Share

บทที่ 301

Penulis: มู่เฉิงซินสวี่
ประตูทางเข้าอารามอวิ๋นเซียวดูโอ่อ่าเคร่งขรึม บนลานหินยกสูงมีซุ้มประตูโค้งสามช่องตั้งตระหง่านอยู่

ลา
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 412

    “เช่นนี้ จะหาเจอได้อย่างไร?”เจียงโย่วหนิงยืนอยู่บนยอดเขา ทอดสายตามองทิวเขาเบื้องหน้าที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ลูกแล้วลูกเล่าราวกับไร้จุดสิ้นสุดล่วงเข้าสู่วันที่สอง นางและจ้าวหยวนเช่อเดินทางผ่านหมู่บ้านมาอีกสองแห่ง จนกระทั่งปีนขึ้นมาถึงยอดเขาสูงชันลูกนี้เบื้องหน้านี้ คือ “เขตหวงห้าม” ตามที่สวี่ลิ่วเจี่ยเคยกล่าวไว้ทว่าภูเขามากมายถึงเพียงนี้ ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าเหมืองแร่ซ่อนอยู่ที่ใด? อาจจะอยู่ใจกลางเขาลูกใดลูกหนึ่ง หรืออาจจะอยู่ระหว่างหุบเขาสองลูกก็เป็นได้ แล้วเช่นนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะหาพบกัน?จ้าวหยวนเช่อจ้องมองยอดเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราย้อนกลับไปที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาเรือนชาวบ้านขอพักแรมสักคืนดีหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงหันไปเอ่ยถามเขาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ทำเช่นนี้มาตลอดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้วบัดนี้ไม่ต้องรอให้เขาชี้แนะ นางก็รู้ดีว่าควรต้องทำเช่นไร“ไม่ไป”จ้าวหยวนเช่อคว้ามือนางมาจูงไว้ แล้วพาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าทึบด้านข้าง“ยังจะไปที่ใดอีก? ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว”เจียงโย่วหนิงรู้สึกหวา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 411

    นางลืมตาขึ้นมาก็หันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อไม่อยู่แล้ว บนเตียงเย็นเฉียบ เห็นได้ชัดว่าเขาลุกไปได้พักใหญ่แล้ว“เสี่ยวเถียน?”สวี่ลิ่วเจี่ยร้องเรียกนางอยู่ด้านนอก“มาแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงลุกขึ้นมองออกไปด้านนอกมิน่าเล่าแสงแดดถึงสว่างจ้าเพียงนี้ ที่แท้นางก็เผลอหลับจนถึงยามเที่ยงวันโดยไม่รู้ตัว“มีอันใดหรือเจ้าคะลิ่วเจี่ย?”นางขยี้ตาพลางเปิดประตูออกไป“สายป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่ลุกมากินมื้อเช้าอีก ประเดี๋ยวก็จะถึงมื้อเที่ยงอยู่แล้ว” สวี่ลิ่วเจี่ยคว้ามือนางไปกุมไว้ พลางกล่าวกลั้วหัวเราะ “ข้าเองก็อยากคุยกับเจ้า จึงมาปลุก เจ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงแย้มยิ้มนางอยากจะถามสวี่ลิ่วเจี่ยว่ารู้หรือไม่ว่าจ้าวหยวนเช่อไปที่ใด และออกไปตั้งแต่เมื่อใด ทว่าเมื่อคิดได้ว่าหากถามออกไปก็ต้องอธิบายว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นสามีของนาง คำพูดที่มาจ่ออยู่ริมฝีปากจึงถูกกลืนลงคอไปคาดว่าเขาคงไปปรึกษาหารือเรื่องราวกับพวกชิงเจี้ยนกระมัง“ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด เจ้ามีเคล็ดลับมัดใจสามีอย่างไรกัน ถึงได้ทำให้เขารักใคร่เจ้าปานนั้น กระทั่งเรื่องพรรค์นี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 410

    “น้ำตาลต้มหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายแดง จึงอดไม่ได้ที่จะยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงแล้วมองดูเขาเขารู้ได้อย่างไรว่านางอยากทานของหวาน?“น้ำตาลทรายแดงต้มกัญชาเทศ ใส่ขิงสดลงไปสองสามแว่น”จ้าวหยวนเช่อตักขึ้นมาหนึ่งช้อน เป่าเบา ๆ แล้วป้อนจ่อที่ริมฝีปากของนาง“ข้าดื่มเอง”เจียงโย่วหนิงยื่นมือออกไปรับชามนั้น“มันร้อน”จ้าวหยวนเช่อเบี่ยงมือหลบไปด้านหลังเล็กน้อยหลังมือของเจียงโย่วหนิงเฉียดขอบชามไป ร้อนดั่งที่เขาว่าจริง ๆ“อ้าปาก”จ้าวหยวนเช่อยืนกรานที่จะป้อนนางให้ได้เจียงโย่วหนิงจึงยอมดื่มน้ำตาลทรายแดงต้มในช้อนอย่างว่าง่าย เขาใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปมาก จึงกลบรสเผ็ดร้อนของขิงเสียมิด น้ำตาลต้มรสชาติหวานล้ำอุ่นร้อนไหลลื่นลงคอ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลตรงไปถึงท้องน้อย อาการปวดเมื่อยคล้ายจะทุเลาลงบ้างแล้วเมื่อได้ดื่มของหวาน นางก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงอย่างสบายใจนางโปรดปรานของหวานมาตั้งแต่เด็กในยามนี้ นางไม่อาจปฏิเสธน้ำตาลทรายแดงต้มชามนี้ได้ลงคอจริง ๆจ้าวหยวนเช่อป้อนนางอีกหลายคำนางเพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามว่า “ท่านได้น้ำตาลทรายแดงกับกัญชาเทศมาจากที่ใดหรือ?”“น้ำตา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 409

    “เสี่ยวเถียน เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าสามีของเจ้าไม่เหมือนผู้ช่วยหมอ และไม่เหมือนหมอเอาเสียเลย”สวี่ลิ่วเจี่ยมองแผ่นหลังของจ้าวหยวนเช่อแล้วเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม“ไม่เหมือนที่ใดหรือ?”เจียงโย่วหนิงได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อดตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ นางลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายเงียบ ๆหรือว่า สวี่ลิ่วเจี่ยจะมองอันใดออกแล้ว?“ข้าเองก็บอกไม่ถูก แต่เขากลับดูคล้ายพวกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเสียมากกว่า” สวี่ลิ่วเจี่ยตากเสื้อผ้าไปพลาง หันมาส่งยิ้มให้นางไปพลาง “ภายภาคหน้าเขาจะต้องได้ดิบได้ดีอย่างแน่นอน บางทีอาจจะกลายเป็นหมอเทวดาชื่อดังยุคหนึ่งเลยก็ได้? เจ้าก็รอเสวยสุขได้เลย”เจียงโย่วหนิงได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้ม โชคดีที่สวี่ลิ่วเจี่ยมิได้เกิดความสงสัยจ้าวหยวนเช่อนั้นช่างมีอนาคตก้าวไกลจริง ๆทว่าคนที่ได้เสวยสุข ย่อมไม่มีทางเป็นนางจ้าวหยวนเช่อออกไปราวหนึ่งชั่วยามยามที่เขากลับมา เจียงโย่วหนิงกำลังช่วยสวี่ลิ่วเจี่ยเตรียมอาหารกลางวันอยู่ในห้องครัว“ข้ากลับมาแล้ว”จ้าวหยวนเช่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องครัวและปรายตามองนางแวบหนึ่งเจียงโย่วหนิงสุมไฟอยู่หน้าเตา เมื่อได้ยินเสียงจึงหันขวับไปรับคำเขาออก

