รู้ว่าบิดาจะมาพูดเรื่องอะไรแต่คิดไว้ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับตน

            “คนเล็กเหรอครับ”

            “ใช่ พ่อว่าจะให้น้องไปเปิดร้านอาหารที่กรุงเทพฯ...”

            ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้เท่าไหร่ แทบจะไม่ต้องพิจารณาด้วยซ้ำเขาก็พยายามโน้มน้าวบิดาไม่ยอมให้ไปเปิดร้านอาหารไกลถึงเมืองหลวง วัตถุประสงค์หลักของน้องไม่น่าจะเป็นร้านอาหาร คงอยากอยู่กับแฟนมากกว่า

            แล้วเรื่องอะไรเขาจะยอมล่ะ...

            “ผมว่าน้องอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง คุณภาพของอาหาร...” คิดข้ออ้างที่จะดึงให้น้องสาวอยู่ที่นี่ กลับถูกคัดค้านรวดเร็ว พร้อมตัดบทโดยไม่ยอมถามความสมัครใจของเขาก่อน ทำให้เห็นว่าเหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าอยู่

            สุดท้ายธนนท์ปภพก็ต้องพ่ายแพ้ให้บิดาอยู่ดี

            “พ่อตัดสินใจแล้ว เอาตามนั้นแหละ ลูกก็ช่วยดูเรื่องที่ทางกับจัดการหาผู้รับเหมาด้วย คุยกับน้องเรื่องนี้ให้ชัดเจน” เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน แต่ถ้าพ่อพูดขนาดนี้ก็ไม่สามารถขัดท่านได้ จำต้องคล้อยตามไปก่อน

            “ครับ”

            พูดจบก็คิดจะเดินขึ้นบนห้อง แต่กลับถูกท่านรั้งเอาไว้แล้วถามเรื่องสำคัญซึ่งตนไม่คิดว่าจะถูกถามด้วยซ้ำ เพราะที่ผ่านมาคุณอวัชไม่เคยยุ่งเรื่องความรักของลูกชายคนโตเลย

            “ช่วงนี้ไม่มีใครใช่ไหม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที จ้องคนอายุมากกว่าเหมือนต้องการทราบว่าท่านกำลังมีความนัยแฝงในคำถามหรือเปล่า

            “ทำไมครับ”

            “เพื่อนพ่อเขาแนะนำลูกสาวบอกว่าอยากให้ลองคุยกับหนึ่ง อายุก็ไล่เลี่ยกันน่าจะเข้ากันได้ดี ยังไงไปกินข้าวกับเขาดูหน่อยนะ” ตอนแรกคิดจะปฏิเสธไม่อยากรู้จักใคร เขาเกลียดการถูกบังคับคลุงถุงชน แต่แล้วใบหน้าของอัญชิสาก็โผล่ขึ้นมา

            ทำให้นึกกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนอีกครั้ง...

            เขาไม่มีทางรักผู้หญิงเจ้ามารยาแบบหล่อนเป็นอันขาด

            “ครับ”  

            สุดท้ายก็ตอบตกลงเพื่อไปรับประทานอาหารกับลูกสาวเพื่อนพ่อ โดยมีความประสงค์จะหลุดพ้นจากวงจรความรักที่เจ็บปวด แล้วปล่อยแม่ของลูกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหล่อนสักที

           

            ชายหนุ่มยังคงหายหน้าไปหลายวันไม่ยอมมาที่บ้าน ใจหนึ่งก็โล่งแต่อีกใจก็นึกโหยหาสัมผัสของเขาเหมือนกัน ช่วงนี้หล่อนอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ อยากได้กลิ่นของชายหนุ่มจนแอบเข้าห้องไปหยิบเสื้อผ้าเขามาดมเพื่อคลายความเหงา

            ไม่รู้ว่าถ้าธนนท์ปภพทราบจะมองเธอเป็นโรคจิตหรือเปล่า

            “คุณหนึ่ง...” การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน

            หล่อนรีบลุกไปต้อนรับทันทีพร้อมรอยยิ้ม น่าแปลกที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะติดเขาเหลือเกิน ทั้งที่ก่อนหน้ายังไม่ได้คิดถึงมากมายขนาดนี้ ช่วงหลังอารมณ์ของหล่อนท่วมท้นจนนึกฉงน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่

            “ช่วงนี้งานหนักเหรอคะ” เข้ามาถามอย่างกระตือรือร้นผิดจากปกติทำให้เขานึกสงสัย แต่ก็เหนื่อยจะถามจึงนั่งลงบนโซฟาตัวยาวด้านหน้า มองผ้าที่เธอกำลังปักเป็นลายดอกไม้ก่อนยกยิ้มกับมุมแม่บ้านแม่เรือนของหล่อน

            “ประมาณนั้น” ตอบโดยไม่ได้ขยายความอะไรอีก

            มองตามแผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในครัว ออกมาอีกทีก็มีน้ำเย็นมาเสิร์ฟพร้อมผลไม้ ทำให้เขามองตามก่อนนึกได้ว่าตนเองมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องสำคัญ

            “น้ำค่ะ” หยิบน้ำมาจิบแก้กระหาย แล้วพยายามรวบรวมสมาธิของตัวเองก่อนเข้าเรื่องเมื่อเห็นร่างบางนั่งลงที่เบาะเยื้องกัน

            “ฉันกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนพ่อ” พูดตรงประเด็นจนเธอนิ่งอึ้ง ตัวชาไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากมองเขานิ่ง คล้ายกับว่าลืมวิธีการหายใจก่อนโกยอากาศเข้าปอดแล้วฟังในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังพูดราวเป็นเรื่องธรรมดา

            แต่กระทบใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน

            “เอาไว้ฉันจะหาที่อยู่ให้เธอใหม่แล้วกัน ถ้าแต่งงานฉันก็ไม่อยากมีบ้านเล็กบ้านน้อยเท่าไหร่ ส่วนเรื่องรวิฉันจะดูแลลูกส่งเสียเหมือนเดิมไม่ต้องห่วง” เรื่องลูกเขาไม่มีทางทิ้งอยู่แล้ว ตอกย้ำให้เธอรู้ว่าเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ ดวงตากลมร้อนผ่าวแต่เลือกจะนั่งไว้ไม่แสดงอาการให้ชายหนุ่มเห็นว่าตนเสียใจมากแค่ไหน

            “ค่ะ” อัญชิสาตอบรับ

            “ฉันหาที่อยู่เองก็ได้ ไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ” พูดประโยคนั้นด้วยความเจ็บปวด โดยที่เขาไม่ทราบเลยว่าเธอต้องกลั้นน้ำตาไว้ยากแค่ไหน

            “บอกแล้วไงว่าฉันจะหาให้เอง” หันมองแล้วเอ่ยด้วยความหงุดหงิด แววตาดุดันทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรจะดื้อดึงมากกว่านี้ จึงทำเพียงแค่พยักหน้ายอมตามน้ำไปก่อน

            “ค่ะ”

            นั่งอยู่แบบนั้นก่อนหลุบตามองพื้นแทนการสบดวงตาคม แต่แล้วชายหนุ่มกลับเลือกจะลึกยืนเต็มความสูง เธอถึงผวายืนตามพร้อมถามทันที

            “จะกลับแล้วเหรอคะ” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแววตามีความเว้าวอน เขาเห็นอย่างนั้นก็เลือกจะรีบตอบแล้วหันหลังให้อัญชิสาทันที

            “ใช่...ต่อจากนี้ฉันคงไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ แล้ว” พูดจบก็เดินออกจากบ้านไปขึ้นรถยนต์ที่จอดคอยท่าอยู่ด้านหน้า ปล่อยร่างบางมองตามแล้วทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาเหมือนเดิม พร้อมกับความรู้สึกเศร้าเสียใจเหมือนโลกพังทลายอยู่ตรงหน้า

            “ฮือ” ร้องไห้สุดเสียงอย่างไม่นึกอาย ปลดปล่อยความรู้สึกทุกอย่างผ่านน้ำตา

            เวลาของเรา...ใกล้หมดลงแล้วสินะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status