เข้าสู่ระบบประโยคสั้นๆ กลับทำให้จันทร์ทิพย์ตัวแข็งทื่อดวงตาที่ปรอยปรือในตอนแรกตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกกระสันที่แล่นริ้วเข้ามาในร่างกาย นึกถึงช่วงเวลาที่ร่วมรักแบบมีน้องสาวอยู่ด้วยนัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างสั่นระริก เหลือบหันไปมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง เรียวปากขบเม้มแน่นสะกดกลั้นความรู้สึกจันทร์ทิพย์ไม่ได้แค่กลัวว่าจะมีอะไรต่อหน้าน้องสาว
“เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดนาที...” ภีรเดชหัวเราะร่วนอย่างบ้าคลั่ง ยกหน้าจอมือถือที่กำลังนับเวลาถอยหลังขึ้นมาโบกตรงหน้าแทนคณิน “ถ้ามึงไม่คุกเข่าขอโทษกู แล้วยอมถอนตัวจากโครงการท่าเรือ ไฟล์พวกนี้ได้ร่อนไปทักทายเมียมึงกับบอร์ดบริหารเฉินคอร์ปอเรชันแน่!”แทนคณินยืนนิ่งขึง ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงดุดันจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ชายหนุ่มกำหมัดซ้ายแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ความเงียบงันภายในห้องสูทหรูเย็นยะเยือกทันที แทนคณินมองไปยังหน้าจอ
แสงแดดอ่อนยามสายสาดส่องกระทบโต๊ะอาหารหินอ่อนภายในเพนต์เฮาส์ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงกระทบของช้อนส้อม ทว่ากลิ่นอายความตึงเครียดกลับแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วพินระตานั่งตัวตรงในชุดสูททำงานสีกรมท่าเรียบหรู ใบหน้าสวยเฉียบแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อกลบรอยเหนื่อยล้า นัยน์ตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ฝั่งตรงข้ามด้วยความเย็นชา มือเรียวกำส้อมแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดเธอตั้งใจจะเก็บกระเป๋าออกจากเพนต์เฮาส์บ้าๆ นี่ตั้งแต่ฟ้าสาง แต่ติดตรงที่คีย์การ์ดห้องสูทของภีรเดชยังคงตกอยู่ในกระเป๋าเสื้อของแทนคณิน!และใช่เจ้านายไม่รู้กินยาตัวไหนมาถึงได้หวงคีย์การ์ดอันนั้นยิ่งกว่าจงอางหวงไข่แทนคณินนั่งจิบกาแฟดำอย่างไม่สะทกสะท้าน ฝ่ามือขวาที่พันผ้าก๊อซวางนิ่งอยู่บนหน้าตัก ชายหนุ่มส่งสายตาดุดันปรามเธอเป็นระยะ ราวกับจะตอกย้ำว่าตราบใดที่เขายังไม่อนุญาต เธอก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวขาออกไปไหนทั้งสิ้น“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมคะคุณพิน เห็นพี่แทนบอกว่าคุณกลับไปพักผ่อนตั
เสียงสแกนประตูดังลั่นเสมือนเสียงระเบิดเวลาที่นับถอยหลังจนแตะเลขศูนย์แทนคณินสบถในลำคอด้วยความตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ชายหนุ่มอาศัยสัญชาตญาณอันเฉียบไวผละตัวออกจากร่างระหง รูดซิปกางเกงสแล็กขึ้นอย่างรวดเร็ว สองมือหนายกร่างบอบบางของพินระตาลงจากเคาน์เตอร์หินอ่อน แล้วออกแรงดันหล่อนให้มุดหลบเข้าไปใต้ช่องว่างทรงโค้งของไอส์แลนด์ครัวอย่างเงียบเชียบที่สุด
“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น จันทร์ทิพย์ไม่ใช่คนใจแคบที่แยกงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก”น้ำเสียงทุ้มต่ำห้วนสั้นราวกับเสียงคำรามในลำคอ แทนคณินไม่เปิดโอกาสให้พินระตาได้ขยับหนี มือหนาข้างซ้ายที่ไร้บาดแผลกระชากต้นแขนเรียวเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ดันร่างระหงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังห้องโถงอย่างจัง ชายหนุ่มทาบทับร่างสูงใหญ่เข้าบดเบียด กักขังเธอไว้ใต้เงาของเขาอย่างไร้ทางหนีไอความร้อนจากร่างกายกำยำเสียดสีผ่านเนื้อผ้าไหมพรมบางเบา ท่อนล่างที่ดุนดันตรงหน้าตักบ่งบอกถึงเพลิงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกจุดติด ทว่าแทนที่จะจุมพิตลงโทษ ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขากลับเลิกชายกระโปรงเดรสตัวสวยขึ้น สอดแทรกผ่านปราการผืนบางเข้าไปสัมผัสใจกลางร่องหลืบอุ่นชื้นในทันทีปลายนิ้วแกร่งกดเน้น กวาดสำรวจความเปียกชื้นและซอกซอนสืบเสาะหาร่องรอยบางอย่างอย่างไม่ปรานี“อึก...” พินระตาสะดุ้งเฮือก กัดฟันแน่นจนเจ็บแก้มเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านจากกระแสความวาบหวามที่แล่นริ้วขึ้นสู่สมองอย่างเฉียบพลัน เธอเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตากลมโตฉ่ำปรือจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทที่ไร้คลื่นอารมณ์ของเขาอย่างท้าทายแทนคณินยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นเมื่
พินระตาหมุนคีย์การ์ดห้องสูทหรูในมือเล่นช้าๆ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคยใช้ตกเหยื่อมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นชาและแววตานิ่งสนิทเธอเดินเลี่ยงออกมาทางบันไดหนีไฟ ไม่คิดจะกลับเข้าไปในห้องอาหารรับรอง และไม่คิดจะตามไปโรงพยาบาลเพื่อทำหน้าที่เลขาผู้แสนภักดีให้ใครเห็น ในเมื่อภรรยาเขาออกปากกันท่าขนาดนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปเสนอหน้าเป็นเบี้ยล่างร่างระหงในชุดราตรีเกาะอกสีดำโบกแท็กซี่คันหรู มุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรมห้าดาวอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปคนละฟากเมือง เธอใช้บัตรเครดิตส่วนตัวเปิดห้องสวีตราคาแพง สั่งแชมเปญชั้นดีขึ้นมาจิบ แช่น้ำอุ่นในอ่างจากุซซี่ชำระล้างกลิ่นอายควันบุหรี่ของภีรเดช และลบสัมผัสป่าเถื่อนที่แทนคณินฝากไว้บนผิวเนื้อตั้งแต่ช่วงบ่าย แม้ไร้ร่องรอยแต่ก็ยังมีความรู้สึกเด่นชัดปรากฎอยู่ร่างกายที่กรำศึกหนักริมกระจกประท้วงด้วยความอ่อนล้า ทันทีที่ทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่ม พินรตาก็กดปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ โยนมันทิ้งไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างไม่แยแสใครทั้งสิ้นตัดภาพกลับมาที่เพนต์เฮาส์หรูใจกลางปักกิ่ง...บรรยากาศภายในห้องนอนใหญ่เย็นเยียบและเงีย







