Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-08-20 10:55:17

ลงมาข้างล่างเขาก็สั่งให้มะนาวพาเธอไปทานข้าวในห้องครัวกับกลุ่มแม่บ้าน และไม่ลืมสั่งงานไว้ด้วยว่าถ้าทานข้าวเสร็จให้เธอไปเก็บองุ่นแปลงที่เหลือให้เสร็จ

"สวัสดีค่ะป้าฉันชื่อข้าวสวยนะคะ" เข้ามาในครัวก็เห็นแม่บ้านอีกคนหนึ่ง คนนี้เธอเพิ่งเคยเห็นเลยต้องไหว้แนะนำตัว

"รีบกินข้าวเถอะจะได้ไปทำงาน" ป้าคนที่เธอไหว้ตักข้าวมาวางไว้ให้ตรงหน้า ป้าคนนี้ก็คือแม่ของมะนาวเอง ในไร่นี้มีแม่บ้านอยู่แค่สองคนนอกนั้นเป็นคนงาน ส่วนคนงานจะอยู่บ้านพักของคนงานไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังใหญ่

"ป้าทำงานที่นี่มานานหรือยังคะ"

"คุณอย่ารู้เรื่องของที่นี่มากนักเลย" ทุกคนถูกสั่งให้ปิดปากเงียบ และนายหัวก็ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้มีสถานะเป็นอะไร แค่บอกว่าห้ามให้เธอรู้เรื่องของที่นี่

ข้าวสวยเลยต้องทำตาม ทานจนอิ่มแล้ว เธอบอกว่าจะล้างถ้วยชามช่วย แต่ป้าไม่ให้ล้างบอกให้ไปทำงานของเธอเลย

ออกมาจากบ้านหลังนั้นก็มีคนของเขาคอยเดินตาม จนมาถึงแปลงองุ่น

วันนี้เธอไม่กล้าทำประชดเขาแล้ว เพราะถ้าทำเหมือนเมื่อวานมีหวังต้องไปแบกไม้อีกแน่เลย

เพราะแบบนี้แหละที่ภูเบศสั่งให้ย้ายเธอไปแบกไม้ ต้องให้เธอเจอดีซะบ้างจะได้ไม่ทำเป็นอวดเก่ง

ข้าวสวยตัดองุ่นทีละช่อแล้วก็วางลงกล่องเก็บผลไม้ วันนี้มีคนงานทยอยมาทำงานหลายคนแต่ละคนทำคนละแปลง ไม่มีใครพูดคุยอะไรกัน พอเธอจะหันไปถามคนที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ลูกน้องของเขาก็เดินเข้ามาเธอเลยต้องตัดองุ่นต่อ

ก๊อกๆ

"มีอะไรของมึงอีก"

"วันนี้พยศเหมือนเมื่อวานไหมครับ" ที่วัลลภถามเพราะเห็นนายหัวเก็บกล้องส่องทางไกลตอนที่เขาเคาะประตู

"ถ้ามึงไม่รีบพูดธุระของมึงนะ มึงได้แดกลำกล้องส่องทางไกลกูแน่"

"คนของเรารายงานมาว่าตอนนี้เสี่ยภูริ.."

"ทำไม" จากทีแรกไม่สนใจพอได้ยินชื่อพ่อภูเบศเลยหันไปหา

"ตอนนี้เสี่ยกำลังจ้างนักสืบตามอยู่ครับ"

"มึงคิดว่าจะเจอไหม"

"นักสืบสมัยนี้เก่งนะครับ.. ผมว่านายหัวต้องรีบทำอะไรแล้วล่ะ ถ้าไม่งั้นก็เอาไปคืนเสี่ยเถอะครับ"

"ไม่มีทาง"

"ถ้าเสี่ยโกรธขึ้นมา"

"มึงคิดว่ากูจะกลัวหรือไง"

