مشاركة

ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก
ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก
مؤلف: หลูซื่อเต๋อ

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2026-01-14 15:29:12

เสียงพายุฝนโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานมหึมา ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงในค่ำคืนนี้มืดมิดไร้แสงดาวมีเพียงแสงแลบแปลบปลาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นเงาร่างเล็กของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า

ลินดา ยืนนิ่งงันเท้าเปล่าเปลือยจิกแน่นลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มเพื่อระงับความประหม่าที่กำลังกัดกินหัวใจ ชุดนอนผ้าซาตินสีครีมตัวบางที่สวมอยู่ไม่อาจให้ความอบอุ่นได้เพียงพอ เมื่อเทียบกับความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำขลับเบื้องหน้า

ซีค หรือที่เธอเรียกเขามาตลอดสิบห้าปีว่า "ป๊า"

เขาคืออัลฟ่าผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการธุรกิจ เป็นเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันที่ดุดันและทรงอำนาจ โดยปกติแล้วดวงตาคู่นั้นมักจะมองเธอด้วยความเอ็นดูและความห่วงใยในแบบฉบับของผู้ปกครองที่เคร่งขรึม แต่ในค่ำคืนนี้มันกลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย

กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขานั่นก็คือกลิ่นไม้ซีดาร์และไอฝนที่เคยทำให้ลินดารู้สึกปลอดภัย บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายกดดันของนักล่าที่ทำให้สัญชาตญาณในตัวเธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

“ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่นอน” เสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบงัน มันราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์แต่กลับทรงพลังจนลินดาสะดุ้งเฮือก

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิตวัย 20 ปีก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ มือเรียวเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

“หนูนอนไม่หลับค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือ “เพราะหนูมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกป๊า”

ซีคละสายตาจากแก้ววิสกี้ในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวที่เขาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงทารกตัวแดงๆ บัดนี้เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพวาด เรือนผมยาวสลวย ผิวขาวเนียนละเอียดและกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวที่เริ่มรุนแรงขึ้นตามวัยสาว มันเป็นกลิ่นที่เริ่มรบกวนสมาธิและการควบคุมตัวของเขามากขึ้นทุกวัน

“เรื่องอะไร” เขาถามสั้นๆ พยายามข่มเสียงให้เป็นปกติทั้งที่ภายในใจกำลังปั่นป่วน

ลินดากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด เธอเดินไปหยุดตรงหน้าเขา คุกเข่าลงช้าๆ บนพรมแล้ววางมือเล็กๆ ลงบนหน้าตักแกร่งของเขาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นวาบจากฝ่ามือของเธอทำให้กล้ามเนื้อของซีคเกร็งเครียดขึ้นมาทันที

“หนูไม่อยากเป็นลูกสาวของป๊าอีกต่อไปแล้วค่ะ”

ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องหยุดนิ่ง ซีคขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง

“พูดจาเหลวไหลอะไร” เขาตำหนิเสียงเข้มพยายามจะดึงมือเธอออก “เมาหรือไงลินดา กลับไปนอนซะ”

“หนูไม่ได้เมา!” เธอโพล่งออกมาพร้อมสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตากลมโตที่มีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอสะท้อนภาพใบหน้าของเขาชัดเจน “ป๊าก็รู้ว่าหนูหมายถึงอะไร ป๊าก็รู้ว่าเราไม่ใช่พ่อลูกกันจริงๆ เลือดของหนูไม่ใช่สีเดียวกับป๊า นามสกุลที่หนูใช้ก็แค่สิ่งที่ป๊ามอบให้ เพราะที่จริงแล้วหนูเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ป๊าเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น”

“แล้วมันต่างกันตรงไหน!” ซีคตวาดลั่นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนลินดาต้องเงยหน้ามอง ร่างกายสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทะมึนทาบทับร่างเธอ

“ฉันเลี้ยงเธอมา ป้อนข้าวป้อนน้ำ ส่งเสียให้เรียน สอนให้เดิน สอนให้พูด เพราะฉะนั้นฉันคือพ่อของเธอ และนั่นคือความจริงข้อเดียวที่เธอต้องจำใส่สมองเอาไว้!”

“แต่หนูไม่ได้รักป๊าแบบพ่อ!”

