เข้าสู่ระบบ“ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือเขารวยไงน้องพิม! ต่อให้จะบอกว่าไม่ได้ชอบที่เขารวย แต่การที่น้องพิมชอบเขาก็ตัดสินได้แล้วว่ามันจริงตามที่พี่พูด! ให้มีเท่าเขาถึงจะชนะใจน้องพิมได้ ชาตินี้ทั้งชาติพี่ก็ไม่มีปัญญาหรอกนะ อยากจะเรียกพี่ว่าไอ้ขี้แพ้ก็ได้ เพราะถึงจะสู้ให้ตาย พี่ก็ไม่มีวันชนะเขา น้องพิมอยากจะปฏิเสธพี่ ปฏิเสธทุกคน เพื่อเฝ้ารอเศษความรักจากเขา ก็เชิญรอตามสบายเถอะนะ พี่จะคอยดูอยู่ห่างๆ ว่าจะสมหวังหรือเปล่า แต่ถ้าให้พี่พูดในมุมมองของพี่ น่าจะยากนะครับ เขามีทางเลือกที่ดีกว่านี้มาก”
“พิมรู้ ฮือ...”
ผู้ชายทุกคนที่อยู่รอบตัวพิยดาทำไมถึงได้เลวร้าย ไม่ว่าใคร ก็ต่างพูดจาเสียดแทงใจให้หล่อนร้องไห้ เรื่องศรันย์ไม่ต้องตอกย้ำ หล่อนรู้ว่าไม่มีทางได้ลงเอยกับเขา ขอแค่รักอย่างเดียวไม่ได้เหรอ หล่อนไม่ได้ต้องการจะครอบครองหรือเรียกร้องให้เขาเป็นของหล่อนคนเดียว แค่รักเขาจากในความทรงจำที่เคยมีร่วมกัน คนอย่างบลูคงไม่เข้าใจ เพราะบลูไม่เคยมีความรักแบบนี้ให้กับใคร
กับหล่อน ที่บลูแสดงออกมามันคือความรักที่ต้องการครอบครองกายใจ หาใช่รักบริสุทธิ์
“พอเถอะ ฮือ... พอแล้ว ออกไปสักที ไม่ต้องมาคุยกับพิมอีก!”
เรียวแขนเล็กของคนอ่อนแอผลักไสแผ่นอกชายหนุ่มรุ่นพี่ให้ออกไปจากบ้าน ทนรอให้เขาไปเองไม่ไหว จับที่แขนแข็งแรงลากจูงเขาออกไปทิ้งไว้หลังบ้าน ปิดประตูใส่หน้า ก่อนเลื่อนตัวลงนั่งกอดเข่า ฟุบใบหน้าเจิ่งนองน้ำตาร่ำไห้พลางตำหนิตัวเองที่ไปเปิดเผยจุดอ่อนใหญ่ให้คนนอกรู้
“ถ้าแค่รักเขาก็ผิด พิมไม่รักแล้วก็ได้ ฮือ... ทำไมต้องมาว่าพิมด้วย”
“อย่าเปิดบ้านให้เขาเข้ามาอีกนะลูก”
การตะคอกอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในอนาคตอาจนำมาสู่การทะเลาะวิวาทและลงไม้ลงมือกับคนในครอบครัวได้ คุณไกรสรไม่ต้องการให้ลูกสาวพบกับความเสียใจ มือใหญ่หยาบกร้านทว่าอบอุ่นลึกล้ำวางบนศีรษะสั่นงันงก เรือนร่างอ่อนแอยังคงนั่งกอดเข่าคุดคู้ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือกร้านเหนือวีลแชร์ ความรักจากพ่อไม่เคยได้รับมาก่อน อดทนรอนานกว่า 24 ปี ในที่สุดพิยดาก็ได้รับจากท่าน แก้มหล่อนเคยเปียกชื้นน้ำตาคนเดียว จะเจ็บจะปวดก็หลบมุมร้องไห้ตามลำพังจนรู้สึกดีขึ้น แต่ ณ เวลานี้ พิยดาไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป หล่อนมีใครอีกคนที่พร้อมจะอยู่ข้างๆ แชร์ทุกข์แชร์สุขเจ็บปวดไปพร้อมกัน
หญิงสาวสะอื้นตัวโยนใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม คลานเข่าเข้าไปกอดบนเข่าท่าน
“พ่อขา... พิมควรทำยังไงดี ฮือ... พิมไม่อยากรักเขาเลย”
‘ไอ้บลูมันเป็นเหี้ยอะไร โพสต์เพ้อแชร์เพลงไร้สาระเต็มเฟซ’
‘เมามั้ง อาจจะถูกสาวๆ ในร้านมอมเหล้างี้’
มีอีฟคนเดียวที่เข้าไปตอบเชิงขำขันในกลุ่มไลน์
พิยดาแค่อ่านอย่างเดียวไม่ได้แสดงความคิดเห็น ห้องนอนใหญ่บนชั้นสองกว้างขวาง เตียงนอนก็นุ่ม ในช่วงที่เครียดๆ ได้ล้มตัวนอนในห้องนี้ก็คงดี แต่พิยดายังคงทำตัวเป็นลูกที่ดี แบกทุกอย่างไว้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ถึงขั้นเข้าไปนอนเฝ้าในห้องพ่อหรือห้องแม่ แต่หล่อนหอบหมอนหอบผ้าห่มลงจากบนบ้านเตรียมเอาไปปูนอนง่ายๆ บนโซฟาเบดหน้าทีวี
ตีหนึ่งก็แล้ว
ตีสองก็แล้ว
อีกสิบนาทีจวนจะเข้าสู่เวลาตีสาม
พิยดายังนอนไม่หลับ กายอรชรกระสับกระส่ายไปมาใต้ผ้าห่มหอมกรุ่นที่แถมมากับตัวบ้าน ไม่ใช่แค่ผ้าห่ม แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของทุกชิ้นล้วนใหม่หมด แค่ค่าติดตั้งผ้าม่านทั้งบ้านพิยดาคาดว่าน่าจะหมดไปหลายแสน บ้านคุณภาพระดับนี้เอามาปล่อยเช่าในราคาหนึ่งหมื่นจริงเหรอ ช่วงจนตรอกไม่ได้คิดมากคว้าอะไรดีๆ ได้คว้าไว้ก่อน ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ลองใช้สมองคิดวิเคราะห์อีกครั้ง พิยดารู้สึกเอะใจคลับคล้ายจะมีบางอย่างผิดพลาด
แง้มเปิดประตูหน้าบ้านเล็กน้อยแค่กายอรชรผ่านออกมาได้ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าไร้ดาวสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด อากาศแบบนี้ถ้ามีชิงช้าสักตัวอยู่บนสนามหญ้าให้นั่งเล่นก็คงดี แสงสว่างจากถนนเส้นกลางหมู่บ้านสว่างเข้ามาถึงเฉพาะหน้ารั้ว พิยดาสวมรองเท้าแตะเดินออกห่างจากตัวบ้านมาอีกนิด ไม่ให้เสียงคุยโทรศัพท์ยามดึกรบกวนการนอนของคุณไกรสรซึ่งห้องนอนท่านอยู่หน้าบ้าน
แต่ก่อนที่จะกดเบอร์โทรออกหาแพทริเซีย กลับมีเรือนร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งขยับกายยืนขึ้นจากซอกเล็กๆ ระหว่างกำแพงบ้านกับประตูรั้วเหล็กมองมาที่หล่อน เรียวขาบางถอยกลับหลังโดยอัตโนมัติตกใจกับการเคลื่อนไหวนั้น หัวใจของหล่อนหล่นวูบลงไปหล่นบนตาตุ่ม เกือบวิ่งหนีเข้าบ้านเสียด้วยซ้ำเพราะกลัวชายหนุ่มรุ่นพี่จะกลับมาระรานเพียงเพราะถูกหล่อนปฏิเสธรัก
“พิม...” ไม่ใช่เสียงพี่บลู
แววตาพิยดาไหวสั่น เลิกล้มความคิดจะวิ่งหนีเข้าบ้านกลับมายืนตัวตรงตามเดิม เสียงกระซิบรอบที่สองกระตุ้นความสงสัยให้พิยดาก้าวเท้าไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อจะมองในที่สว่างให้ชัดๆ จะใช่คนเดียวกับที่หล่อนคิดว่าอาจจะเป็นเขาหรือเปล่า
“พิม...” ศรันย์กระซิบเป็นครั้งที่สาม
ฝ่ามือสองข้างคว้าเข้าที่ซี่เหล็กบนประตูรั้ว ดีใจที่หัวใจพวกเขาสื่อถึงกันจนหล่อนยอมออกมาเจอ ทว่าเขาสุขไม่สุด เมื่อหล่อนเลือกจะหยุดอยู่ตำแหน่งที่ไกลเกินกว่าเขาจะเอี้อมถึง
ชายหนุ่มในชุดสูทตัวเดิมจากที่ทำงานลดแขนทั้งสองข้างลงแนบลำตัว ไม่อยากร้องขออะไรที่เป็นไปไม่ได้ ดวงตาหล่อนแคบลงมีแววไหวสั่น เพียงเท่านี้ศรันย์ก็ประเมินสภาพอารมณ์อ่อนไหวของหล่อนได้
“พี่ขอโทษ...”
