ログイン“อย่านะคะฉันขอร้อง ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหมคะ”
“เธอจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้”
“ฉันจะออกไปหางานทำ แล้วจะนำเงินไปใช้หนี้ค่ะ”
“เงินไม่ใช่น้อยๆ หาจนตายก็หาไม่ได้หรอก” เขากล่าวอย่างดูถูกดูแคลน
“แล้วจะให้ฉันทำไงล่ะคะ แต่มันดีกว่าไม่ได้ส่งไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าเธออยากใช้หนี้จริงๆ ฉันมีวิธี” เขาเอ่ยพลางหรี่ตามอง
“ยังไงคะ”
“ฉันจะให้เธอมาดูแลพ่อฉัน”
“จ้างพยาบาลมาดูแลไม่ดีกว่าหรือคะ ฉันเองก็ไม่จบด้านนี้” เธอรีบกล่าวแย้งขึ้นมา
“พยาบาลฉันจ้างให้มาทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อช่วงบ่ายของทุกวัน เพียงเดือนแรกเท่านั้น ส่วนที่เหลือเธอต้องดูแลคุณพ่อฉันทั้งหมด ทั้งช่วงกลางวันช่วงกลางคืน ทำยังไงก็ได้ให้พ่อฉันกลับมาเป็นปกติ”
“กลับมาเป็นปกติ ฉันไม่ใช่หมอนะคะ จะรักษาพ่อคุณให้หายได้ยังไงคะ ขนาดหมอยังบอกว่าไม่มีโอกาสหาย อาจจะต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต”
“นี่เธอแช่งพ่อฉันเหรอ” นัยน์ตาคมแข็งกร้าวขึ้นมาทันควัน
“เปล่าๆ เปล่านะคะ ฉันแค่ได้ยินแม่เลี้ยงเล่าให้ฟังเท่านั้น” หญิงสาวแก้ตัวเสียงอ่อยๆ
“เอาละ ขอแค่อาการพ่อฉันดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ถึงเวลานั้นฉันจะยกหนี้สินที่ครอบครัวเธอก่อไว้ทั้งหมด”
“คุณจะไม่ยึดบ้านฉันแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ หากเธอทำให้พ่อฉันอาการดีขึ้น”
“ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ” ปองรักยืนยันอย่างแข็งขัน เธอไม่มีทางให้บ้านที่บิดามารดาสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงถูกยึดไปเด็ดขาด
“งั้นก็ให้ยายรักกลับไปเก็บของที่เชียงใหม่ก่อน”
“จะกลับไปทำไมให้ยุ่งยากครับ หาซื้อเอาใหม่ง่ายกว่าตั้งเยอะ”
“ก็ตามใจ...ระหว่างที่อยู่กรุงเทพฯ ก็ดูแลน้องให้ดีๆ ล่ะ และอย่าหาเรื่องรังแกยายรักด้วย”
“ผมลูกคุณแม่นะครับ”
“เพราะแกลูกฉันไง ถึงรู้จักนิสัยแกดี อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อแกเลยตาพฤกษ์ แม่เจ็บปวดมากรู้ไหม” สุพรรณีกล่าวเสียงสั่น
“คุณแม่ให้อภัยคุณพ่อได้ไหมครับ”
“มันยากนะพฤกษ์ แม่ทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ”
“แค่เรื่องปองรัก ทำไมต้องตัดขาดกันขนาดนั้นด้วยครับ”
“แกไม่รู้อะไร นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ต้องมาทะเลาะกับพ่อของแกเรื่องผู้หญิง และมันซับซ้อนมากกว่าที่แกเห็น”
“ก็บอกผมมาสิครับ ผมอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรร้ายแรง ทำให้คุณแม่ถึงกับตัดขาดคุณพ่อขนาดนี้”
“พฤกษ์ แม่ตอบแกไม่ได้จริงๆ” สุพรรณีถึงกับน้ำตาคลอพลางมองหน้าบุตรชาย เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันมีบุตรชายร่วมอยู่ด้วย นางก็เหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ได้เลย ไม่อยากเห็นบุตรชายต้องมาเสียใจ เมื่อรู้ว่าบิดาที่เขารักและเทิดทูนทำเรื่องร้ายแรงอะไรไว้
สุพรรณีแตะศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู นางรักปองรักไม่ต่างจากพฤกษ์ และด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งทำให้ต้องออกโรงปกป้องทุกครั้งที่มีใครคิดจะมารังแก แม้แต่บุตรชายของนางเองก็ไม่เว้น “ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ” สุพรรณีรู้ว่าปองรักฝังใจกับเหตุการณ์ที่สามีนางบุกเข้าไปปลุกปล้ำหญิงสาวถึงห้องนอน
“รักทำได้ค่ะ คุณพฤกษ์สัญญาแล้ว หากรักทำให้อาการเสี่ยดีขึ้น ก็จะยกหนี้ที่น้าพิรุณก่อไว้ให้ทั้งหมดค่ะ”
หนี้สินที่เกิดขึ้นก็มาจากแม่เลี้ยงสาวติดการพนัน จนมาอ้อนวอนขอให้บิดานำโฉนดบ้านพร้อมที่ดินมาจำนองกับธวัชชัย เธอจำวันนั้นได้ขึ้นใจเพราะเป็นวันเดียวที่บิดาบอกว่าไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเธอให้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ วินาทีที่ได้ยินแทบใจสลาย
“เพราะแบบนี้สินะ ถึงต้องยอมฝืนใจดูแลคุณชัย”
“ค่ะ รักจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
“ฉันเชื่อว่าเธอทำได้รัก เหมือนที่เธอเคยดูแลฉัน” อาการซึมเศร้าที่ตนเป็นค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะปองรักเข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจ ซึ่งไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนป่วยอย่างนาง
“รักเต็มใจที่จะดูแลแม่เลี้ยงค่ะ”
“ขอบใจนะรักที่เข้ามาดูแลฉัน ขอบใจจริงๆ” หากว่าปองรักไม่เข้ามา ไม่รู้อาการป่วยของนางจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน อาจจะฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้
“รักต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณแม่เลี้ยง ที่ออกตัวปกป้องรัก พารักออกมาจากเอ่อ...” ขุมนรก คำคำนี้ถูกกลืนหายไปในลำคอ “ทั้งที่ควรจะเกลียดที่รักเข้ามาทำให้ครอบครัวของแม่เลี้ยงแตกแยก” เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรแบบนี้
“นั่นสินะ ฉันควรโกรธที่เธอเข้ามาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของสามีฉัน ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเต็มใจหรือเปล่า แต่มีผู้หญิงอีกหลายคนที่ยอมเป็นเมียน้อยคนที่แก่คราวพ่อ” ไม่เว้นแม้แต่คนที่นางไว้ใจมากที่สุด
“แต่หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่รัก รักยอมตายเสียดีกว่าค่ะหากต้องตกเป็นของผู้ชายที่เราไม่ได้รัก”
“ฉันรู้ รัก...” สุพรรณีมองหญิงสาวอย่างครุ่นคิด
“คะ?” เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันพลางมองผู้มีพระคุณ
“ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะบอกเธอ” แม้จะเคยรับปากอมรเทพบิดาของปองรักไว้ ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่มันถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวควรรับรู้ นี่เวลาก็ผ่านมาจะสองปีแล้วที่นางพยายามปกปิดเอาไว้“เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องพ่อของเธอ”