เสียงตะโกนของลินดาขาดห้วงกลายเป็นเสียงสะอื้น เธอลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานปีระเบิดออกมาในที่สุด

“หนูรักป๊า!!! รักแบบที่ผู้หญิงคนหนึ่งรักผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็รักมาตลอด ป๊าไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่คะ! สายตาที่หนูมองป๊า ความห่วงใยที่หนูมีให้ มันเกินคำว่าลูกไปตั้งนานแล้วนะคะ”

เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้นกว่าเดิมแล้วบรรจงวางมือทาบลงบนอกซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังเต้นแรงผิดจังหวะ

“และหนูก็รู้ว่าป๊าก็รู้สึกเหมือนกัน” เธอกระซิบเสียงแผ่ว “กลิ่นของป๊ามันบอกหนูว่าป๊ากำลังต้องการหนูเหมือนกัน”

ซีคชะงักกึกราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบลงมาที่กลางใจดำของตนหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า เขารู้ดีว่าเธอพูดถูก สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขามันคำรามก้องร้องเรียกหาเธอมานานแล้ว เพราะยิ่งเธอโตขึ้น กลิ่นฟีโรโมนของเธอก็ยิ่งยั่วยวนจนเขาแทบคลั่ง แต่เขามีศีลธรรมเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามคอเอาไว้

เขาคือผู้ปกครอง

ส่วนเธอคือเด็กในปกครอง...

มันคือบาปที่ไม่อาจให้อภัยได้

ซีคหลับตาลงพลางขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง มือหนาคว้าข้อมือเล็กของลินดาแล้วกระชากออกจากการเกาะกุมอย่างแรงจนเธอเซถลา

“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วลินดา” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบเสียดแทงกระดูก “สิ่งที่เธอรู้สึกมันก็แค่ความหลงผิดของเด็กวัยรุ่นที่แยกแยะความผูกพันไม่ออก เธอคิดว่าความใกล้ชิดคือความรัก แต่มันไม่ใช่”

“ไม่ใช่เหรอคะ” ลินดาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “หนูรู้ใจตัวเองดีค่ะ!”

“เธอไม่รู้อะไรเลยต่างหาก”

“ทำไมหนูรักป๊าไม่ได้ล่ะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงที่ร้าวราน ดวงตาใสบริสุทธิ์แต่ดื้อรั้นจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของความรักที่เธอเคยสัมผัสได้

ซีคมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนลึก เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอดแล้วจูบซับน้ำตาให้ และบอกว่าเขาก็รักเธอแทบขาดใจแต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าเขาก้าวข้ามเส้นนี้ไป ชีวิตบริสุทธิ์ของเธอจะถูกทำลายด้วยความเห็นแก่ตัวของเขา

ดังนั้นเขาจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลมแม้จะต้องทำร้ายหัวใจตัวเองและหัวใจของเธอก็ตาม

ซีคเชยคางเธอขึ้นเพื่อบังคับให้สบตาพลางใช้นิ้วโป้งไล้แผ่วเบาที่ริมฝีปากสั่นระริกนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่เป็นเหมือนกับคำสั่งประหารออกมา

“เส้นกั้นระหว่างพ่อกับลูกมันไม่มีวันข้ามไปได้แม้เพียวก้าวเดียวก็ตาม”

“ทำไมล่ะคะ”

“หนูรู้ไหมว่าคำว่าป๊าหมายถึงอะไร”

“...” ลินดาสะอื้นไห้รอฟังคำตอบด้วยความหวังอันริบหรี่

“มันหมายถึงกำแพงที่สูงเสียดฟ้า หมายถึงความรับผิดชอบ และหมายถึงความสงสาร” ซีคโกหกคำโตด้วยใบหน้านิ่งเฉย “ฉันเก็บเธอมาเลี้ยงเพราะสงสาร ไม่ได้เก็บมาเพื่อทำเมีย อย่าลดค่าตัวเองไปมากกว่านี้เลยลินดา แค่นี้ฉันก็ลำบากใจที่จะมองหน้าเธอมากพอแล้ว”

คำพูดของซีคกรีดแทงหัวใจของลินดาจนยับเยิน ความหวังทั้งหมดพังทลายลงตรงหน้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งของไร้ค่ากลายเป็นภาระที่เขาทนแบกรับมาตลอดเวลา

“สำหรับป๊า หนูเป็นได้แค่นั้นเหรอคะ” เสียงของเธอเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน “เป็นแค่ภาระที่น่าสมเพชเหรอคะ”

ซีคหันหลังให้เธอทันทีเพราะไม่อาจทนมองสายตาตัดพ้อนั่นได้อีกต่อไป เขากำหมัดแน่นพลางเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อเตือนสติตัวเองไม่ให้หันกลับไปกอดเธอ

