เข้าสู่ระบบ“คุณก็ดูลูกสิคะ มันน่าเขียนพินัยกรรมยกมรดกให้แมว!”
“คุณรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบไหน แต่อยากลองเสี่ยงก็ต้องยอมรับมันให้ได้ ไว้เราซื้อของติดมือไปให้หนูพิมนะ”
“คุณก็เป็นซะอย่างนี้ ให้ท้ายตลอดลูกถึงได้เอาแต่ใจ”
ศรันย์เบะปาก หมั่นไส้ในความมุ้งมิ้งไม่รู้จักแก่ของพวกท่าน
“อะไร ทำปากทำไม!”
“ทำอะไร ยังไม่ได้ทำปากเลยสักครั้ง แม่ใจร้าย ใส่ร้ายผมตามเคย”
เสียงสูง ไม่ยอมรับว่าตัวเองกลอกตาเบะปากใส่ตามที่ท่านถาม
“เอาแมวแม่คืนไป ผมง่วงนอน มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้” จับสองขาหน้ายกขึ้นข้ามฝั่งไปวางบนตักท่านที่สวมชุดพร้อมนอน
“เบาๆ สิ น้องเจ็บ! แกนี่มันไม่อ่อนโยน!”
แยกเขี้ยวใส่ลูกเก็บมาเลี้ยง ก่อนจะโอ๋ลูกชายที่แท้จริง ประชดหรอก หมั่นไส้ไอ้เจ้าแมวผียื่นมือไปตบหัวมันหนึ่งที ถูกคุณนายนฤมลพุ่งมือกลับมาตีแขนกลับอย่างเร็ว ใช่สิ! เขามันลูกเก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่ลูกที่แม่คลอดมาเหมือนไอ้ชิปโป!
“ดึกแล้ว ไว้ค่อยทะเลาะกันต่อพรุ่งนี้นะคุณ รัน ไปนอน” มือแนบสนิทไปกับต้นขาแต่แอบกระดิกนิ้วเปิดทางให้ลูกชาย ช่วยได้มากสุดเท่านี้ เกรงใจภรรยากลัวจะถูกงอนหาว่าเข้าข้างลูก
“เอ๊ะ คุณคะ เพิ่งสี่ทุ่มกว่าเองจะรีบไล่ลูกไปนอนทำไม อย่าเพิ่งไปเชียวนะ อยู่คุยกับแม่ก่อน แม่จะถามเรื่องน้องพิม แล้วก็อยากรู้ว่าทำไมถึงไปอังกฤษบ่อยนัก ไปทุกเดือน แกซ่อนอะไรไว้ที่นั่นฮะ!”
“ลูกไปทำงาน ตอนนี้โรงเรียนสร้างเสร็จแล้ว”
“มันเป็นหัวหน้าคนงานหรือไงคุณ ถึงต้องไปควบคุมการก่อสร้างทุกเดือน อังกฤษไม่ใช่เมืองนนท์นะใครเขาไปทุกเดือน”
“ก็จริงของคุณ รัน... อย่าโหมงานนักเลยนะลูก แม่เขาบ่นเพราะห่วง พ่อก็ห่วง ไม่ได้เห็นด้วยกับธุรกิจนี้แต่แรกอยู่แล้ว”
“โอเคครับ เห็นแก่คุณพ่อ ผมจะเดินทางให้น้อยลง”
“อะไรกัน ฉันพูดตั้งนานไม่ฟัง แต่พอพ่อพูดคำเดียวแกฟัง!”
“แม่บ่นเก่งนี่นา ผมเหนื่อย ขอไปนอนก่อนนะครับ”
“ไม่ได้ หมดเรื่องโรงเรียนยังเหลือเรื่องน้องพิม น้องบอกว่าแกทิ้งน้องไปหาผู้หญิงคนหนึ่งตอนอยู่สนามบิน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร! ชื่ออะไร ลูกเต้าเหล่าใคร แม่รู้จักหรือเปล่า บอกมาให้หมดเลยนะ!”
“อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย สงสัยสัญญาณโทรศัพท์หลุด”
“เอ๊ะ แล้วทำไมไม่ตอบคำถาม กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“อย่าเครียดน่าคุณ มีอะไรเดี๋ยวลูกก็เล่าให้เราฟังเอง”
คุณเขมราชแตะมือบนต้นแขนภรรยา กลัวจะโกรธลูกชายจนส่งผลให้ความดันโลหิตสูงซึ่งจะตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
“ไม่รอจนแก่ติดเตียงเหรอคะกว่าลูกจะยอมเล่าให้ฟัง ไม่รู้แหละ ต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร คุณไม่เอะใจบ้างเหรอที่ลูกวิ่งตาม ทั้งที่ลูกไม่เคยแคร์ผู้หญิงคนไหน แต่กับคนนี้ทำไมตารันถึงสนใจผิดปกติ”
“จริงของคุณ รันปฏิเสธทุกคนที่เราแนะนำให้รู้จัก”
“เพราะอย่างนี้เราถึงต้องตามสืบให้รู้ที่มาที่ไป”
“แล้วเราจะเริ่มต้นสืบยังไง ลูกเราปากแข็งจะตาย”
“โธ่คุณ เราก็เริ่มสืบจากคนที่พูดเรื่องนี้ให้ฟังยังไงล่ะคะ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นจุดอ่อนจุดเดียวที่คนแข็งกระด้างอย่างเจ้ารันมี และบางทีเธออาจจะช่วยให้เราสมหวังเรื่องหลานก็ได้นะคะ”
สบตาสามีที่ตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อพูดถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่แสนจะน่ารัก จะหลานชายหรือหลานสาวก็มาเถอะ คุณปู่คุณย่าจะเลี้ยงดูหนูให้ดี สารกระตุ้นความสุขแผ่ซ่านทั่วร่างกายผู้ใหญ่ทั้งสอง เห็นทีว่าพรุ่งนี้พวกท่านต้องไปเยี่ยมพิมพ์มาดาสักหน่อยแล้ว
โครม โครม!
“น้องพิม! ออกมาเปิดประตู! สายโด่งป่านนี้จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ออกมาดูบ้างสิ คนข้างนอกเขาทำอะไรกัน!”
เสียงเรียกสลับเสียงฝ่ามือกระหน่ำทุบประตูไม้ ปลุกหญิงสาวที่นอนหลับสนิทบนฟูกให้ตื่นขึ้นมามองเพดานทรุดโทรมมีคราบน้ำวงๆ จากการรั่วซึมของน้ำฝน สภาพค่อนข้างเก่าทว่าสำหรับคนที่เติบโตมาจากห้องนอนนี้ไม่มีความรู้สึกรังเกียจ พิยดาง่วงนอนตื่นไม่เต็มตาวางมือแนบลงกับที่นอนพยุงตัวเองขึ้นนั่ง ยกมืออีกข้างมาปิดปากหาวจนน้ำตาเล็ด จับปลายผ้าห่มออกจากเรียวขาคลานลงมากดดูเวลาจากโทรศัพท์
“ไม่ได้ยินที่ป้าเรียกเหรอน้องพิม หรือต้องให้พังประตูเข้าไป!”
“ขอโทษค่ะที่ตื่นสาย พิมลืมตั้งนาฬิกาปลุก”
อดีตเด็กรับใช้ประจำบ้านออกมาเปิดโดยที่ดวงตายังปรือ ใจอยากกลับไปล้มตัวนอนต่อสักชั่วโมง การเดินทางกลับไทยไม่ราบรื่นมากนัก เที่ยวบินดีเลย์ที่สนามบินฮ่องกงเกือบสองชั่วโมง กลับมาถึงบ้านดึกดื่น แต่กว่าแม่กับยายจะยอมปล่อยให้ไปพักผ่อนก็ดึกไปอีกมาก อีกอย่างเวลาที่ไทยต่างกับที่อังกฤษปรับตัวไม่ทัน
“รีบลงไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่!”
“บ้านใหญ่ทำอะไรกันเหรอคะ” ดวงตาหวานช้อนขึ้นมองสตรีวัยกลางคนที่ทำงานและอาศัยบ้านหลังเดียวกันมานาน ไหล่หล่อนสะท้าน เพราะป้าชิดชมไม่อธิบายธรรมดาแต่ฮึดฮัดขัดใจตะคอกใส่
“ถามโง่ๆ ก็เก็บของน่ะสิ! อีกหน่อยต้องย้ายออกกันหมด คุณท่านสั่งให้เก็บเท่าที่จำเป็น ส่วนหนังสือ ของใช้ที่ไม่จำเป็นก็ให้เอาไปบริจาค ลุงติดต่อไปที่ห้องสมุดประชาชนเขาสนใจเข้ามารับหนังสือที่บ้าน เขาบอกจะเข้ามาตอนบ่าย แต่คุณท่านบอกว่ามีหนังสือหายากหลายเล่มให้ป้ามาตามน้องพิมไปคัดแยกเก็บไว้เผื่อขายได้ราคา”
“ได้ค่ะ พิมจะรีบอาบน้ำแล้วตามไปที่บ้านใหญ่นะคะ”
“เร็วๆ ด้วยล่ะ ชักช้าให้ป้ามาตามรอบสองจะโดนตีไม่รู้ตัว”
“ค่ะ” ทำตัวลีบเล็กไม่ให้ป้าหาเรื่องอื่นมาตำหนิ
อึดใจเดียวป้าชิดชมก็กระทืบเท้าลงบันได หล่อนเป่าลมจากปากโล่งใจที่หงายการ์ดหัวอ่อนสำเร็จ ปิดประตูเบามือ ลงบันไดเบาเท้า ได้ยินเสียงป้าชิดชมคุยกับยายทองที่ออกไปนั่งรับลมบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ย่องเบาพ้นรัศมีสายตาจากนั้นก็ก้าวพรวดไปทางห้องน้ำหลังบ้าน
ลงบันไดมาที่ชั้นล่างอีกครั้งด้วยเสื้อผ้าหน้าผมสบายๆ ชะเง้อคอดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าป้ายังอยู่หน้าบ้านไหม มั่นใจว่าไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียงใดก็เริงร่าเข้าไปหาหญิงชรา ไม่ได้มาเงียบๆ ตั้งใจเดินผ่านแคร่ไม้ ก่อนจะย้อนกลับมานั่งลงข้างๆ ให้ยายเห็นก่อน ยายจะได้ไม่ตกใจ
ยายทองขยับปากยิ้ม ใบหน้ามีเค้าโครงความใจดี จับมือไม่นุ่มมานั่งบนแคร่ไม้ไผ่ เลื่อนสายตาพร่ามัวมองหลาน
“หลับสบายดีไหมจ๊ะ”
“สบายค่ะ ถึงได้ตื่นสาย ขอโทษนะคะที่ไม่ได้มาช่วยงาน”
การเติบโตในบ้านคนรับใช้ลำบากมากกว่าคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง ต้องตื่นเช้ามาทำงาน ยกอาหารขึ้นโต๊ะให้เจ้านาย วันไหนมีเรียนก็ต้องรีบกลับมาแต่งตัวจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
“นอนไปเถอะ ในบ้านไม่มีอะไรให้ทำ แค่เก็บของ”
ยายแก่กระตุกข้อมือหลานให้ขยับเข้ามาใกล้เพื่อจะได้ดูหน้าให้ชัดๆ พิยดาก็แสนจะน่ารักขยับเข้ามาหา ยกหน้าพริ้มเพราให้ยายชมถนัดตา
“หน้าจิ้มลิ้ม ตาสดใส ผิวพรรณดี หลานยายสวยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย อยู่ที่นู่นเป็นยังไง ได้นอนเต็มตา ได้กินข้าวอิ่มใช่ไหม”
“แพทกับแม่ของแพทใจดีกับพิม พิมได้เรียน ได้ทำงาน ได้กิน ได้เที่ยว ได้มีชีวิตในแบบที่พิมไม่เคยมีมากก่อน ไปอยู่ที่นู่นไม่ถึงปีแต่พิมรู้สึกเหมือนพิมโตและเข้มแข็งขึ้นมาก ไม่เหมือนพิมคนเดิม เสียดายอย่างเดียว ตรงที่มีโอกาส แต่กลับเรียนไม่จบตามที่หวัง”
“ยายอยากให้น้องพิมเรียนจบสูงๆ มีงานดีๆ ทำ แต่แม่ที่อยู่ทางนี้ก็ต้องการน้องพิมมากไม่แพ้กัน ยายแก่แล้ว ดูแลแม่ให้ไม่ได้ แม่ชม ตาศักดิ์ก็เร่งเก็บของจะพายายย้ายกลับบ้านเกิด”
หญิงชรามองเข้าไปในบ้านที่มีข้าวของวางสูง ถัดไปอีกกองเป็นของพัดชา ถูกสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้วางใกล้ป้องกันการสับสนเวลาเคลื่อนย้าย ลูกสะใภ้ยายพูดกับหญิงพิการตรงๆ ไม่ยอมให้ไปอยู่ด้วยกัน
พัดชาร้องไห้เป็นวันๆ อยู่บ้านนี้นานเกินกว่าจะกล้าออกไปอยู่ที่อื่นตามลำพัง เพิ่งจะยิ้มได้เมื่อคืนนี้ตอนที่ลูกสาวกลับมาถึงบ้าน การที่พิยดากลับมาก็ทำให้ยายหายเป็นห่วงหญิงพิการเชื่อว่าพิยดาดูแลแม่หล่อนได้ พัดชาพิการหลายอย่าง ช่วยเหลือตัวเองมากไม่ได้ ออกไปข้างนอกเสี่ยงพลัดหลง หากไม่มีลูกสาวคอยดูแลยายก็ไม่อาจปล่อยหล่อนไว้ตามลำพัง
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช