登入ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา นางต้องพบกับความลำบากในจวนสกุลกุ้ยเป็นอย่างมาก ยามนอนไม่เต็มอิ่ม ยามกิน
“อืม เป็นเช่นนั้นก็ดี”“เสด็จแม่สีพระพักต์ซีดขาว ลูกว่ากลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ก็ดีเหมือนกัน แม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าอย่างนั้นแม่จะไปพักก่อน เจ้าไม่ต้องไปส่งแม่หรอก ดูแลฮุ่ยชิงเถอะ”สนมจางเฟยบอกแล้วก็หันไปหานางกำนัลประจำตัว พวกนางรู้งานรีบเข้ามาประคองไปพักผ่อน ส่วนฮุ่ยชิงที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็คลายความสงสัยตอนที่เดินออกมาจากตำหนักเยว่ซวงแล้ว ฮุ่ยชิงจึงพูดขึ้น“ที่แท้แล้วความรักก็ไม่ใช่มีแค่หญิงชาย ยังมีชายรักชาย ข้าไม่แปลกใจที่ความรักทำให้คนขาดสติไร้คุณธรรม แต่ข้าจะไม่เป็นอย่างที่พวกเขาสองคนเป็นเด็ดขาด เพราะไม่เห็นมีอะไรดีเลย” นางว่าแล้วทอดถอนหายใจเจิ้งอี้เหยียนประคองเมียรักเดินออกมา ท้องฟ้า สายลมยามนี้สดใส มองดูสดชื่นยิ่งนัก“ข้าไม่เข้าใจ เจ้ากำลังหมายความว่า” เขาเลิกคิ้วกระบี่ หันไปเชยคางเมียรักขึ้นมองฮุ่ยชิงไม่หลบสายตาแต่จ้องกลับหวานเยิ้ม “หม่อมฉันจะทูลว่าหม่อมฉันเชื่อว่าองค์ชายรักหม่อมฉันคนเดียว องค์ชายจะไม่มีสนมมาทำให้หม่อมฉันเสียใจในภายหลัง องค์ชายเ
องค์หญิงโต้วเฟยเซียนกลับแคว้นในสายวันถัดมา หลังจากขอเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบทูลขอยกเลิกสมรสพระราชทานโดยให้เหตุผลว่านางป่วย ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้เวลารักษาตัวหลายปี ไม่สามารถทำหน้าที่พระชายาให้แก่องค์ชายรองได้“เจ้าตัดสินใจแล้วข้าก็อนุญาต” ฮ่องเต้เจิ้งตอบอย่างเฉื่อยชา ราวกับรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงโต้วเฟยเซียนจะต้องแล่นมาพบในวันนี้ ฮ่องเต้เจิ้งถอนหายใจคราหนึ่งหันไปทางขันทีประจำพระวรกาย สั่งถ่ายทอดราชโองการองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนเป็นอิสระจากสมรสพระราชทานครั้งนี้ หลังจากนี้มีสิทธิ์แต่งตั้งพระชายาได้เอง ทันทีที่ราชโองการนี้ถ่ายทอดไป องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนก็แต่งตั้งฮุ่ยชิงขึ้นเป็นพระชายาเอกทันที พร้อมกับคืนอำนาจทางการทหารให้แก่ฮ่องเต้ ทั้งหมดก็เพื่อลดทอนความระแวงของฮองเฮาและรัชทายาทเมื่อปลดภาระหนักหน่วงลงได้ เจิ้งอี้เหยียนก็พาฮุ่ยชิงที่ได้ตำแหน่งพระชายาไปที่ตำหนักเยว่ชวงของสนมจางเฟย“เสด็จแม่ ลูกพาสะใภ้มาถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” เจิ้งอี้เหยียนโอบเอวบางของฮุ่ยชิงเข้ามาในตำหนักหลังจากผ่านการแต่งตั้งอย่างเรียบร้อย
“เพคะ”โต้วเฟยเซียนฉายแววไม่สบอารมณ์แกมหมั่นไส้ แต่เมื่อนางกำนัลสองคนกำลังยกถาดเข้ามา องค์หญิงเลื่อนพระเนตรอย่างช้าๆ ไปมองในถาดมีอาหารบนจานขนาดใหญ่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“กลิ่นหอมฟุ้ง เป็นเนื้อชนิดใดตุ๋นน้ำแดงเพคะ องค์ชายรองชอบเสวยเนื้อชนิดใดเพคะ”เจิ้งอี้เหยียนกระดิกนิ้วบอกให้นางกำนัลรีบวางอาหารจานพิเศษลงตรงกลาง “ก็เนื้อที่องค์หญิงนำมา ข้าขอเพ่ยเพ่ยเจ้าแล้ว เจ้าให้ข้า ข้าเลยส่งมันไปที่ห้องเครื่อง”ฮุ่ยชิงที่นังฟังอยู่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แล้วมองพระสวามีของนางด้วยหางตา‘คนเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจนัก’ดวงตาคู่งามมองผ่านมาถึงองค์หญิง‘ช่างน่าสงสารนัก’ตะเกียบทองคำตกลงกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องขององค์หญิงผู้เลอโฉม เพ่ยเพ่ย เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของนาง นางนำมันไปทุกที่แม้เวลานอนก็ให้มันนอนร่วมเตียง แต่เวลานี้ในจานใบใหญ่กลางโต๊ะอาหาร“ไม่จริง ไม่จริง ท่านส่งเพ่ยเพ่ยไปห้องเครื่อง องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียน จิตใจท่านทำด้วยอะไร”เพ่ยเพ่ยที่นางรักน
‘ท่านป้าช่างเลือกนัก สมแล้วที่เลือกองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนให้ข้า’แต่เพียงครู่เดียวร่างน้อยก็กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อองค์ชายรองโยนร่างบอบบางราวกับตุ๊กตาจีนเคลือบไปบนเตียง เกือบจะทับกับเพ่ยเพ่ยที่กระโดดหลบแทบไม่ทัน‘องค์ชายรองช่างร้อนแรงนัก’แม้องค์หญิงจะเจ็บร้าวไปทั่วพระวรกายแต่ยังฉีกยิ้มอ่อนหวานมอบให้กับบุรุษรูปที่นางหลงใหลเพียงแต่ว่าเวลานี้เจิ้งอี้เหยียนไม่แย้มยิ้มเช่นเคย ร่างกำยำย่างสามขุมเข้ามาที่เตียง“องค์ชายรองจะทำอะไรเพคะ”หากเขาจะล่วงเกินนาง นางก็พร้อมจะยอม...สีหน้าไม่พอใจมองไปที่เพ่ยเพ่ย “ใครใช้ให้เอาสุนัขขึ้นมาบนเตียงนอนข้า ไม่รู้หรือไงข้าแพ้ขนสัตว์ ไม่ชอบกลิ่นเหม็น” อันที่จริงแม้แต่หญ้าที่หยาบที่สุดพระองค์ก็นอนทับมันได้ ต่อให้เป็นดินแข็งแห้ง แผ่นหลังของบุรุษผู้นี้ก็ไม่เคยรังเกียจ“เพ่ยเพ่ย เป็นสุนัขของหม่อมฉันเพคะ”“เป็นขององค์หญิงเองถ้าเช่นนั้นเราคงจะมีความชอบตรงกัน ข้าก็ชอบสุนัข”โต้วเฟยเซียนมองด้วยสายตางงงันเมื่อครู่องค์ชายรองย
เจ้ามีป้ายทองคำนี้อยู่ในแคว้นลั่วใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ยกเว้นข้ากับเจ้าของป้ายทองคำฮุ่ยชิงรีบเข้าไปยื้อภาพจากปากเพ่ยเพ่ยทำที่ล่อหลอกมัน มันจึงคลายภาพวาด นางเห็นรอยเห่อแดงเกลื่อนกระจายบนใบหน้างดงามขององค์หญิงโต้วเฟยเซียน ฮุ่ยชิงรีบม้วนภาพนั้นเก็บแล้วซ่อนไว้ด้านหลัง รูปภาพของพระสวามีแค่ฮุ่ยชิงมองผ่านๆ นางก็จำได้แล้ว“องค์หญิงเพคะ องค์หญิงตรัสถูกแล้วเพคะ นางกำนัลทั้งสองบังอาจล่วงเกินองค์หญิงสมควรถูกลงโทษ เมื่อครู่หม่อมฉันก้าวเข้ามาในตำหนักแห่งนี้คิดอยู่แล้วเชียวจะลงโทษพวกนางสองคนอย่างไรดี พวกนางคงเป็นนางกำนัลที่เกียจคร้าน แล้วยังไม่เกรงกลัวเจ้านายอีก”สองนางกำนัลที่องค์ชายรองมอบหน้าที่ให้ดูแลรับใช้พระชายาฮุ่ยชิงต่างมองหน้ากัน ทำไมพระชายาที่มีน้ำพระทัยงดงามกลายเป็นแบบนี้ไปได้เล่า“องค์หญิงทอดพระเนตรดูสิเพคะมี่เฟิงบินกันให้ว่อนภายในตำหนัก บุกมาถึงห้องบรรทมอย่างนี้ใช้ได้แล้วหรือ”ฮุ่ยชิงชี้นิ้วไปยังมี่เฟิงตัวน้อยที่กำลังบินเข้ามา พวกมันบินพาดผ่านหน้านางไป มันช่างรู้ใจนางนัก‘ข้าจะยกต้นท้อให้เจ้าต้นหนึ่งเลย&rsq
ถัดออกจากที่องค์หญิงประทับกับสุนัขตัวโปรดทางด้านขวาและซ้ายมีนางกำนัลยืนขนาบข้างอยู่ขับเน้นให้องค์หญิงแลดูมีอำนาจสูงศักดิ์ฮุ่ยชิงเพิ่งเข้าใจเวลานี้เองว่างามล่มบ้านล่มเมืองเป็นเช่นไร สตรีตรงหน้า คิ้วตาโค้งงามงอน ผิวพรรณนวลเนียน ทั้งหมดขององค์หญิงช่างรับกับใบหน้าหวานล้ำชวนให้ผู้คนหยุดหายใจเพียงแต่แววตาคู่งามที่ทอดมองฮุ่ยชิงเต็มไปด้วยความดูแคลน หยามหมิ่น มุมปากขององค์หญิงโต้วเฟยเซียนบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด“นี่หรือสตรีที่องค์ชายรองพากลับมา ข้าได้ยินข่าวแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะดูไม่จืดขนาดนี้ หากไม่รู้ว่าองค์ชายพาเจ้ามาด้วย คงคิดว่าเจ้าหลบภัยสงครามมา ถึงได้ดูสกปรกเช่นนี้”สำหรับสตรีแล้วเรื่องสวยเรื่องงาม เรื่องน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องที่สมควรเอามาล้อเล่น นางทรุดโทรมเช่นนี้เพราะเดินทางมาเป็นเวลานานน้ำเสียงหวานกราดเกรี้ยวใส เมื่อเห็นฮุ่ยชิงไม่แยแส“เจอข้าแล้วเหตุใดจึงไม่รีบคุกเข่า ไม่รู้หรือว่าข้าคือใคร” โต้วเฟยเซียนวางอำนาจแล้วม้วนเก็บภาพที่กำลังนอนชื่นชมอยู่บนเตียงก่อนหน้านี้นางได้ข่าวจากองครักษ์หญิงว่าองค์ชายรองเจ
บ่าวชายหลายคนที่มาใหม่และที่ยืนอยู่เก่าก่อนตรงประตูจวนไม่แน่ใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เพราะเมื่อครู่ก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่ยืนขับไล่พวกส่งของหมั้นอยู่ แต่บ่าวพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วมีคนส่งของหมั้นสองขบวน พวกเขาคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงปิดประตูไว้ไม่ยอมเปิดผ่านไปสองเค่อ หม่าอี้หวาก็หันไปหาสาวใช้“ทำไ
หยางต้าหลงขยับฝีเท้าเข้าใกล้ ใบหน้าพ้นจากเงาดำของความมืด ไปยืนตรงที่แสงจันทร์พอส่องสว่างให้เห็นชัด“ข้าเอง คนที่ให้เงินถุงใหญ่แก่เจ้า ที่เจ้ารับไปเป็นค่าสมุนไพร แล้วเจ้าไม่มีเงินทอน ข้าเป็นเจ้าของเงินถุงนั้นที่เจ้าเอาสมุนไพรแลกมันมา”ที่แท้เขามาเพราะเรื่องนี้ คงลักลอบเข้
สำนักคุ้มภัยเป่าจินจงด้านหน้าเป็นลานกว้างที่ใช้ฝึกยุทธ์และมีหมู่เรือนสองชั้นล้อมรอบสามด้านให้ศิษย์ในสำนักพักอาศัย หมู่เรือนของสำนักคุ้มภัยเป่าจินจงกินเนื้อที่กว้างขวางใหญ่โตจนเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว ด้านหลังเป็นเรือนพักอาศัยของอดีตประมุขและฮูหยินผู้เฒ่า มีต้นสนใหญ่และดอกกุ้ยฮวาปลูกอยู่ล้อมรอบอดีตท่า
ฮุ่ยชิงกัดฟันตัดสินใจ นางเองก็อยากจะรีบกลับบ้านแต่คนตรงหน้าก็บาดเจ็บมาก “ท่านอุตสาห์มอบเงินให้ข้าทั้งถุง นับเป็นเงินไม่น้อยเลย ถือว่าทำแผลให้ท่านเป็นของแถม ขอข้าดูแผลหน่อย”เขาหรือมอบให้นางไปทั้งถุง นางบอกเองว่าไม่มีทอนลืมแล้วหรือ หยางต้าหลงหรี่ตามองนางทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บไปทั้งแผ่นอกมือเล็กๆขยับเ