“พ่อ พ่อรักทำไมคะ” แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ กลัวบิดาจะมารบกวนสุพรรณี
“จำวันที่พ่อของเธอ นำเธอมาส่งให้คุณชัยได้ไหม”
“ไม่เป็นไรครับ ปองรักเป็นเด็กในบ้านเขาอาสามาดูแลคุณพ่อ และจะฝึกทำกายภาพบำบัดด้วย ไม่ทราบว่าคุณพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาหรือยังครับ”“น่าจะอีกชั่วโมงหนึ่งค่ะ”“งั้นปองรักเข้าไปหาคุณพ่อกันเถอะ” พฤกษ์กล่าวขอบคุณพยาบาลสาวก่อนนำปองรักเข้าไปหาบิดาสายตาคนป่วยมองไปที่ประตู ซึ่งปองรักรู้ทันทีว่าธวัชชัยน่าจะมองหาสุพรรณีอย่างแน่นอน คิดว่าชายวัยกลางคนยังคะนึงหาภรรยาไม่น้อย“คุณป้ากลับเชียงใหม่ไปแล้วค่ะ” ปองรักเป็นคนเอ่ยขึ้น“ปองรักจะมาดูแลคุณพ่อแทนพยาบาลคนเดิมนะครับ” เขาบอกเท่านั้น ใบหน้าคนป่วยส่ายๆ ไม่ยอมรับ จนปองรักหน้าเจื่อนๆ“ผมตั้งใจแล้วครับ ปองรักจะมีหน้าที่ดูแลคุณพ่อในฐานะลูกหนี้ และคอยทำกายภาพบำบัดให้ด้วย” ครั้งนี้เขาไม่ตามใจบิดาเหมือนเคย “เดี๋ยวพยาบาลที่ทำกายภาพบำบัดมาทำให้คุณพ่อ เธอก็ฝึกตามด้วยแล้วกัน”“ค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
“คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่เกลียด”พฤกษ์พูดออกมาตรงๆ โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาเกลียดกำลังก้าวเท้าเดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงัก แล้วถอยร่างไปยืนข้างๆ เสา“พฤกษ์!”“ผมพูดความจริงครับ”“ทำอะไรลงไปควรรับผิดชอบรู้ไหม อย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเหมือนพ่อของแกนะพฤกษ์”“ครับ...ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว ถ้าให้เป็นคนดีมีความรับผิดชอบคงไม่ไหว ผู้หญิงรายทางที่ผมนอนด้วยไม่ได้มีแค่คนเดียว ที่สำคัญผมไม่มีวันรับผิดชอบผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ปองรักไม่มีวันได้เป็นเมียแต่งของผมแน่ๆ แต่ถ้าให้เป็นเมียทาสน่ะได้”“พฤกษ์!” สุพรรณีถึงกับเรียกบุตรชายเสียงเข้ม ปองรักเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงให้ดูสดใสที่สุด แล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว“กาแฟมาแล้วค่ะ”“มาแล้ว ไปหลงหรือยังไงเราถึงเพิ่งมาน่ะ” สุพรรณีรับแก้วกาแฟมาถือ พร้อมฝืนยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดู“ทำไมรู้ล่ะคะ รักหลงทางจริงๆ นี่ถามเขามาตลอดทางเลยค่ะ”
ปองรักกุมมือสุพรรณีไว้ และพยายามหาเรื่องคุยให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายให้หายจากภาวะอารมณ์เศร้า อดตำหนิพฤกษ์ไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำให้ท่านต้องเครียด“ขอบใจนะรัก” สุพรรณีเอื้อมมือมาแตะศีรษะหญิงสาวเบาๆ“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ”“ฉันพยายามอยู่ พยายามมาตลอดเกือบสองปี ฉันไม่อยากกลับไปเจอคุณชัยอีก”“เพราะรักอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่หรอก เรื่องมันสะสมมานานแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาเสียอีก”“มีอะไรระบายให้รักฟังได้นะคะ รักสัญญาจะไม่บอกใคร”“ฉันเล่าให้เธอฟังไม่ได้” นางตั้งใจให้ความลับนี้มันตายไปกับตน พฤกษ์จะต้องไม่รู้เรื่องนี้“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเล่า ว่าแต่คุณป้าจะนอนพักสักงีบไหมคะก่อนจะออกเดินทาง”“ถ้านอนพักอาจจะยาวจนตกเครื่องได้”“ก็ดีสิคะ คุณป้าจะได้อยู่กับรักต่ออีกคืน”“เรามันขี้อ้อน” สุพรรณีขยี้ศีรษะหญิงสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปองรักเหมือนกับน้ำเย็นที่มาชโลมจิตใจให้นางรู
รักเห็นน้าพิรุณค่ะ”“พิรุณเหรอ” สุพรรณีเอ่ยพร้อมมองหา เพราะยังไม่เคยเจอพิรุณมาก่อน วันที่ปองรักถูกส่งตัวมาขัดดอก มีเพียงอมรเทพเท่านั้นที่มาส่งบุตรสาว“ใช่ค่ะ คนที่ใส่เสื้อสีส้ม” ปองรักชี้ไปยังร่างแม่เลี้ยงที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม แถมยังเกาะแขนชายคนนั้นอย่างสนิทสนม “รักขอไปหาน้าพิรุณก่อนนะคะ”“จะไปทำไมรัก” สุพรรณีคว้าแขนหญิงสาวไว้“ไปบอกเขาให้ไปเฝ้าพ่อสิคะ เวลานี้เขาควรต้องไปดูแลพ่อที่โรงพยาบาลไม่ใช่...” ปองรักจุกจนพูดไม่ออก สงสารบิดาจับใจ“จำที่พ่อเธอบอกได้ไหม ว่าเขากำลังจะเลิกกับพิรุณ และคงไม่มีเหตุผลใดที่พ่อเธออยากจะเลิก นอกจากเรื่องนอกใจ”“พ่อรู้หรือคะ” ปองรักแทบทรุดลงกับพื้น ยังดีที่สุพรรณีถลาร่างเข้ามาประคองไว้“ฉันคิดว่าใช่”“โธ่พ่อ...รักอยากไปอยู่กับพ่อค่ะคุณป้า” เวลานี้บิดาต้องการกำลังใจมากที่สุด “ไม่ต้องห่วงพ่อเธอหรอกนะ ฉันจ้างพยาบาลให้แล้ว”“แต่ว่า...”“หากอยากกลับไปอยู่กับพ่อเธอจริงๆ ก็ต้องไปคุยกับตาพฤกษ์เอง” ตอนนี้อำนาจอยู่กับพฤกษ์โดยตรง เพราะบุตรชายต้องเข้ามาดูแลกิจการทั้งหมดของสามี“คุณพฤกษ์คงไม่ยอม”“หรือไม่ก็ต้องยอมให้เขายึดบ้านหลังนั้นไป” งานนี้หากนาง
“ไปเถอะรถมารับแล้ว” สุพรรณีไม่ยอมเอารถที่บ้านสามีมาใช้ เพราะเลือกที่จะตัดขาดกันไปแล้วก็ไม่ควรต้องเกี่ยวข้องกันทุกกรณี นางจึงขอยืมรถที่บ้านของน้องสาวมาใช้แทนใช้เวลาเดินทางไม่นานทั้งสองก็มาถึงโรงพยาบาลที่อมรเทพพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งอยู่เป็นตึกรวมชาย ปองรักกวาดสายตามองหาบิดา“อยู่เตียงมุมสุด” สุพรรณีบอกเท่านั้น ดวงตาคู่โศกก็โฟกัสไปยังร่างของบิดา ซึ่งท่านกำลังหันหลังให้“พ่อ...” น้ำเสียงสั่นเครือจวนเจียนจะร้องไห้ ทำให้ร่างผ่ายผอมเริ่มขยับตัวหันมาตามเสียง“ยายรัก เอ่อ...” ผู้เป็นพ่อถึงกับพูดไม่ออก “คุณนายพายายรักมาทำไมครับ”“รักให้ท่านพามาเองจ้ะ พ่อป่วยหนักทำไมไม่บอกรักเลย”“พ่อไม่สบายนิดหน่อย สองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว” อมรเทพจำต้องพูดปดเพราะไม่อยากให้บุตรสาวต้องมาเป็นห่วง“รักรู้แล้ว พ่อไม่ต้องมาปิดรักหรอก แล้วน้าพิรุณไปไหนทำไมไม่มาดูแลพ่อ” ปองรักเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาแม่เลี้ยงสาว“ถามถึงทำไม” อมรเทพถามกลับเสียงห้วน จนผู้เป็นลูกถึงกับหน้าเจื่อนๆ“รักขอโทษจ้ะ” ปองรักคิดว่าบิดาคงไม่พอใจที่เธอไปตำหนิแม่เลี้ยง“พ่อไม่ได้ว่าอะไรแกสักหน่อย พิรุณไม่อยู่น่ะดีแล้ว” ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน







