Masuk
ฟ้าลันดาตื่นขึ้นมาด้วยอาการท้องร้องเพราะความหิว ถึงตอนนี้เธอจะปวดหัวและเมื่อยขบไปหมดทั้งตัวเลยก็ตามที อาการจุกเสียดแสบที่ช่องทางรักก็ตามเวลาที่ขยับตัวนั้นบ่งบอกได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันคือความจริงไม่ใช่ความฝัน
"เจ็บ...คนบ้ากาม...หิวก็หิวอื้อ" เมื่อคืนเธอโดนสูบพลังงานไปร่วงหน้าราวสิบปี ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงพอขาแตะพื้นขาทั้งสองข้างของเธอสั่นแทบทรุดลงกับพื้น ถ้าเธอไม่ได้เรียนบัลเล่ต์ตั้งแต่เด็ก กับเล่นพิลาทิสทำให้รูปร่างยืดหยุ่นลำตัวอ่อนอยํ่ก่อนแล้วเป็นประจำกับณิรา มีหวังเธอคงได้ไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแล้วตอนนี้ ฟ้าลันดาเดินลากสังขารเดินหาอะไรรองท้อง ถึงจะเขินอายแต่ความหิวมันทรมานมากกว่า และคงไม่โชคร้ายเจอเขาตอนนี้หรอกมั้ง ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันเวหาต้องออกไปออฟฟิศแล้ว ในเวลานี้เธอก็ยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขา ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน นอนไม่ถึงสองชั่วโมงแล้วตื่นไปทำงาน มนุษย์เหล็กแบบเขาคงไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรอก ขนาดเธอพักผ่อน 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำยังอยู่ในสภาพนี้ "หวงหรอว่ะอีกห้องยัง...ลันดามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" วาคินได้ยินเสียงเดินมา ด้วยสัญชาตญาณเขาจึงหันไปมองนึกว่าพี่ชายแอบชุกผู้หญิงไว้ แต่สภาพน้องสาวตรงหน้าไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอะไรต่อมิอะไรต่อ ผมยาวยุ่งเหยิงฟู ริมฝีปากบวมเจ๋อ รอยแดงอยู่ข้างลำคอใบหน้าอิดโรยซีดเซียว ที่มากกว่านั้นฟ้าลันดาโนบรา "หลับตา" น้ำเสียงคมดุแข็งกร้าวของเวหาดังขึ้น วาคินที่มองใบหน้าน้องสาวอยู่รีบหลับตาทันที นี่มันเรื่องอะไรเวหามัน วาคินหลับตาทันที ฟ้าลันดาก็ตกใจไปด้วย หญิงสาวก็หลับตาทันทีอย่างเชื่อฟังเหมือนกัน "ลันดา...หิวค่ะ" ฟ้าลันดาเปร่งเสียงหวานแหบแห้งเหมือนเสียงเป็ดออกมาตอบเขา เอ่ยตอบกระตุกกระตักอย่างตกใจ "ลงมาทำไม ฉันกำลังจะเอายากับข้าวต้มขึ้นไปให้" เวหาเดินอ้อมไปอุ้มร่างเล็กขึ้นอุ้ม วาคินลืมตาขึ้นก่อนจะอ้าปากเว่อ ทั้งน้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้น ท่าทางเร่งรีบเดินสวนกับเขาขึ้นไปอีก นี่มันล่อลวงน้องสาวเขากลืนลงท้องแล้วใช่ไหม ไม่ใช่กลืนครั้งเดียวด้วย คงตะกระน่าดูเลย เวหาไม่สนใจว่าคินตรงดิ่งเข้าไปก้มลงอุ้มร่างเล็ก แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหน้าตาเฉย "พี่คิน...อยู่ด้วยนะคะ...ลันดาจะเดินเอง" ฟ้าลันดายกแขนเรียวกอดลำคอหนาแล้วซบหน้าลงที่อกกว้าง เปร่งเสียงแหบแห้งออกมาอย่างน่าส่งสาร สภาพแบบนี้หรอจะเดินเอง เวหาขมวดคิ้วแน่นแลัวเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างไม่ชอบใจ "ดูสภาพของตัวเองก่อน ใครบอกให้โนบราเดินไปรอบแบบนี้ " น้ำเสียงเรียบนิ่งเตือนสติหญิงสาว ฟ้าลันดาจึงก้มหน้าน้อยๆอย่างเขินอาย เธอลืมไปได้ยังไงกัน "เสียงก็แหบเหมือนแม่เป็ดขนาดนี้ ไม่อายคนอื่นหรือไง" ฟ้าลันดาหายจากอาการเขินอาย เปลี่ยนเป็นอารมณ์กรุ่นโกรธขุ่นเคืองร่างสูงแทน เขาปากร้ายอย่่างนี้ตั้งแต่ตอนไหน "เป็นความผิดใครค่ะ... คุณเวหาไม่ใช่หรอที่เป็นคนทำ" เสียงแหบแห้งพูดโตตอบเขา พร้อมทั้งขึงตาเขียวปั๊ดให้เขาด้วย ท่าทางแบบนี้คงจะหายจากอาการตัวรุ่มๆเหมือนจะเป็นไข้แล้ว เมื่อเวหาวางร่างเล็กลงบนเตียงแล้วเรียบร้อย "ก็ใช่ไง ฉันถึงรู้ว่าคงลุกไม่ไหว" อาการยอมรับอย่างซึ่งหน้าของเวหา ทำให้หญิงสาวมีอาการหน้าร้อนเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ใบหน้าเล็กแดงกล่ำอย่างเขินอาย เวหาตีหน้าตายตอบแถมยังตีมึนมองหน้าเธอ พร้อมทั้งส่งสายตาที่สื่อความหมายมาให้อีกด้วย "มัน..ใช่..เรื่องที่ต้องพูดออกมาไหมล่ะ" ร่างเล็กล้มตัวลงซุกใบหน้ากับหมอน เธออยากหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น ที่จ้องแต่จะเขมือบเธอลงท้องอีกครั้ง เวหายืนมองฟ้าลันดาชุกหน้าลงหมอนใบโตด้วยอารมณ์หลากหลาย ดีใจที่ได้เธอมาครอบครอง ก่อนที่เผลอยิ้มออกมาด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังหลงเหลืออยู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นมือไปดึงให้ใบหน้าเล็กให้เธอหันหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่อง สมองน้อยๆไปชอบจิตนาการแต่เรื่องไม่ดี "หายใจออกหรือไง" มือหนาถูกมือเล็กปัดออก พร้อมเสียงแหบแห้งประท้วง "ว่าลันดาเป็นแม่เป็ดไม่ใช่หรอ จะมาแตะทำไม" อารมณ์ขุ่นเคือง ที่ถูกคนตรงหน้าทรมานทั้งคืน ร่างทั้งร่างเหมือนโดนรถสิบล้อบดทับ ปวดไปทั้งตัว คนอะไรมักมากในกาม ถ้ารู้ว่าเขาเป็นคนอย่างนี้เธอไม่เข้าใกล้เด็กขาด "ฉันว่าตอนไหน" ชายหนุ่มทำน้ำเสียงตีมึนเหมือนตัวเองไม่ได้พูดอย่างหน้าตาเฉย ฟ้าลันดาตอนแรกไม่อยากมองหน้าเขา แต่คันไม่คันมือคนหน้าไม่อาย นี่คือตัวจริงของเขาใช่ไหม "อย่าทำเป็นจำไม่ได้นะ คนนิสัยไม่ดี" ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นมาจากหมอน ปากเล็กเบ้ปากคว่ำแล้วพร้อมจ้องมองใบหน้าเขาเขม็งเตรียมจะมีเรื่องทันที น้ำเสียงแหบแห้งจึงพูดออกมาด้วยความฉุนเฉียว พอผ่านไปสักพักเธอถึงรู้ตัวว่าไม่ควรพูดกับเขาน้ำเสียงแบบนี้ หลังจากรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับตัวเอง ฟ้าลันดาก็กล้าที่จะแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิมเวลาอยู่กับเขาจนเวหาสัมผัวได้ แต่ก่อนทำตัวกล้าๆกลัวๆเวลาเจอเขาตลอดเวลา แต่ตัวเขาก็มีความสุขที่ได้แกล้งให้เธอโกรธ บรรยากาศรอบตัวดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้รู้สึกตึงเครียดกับงานทุกเวลาเหมือนเดิม "ลันดาขอโทษค่ะ" เวหาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสงสัย เมื่อกี้ยังโกรธเขาอยู่เลยผ่านไปสักพัก ก็ทำหน้าละห้อยน่าสงสารอีกแล้ว "เป็นอะไร" อารมณ์แปรปรวนจนเขาตามแทบไม่ทัน เมื่อกี้ยังงอนเขาจนแทบไม่อยากมองหน้า "ลันดาทำตัวงี้เง้าไม่น่ารักหรือเปล่า คุณเวหาทำงานแทบไม่มีเวลาพักผ่อน นอนไม่ถึง 5 ชั่วโมงด้วยซ้ำต่อวัน ยังมาเสียเวลากับเด็กไม่รู้จักโตเหมือนลันดาอีก" ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างของเวหา พร้อมทั้งเอาใบหน้าซบลงที่อกกว้างอย่างออดอ้อนอ้อน ใบหน้าเล็กซุกไซ้ซอกคอเขากลัวว่าเวหาจะไม่รักเธอแล้ว "ฉันไม่ได้โกรธเรื่องเมื่อครู่ แต่อะไรทำให้คิดว่าฉันกำลังคบหากับมาริริน" เวหานิ่งเงียบรอเด็กสาวตอบคำถาม แต่เหมือนเธอจะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองเสียแล้วกำ "กำลังคิดอะไรอยู่" เมื่อได้น้ำเสียงอ่อนโยนปนห่วงใยของคนที่เเธอกำลังโอบกอดอยู่ ฟ้าลันดาจึงตื่นจากภวังค์ความติดของตัวเอง ก่อนที่จะส่ายหน้าปฎิเสธ พร้อมทั้งถูใบหน้าร้อนผ่าวสูดดมกลิ่นกายเขาอย่างอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่อเธอได้สูดกลิ่นกายของเวหา กับหน้าอกขอ "ก็ตอนนั้น..ลันดาเห็นพี่ริรินอยู่ในห้องของคุณเวหา ทั้งที่คุณเวหาเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวด้วยแล้ว... " เสียงเล็กแหบแห้งจนเวหานึกสงสาร แต่เรื่องการคิดไปเองของเด็กสาวนี่เขาควรแก้ยังไงดี "ก็เลยคิดเองว่ามาริรินเป็นผู้หญิงของฉันที่พามาหลบซ่อนไว้ที่นี่ แต่เธอลืมไปหรือเปล่าถ้าฉันชอบแค่ความสวยจริงๆมีลูกหลานมหาเศรษฐี ที่เพียบพร้อมทั้งการศึกษา รูปร่างหน้าตา มาเสนอตัวให้ฉันถึงที่ฉันยังเลือกปฏิเสธเลย เพราะว่าอะไรรู้ไหม...ก็ฉันมีเธออยู่แล้วนี่ไงแค่รอให้โตสักหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว" มือหนาบีบจมูกเล็กเบาอย่างหมั่นเคี้ยว ฟ้าลันดายิ้มแก้มปริรู้สึกว่าหัวใจพองโตจิตใจล่องลอบเหมือนตัวเองฝืนไป ทั้งที่ก่อนหน้านอนน้องให้เสียใจมาหลายคืนทั้งเรื่องไปรายงานตัวด้วย แต่คิดตามประโยคสุดท้ายของเขาอีกครั้ง นี่เขาเป็นเธอเป็นแม่วัวไว้ทำพันธ์ุ "ก็...พี่ริรินทั้งสวยทั้งทำงานเก่ง แถมยังดูดีทุกระเบียบนิ้ว...แล้วคุณเวหายังหายตัวไปเลย ลันก็คิดว่าเธอคงเป็นแฟนของคุณเวหา... แต่เอ๊ะนี่คุณเวหาเห็นว่าลันดาเป็นแม่วัวเอาไว้ทำพันธ์ุเหรอคะ" เวหาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เมื่อเห็นร่างเล็กดิ้น พร้อมใช้ทั้งแขนขาเตะต่อยเขาเพราะให้หลุดจากอ้อมกอดเขา "เลี้ยงให้ดีๆสักหน่อยอีกสัก 3-4 ปีก็มีลูกได้แล้ว" ฟ้าลันดาดิ้นจนเหนื่อยหายใจหอบถี่ก็ไม่หลุดจากปลอกแขนที่รัดเธอแน่นเหมือนปลอกเหล็กนี้ เขาพูดจริงอีกสักตอนเธอฝึกงานปีสุดท้าย