การที่เขามาอยู่ตรงนี้ในเวลานี้ และที่เขาตามตื๊อมาตลอดเวลาเกือบสิบวันที่หล่อนกลับมาถึงเมืองไทย ยอมทำถึงขั้นลากเสาน้ำเกลือมาเฝ้าหล่อนหน้าห้องพักฟื้นของพ่อ ดักรอตอนหล่อนซื้อของกับเพื่อน ตามมาถึงบ้าน ต้องการอะไร
“ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง แค่ขอให้เลิกยุ่งกับพิม ทำให้ไม่ได้เหรอ ฮึก...”
“...”
“อะไรที่พิมมี พิมให้พี่รันไปหมดจนพิมไม่เหลือความภูมิใจในตัวเอง พี่รันยังจะต้องการอะไรอีก! ฮึก... หรือที่พี่รันมาอยู่ตรงนี้ เพราะที่นี่คือบ้านของพี่ใช่ไหม แค่บอกมาว่าใช่มาคำเดียว พิมจะเก็บข้าวของย้ายออกไปให้หมด แล้วพิมจะไม่กลับมาให้พี่เห็นหน้าอีกเลย! ฮึก...”
“พี่ต้องทำยังไงถึงจะได้พิมกลับคืนมา ช่วยบอกพี่ได้ไหม...”
เด็กร้องไห้ในสิ่งที่อยากได้ แต่ผู้ใหญ่อย่างศรันย์กลับร้องไห้ในสิ่งที่เสียไป
“พี่รันเคยขอให้น้องสาวพี่ฟื้น มันสำเร็จหรือเปล่าล่ะ”
“คนเป็นกับคนตาย จะเอาไปเทียบกันได้ยังไงพิม”
“เทียบได้สิ! กับสิ่งที่พี่รันทำกับพิมมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีวันไหนที่พิมรู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีจิตใจ! พี่รันหลอกพิม ทิ้งพิม มองพิมถูกทุบตีโดยที่ไม่รู้สึกรู้สา ทิ้งพิมไปเรียนต่อเมืองนอก แค่จะโทรหาพิมสักสาย แค่จะส่งข้อความมาหาพิมสักประโยคก็ไม่มี พิมมันยิ่งกว่าคนตายในสายตาของพี่รัน!”
“ทำไมพี่จะไม่โทร พี่โทร! พิมเอาโทรศัพท์เก่าไปซ่อมมาดูการแจ้งเตือนได้เลย”
“...”
“พิมเรียนจบ ม.6 พี่ไปหาที่โรงเรียนในวันปัจฉิม พิมไม่สนใจพี่ พิมเรียนมหา’ลัย พี่ไปหาในฐานะผู้บรรยายพิเศษ พิมเดินหนีออกจากห้องไม่กลับเข้าคาบเรียนอีกเลย วันพิมรับปริญญาพี่ก็ไป พิมก็ยังไม่ยอมคุยกับพี่อีกตามเคย พิมไปเรียนต่อเมืองนอก พี่บินไปหาพิมทุกเดือน ไม่เชื่อหรอก ว่าพิมไม่เห็น บังเอิญเจอกันในสนามบินพี่ก็แคร์พิมมากที่สุด ไปตามหาพิม”
“...”
“พิมลองย้อนกลับมาถามตัวเองดูดีๆ เถอะ ว่าใครกันแน่ ที่เป็นฝ่ายเมินพี่มาตลอด!”
“พี่รันจะพูดเยอะแยะไปทำไม ในเมื่อพี่รันรู้ดีแก่ใจ ว่ามันสายเกินไป ฮึก... วันที่พิมต้องการพี่มากที่สุด คือวันเดียวกับที่พี่ทิ้งพิมให้ถูกพี่เมศตีหน้าโรงพยาบาล พิมเจ็บ พิมร้องไห้ ร้องขอให้ช่วย พี่กลับเดินหนี พี่รันตอบแทนความรักของพิมด้วยการหนีไปเรียนเมืองนอก ไม่มาดูดำดูดีพิมเลย แล้วยังจะมีหน้ามาพูดอีกเหรอคะ ว่ารักพิม...”
“...”
