Partager

4.ไม่อยากทนแล้ว

last update Date de publication: 2025-11-02 16:32:14

“....”

แววตาของณิรินมันเต็มไปด้วยความฉงน เมื่อเธอได้ยินเสียงล็อคประตูห้อง..

จริงอยู่ที่ว่านี่เธอเคยเข้ามาในห้องนี้ เพราะอย่างนั้นเธอจึงล่วงรู้เป็นอย่างดีว่าห้องนี้มันมีความพิเศษมากกว่าทุกห้องในบ้านหลังนี้ นั่นก็คือประตูห้องนี้หากจะเข้าจะออกจะต้องใช้นิ้วมือของท่านประธานในการสแกนเพื่อที่จะเปิดประตู และหากว่าไม่มีนิ้วมือของท่านประธานก็จะต้องมีคีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าของเธอ

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ทั้งโทรศัพท์ คีการ์ด หรือว่ากระเป๋าของเธอนั้นมันดันอยู่ในรถเนี่ยนะสิ เธอคิดว่าตัวเองคงเข้ามาไม่นาน ด้วยเหตุนั้นจึงทิ้งของสำคัญเอาไว้ในรถ..

ณิรินพยายามหายใจเข้าออกลึกๆ คงไม่ใช่แบบนั้นหรอก ท่านประธานของเธอจะมาทำเรื่องอะไรที่มันล่อแหลมเช่นนั้นได้อย่างไรกัน เราไมได้อยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวหรือว่าพึ่งรู้จักกันแค่วันสองวันสักหน่อย ไม่มีทางที่ท่านจะทำอะไรแบบนั้นกับเธออยู่แล้ว อย่าหลงตัวเองสิณิริน

“ในเมื่อฉันส่งท่านเรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะท่าน”

ธีรักษ์นอนอยู่บนเตียงในท่วงท่าที่แสนสบาย ที่มุมปากของเขามีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏอยู่

“อืม..ขับรถกลับดีๆ นะณิริน”

เธอขับรถดีมาตลอดอยู่แล้ว แต่ก่อนที่เธอจะได้ขับรถกลับบ้านดีๆ เธอต้องออกไปจากห้องนี้ให้ได้ก่อน

“คะ..คือว่าประตูห้องมันล็อค พอดีว่าการ์ดของณิรินอยู่ในกระเป๋า ท่านช่วยเปิดประตูให้ณิรินหน่อยได้ไหมคะ”

ณิรินมั่นใจว่าเธอมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของเขา เธอมั่นใจว่าเขากำลังยิ้มอยู่แน่ๆ ..แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงพยายามให้กำลังใจตัวเอง ว่ามันจะไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

ท่านประธานไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น และเขาคงไม่คิดจะทำอะไรกับเธอเกินเลยมากไปกว่านี้หรอก

“ณิริน..ผมคิดว่าคืนนี้ผมไม่อยากอยู่คนเดียว”

เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งบนเตียง สายตาที่มองมามันแปลกและแตกต่างไปจากทุกครั้ง เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ราวกับว่าเธอคือสิ่งเดียวที่เขาต้องการในขณะนี้ สายตานั้นกวาดผ่านร่างกายของเธออย่างช้าๆ ทำให้ณิรินรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกกลืนกินด้วยความปรารถนา

เธอเดินถอยหลังจนแผ่นหลังแนบชิดลงไปที่ประตู หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเลยด้วยซ้ำในช่วงเวลาที่เขายกมือขึ้นมาเสยผมที่ถูกเซ็ตจัดทรงเอาไว้เป็นอย่างดี จนมันยุ่งเหยิงไปหมด

“ผมรู้สึกเหมือนกับว่าหากคืนนี้อยู่คนเดียว..ผมจะผ่านค่ำคืนที่มืดมิดนี้ไปไม่ได้อย่างแน่นอน”

แล้วเขามั่นใจได้ยังไงว่าหากเธออยู่ด้วย เขาจะผ่านมันไปได้น่ะ ณิรินไม่ได้มองโลกในแง่ดีแต่ทว่าเธอมองโลกในความเป็นจริง

เพียงแต่เพราะเราอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอและเขามันจะเป็นความสัมพันธ์ในแบบเจ้านายและลูกน้องเพียงเท่านั้น แต่ณิรินก็รู้สึกว่าท่านประธานไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่นัก เขามีเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆ น้อยมาก ส่วนเรื่องแฟนหรือว่าคนรัก..เขาไม่น่าจะเคยมี และเหตุผลที่เขาไม่มีทั้งเพื่อนและแฟนมันคงเป็นเหตุผลเดียวกับเธออย่างแน่นอน นั่นก็คือเขา..บ้างานมากเกินไป

เช่นนั้นแล้ว ในช่วงเวลาที่เขาทุกข์ใจหรือว่าพบเจอเรื่องแย่ๆ เขาจะไประบายเรื่องราวเหล่านั้นให้ใครฟังกันล่ะ นั่นคือคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจของณิริน

ตัวเธอนั้นยังโชคดีที่ยังมีพะพาย แต่กับท่านประธานแล้ว โลกที่เขายืนอยู่นั้น เขาไม่สามารถอ่อนแอได้เลย..

เพราะฉะนั้นเธอก็แค่รับฟังเขาเท่านั้นในวันนี้ แค่ฟังในสิ่งที่กำลังอัดแน่นในใจของเขาก็เท่านั้นเอง ณิรินไม่ชอบตัวเองเท่าไหร่นักที่เธอใจอ่อนมากเกินไป แต่ท่านประธานก็น่าสงสารมากจริงๆ

“หากว่าท่านต้องการใครสักคนที่จะรับฟังท่าน ณิรินก็ยินดีค่ะ แต่ในห้องนี้คงแคบไปหน่อยสำหรับการพูดคุยเรื่องของท่าน เช่นนั้นเราออกไปนั่งข้างนอก แล้วดื่มไปคุยไปดีไหมคะ ฉันจำได้ว่าในตู้เก็บไวน์ของท่านมีไวน์ที่ท่านพึ่งได้มาใหม่อยู่..เราลองไปดื่มด้วยกันดีไหมคะ”

ธีรักษ์ถึงกับพูดไม่ออก บอกตามตรงเรื่องการต้องการคนรับฟังหรือว่าอะไรนั่นมันเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เขาแค่ต้องการให้ณิรินอยู่ที่นี่กับเขาในคืนนี้ แต่เธอกลับมองเขาด้วยแววตาแสนอ่อนโยน..เป็นแววตาที่ไม่ค่อยมีใครมองเขาด้วยแววตาเช่นนั้นเลย

“เอาแบบนั้นก็ได้..ไปนั่งคุยกันเถอะ”

.

.

ในยามนี้นอกจากเราสองคนที่กำลังนั่งอยู่ด้วยกันแล้วก็ยังมีแก้วไวน์อีกสองใบที่ด้านในนั้นมีไวน์ราคาแพงที่เธอก็ไม่ได้มีความรู้นักว่ามันถูกบ่มมาในปีอะไร แต่เพราะคนที่ให้คือเจ้าของบริษัทส่งออกอะไหล่เครื่องยนต์ ด้วยเหตุนั้นไวน์ขวดนี้คงมีราคาที่แพงใช่ย่อยเลยทีเดียว

ณิรินเลือกที่จะยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม เธอเองก็ต้องการความกล้ามากๆ เหมือนกัน เพื่อที่เธอจะพูดคุยกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านมีเรื่องอะไรจะพูดคุยกับฉันอย่างนั้นเหรอคะ..แน่นอนว่าท่านบอกกล่าวออกมาได้ทุกเรื่องเลยนะคะ จะเกี่ยวหรือว่าไม่เกี่ยวกับงานก็ได้ทั้งนั้น ฉันจะรับฟังท่านเองค่ะ”

ธีรักษ์ยกมือขึ้นมาเท้าคางพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย เขากำลังจ้องมองใบหน้าที่ขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของไวน์ที่ณิรินพึ่งจะดื่มไป

“ผมก็แค่เหนื่อยกับงาน..และเหนื่อยกับทุกสิ่งที่กำลังอดทนอยู่”