วัลลภเลยออกไปก่อนปล่อยให้นายหัวใช้ความคิดว่าจะเอายังไงต่อ ที่เขามีวันนี้ได้ก็เพราะอิทธิพลของพ่อนั่นแหละ

"ฉันขอน้ำหน่อยได้ไหม"

"ก็ไปตักกินกับคนงานสิ"

ข้าวสวยมองไปดูกระติกน้ำที่ใส่น้ำแข็งและแก้วน้ำที่เห็นว่าทุกคนกินร่วมกันเธอถึงกับคอแข็ง ใครจะไปกล้ากินล่ะเชื้อโรคสมัยนี้มันยิ่งแพร่กระจายง่ายๆ​ อยู่

"ฉันขอน้ำขวดใหม่ได้ไหม"

"ทำไม..กินกับคนงานไม่ได้?"

"ฉันไม่ชอบกินน้ำเย็น"

"เรื่องมาก" คนของเขาเลยต้องไปเอาน้ำขวดใหม่ที่ไม่เย็นมาให้

อากาศร้อนขนาดนี้ใครจะไม่อยากกินน้ำเย็นล่ะแต่ถ้าไม่พูดแบบนั้นเธอก็คงไม่ได้น้ำส่วนตัว

ยิ่งสายแดดก็ยิ่งร้อนมากขึ้นเธอที่ไม่เคยทำงานกลางแดดแบบนี้มาก่อนก็ทนไม่ไหว จนต้องนั่งลงบังเงาของแปลงองุ่น

"ไปไหนแล้ว" ภูเบศลงมาไม่เห็นว่าเธอเก็บองุ่นอยู่เลยถามลูกน้อง

"อยู่ตรงนั้นไงครับ"

"มึงทำอะไรอยู่ทำไมถึงให้อู้"

"เดี๋ยวผมจะไปจัดการให้ครับ" เห็นว่าเธอทำงานนานแล้วเลยปล่อยให้นั่งแต่ไม่คิดว่าเจ้านายจะมาตอนนี้

"ไม่ต้อง" ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปตรงที่เธอนั่งหลบมุมอยู่ "ลุก"

"?" หันกลับไปก็เห็นว่าเป็นเขา เธอเลยต้องค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นมา "ฉันเพิ่งจะนั่งพักเอง"

"ทำงานแค่นี้ทำจะเป็นจะตาย แล้วจะไปหากินอะไรได้"

"ฉันพอมีความรู้ไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้ก็เลี้ยงชีวิตตัวเองได้"

"ยังปากเก่งได้อีก"

"ฉันแค่ตอบคำถามของคุณ"

"ให้เธอเก็บองุ่นแปลงนี้ให้เสร็จ แล้วก็พาไปหาฉันที่ห้องทำงาน" ภูเบศหันไปสั่งลูกน้องทีแรกว่าจะให้ไปตอนนี้แหละแต่พอได้ยินว่าเธอปากดีเลยให้ทำงานต่อให้เสร็จมันเสียเลย

จะให้ไปหาทำไมอีกเนี่ย ถึงเย็นไม่รู้จะเสร็จแปลงไหม มองงานตรงหน้าก็อดถอนหายใจไม่ได้ แต่พอมองไปดูคนงานคนอื่นที่เพิ่งลงมาเก็บไม่นานทุกคนนำหน้าเธอไปหมดแล้ว จะว่าให้ก็ไม่ได้หรอกเพราะมันไม่ใช่งานของเธอนี่

"ซี๊ดดด" เก็บไปอีกพักใหญ่ก็รู้สึกปวดมือมาก เพราะกรรไกรที่ใช้ตัดพวงองุ่นมันแข็งเธอเลยต้องใช้แรงหน่อย และพอทำแบบนี้ซ้ำๆ มันเลยทำให้เกิดอาการบวมแดง ..แต่ข้าวสวยก็ต้องกัดฟันตัดต่อไปจนเสร็จ

"ตามมาทางนี้" คนของเขาที่มีหน้าที่เฝ้าเธอเดินเข้ามาเรียก

ข้าวสวยเดินตามโดยที่ไม่ต้องบอกซ้ำเพราะเธออยากจะไปจากตรงนี้มากแล้ว..ก่อนที่จะพาเธอไปหานายหัวคนของเขาก็พาเธอแวะไปทานข้าวในครัวก่อน

ป้าแม่ของมะนาวเห็นเธอนั่งกินเอากินเอาก็รู้สึกสงสาร   ตกลงเด็กคนนี้ไปทำอะไรให้นายหัวจงเกลียดจงชังได้ขนาดนี้

หลังจากกินข้าวเสร็จมะนาวก็พาเธอไปส่งนายหัวที่ห้องทำงาน

"ฉันมีอะไรจะคุยกับเธอหน่อย"

"คุยมาสิคะ" เธอไม่มีท่าทีต่อต้านเขาเหมือนแรกเริ่มแล้ว เพราะรู้ว่าถึงแม้จะต่อต้านไปก็คงสู้เขาไม่ได้

"ก่อนอื่นฉันจะถามเธอว่าอยากกลับไปหาไอ้เสี่ยแก่นั่นไหม"

"คุณจะปล่อยฉันไปเหรอ"

"ดีใจออกนอกหน้าจังเลยนะ"

"ก็คุณถาม..เอ่อ..ถ้าคุณอยากจะปล่อยฉัน ฉันก็ไม่ปฏิเสธค่ะ" ข้าวสวยพยายามเก็บอาการตื่นเต้นดีใจไว้เพราะถ้าได้ยินเขาพูดแบบนี้แสดงว่าเขาจะปล่อยเธอไปแล้ว

"ถ้าเธอไปจากที่นี่เธอจะพูดเรื่องของที่นี่ไหม"

"ไม่พูดค่ะ"

"ฉันไม่เชื่อ"

"ฉันสาบานว่าจะไม่พูดค่ะ"

"แน่ใจนะ"

"ฉันถึงกับสาบานแล้วนะคะ"

"ถ้าฉันได้ยินว่าเธอพูดเธอคงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

"คุณไม่ต้องขู่หรอกค่ะฉันสาบานด้วยเกียรติของฉันเองค่ะว่าจะไม่พูด" แม้แต่สาบานเธอก็กล้านาทีนี้ขอแค่ให้ออกไปจากนรกขุมนี้ได้ก็พอแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 62 ตอนจบ

    พันธะ(รัก)เมียบำเรอ บทที่ 62 ตอนจบหลายวันต่อมาข้าวสวยก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และเธอก็ขอมาพักฟื้นที่บ้านกับพ่อ ภูเบศเลยมาอยู่ดูอาการเธอที่นี่ด้วย"แล้วทำไมคุณต้องให้ลูกน้องตามมาเยอะแยะขนาดนี้ด้วย" คนข้างบ้านก็มองกันจังคงคิดว่าสามีเธอเป็นมาเฟีย แต่ก็ไม่แตกต่างจากมาเฟียหรอก"หน้าที่ของพวกมัน จะให้พวกมันไปทำอะไรล่ะถ้าไม่ให้เฝ้าฉัน""คุณก็ใช้ชีวิตเหมือนชาวบ้านธรรมดาเขาบ้างสิคะ ไม่ต้องให้ลูกน้องตามเป็นขบวนแบบนี้" ลูกน้องตามเขาก็ไม่ต่างจากตามเธอหรอกช่วงนี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย"พวกมึงออกไปรออยู่นอกบ้าน""ครับ" ได้ยินนายหัวสั่ง ลูกน้อง 5-6 คนที่เฝ้าอยู่รอบๆ บ้านก็ออกไปยืนอยู่ถนนหน้าบ้าน"คุณบอกคนของคุณเข้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ!""แล้วจะเอายังไงอีก""คุณทำแบบนี้ชาวบ้านเขาก็แตกตื่นกันหมดพอดี""แบบนั้นก็ไม่ได้แบบนี้ก็ไม่ได้""โอ๊ยฉันจะบ้าตายกับคุณอยู่แล้วเนี่ย""คุณหมอบอกอย่าเครียดไง""ที่ฉันเครียดก็เพราะคุณนี่แหละ""ก็ได้เดี๋ยวจะบอกพวกมันกลับไปอยู่บ้าน"เย็นวันนั้นภูริกลับมาที่บ้านก็เห็นวัลลภและคนของลูกชายอยู่บ้าน"แล้วเจ้าภูล่ะ""นายหัวอยู่บ้านภรรยาครับ""แล้วทำไมพวกมึงถึงอยู่ที่นี่""นายหัวบอก