“ใช่” เขาตอบสั้นๆ ห้วนกระชับ “กลับไปที่ห้องซะ โยนความรู้สึกบ้าๆ นั่นทิ้งไปซะ แล้วพรุ่งนี้เช้าอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก จนกว่าเธอจะสำนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องกว้างอีกครั้งมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของลินดาที่ดังก้องแข่งกับเสียงฝน หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างที่เธอเคยขี่เล่นในวัยเด็ก แผ่นหลังที่เคยปกป้องเธอจากฝันร้าย แต่ในวันนี้แผ่นหลังนั้นกลับกลายเป็นกำแพงหนาที่ปิดกั้นเธอออกจากโลกของเขาอย่างถาวร

ความรักที่แสนหวานกลายเป็นยาพิษที่ขมปร่า ความอบอุ่นที่เคยได้รับกลายเป็นความหนาวเหน็บที่กัดกินวิญญาณ

“เข้าใจแล้วค่ะ” ลินดาพยักหน้ากับแผ่นหลังของเขาก่อนจะฝืนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับความโง่เขลาของตัวเอง “หนูขอโทษที่ทำให้ป๊าลำบากใจ หนูขอโทษที่เผลอไปรักป๊า”

เธอพูดจบก็ค่อยๆ ถอยหลังออกมาก้าวแล้วก้าวเล่าจนห่างออกจากตัวเขาเรื่อยๆ กระทั่งถึงประตูห้อง “หนูจะไม่รบกวนป๊าอีก และป๊าจะไม่ต้องเห็นหน้าเด็กที่น่ารำคาญคนนี้อีกตลอดไป” เธอหันหลังแล้วรีบเปิดประตูเดินหนีออกไปทันที

กึก!

เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ แต่สำหรับซีคมันดังราวกับเสียงกัมปนาทที่ปิดตายหัวใจของเขา เมื่อเขาเห็นว่าลินดาออกไปเรียบร้อยแล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับโซฟา มือหนายกขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่กดข่มไว้ เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสีอำพันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานของหมาป่าคลั่ง

“โธ่เว้ย!” เขาปาดแก้ววิสกี้ราคาแพงลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงเศษแก้วบาดลึกพอๆ กับเศษใจที่แตกสลาย

ที่หน้าล็อบบี้ของคอนโดหรูร่างบางของลินดาเดินฝ่าความมืดออกมา เธอไม่มีกระเป๋าเดินทาง ไม่มีทรัพย์สินติดตัว มีเพียงชุดเดรสตัวเก่าที่สวมทับชุดนอนและรองเท้าผ้าใบสีขาวมอมแมม

สายฝนยังคงตกลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะช่วยชำระล้างคราบน้ำตาบนใบหน้าของเธอ ลินดาเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นบนสุดแสงไฟจากห้องเพนต์เฮาส์ยังคงสว่างไสวแต่แสงสว่างในใจของเธอดับวูบลงไปแล้ว

“ลาก่อนค่ะ ป๊า” เธอกระซิบแข่งกับเสียงฟ้าผ่าก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดมิดของตรอกข้างๆ เธอยอมแพ้ให้กับเส้นกั้นที่เขาขีดไว้แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาแน่นอน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 9

    รถลีมูซีนคันหรูแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งมุ่งหน้าสู่เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ตลอดทางไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของทั้งคู่ มีเพียงมือหนาของซีคที่กุมมือเล็กของลานนาไว้แน่นแล้ววางไว้บนตักของเขาและไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอคลายมือเพียงนิดเดียว เธอจะหายวับไปเหมือนควันเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุด ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของลานนาห้องโถงกว้างขวางที่เคยเงียบเหงา โซฟาตัวเดิมที่เขาเคยนั่งปฏิเสธเธอ และหน้าต่างบานใหญ่ที่เธอเคยยืนร้องไห้ก่อนจะเดินจากไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย"คุณไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย" ลานนาเปรยขึ้นเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง"เปลี่ยนไม่ได้ต่างหาก" ซีคถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้ที่แขน แล้วเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่เล็ก "เพราะป๊ากลัวว่าถ้าวันหนึ่งหนูกลับมา หนูจะจำบ้านของเราไม่ได้"หัวใจของลานนาอุ่นวาบเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาพลางยกมือขึ้นลูบไล้โครงหน้าคมสันที่เริ่มมีรอยหนวดเคราจางๆ"5 ปีที่ผ่านมา ทรมานมากไหมคะ"ซีคหลับตาลงซึมซับสัมผัสจากฝ่ามือของเธอ “ท

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 8

    ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 50 อาคาร SK Groupบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนน่าสะอิดสะเอียน คณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งหน้าดำคร่ำเครียด หัวโต๊ะที่เคยเป็นที่นั่งประจำของซีคบัดนี้กวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ใกล้ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่จากการกว้านซื้อหุ้นผ่านนอมินี เขายิ้มกริ่มพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเพลงแห่งชัยชนะ"ผมว่าเราเสียเวลามามากพอแล้วนะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “คุณซีคหายตัวไปติดต่อไม่ได้ แถมยังมีข่าวฉาวและการทุจริตชัดเจนขนาดนี้ ผมขอเสนอให้ปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานทันที และแต่งตั้งผมขึ้นรักษาการแทน""แต่เราควรรอคุณซีคมาชี้แจงก่อน" กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งแย้ง"ชี้แจงเหรอครับ?" กวินทร์หัวเราะเยาะ "ป่านนี้คงหอบเงินหนีไปเสวยสุขกับลูกเลี้ยงที่เมืองนอกแล้วมั้งครับ หลักฐานการยักยอกเงินกว่าพันล้านบาทที่ผมให้ดูเมื่อกี้ ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ"เหล่ากรรมการต่างซุบซิบและพยักหน้าเห็นด้วย หลักฐานเท็จที่กวินทร์สร้างขึ้นมันเนียนจนน่ากลัว"ถ้าไม่มีใครคัดค้าน งั้นผมขอปิดมตินี้" กวินทร์กำลังจะยกมือประกาศชัยชนะ ปัง!ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 7

    ลานนามองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ภายในห้องแต่งตัว ดวงตาที่เคยบวมช้ำจากการร้องไห้เมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้ถูกกลบด้วยอายแชโดว์สีสโมกกี้อายคมกริบ ริมฝีปากที่เคยสั่นระริกถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงเลือดนกเฉดเดียวกับที่เธอใช้ในวันงานกาล่าเธอกระชับเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทราวกับมันคือชุดเกราะกันกระสุน รีบหนีไปซะ...คำพูดของซีคยังดังก้องในหูแต่มันไม่ได้ทำให้เธออยากหนี ตรงกันข้ามมันกลับปลุกไฟนักสู้ในตัวเธอให้ลุกโชน ซีคยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ แล้วเธอจะเป็นคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีปัญหาทิ้งให้เขาตายอย่างโดดเดี่ยวได้อย่างไร"ลินดาคนอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว" เธอกระซิบกับกระจก แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เหลือแค่ลานนา ผู้หญิงที่จะกระชากหน้ากากแกออกมาให้ได้ กวินทร์"ณ ร้านอาหารรูฟท็อปใจกลางเมืองกวินทร์นั่งไขว่ห้างจิบไวน์ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขามองดูวิวตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพราวกับราชาที่กำลังมองอาณาจักรที่กำลังจะตกเป็นของตน ทันทีที่เห็นลานนาเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ“สวยสง่าเหมือนเดิม ว่าที่ราชินีของผม" กวินทร์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "นึกว่าคุณจะเครียดเรื่องข่าวจนไม่อยากมาซะอีก"ลานนานั่งลงแส

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเข้ามาในคอนโดหรู แต่บรรยากาศกลับอึมครึมยิ่งกว่าคืนที่มีพายุ ลานนานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่ข่าวบันเทิงและข่าวธุรกิจทุกช่องที่กำลังรายงานข่าวเดียวกัน ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการไฮโซและตลาดหุ้นไทยจนแทบหยุดนิ่ง"ฉาวสนั่น! คลิปเสียงหลุดมัดตัว ซีค วรโชติเมธี ประธาน SK Group สารภาพสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกเลี้ยง!" "หุ้น SK ร่วงติดฟลอร์! หลังข่าวลือประธานหนุ่มกินเด็กในปกครอง ชาวเน็ตขุดยับ อดีตลูกเลี้ยงที่หายสาบสูญคือใคร?"เสียงของผู้ประกาศข่าวที่อ่านข้อความในคลิปเสียงซ้ำๆ บาดลึกเข้าไปในใจของลานนา"...ถ้ามันจะพินาศด้วยมือเธอ... ฉันก็ยอม"เสียงของซีคในคลิปนั้นฟังดูเจ็บปวดและยอมจำนน มันชัดเจนจนไม่มีใครสามารถแก้ตัวแทนได้ บรรดาคอมเมนต์ในโลกโซเชียลหลั่งไหลเข้ามาด่าทอเขาอย่างรุนแรง ตราหน้าเขาว่าเป็นเฒ่าหัวงู เป็นคนวิปริตผิดศีลธรรม"สะใจเธอแล้วใช่ไหม" ลานนาพึมพำกับตัวเอง แต่ทำไมก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันถึงได้บีบตัวแน่นจนเจ็บขนาดนี้?เธอกดรีโมทเปลี่ยนช่องหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ภาพของซีคที่ถูกรุมล้อมด้วยกองทัพนักข่าวกำลังฉายอยู่บนหน้าจอ