เรื่องเหนื่อยกับงานณิรินมั่นใจว่าเธอสามารถให้คำปรึกษาเขาได้นะ

“แบบนั้นท่านพักหน่อยดีไหมคะ เรื่องงานของบริษัทเรานั้นไม่มีตรงไหนเลยที่มีปัญหา กับโปรเจคใหม่ท่านก็ทำเรียบร้อยแล้ว หากว่าณิรินเดาไม่ผิด ท่านจะมีเวลาว่างประมาณเจ็ดถึงสิบวันก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่ ไปเที่ยวดีไหมคะ..ไปพักผ่อนให้ความเหนื่อยล้ามันจากงานมันหายไป ส่วนเรื่องที่ท่านกำลังอดทนอยู่..มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ค่ะ หากว่าท่านได้พักสักหน่อย”

เธอไม่รู้เลยอย่างนั้นหรือว่าเขากำลังอดทนเรื่องของเธออยู่น่ะ

“แล้วหากว่าผมไม่อยากอดทนแล้วล่ะ”

ณิรินยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มอีกแก้ว เธอพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาก่อนจะจ้องมองใบหน้าของเขา

“ก็ไม่ต้องทนสิคะ จะไปยากอะไร”

ธีรักษ์หลุดเสียงหัวเราะออกมาในทันที เขายื่นมือมาลูบที่แก้มของณิรินเบาๆ

“ที่แนะนำให้ผมไปเที่ยวเพราะคุณอยากไปเที่ยวงั้นเหรอ?”

เธอเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

“เรื่องนั้นก็อยากไปอยู่..แต่สำหรับณิรินแล้วเรื่องเงินมันสำคัญมากกว่า..เอาไว้ณิรินมีเงินเก็บที่มากพอแล้วค่อยไปเที่ยวก็ยังไม่สาย ท่านประธานไปพักผ่อนเถอะนะคะ ส่วนเรื่องงานให้ณิรินจัดการเอง”

เธอรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดในสายตาของเขา มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่พร้อมจะกลืนกินเธอ

“แบบนั้นก็ไปด้วยกันสิ..ไปเที่ยวด้วยกัน ที่ผ่านมาเราสองคนก็ทำงานหนักมากจริงๆ นั่นแหละ เพราะงั้นคงไม่ผิดหรอกหากว่าเราจะไปเที่ยวด้วยกันน่ะ”

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   15.ขอร้อง

    หากจะนับกันจริงๆ เขาไม่ได้รู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะมุมมองที่เขาเห็น นั้นมันเป็นมุมมองของเจ้านายที่มองดูลูกน้อง และเธอที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา แถมยังไม่เคยทำสีหน้าไม่พอใจเลยสักครั้งไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาแบบไหนเธอก็ยังคงยิ้มราวกับว่าตัวเองไม่เป็นไร แต่ทว่าที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะเธอคือเลขาของเขายังไงล่ะ และเขาคือเจ้านายของเธอ..ณิรินไม่สามารถทำตัวเป็นเลขาผู้สมบูรณ์แบบของเขาไปได้ตลอดหรอก หากว่าเราอยู่ด้วยกันขึ้นมาจริงๆ แล้วเธอแสดงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองออกไป เขาจะรับได้อย่างงั้นเหรอ?“แบบนั้นก็ลองดูสิ ผมเองก็มั่นใจไม่แพ้กันว่าคุณเองก็ยังไม่รู้จักผมดีพออย่างแน่นอน เราต่างมองกันและทำความรู้จักกันในนิสัยที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา เพราะอย่างนั้นก็มาลองดูสิ มาลองทำความรู้จักกันดู แล้วหากว่าเราไปด้วยกันไม่ได้จริง..เราค่อยมาคุยเรื่องลูกกันอีกทีก็ได้”เขากำลังร้องขอสิ่งที่เรียกว่าโอกาส และณิรินเกลียดตัวเองมากเหลือเกินที่ตัวเธอเป็นพวกคนใจอ่อนน่ะหากจะมองในมุมของเขานั้น ตัวของท่านประธานเองก็ไม่ได้ผิดตรงไหนเลย ตรงกันข้ามเขาแสดงตัวและมีท่าทีที่ชัดเจนในการพยายามอย่างยิ่งที่จะรับผิดชอบเธอ“ได้โปรดนะณิริน คุณจะไม