ถ้ามีเด็กตัวเล็กๆสักสองคนฝาแฝดที่หน้าเหมือนเขาก็ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็อยากจะให้เหมือนแม่ คงจะน่ารักช่างพูดเหมือนตอนฟ้าลันดาเป็นเด็กแน่ &&&&&& เอาตอนแรกมาฝากแล้วนะคะ ฝากเอ็นดูยัยหนูลันดาด้วยนะคะ ต้นฉบับจะเสร็จพรุ่งนี้นะคะที่ส่งร้านพิสูจน์อักษร ถ้ามาแล้วเขาจะลงให้ใหม่นะคะ“รอก่อน อาบน้ำ 30 นาที” ชายหนุ่มตะโกนออกไปบอกด้วยความหัวเสียที่ทำอะไรไม่ได้ อยากไปลากยัยเด็กตัวแสบที่กล้าหลอกฟันเขา เพื่อหาประสบการณ์แล้วหนีไปตอนนี้เต็มทนอย่าให้เจอหนะ จะจับมามัดกับเตียงแล้วจะนอนเอาทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว“ไม่เกิน 15 นาทีครับคุณวาคิน เพราะตอนนี้ก็สายมากแล้ว จะเริ่มประชุม 09.30 นาที ต้องไปถึงห้องประชุมก่อน 30 นาทีเพื่อตัวอย่างที่ดีครับ” อเล็กซ์ร่ายยาวถึงเหตุและผลที่จะเกิดขึ้น“เออ!!... ไม่ต้องอาบแม่งแล้วน้ำ ไปทั้งชุดนี้เลยไหม” วาคินเดินไปเปิดประตูให้อเล็กซ์เข้ามา“ไม่ได้ครับ คุณวาคินต้องอาบน้ำ ทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ แถมกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงยังแรงขนาดนี้อีก จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้ยังไงครับ” ด้วยความอยู่กับความเนี้ยบของเวหามาจนเคยชิน พอเจอความไม่สุภาพเรียบร้อยของแฝดน้องเข้า ทำให้อเล็กซ์ต้องถอนหายใจออกมา“15 นาทีก็ 15 นาทีสิวะ นึกว่ามีพี่ชายแม่ง 2 คน” วาคินยื่นหน้าไปใกล้อเล็กซ์แล้วยกมือขึ้นตบไหล่คนของพี่ชายอย่างแรง“เมื่อคืนคงจะหนักใช่ไหมครับ รอยเล็บอยู่บนหน้าขนาดนั้น คุณวาคินควรจะรู้นะครับว่าภาพลักษณ์มันสำคัญขนาดไหน ที่ผมพูดเพราะว่าตอนนี้อนาคินทร์กำลังถูจ้องมองอยู่” อเ
ชายหนุ่มจับร่างเล็กที่หลับสนิทไปแล้วให้นอนท่าที่สบาย ใบหน้าเล็กแดงเถือกเหมือนลูกมะเขือเทศสุก ปากเล็กอวบอิ่มสีชมพู คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมเหมือนกำลังฝันร้าย สักพักร่างเล็กก็พลิกตัวไปอีกฝั่งของเตียง พร้อมครางในลำคอเบาออกมาเสียงเบาๆ“อย่าถีบผ้าห่มออก” เวหาเอ่ยเสียงดุคนเมาเบาพอเห็นร่างเย้ายวนพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ กระตุ้นอารมณ์ก็ทำให้ความสามารถในการควบคุมตัวเองที่มีน้อยอยู่แล้วหมดสิ้นลง“อืม.. อืม” เสียงเล็กครางเสียงเบาหวิวฟ้าลันดายังคงดิ้นและพลิกตัวไปมาไม่หยุด จนเวหาต้องโน้มตัวลงนอนด้านข้าง กระดุมที่หลุดออกมา 4 เม็ดบน ทำให้แผงอกหนาแน่นที่มีขนอ่อนโผล่พ้นออกมามือหนาลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลม ก่อนที่จะตบเบาๆที่บั้นท้ายกลมกลึงให้ร่างเล็กหยุดดิ้นไม่นานมาริรินก็ขึ้นมาพร้อมสิ่งที่เจ้านายต้องการ ทว่าสิ่งที่ เพิ่มเข้ามาเป็นชุดกระโปรงสั้นสีครีม เวหามองถุงแล้วขมวดคิ้วเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการ“ชุดของน้องสาวรินเองค่ะ แกยังไม่ได้ใส่เผื่อน้องลันดาจะใส่พรุ่งนี้เช้า อีกอย่างชุดนั้นมันสั้นไปด้วยค่ะ” มาริรินรู้ว่าเจ้านายหนุ่มเป็นคนไม่เรื่องมากแต่การทำงานเกินคำสั่งเป็นสิ่งที่คนตรงหน้านั่นไม่
