แชร์

๑๔ นกต้องโบยบิน (๒)

ผู้เขียน: Kaowsethong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 17:39:54

“แต่งงานแบบธุรกิจไง ไม่มีความรัก ไม่มีเซ็กส์มีแค่สถานะอย่างเดียว” ขยายความคำพูดของตัวเอง แม้จะเป็นการโกหกก็ตาม เพราะความจริงเธอรู้สึกกับเขามากเกินกว่าเพื่อนทั่วไปแต่ก็รู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดกับตนเช่นนั้น

            ทางที่ดีคือต้องรักษาสถานะเพื่อนเอาไว้...

            “เธอไม่มีแฟนเหรอ”

            “ไม่มี แล้วก็ไม่คิดจะมีเพราะไม่อยากผูกพันกับใคร นายเองก็ไม่คิดมีความรักไม่ใช่เหรอ เราสองคนเหมาะสมกันขนาดนี้มาแต่งงานกันดีกว่า...เพื่อธุรกิจของเรา” วางส้อมกับมีดลงแล้วยื่นแก้วไวน์ไปตรงหน้าเขา ยิ้มให้อีกฝ่ายเพื่อเชิญชวนแต่กลับกลายเป็นว่าร่างหนาไม่ได้คล้อยตาม

            ถึงเขาจะเอาเรื่องของหล่อนไปบอกผู้หญิงอีกคนทั้งที่ยังไม่เคยพบหน้าก็ตาม ไม่น่าเชื่อว่าการแต่งงานที่เขาหลอกอัญชิสา จะเกิดขึ้นจริงเพราะพิรมลต้องการหนีจากการคลุมถุงชนของครอบครัว แต่เขาไม่อาจเต็มใจแต่งงานกับเพื่อนได้

            ที่สำคัญกว่านั้นคือไม่ได้รักหล่อน...

            “หึ คิดดูก่อนแล้วกัน” ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแต่กลายเป็นว่าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกบิดา ทำให้ท่านเลือกจะมาคุยกับเพื่อนเรื่องการดองของสองตระกูล

            สุดท้ายแล้วก็มีข่าวออกไปว่าธนนท์ปภพกำลังจะสละโสด...

            คนที่เดือดร้อนกว่าใครเพื่อนคือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา เธอไม่ทราบข่าวมาก่อนว่าตัวเองกำลังจะมีพี่สะใภ้ เพราะพี่ชายก็ไม่ได้บอกอะไรเลยสักอย่าง ความรักกับเขาเหมือนจะเป็นความลับ ต่อให้ง้างปากอย่างไรอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมพูดเหมือนเดิม

            “พี่หนึ่งคิดดีแล้วเหรอเรื่องแต่งงาน มันต่างกันนะคะระหว่างแต่งเพราะรักกับความจำเป็น บ้านเราไม่ได้จนตรอกขนาดนั้นนะพี่หนึ่ง”

            เป็นการออกงานร่วมกันครั้งแรกของสองพี่น้องเพราะเขาควงหทัยวารินมาออกงานสังคม โดยที่เธอแต่งตัวแต่งหน้าสวยจัดเต็มแต่กลับไม่มีชายใดกล้าเข้าใกล้ เกรงกลัวรังสีอำมหิตของพี่ชายจะแผดเผาเสียก่อน

            คุยกันเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่บนรถเมื่อหล่อนทราบจากบิดาว่าพี่คนโตจะแต่งงาน ซึ่งไม่ได้เกิดจากความรักแต่เป็นคลุมถุงชน น้องสาวที่เชื่อในรักแท้จึงได้พยายามเปลี่ยนความคิดของธนนท์ปภพ โดยไม่รู้ว่าที่เขายอมตอบตกลงแต่งงานเพราะต้องการตัดขาดจากผู้หญิงที่เป็นเพียงรักเดียวของตัวเอง

            “แค่แต่งให้จบ ยังไงพี่ก็ไม่คิดจะมีใครอยู่แล้ว” นึกเอ็นดูน้องสาวที่พยายามโน้มน้าวเขาให้เปลี่ยนใจ แต่ดูเหมือนร่างสูงจะตัดสินใจอย่างดีแล้ว เขาจึงยึดมั่นในความคิดของตัวเอง ไม่คล้อยตามน้องสาวที่ทำหน้าบึ้งไม่ชอบใจ

            “ถ้าวันหนึ่งพี่เจอคนที่รักแต่คว้าเขาไว้ไม่ได้เพราะมีพันธะแล้วล่ะ...” ทอดเสียงหวานถามด้วยความเสียดายหากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง แต่ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เขาตอบไปตามที่ตัวเองคิด

            “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยไป มันอาจจะถูกใจแต่ผิดเวลาพี่ก็ไม่ถือเป็นความรัก” คำพูดของพี่ชายทำให้เธอคร้านจะต่อปากต่อคำด้วย สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาได้เข้าไปทักทายว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง ซึ่งประกาศในวงสังคมเรียบร้อยสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก

            ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะสละโสดทั้งที่ไม่เคยมีข่าวคราวความรัก ทำเอาสาวหลายคนอกหักกันเป็นแถบ แต่เมื่อทราบว่าคนรักของเขาคือลูกสาวเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดทั้งยังขายอุปกรณ์การเกษตรที่มีสาขามากสุดก็ไม่มีใครกังขา

            ร่างสูงคุยกับพริมลพร้อมจิบไวน์ไปด้วย เธอแนะนำเขาให้รู้จักกับเพื่อนแล้วชวนคุยหลายเรื่องซึ่งตนทำได้เพียงเป็นผู้ฟังที่ดี แล้วดูเหมือนว่าหล่อนจะทราบถึงอารมณ์ของเขาที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับกลุ่มของตนเท่าไหร่ จึงได้พาปลีกตัวออกมาคุยกันสองคน

            “เจอกี่ครั้งก็หล่อเหมือนเดิม ภูมิใจเหมือนกันนะเนี่ยมีว่าที่สามีหล่อขนาดนี้” ยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุขขณะหยอกเย้าด้วยคำชม แต่ดวงหน้าหล่อกลับเรียบสนิทแล้วเลือกจะชมหญิงสาวเช่นเดียวกัน เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

            “เธอก็สวย”

            “ขอบคุณค่ะ” ทั้งสองเดินไปทั่วงานจนเขาเริ่มเหนื่อย ส่วนเธอก็เข้าร่วมวงสนทนาเกี่ยวกับเครื่องเพชรจึงสบโอกาสให้ร่างสูงปลีกตัวมาอยู่คนเดียวที่โซนสูบบุหรี่ ปล่อยควัยลอยฟุ้งกลางอากาศก่อนหายลับไปหวังให้ช่วยคลายความทุกข์ใจของตัวเอง

            เขายอมรับว่าตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันผิดที่ผิดทางไปหมด เส้นทางที่เดินก็สับสนมืดมนจนหาแสงสว่างไม่พบ ทั้งที่มั่นใจว่ามันคือความถูกต้อง เขาตัดสินใจไม่ผิดอย่างแน่นอน...

            ทว่าทำไมถึงหนักอึ้งในใจเหมือนมีหินมาถ่วงเอาไว้เช่นนี้

            “ควงสาวสวยมางานแต่ทำไมมานั่งดูดบุหรี่คนเดียววะ” หันไปมองก็พบเพื่อนสนิทอย่างไตรเตชินที่เดินเข้ามายืนข้างกัน เขาถอนหายใจแล้วอัดควันเข้าปอดอีกครั้งทั้งที่บอกตัวเองว่าจะเลิก แต่มีเรื่องเครียดทีไรก็อดไม่ได้ที่จะพึ่งมันทุกที

            แม้รู้ว่าไม่ดีต่อร่างกาย แต่ก็ทำให้ช่วงเวลาหนึ่งเขาสามารถปลดปล่อยความทุกข์ใจ หลงใหลไปกับควันตรงหน้าได้

            “มึงก็มาเหรอ” ถึงจะอยากอยู่คนเดียวแต่มีเพื่อนสนิทอยู่ข้างกายก็ดีไม่น้อย เขาจึงชวนอีกฝ่ายคุยโดยที่เจ้าตัวก็เต็มใจจะอยู่เป็นเพื่อน พอจะมองออกว่าคนแข็งแกร่งมีบางอย่างติดค้างในใจ ใบหน้าอมทุกข์ไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานสักนิด

            “เออสิ ควงเมียมาด้วย อวดสักหน่อยเมียสวย” พูดแล้วก็ยืดอกภาคภูมิใจ

            ผ่านความรักแสนทรหดกว่าจะได้ภรรยามาอยู่ข้างกาย ความรักของเขาก็ไม่ง่ายเลยสักนิด แต่ที่มันยากก็เป็นเพราะเขาทั้งสิ้น พอได้ลดทิฐิแล้วใช้หัวใจเป็นที่ตั้งก็รู้ทันทีว่าไม่อาจขาดหล่อนได้ เขาจึงได้แต่งงานกับเธอ แล้ววันนี้ก็พาภรรยาออกงานด้วยกัน ความสวยไม่ค้านสายตาอยู่แล้วทำให้เขายิ้มกว้างไปด้วย

            “ยินดีด้วย...” น้ำเสียงไร้อารมณ์ยามเอ่ยกับดวงตาที่เหม่อมองไปไกล ไม่ค่อยได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายเท่าไหร่ เพราะไตรเตชินตกอยู่ในห้วงแห่งความสุข กำลังเพ้อถึงภรรยาคนสวยและลูกสาววัยสองขวบที่หน้าตาได้แม่มาหมด สวยจนพ่อต้องเริ่มไว้หนวดตั้งแต่ตอนนี้

            “เดี๋ยววันหลังจะพาลูกสาวมาด้วย เสียดายมึงไม่มีลูกชายไม่งั้นจะหมั้นไว้ก่อน ลูกเขยรวยกูยินดีต้อนรับเสมอ” เขาได้ยินอย่างนั้นก็อัดควันเข้าปิด แล้วหันมาถามคนข้างกายเพราะตัวเองก็มีลูกชายเหมือนกัน ทั้งยังโตกว่าลูกสาวของไตรเตชินอีก

            น่าเสียดายที่เพื่อนไม่รู้เรื่องนี้ แล้วเขาก็ไม่อยากอธิบายให้มากความ ยังไม่พร้อมบอกความจริงกับใคร

            “หึ หมั้นไว้ไหมล่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status