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   14.จะรักกันได้อย่างไร

    เป็นเขาที่คิดน้อยมากเกินไป เพราะเราเดินเคียงข้างกันมานานในฐานะของเจ้านายและลูกน้อง เพราะอย่างนั้นสายตาของผู้คนเวลาที่มองมาที่เธอก็จะเกิดภาพจำว่าเธอคือเลขาของเขา..ด้วยเหตุนั้นธีร์จึงเปลี่ยนไปทานมื้อเช้าในร้านอาหารที่เราไม่เคยมาด้วยกัน“ร้านนี้ก็น่ากินเหมือนกันนะ จากนี้ไปเราลองเปลี่ยนบรรยากาศไปร้านใหม่ๆ กันบ้างดีกว่านะณิริน”เธอมองหน้าเขา ก่อนจะมองอาหารมากมายที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ วันนี้ท่านประธานแตกต่างไปจากทุกวันจริงๆ นั่นแหละ หรือว่าเขามีเรื่องอะไรที่จะพูดคุยกับเธอรึเปล่า“ค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านประธานมีอะไรอยากจะพูดกับณิรินไหมคะ”เธอมีเรื่องให้คิดมากพออยู่แล้ว มีเรื่องมากมายให้ต้องใช้ความคิดไตร่ตรองให้ดีเพราะอย่างนั้นเธอไม่มีเวลาที่จะมาคาดเดาความคิดของเขาอีกหรอกธีร์วางช้อนเอาไว้ในจาน เขาประสานนิ้วมือเข้าหากันราวกับว่าเขากำลังเข้าโหมดจริงจัง“แล้วณิรินไม่คิดว่าเรามีเรื่องจะต้องคุยกันงั้นเหรอ?”เธอกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา“ไม่นี่คะ หากเป็นเรื่องงานณิรินมั่นใจว่าณิรินทำงานได้อย่างดีและไม่มีผิดพลาดอย่างแน่นอน ไม่มีเรื่องอะไรที่ท่านจะต้องมาตำหนิณิรินหรอกค่ะ”ธีร์พ่นลมหายใจอ

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   13.อยากคุย

    ในมือของณิรินยังคงถือที่ตรวจครรภ์เอาไว้ เธอหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะเริ่มจัดระเบียบความคิดของตัวเองข้อแรกวันนี้เธอหยุดและณิรินจัดการปิดโหมดการบินเอาไว้แล้ว เธอไม่ต้องการรับข่าวสารใดๆ ในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือว่าเรื่องอะไรก็ตามทีและข้อสองเธอน่าจะต้องเตรียมตัวในเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่กำลังจะเกิดมาณิรินล้มตัวนอนลงบนเตียง เธอหลับตาลงช้าๆ แน่นอนว่านี่มันคือเรื่องที่หนักหนาแต่นี่ช่างน่าแปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกกลัวกับการเผชิญหน้ากับความจริงเลยฝ่ามือเล็กๆ ของณิรินกำลังลูบลงไปเบาๆ บนหน้าท้องที่แบนราบของตัวเอง..หากเป็นเรื่องเงินเธอไม่ได้ติดขัดอะไรเลย ที่ผ่านมาเธอทำงานแบบไม่มีเวลาให้ได้ใช้เงิน ด้วยเหตุนั้นเงินเก็บในธนาคารที่ณิรินมีมันเพียงพอที่จะใช้เลี้ยงดูเธอและลูกไปอีกนานหลายปี เพราะอย่างนั้นสิ่งที่เธอต้องคิดในตอนนี้คือ..เธอควรวางแผนที่จะใช้ชีวิตระยะยาวของตัวเองและเธอคงไม่อาจทำงานในตำแหน่งที่กำลังยืนอยู่ได้อีกต่อไป..มันคงน่าอึดอัดพิลึก หากเขารู้ว่าเธอท้องและเธอจะทำยังไงดีล่ะในช่วงเวลาที่เขาเอ่ยถามออกมาว่าเด็กในท้องคือลูกใครณิรินไม่ได้คาดหวังให้ท่านประธานมารับผิดชอบเพราะในวันนั้นเธอเองก็