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 5

    คฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธีที่เคยเป็นบ้านของลินดาในค่ำคืนนี้มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้างและและหนาวเหน็บกว่าที่เคย ซีคนั่งอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข้อมูลทางบัญชีของลานนา คอร์ปอเรชั่นและความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างอดีตลูกเลี้ยงสาวและกวินทร์ เขารู้ดีว่ากวินทร์ไม่ใช่คนซื่อสัตย์ และที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าจุดอ่อนของลานนาคืออะไร“เตรียมรถ” เขากรอกเสียงลงในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เราจะไปพบคุณลานนาที่คอนโดของเธอเดี๋ยวนี้”ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท ลานนากำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ระเบียงพร้อมมองดูแสงไฟของเมืองกรุงพลางคิดถึงแผนการขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงออดที่ประตูห้องก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังโกรธแค้นใครมาเป็นสิบปีสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยและเมื่อเธอส่องตาแมวและเห็นว่าเป็นใคร ลานนาเพียงแค่แสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดประตูออก“มาดึกขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรคะคุณอา หรือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งจนต้องรีบมาขอส่วนบุญ”ซีคไม่ตอบแต่เขากลับแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลักประตูให้ปิดลงและล็อคกลอนทันที เขาคว้าข้อมือลานนาแล้วดันเธอจนแผ่นหลังกระแทกกั

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 4

    ห้องประชุมชั้นสูงสุดของบริษัทเอสเค กรุ๊ปกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ซีคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขามืดดำและกดดันจนพนักงานระดับสูงแทบไม่กล้าหายใจ ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนงานกาล่ายังคงตามหลอกหลอนเขาและสิ่งที่ทำให้เขาแทบบ้าคือรายงานตรงหน้ารายงานที่ระบุว่าบริษัทลานนา คอร์ปอเรชั่นกำลังกว้านซื้อหุ้นที่ดินในโครงการสุขุมวิทตัดหน้าบริษัทเขาไปแล้วกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นต์“คุณลานนาและคุณกวินทร์มาถึงแล้วครับท่านประธาน” เลขาฯ รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นๆประตูห้องประชุมเปิดออกพร้อมกับร่างระหงในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาที่ดูโก้หรูและทรงพลัง ลานนาเดินเข้ามาด้วยความมั่นใจเบื้องหลังเธอคือกวินทร์ที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ“สวัสดีค่ะคุณซีคหวังว่าคงไม่ต้องแนะนำตัวกันใหม่นะคะ” ลานนานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขาทันทีโดยไม่ต้องรอคำเชิญซีคจ้องมองเธอไม่วางตา “ที่ดินนั่นเธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการมาเป็นปีคุณลานนา ต้องการอะไรกันแน่”“ธุรกิจค่ะคุณซีค ไม่มีคำว่าต้องการอะไรนอกเหนือจากกำไร” ลานนาตอบพลางประสานมือวางบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับซีคที่เหมือนภูเขาไฟก

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 3

    ความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสามท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สนั้นน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอเสียอีก ซีคก้มมองมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกตารางนิ้ว หมายถึงตอนที่เธอยังเป็นลินดาอะนะ แต่สำหรับเธอตรงหน้าในเวลานี้เขาไม่รู้จักเธอคนนี้เลยสักนิด หญิงสาวลานน

  • ป๊าคะ... ได้โปรดอย่าเรียกหนูว่าลูก   บทที่ 2

    ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถเทียบได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจของลินดา ร่างบางในชุดเดรสเปียกปอนเดินโซซัดโซเซไปตามฟุตบาทที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องกระทบร่างเธอเป็นระยะแต่ไม่มีใครสนใจจะหยุดดู เด็กสาวผู้เคยอาศัยอยู่ในหอคอยงาช้างบัดนี้ไม่ต่างอะไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status