“ คิดไปเอง” เวหาพึมพำเสียงเบาเหมือนอยากจะบอกคนเมาที่หลับอยู่ กลายเป็นว่าคืนนั้นเวหานอนกอดร่างเล็กบนเตียงทั้งคืนความนุ่มนิ่มกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคนในอ้อมกอดทำให้เวหาอยากทำกว่าแค่กอด เขาไม่ได้มีความอดทนสูงนี่เป็นอีกเหตุผลที่เวหาย้ายตัวเองไปทำงานที่ไกล ๆ ไม่ค่อยกลับบ้านเพราะกลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้กลางดึกเวหาที่พยายามข่มตาหลับอย่างยากลำบาก แต่ยัยตัวแสบกับปีนขึ้นมานอนบนตัวเขา ใบหน้าที่ซบลงที่อก อกอวบนุ่มนิ่มที่ขนาดพอดีมือบดเบียดเข้ามาที่อกเขา ทำเอาคนตัวโตหายใจอย่างอยากลำบากขาเรียวยาวข้างหนึ่งยกขึ้นมาพาดที่เอวสอบ พาดเฉย ๆ ก็ยากลำบากพอแล้ว แต่เธอกลับขยับเหมือนหามุมที่ตัวเองสบายตัว มือเรียวยังล้วงเข้าไปในตัวเสื้อเขา เพื่อจะกอดรัดหมอนข้างที่แสนอบอุ่นนี้ส่วนที่มันไม่ยอมหลับใหลกลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทั้งที่เขาพยายามข่มอารมณ์แล้ว ตอนนี้ที่มันตื่นเพราะการลูบคลำของมือเล็กและขาเรียวขยับเสียดสีไม่หยุดเวหาดึงมือเล็กที่สอดเข้าไปในเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดรู้ออก เพราะกลัวตัวเองสติหลุด แค่อยากนอนกอดถ้าเขารู้ว่าเรื่องมันจะออกมาแบบนี้ เขาจะไม่พาตัวเองมารนหาที่แน่นอน“ อื้อ… อื้อ... ไม่เอา” ฟ้าลันดา
ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาบนเตียงเป็นการอุ่นเครื่อง ถึงจะมีบางจังหวะที่วาคินรู้สึกแปลกในท่าทางของหญิงสาว ถึงเธอจะจูบเก่งในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีความไร้เดียงสาซ่อนอยู่ในนั้น เหมือนเธอยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลยณิราทรมานและอยากหลุดพ้นจากความรู้สึกนี้ที่คนตรงทำให้ เขารู้ดี แต่มันยังไม่มากพอ ขาทั้งสองข้างจึงยกขึ้นและอ้าออกกว้าง เพื่อที่จะสัมผัสตัวตนของคนที่อยู่บนร่างเธอให้ได้มากที่สุด มือเล็กแกะกระดุมเสื้อคนตรงด้วยมืออันสั่นเทา แต่มันก็ยังไม่ทันใจเธอ ร่างบางจึงกระชากมันออกด้วยความหัวร้อนไม่ว่าจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาหรืออะไร แต่ตอนนี้ร่างกายของวาคินตื่นตัวเต็มที่ เหมือนถูกวางยาไปกับคนใต้ร่างด้วยอาการเงอะงะที่แสดงออกแต่ก็ยังมีความต้องการ เรียกเลือดในกายเขาได้อย่างดี ขาเรียวยาว ผิวขาวเนียน ผมซอยสั้นระต้นคอ ใบแดงปลั่ง ดวงตาคลอด้วยน้ำตาจากฤทธิ์ของตัวยาวาคินรู้ถึงขนาดว่าณิราโดนยาตัวไหน เป็นยาที่แรงเอาเรื่อง รอให้จบเรื่องนี้ก่อนรับรองว่าเขาจะไปจัดการเพื่อนคนนั้นของเธอแน่ มือเล็กปล้ำถอดกางเกงของเขาอย่างอารมณ์เสีย จนวาคินต้องช่วยเธอปลดเข็มขัดหนังสีดำ ก่อนกางเกงสีดำตัวโปรดจะหลุดจากเอวสอบไป“ให
เวหาต้องใช้ปลายนิ้วช่วยนวดระหว่างคิ้วให้เธอพลางจ้องใบหน้าสวยที่หลับสนิทอย่างคิดถึง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป ร่างหนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาว แต่เรียวแขนขาวทั้งสองข้างกลับยกขึ้นมากอดแขนเขาไว้พร้อมเอ่ยขอร้อง“อย่าไปนะ... อย่า... อยู่กับลันดา... หนูจะไม่ดื้อ อื้อ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นยังดังเป็นระยะขายาวถึงกับก้าวไม่ออก เขาสัมผัสถึงความรู้สึกของหัวใจดวงน้อย คงจะบอบช้ำแสนสาหัส ทั้งที่ยังไม่หันหน้ากลับไปมอง เวหาจึงต้องนั่งลงตามเดิมเพราะมือเล็กกำชายเสื้อเขาแน่นไม่ยอมปล่อย“ไม่ได้ไปไหน” เจ้าของห้องกล่าวเสียงเบาตอบคนเมาเหมือนเธอยังมีสติอยู่ ทั้งที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเธอจะจำอะไรได้หรือไม่ก็ตามที“ลันดาคิดถึงคุณเวหานะ... อย่าทิ้งหนูไป”คำว่าอย่าทิ้งหนูไป พร้อมคำบอกรักและคิดถึงที่เขาได้ยินครั้งสุดท้ายตอนเธอประมาณ 7-8 ขวบหลังจากนั้นร่างเล็กก็ไม่พูดมันอีกเลย ยิ่งคำบอกรักชายหนุ่มยิ่งไม่ต้องหวัง สันกรามขบแน่นนูนขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหันกลับไปจ้องใบหน้าหวานอีกครั้ง คำว่าอย่าทิ้งหนูไปมันดังก้องในหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเ
ณ เพนท์เฮาส์ใจกลางเมืองหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เจ้าของโครงการเลือกที่จะเก็บไว้เองทั้งชั้น โดยมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ 360 องศา วิวที่สวยงามและสงบจนน่าใจหายที่อยู่บนชั้นสูงสุด ดีไซน์ที่เจ้าตัวเป็นคนออกแบบเองด้วยความชอบส่วนตัวเนื่องด้วยอยู่ชั้นบนสุดวิวที่มองเห็นผ่านกระจกจึงคุ้มค่ากับราคาที่เขาจ่าย ท้องฟ้าสีเข้มยามกลางคืนสามารถเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ด้านล่างก็ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟหลากสีสันเพนท์เฮาส์ถูกออกแบบให้เหมือนบ้านที่มี 2 ชั้น โดยชั้นบนมี 2 ห้องนอน 1 ห้องทำงาน ชั้นล่างมีอีก 1 ห้องอเนกประสงค์ ส่วนห้องมุมสุดด้านนอกติดกับลิฟต์เขายกให้เป็นห้องพักของอเล็กซ์ในตอนนี้ภายในถูกดีไซน์เป็นโทนสีเข้มตามความชอบของเขาเอง ห้องนอนที่เป็นห้องสำหรับพักผ่อน ในความรู้สึกเขายิ่งออกโทนเข้มยิ่งทำให้ร่างกายสามารถผ่อนคลายได้เต็มที่ ส่วนอีกห้องเป็นห้องทำงานที่วันไหนไม่สามารถปลีกตัวกลับบ้านได้ เวหาก็จะมาพักที่นี่ส่วนห้องสุดท้าย ตอนนี้เจ้าของกำลังหลับสนิทเพราะความเมาอยู่ในอ้อมแขนเขา ด้วยความที่ตัวเขาเองไม่มีความละเอียดอ่อนเลยไม่กล้าออกแบบตกแต่งให้ จึงให้สถาปนิกที่ออกแบบอนาคินทร์พูลวิลล่ามาดูแทนโดย
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