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 408

    “ยะ...ยังไม่มี...”ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงแดงซ่านขึ้นมาทันที นางเบือนหน้าหันไปมองทางอื่นคำถามนี้จะให้นางตอบกลับไปเช่นไรเล่า?“เจ้าจะมัวเขินอายไปทำไมกัน?” สวี่ลิ่วเจี่ยหยิกแก้มของนางเบา ๆ พลางหัวเราะเสียงกระซิบ “พวกเราต่างก็ออกเรือนกันแล้ว พูดเรื่องพรรค์นี้จะมีอันใดให้น่ากลัวกัน?”เจียงโย่วหนิงยิ้มเจื่อนอย่างขอไปที ทว่าในใจกลับนึกหวาดกลัวขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนหน้านี้ นางเอาแต่หวาดกลัวจ้าวหยวนเช่อ อีกทั้งยังมัวแต่คิดหาทางออกจากจวนเจิ้นกั๋วกง จนถึงกับลืมใส่ใจเรื่องนี้ไปเสียสนิท!นางกับจ้าวหยวนเช่อร่วมหอลงโรงกันมาหลายคราแล้ว แต่นางกลับไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์เลยสักนิดโชคยังดีที่นางดวงแข็ง หน้าท้องจึงยังไร้วี่แววความเคลื่อนไหวใด ๆหากนางเกิดอุ้มท้องสายเลือดของเขาขึ้นมาจริง ๆ…นางไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อเลยว่า แล้วเช่นนั้นควรจะทำอย่างไรดี?เคราะห์ดีที่เมื่อคืนระดูของนางมาแล้ว ยามนี้นางจึงสามารถพูดคุยกับสวี่ลิ่วเจี่ยได้อย่างสบายใจ มิเช่นนั้น นางเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนไปอีกนานเพียงไร“ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เรือนเจ้าไม่เร่งรัดบ้างหรือ?”สวี่ลิ่วเจี่ยเอ่ยถามน

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 407

    สวี่ลิ่วเจี่ยถอนหายใจ แววตาหม่นหมองลงเล็กน้อย “เด็กคนนั้นเกิดมาได้เพียงสามเดือนกว่า พอป่วยจนไข้ขึ้นสูงก็รักษาเอาไว้ไม่ทันเสียแล้ว”“ขออภัยด้วย...”เจียงโย่วหนิงรู้สึกผิดเล็กน้อย ทอดมองนางด้วยความเห็นใจบุตรคนแรกจากไปตั้งแต่ยังเล็กเพียงนั้น นางย่อมต้องเสียใจมากเป็นแน่“ไม่เป็นไรหรอก นี่ข้าก็กำลังจะมีอีกคนแล้วไม่ใช่หรือ?” สวี่ลิ่วเจี่ยยิ้มปลอบใจนาง“แล้วสามีของท่านเล่า?” เจียงโย่วหนิงมองผิวน้ำ เอ่ยถามด้วยท่าทีราวกับไม่ได้ใส่ใจนัก “เมื่อวานเหมือนจะไม่ได้เห็นเขากลับมาเลยหรือเจ้าคะ?”“เขาออกไปทำงานรับจ้างอยู่ข้างนอก หนึ่งเดือนถึงจะกลับมาสักหน”พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ สวี่ลิ่วเจี่ยก็ดึงสายตากลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป ดวงตาเอาแต่จ้องมองมือที่กำลังซักผ้าเจียงโย่วหนิงสัมผัสได้ถึงความระแวดระวังของอีกฝ่าย จึงแย้มยิ้มแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย “ข้ารู้แล้ว อยู่ในตำบลใช่หรือไม่? ข้าเดินทางมาจากตัวเมือง เห็นว่าในตำบลมีร้านค้าอยู่หลายแห่ง”นางพยายามแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวใดเลยดูจากท่าทีของสวี่ลิ่วเจี่ยก็รู้ได้ทันทีว่า สถานที่ที่สามีของนางไปต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่อย่างแน่นอนนางคิดว

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status