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 61

    "คนไข้ยังขยับตัวไม่ได้นะคะ" คุณหมอเห็นว่าข้าวสวยพยายามจะลุกจากเตียงเลยเข้ามาห้าม "ฉันจะไปดูสามีฉันค่ะ""ช่วงนี้คุณจะขยับตัวไม่ได้นะคะ""ทำไมคะ" เธอก็เห็นว่าร่างกายของเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก"เสี่ยงต่อการแท้งค่ะ""ลูก?" นี่เธอลืมได้ยังไง "ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ""เด็กยังอยู่ค่ะ แต่คุณต้องนอนอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับตัว" แล้วคุณหมอก็แจ้งอาการเบื้องต้นจากการตรวจ เพราะเธอถูกทำร้ายร่างกาย โชคดีที่ไม่ถูกท้องถ้าไม่งั้นคงรักษาเด็กไว้ไม่ได้ตอนที่เธอรู้ว่าถูกจับตัวไป พยายามต่อสู้เลยถูกพวกมันทำร้ายร่างกาย โชคดีที่มันไม่ได้ต่อยเข้ามาที่ท้องถ้าไม่งั้นป่านนี้ลูกก็คงไม่อยู่กับเธอแล้วข้าวสวยเลยทำตามที่คุณหมอบอกนอนอยู่นิ่งๆ ไม่นานเสี่ยภูริที่ไปดูลูกชายก็กลับมาบอกอาการ ว่าตอนนี้ภูเบศฟื้นแล้วแต่ก็ยังขยับตัวมากไม่ได้ได้ยินแค่นี้เธอก็หายใจโล่งขึ้นมากเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าเขายังเป็นห่วงเธอกับลูก ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยวันต่อมา.. วันนี้คุณหมอให้ออกจากห้อง ICU เพื่อไปพักฟื้นที่ห้อง VIP ที่เตรียมไว้ แต่ภูเบศขอไปพักฟื้นห้องเดียวกับเธอ ถึงแม้ทุกคนจะบอกว่าตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้วแต่เขาก็ยังไม่เชื่อใจ คุณหม

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 60

    "เจอไหม" จากที่เมาๆ อยู่พอกลับบ้านมาไม่เห็นเมียตอนนี้รู้สึกสร่างเมาเลย"ไม่เจอเลยครับผมกำลังให้คนเช็คกล้องวงจรปิดอยู่ครับ" พูดจบคนที่เช็คกล้องวงจรปิดก็รีบวิ่งมาหา "เป็นยังไงบ้าง""นายหญิงออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วครับ""ไปไหน""กล้องจับภาพได้แค่ตอนเดินออกไปแต่ไม่รู้ว่าไปกับใครไปที่ไหน" แล้วลูกน้องคนนั้นก็ยื่นคลิปกล้องวงจรปิดให้ดู เหมือนรถคันที่มารับเธอจะรู้มุมกล้องวงจรปิดดี..จะไม่รู้ได้ยังไงก็คนในบ้านเป็นไส้ศึกเสียเอง"ให้คนไปดูที่สถานีรถ" เขาคิดว่าเธอต้องหนีกลับแน่เลย เพราะเธอเคยหนีแบบนี้มาแล้วหลายครั้งและคนของเหมืองก็รีบไปเช็คที่สถานีรถทั้งรถไฟและรถทัวร์ ส่วนสนามบินอยู่ไกลมากคิดว่าเธอคงไม่ไปหรอก​ แต่เพื่อความชัวร์เขาให้อีกชุดหนึ่งไปดูที่สนามบินจนถึงตอนเช้าก็ยังไม่ได้ข่าว ไม่ใช่ไม่ได้ข่าวจากลูกน้องหรอก​ไม่ได้ข่าวของเธอนี่แหละ เพราะลูกน้องก็ส่งข่าวมาอยู่ว่าหาไม่เจอไม่เห็นร่องรอยของเธอเลยเรื่องมันชักจะไม่เข้าท่าแล้วเขาเลยต้องไปที่สถานีตำรวจ ให้ตำรวจช่วยอีกแรง เพราะอยากยืมมือตำรวจประสานงานไปที่สน.อื่นด้วยที่จริงถ้ายังหายไปไม่ครบ 24 ชั่วโมงตำรวจจะยังไม่รับแจ้งความ แต่นี่นายหัวภูเบศมา

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 59

    ข้าวสวยและจินดาไม่ได้พูดคุยอะไรกันหรอก หลังจากเหตุการณ์นั้นข้าวสวยก็เดินกลับมา"ไปไหนมา" เขากลับมาไม่เห็นเธอกำลังจะใช้คนให้ไปตามหาอยู่พอดีเลยแต่เห็นเธอเดินกลับมาก่อน"ไปเดินเล่น" ข้าวสวยพูดแค่นี้แล้วก็เดินผ่านหน้าของเขาไป"เรื่องห่อหมกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ป้าซื้อจากตลาดมาให้ใหม่""ฉันไม่อยากกินแล้ว""ยังโกรธอยู่เหรอ""ทำไมฉันต้องโกรธด้วย""ก็บอกจะซื้อมาให้ใหม่ไง""ฉันอยากจะกลับแล้ว" เธอไม่อยากพูดเรื่องห่อหมกอะไรนั่นแล้ว และขณะที่เธอกำลังยืนคุยกับภูเบศอยู่ จินดาก็เดินกลับมาพอดี สายตาของข้าวสวยมองไปและเป็นจังหวะเดียวกับที่จินดามองมาทั้งสองสบตากัน จินดาเริ่มพะวงแล้วกลัวว่าข้าวสวยจะเอาเรื่องนั้นมาพูดกับนายหัว"แม่ แม่ไปไหนมาหนูนุ้ยหาแม่ไม่เจอ" หนูนุ้ยเห็นแม่มาก็รีบวิ่งเข้าไปกอด"แม่ไปเดินเล่นมา""นายผู้หญิงทานอะไรหรือยัง" เขามองตามหลังเธอที่เดินขึ้นบ้านแล้วหันไปถามจินดาว่าเธอทานข้าวหรือยัง"ทานแล้วค่ะ" จินดาไม่รู้หรอกว่าทานหรือไม่ทาน เพราะตัวเองออกไปก่อนแถมยังกลับเข้ามาทีหลังภูเบศได้ยินว่าเธอทานแล้วเขาเลยบอกให้จินดาเตรียมอาหารมาให้ ทีแรกว่าจะกลับมาทานพร้อมเธอนั่นแหละ แต่ถ้าเธอทานแล้วเขาก็

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 58

    ดึกๆ คืนนั้น..เธอรู้สึกตัวตื่นเพราะมีคนนอนลงข้างๆ แต่พอนอนลงเขาก็ตะแคงหันหลังให้เขามาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ..ข้าวสวยเห็นว่าเขาไม่สนใจเธอเลยแกล้งลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ที่จริงก็ไม่ได้แกล้งหรอกปวดจริงๆ นี่แหละออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขามองมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ข้าวสวยเลยเดินไปนอนที่เดิมของเธอ"คุณยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่าคะ""คิดเหมือนเดิมหมายความว่ายังไง""คิดว่าฉันทำลูกสาวคุณหัวโนไง""เราจะไม่พูดเรื่องนั้นอีก""ฉันต้องพูดค่ะเพราะมันไม่ใช่ฝีมือของฉัน""ผมเชื่อก็ได้""เชื่อก็ได้หมายความว่ายังไง""จะมาชวนทะเลาะอะไรอีก คนเพิ่งกลับมามันเหนื่อยนะเว้ย""ไหนๆ ก็ได้ทะเลาะแล้วให้ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันคิดเถอะ""คิดอะไรอีกล่ะ""แม่ลูกคู่นั้นไม่ธรรมดาเลยนะ คุณแน่ใจเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นถูกขืนใจจนตั้งท้อง""ข้าวสวย!!" ภูเบศตะเบ็งเสียงออกมาดังมากจนเธอสะดุ้ง ข้าวสวยที่เพิ่งขึ้นไปที่นอนต้องรีบลุกขึ้นมา ถ้าเขาต่อยเธอได้คงจะต่อยไปแล้ว"คุณคิดว่าฉันอกุศลใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณมีตามองสักนิดคุณจะเห็นว่าฉันไม่ได้ทำเด็กคนนั้นหกล้ม""เรื่องนั้นมันจบไปแล้วจะพูดหาพระแสงทำไมอีก""เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของฉันฉันจำเป็นต้องพูด

  • พันธะ(รัก)เมียบำเรอ   บทที่ 57

    วันต่อมาภูเบศต้องให้เธออยู่ที่บ้านกับคนรับใช้​ ส่วนเขาก็ออกไปจัดการงานที่เหมือง"สวัสดีจ้ะหนูนุ้ย" ข้าวสวยลงมาก็เห็นเด็กกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ "ทำอะไรอยู่จ๊ะ""มองไม่เห็นหรือไง""?" ทำไมเด็กถึงได้ก้าวร้าวขนาดนี้ ..ได้ยินที่เด็กตอบเมื่อสักครู่ข้าวสวยก็หันไปมองดูแม่ของเด็กที่ทำงานบ้านอยู่แถวนั้น จะว่าแม่ไม่ได้ยินก็คงไม่ใช่แต่ทำไมถึงไม่สั่งสอนลูกหน่อยว่าไม่ให้พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ "เมื่อกี้ฉันฟังไม่ชัดหนูพูดว่าอะไรนะ" ในเมื่อแม่ไม่สั่งสอนเดี๋ยวฉันจะสั่งสอนเอง"หูหนวกเหรอถึงไม่ได้ยินคนพูด""ฉันเป็นภรรยาของผู้ชายที่หนูเรียกว่าพ่อ ถ้างั้นหนูก็ต้องเรียกฉันว่าแม่อีกคน ไหนลองเรียกแม่ซิ""ฉันมีแม่คนเดียว อย่าคิดว่าจะเข้ามาแทนที่แม่ของฉันได้""แทนที่แม่หนูเข้าใจผิดแล้วมั้ง เพราะแม่หนูไม่ได้เป็นอะไรกับสามีฉันสักหน่อย""แม่" หนูนุ้ยหันไปมองหน้าแม่และมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้"ทำไมคุณต้องว่าให้เด็กแบบนี้ด้วยไม่นึกถึงจิตใจของเด็กบ้างหรือคะ""ฉันแค่พูดให้เด็กเข้าใจ""แกยังเด็กโตขึ้นเดี๋ยวแกก็รู้เองค่ะว่าอะไรคืออะไร""ทำไมต้องรอให้โตด้วยล่ะ เราบอกตอนนี้ให้เด็กเข้าใจก็ได้นี่""แม่คะ ผู้หญิงคนนี้จะมาแย่งพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status