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   12.ได้ยินไหม

    เมื่อเหลือเราสองคนที่อยู่ในห้องนี้ ณิรินหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาเพื่อสั่งอาหารให้เขา“..สั่งของคุณมาด้วยสิ วันนี้ผมไม่อยากกินข้าวคนเดียว”อันที่จริงไม่ใช่แค่วันนี้เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเขาก็ชอบให้เธอสั่งอาหารมาเผื่อตัวเธอด้วย ความใส่ใจที่แสนเล็กน้อยนี่แหละที่ณิรินมองว่ามันช่างแสนอันตรายมากเหลือเกิน..ที่ผ่านมาต่อให้เธอจะทำงานหนักมากแค่ไหน นอกจากค่าตอบแทนที่สุดแสนจะคุ้มค่าแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เธอได้รับจากเขามันคือความเอาใจใส่ที่ถึงแม้ว่ามันจะเล็กน้อย แต่เธอกลับได้มันมาอย่างสม่ำเสมอ“ค่ะ..หมอฉลามอนุญาตให้ท่านออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ”และนั่นคงเป็นข่าวดีที่สุดในรอบสองเดือนสำหรับธีรักษ์เลยก็ว่าได้ เพราะมันหมายความว่าเขาจะได้ออกไปจากที่นี่ กลับไปทำงานและได้มองเห็นณิรินในสายตาตลอดเวลาแล้วแผลผ่าตัดที่เคยปริแตกของเขามันหายดีไปจนหมดแล้ว..หากแม่ไม่สั่งให้เขาอยู่ที่โรงพยาบาลต่อ เขาคงจะไปจากที่นี่ตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว“นั่นเป็นข่าวที่ดีมากจริงๆ ในที่สุดผมก็จะได้ออกไปจากที่นี่สักที..”เขาพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาด้วยรอยยิ้ม ส่วนสายตาของธีร์รักนั้นกลับไม่ละไปจากใบหน้าของณิรินเลยแม้แต่น้อยและสิ่งที่มาขั

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   11.หนักหนา

    พะพายตามมาดูอาการของณิรินด้วยความเป็นห่วง“เราว่าแกไปหาหมอก่อนดีไหม หรือไม่ก็ไปที่ห้องพยาบาลก่อน..”เพราะพะพายรู้ว่างานของณิรินมันยุ่งมาก หากให้ณิรินไปหาหมอที่โรงพยาบาลคงเป็นไปไมได้อย่างแน่นอน คนบ้างานอย่างณิรินไม่มีทางจะยอมทิ้งงานเพื่อพาตัวเองไปหาหมอแน่ๆณิรินพยักหน้า เธอยอมเดินตามพะพายไปที่ห้องพยาบาลของบริษัท“ดูเหมือนว่าเพื่อนหนูจะพักผ่อนน้อยค่ะ มันกินข้าวไม่ได้และก็อาเจียนออกมาด้วย..”หมอที่ประจำเป็นที่ห้องพยาบาลส่งยิ้มให้กับพะพาย มันคือรอยยิ้มที่มากเกินคนรู้จักทั่วไปอย่างแน่นอน และนั่นทำให้ณิรินพอจะคาดเดาความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้บ้าง“เดี๋ยวเราไปทำงานก่อนนะ หากแกไม่ไหวก็โทรไปหาเราก็ได้ เดี๋ยวเราไปส่งแกกลับบ้านเอง”พะพายกล่าวออกมาพร้อมกับจับมือของณิรินเอาไว้“อืม ขอบใจแกมาก ไปทำงานเถอะ..”หมอประจำห้องพยาบาลยกมือขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อโบกมือลาพะพาย ก่อนที่เขาจะเบนสายตากลับมาหาณิรินที่กำลังนั่งอยู่“มีอาการอาเจียนมากี่วันแล้วครับ แล้วก็มีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยอีกไหม..ยกตัวอย่างเช่นการเวียนศีรษะหรือว่ารู้สึกอย่างอื่น”ณิรินเงียบไปพักหนึ่ง ช่วงนี้เธอพักผ่อนน้อยร่างกายก็เลยรวนไปหมด นั่นจ

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   10.เหลือจะเชื่อ

    “เท่าที่จำได้กูบอกว่าให้ณิรินไปส่ง แล้วมึงเสนอหน้ามาด้วยทำไมวะไอ้ธีร์”บรรยากาศในรถตอนนี้ดูเหมือนว่าจะร้อนระอุมากกว่าบรรยากาศในห้องทำงานเมื่อครู่อีก เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังพาคุณสิงหาไปที่รถ และเมื่อเธอกำลังจะเดินถึงรถ ท่านประธานก็ตรงเข้ามาหาเธอพร้อมกับเปิดประตูด้านหลังรถเพื่อยัดคุณสิงหาเข้าไปในนั้นแล้วเขาก็สั่งให้เธอขับรถ ส่วนตัวเองเดินเข้ามาเพื่อนั่งข้างคนขับ นี่มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่จนณิรินไม่รู้ว่าเธอจะรับมือกับความแปลกของท่านประธานอย่างไรดี“กูก็อยากไปหาหมอเหมือนกัน พอดีว่ากูไปต่อยหมามาก็เลยเจ็บมือ ทำไม..มีแต่มึงที่ไปหาหมอได้คนเดียวงั้นเหรอ”ตลอดทางทั้งสองคนก็จิกกัดกันไม่ยอมปล่อย จะว่ายังไงดีล่ะ ถึงแม้ว่าทั้งสองคน ทั้งท่านประธานและคุณสิงหาจะไม่ถูกกันแต่ทว่าในช่วงเวลาที่เขากำลังเถียงกัน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังมองเพื่อนกำลังทะเลาะกันมากกว่าแต่ณิรินไม่อยากจะพูดออกไปแบบนั้นหรอก เธอกลัวว่าท่านประธานจะไม่ชอบใจ ว่าแต่การที่เธอพยายามจะหนีท่านประธานออกมานั้นมันไม่ได้ผลอย่างนั้นสินะ เพราะต่อให้เธอพยายามหลบหนีเขามากแค่ไหน แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามตามติดเธอมากแค่นั้น..แต่ช่าง

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   6.บ่อยแค่ไหน nc

    ริมฝีปากของเธอขยับคล้ายจะเอ่ยคำ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งวาจา เขาก็ทาบทับริมฝีปากลงมาอีกครั้งแล้วเปลี่ยนแปลงความหนักเบาไปเรื่อยๆ กักเสียงอื้ออึงเอาไว้ในลำคอ ระดมจูบอย่างบ้าคลั่ง..เขายินยอมให้เธอผ่อนลมหายใจ แต่ทว่าไม่ยินยอมให้ผละจากปลายลิ้นนั้นสอดลึกคล้ายจะคว้านไล้ให้ทั่วทุกซอกมุม โรมรันเข้ามาดุจนักเดิน

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   5.เสียงในหัว

    เธอหลบสายตาของเขาไม่ได้เลย..ความร้อนแรงที่แฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้นทำให้ณิรินรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกสะกดเอาไว้ความฝันและความจริงมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เธอและเขายืนอยู่ข้างๆ กันก็จริงอยู่ แต่ทว่าหากได้ลองมองดูดีๆ ก็จะเห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างเราทั้งสองคนเขามักจะยืนอยู่ข้างหน้าของเธออยู่เส

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   3.ช่วยหน่อบสิ

    ใบหน้าหวานขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ เธอเบือนหน้าหนีไปในทันทีเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมา บอกตามตรงว่าณิรินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอควรจะรับมือกับเสียงหัวใจของตัวเองที่มันกำลังเต้นแรงแทบบ้านี้อย่างไรดีที่ข้างแก้มรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ในตำแหน่งที่ปลายจมูกของเขามันพึ่งจะสัมผัสลงไปเมื่อครู่“อา..ให้ตายสิ”และต้

  • พ่อของลูกฉัน ดันเป็นท่านประธานไปซะได้   2.เรื่องบ้าอะไรกัน

    “คนนี้ก็ไม่ถูกใจลูกอีกแล้วเหรอ?”คำถามนั้นเขาไม่ได้ตอบในทันที ธีรักษ์ยกยิ้มจางๆ ที่มุมปากก่อนที่เขาจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม“เรื่องแต่งงาน ผมคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา..”ท่านประธานใหญ่หรือว่าแม่ของเขาหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับว่าท่านกำลังขบขันกับคำตอบลูกชาย“นี่ธีร์ หากว่าลูกมีใครในใจก็บอกแม่มาเลยได้ไหม..เร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status