“พี่ก็แค่คุ้นชินกับการชี้นิ้วสั่ง การเอาแต่ใจตัวเองไม่ต่างไปจากพี่เมศ ถึงได้กลับมาตื๊อพิม เพื่ออยากเอาชนะ แต่พิมไม่หลงกล พิมโตแล้ว พิมไม่ใช่เด็กหน้าโง่คนเดิมที่บูชาความรัก ยอมพี่ไปหมดทุกอย่าง พิมไม่ได้รักพี่รันแล้ว ได้ยินชัดไหมคะ ว่าพิมไม่ได้รักพี่รันแล้ว ฮึก...”
“ถ้าแน่จริง! ตอนบอกว่าไม่รักพี่แล้ว พิมอย่าร้องไห้สิ แล้วพี่จะยอมเชื่อสักครั้ง แต่ถ้าพิมทำไม่ได้ ก็ไม่มีความหมายอื่น นอกจากพิมยังรักและรอพี่คนเดียว เหมือนที่พี่ยังรัก และรอพิมคนเดียวมาตลอด”
“ไม่ต้องมาพูดหรอก ว่ายังรัก ยังรอพิม ในเมื่อข้างๆ พี่รันมีคนอื่นอยู่แล้ว! ฮึก... ผู้หญิงคนนั้นชื่อเหมือนกับพิมใช่ไหมคะ มันคงตลกดีนะ ถ้าเมียหลวงกับเมียน้อยชื่อเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวจะโป๊ะแตก ถูกใครจับได้ในวันที่พี่รันอยู่กับพิม... ฮึก...”
“...”
“ระหว่างเรา ไม่ได้มีแค่กำแพงความเกลียดชังของสองตระกูลเท่านั้นที่ขวางไว้ แต่ยังมีอีกกำแพงกั้นกลางที่มีชื่อ ฐานะ จะมีพ่อแม่คนไหนเต็มใจรับเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าเป็นแค่ลูกคนใช้อย่างพิม ไปอยู่ในวงศ์ตระกูล คนอื่นเขาพูดถึงพิมยังไงรู้ไหม ฮึก... พวกเขาบอกว่าเลี้ยงพิมสนุกๆ ได้ แต่จะไม่เอาพิมไปทำเมีย... ที่เป็นเมียจริงๆ เพราะพวกเขากลัวลูกจะพิการทางสมองเหมือนแม่ของพิม ฮึก...”
“...”
“แล้วใครว่าพิมอยากได้พวกเขา... กับพี่รัน... พิมก็ไม่อยากได้ พิมไม่สนใจว่าพี่จะร่ำรวยมีเงินทองสักกี่มากน้อย พิมไม่เคยสนใจฐานะของพี่ ฮึก... พิม อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากมีใคร อยากทำงาน ทำงานเสร็จกลับบ้าน... อยู่กับพ่อแม่ ไม่ต้องรักใคร ไม่ต้องมีใครมาทำให้พิมร้องไห้เสียใจ พี่รันกลับไปเถอะ กลับไปอยู่ในที่ของพี่ พิมเหนื่อยจะไล่พี่แล้ว กับพี่ พิมพอ... พอแล้วจริงๆ”
“แต่พี่ไม่พอหรอกนะ... พี่รักพิม พี่จะมาหาพิมทุกวันจนกว่าพิมจะใจอ่อน เชิญพิมปฏิเสธพี่ให้ถึงวันพี่ตายเมื่อไหร่ วันนั้นแหละ พี่ถึงจะหยุด”
“ฮึก...”
“เพราะถ้าไม่ใช่พิม พี่ก็ไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว...”
คนหน้าหนามากกว่าปูนซีเมนต์ตะโกนเสียงเข้ม ทว่าแฝงเร้นความนุ่มนวล ผ่านความมืดในเวลากลางดึกไปบอกเจ้าของกายอรชรที่วิ่งร้องไห้กลับเข้าไปในบ้าน มีเสี้ยวนาทีหนึ่งที่หล่อนหันหลังมองกลับมาทางนี้ ศรันย์มุ่งมั่นจะเอาชนะใจหญิงคนรักให้ได้ เขายังยืนอยู่ที่เดิม แม้หล่อนจะเมินแต่เขายังคงส่งยิ้มให้... ทั้งน้ำตา
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี
‘หมาจนตรอก’ คำสั้นๆ ที่สามารถนิยามพิยดาในขณะนี้ ทั้งที่รู้ว่าการพาตัวเองเข้ามาในสถานที่อโคจรจะนำมาซึ่งภัยร้าย แต่หล่อนกลับยินยอมพาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว พิยดาตัวเล็กนิดเดียว สั่งให้เดินดีๆ หล่อนก็ไปของหล่อนเองได้ แต่นักเลงกลุ่มเมื่อเช้าที่เจ็บแค้นหล่อนกลับออกมาฉุดถึงหน้าทางเข้าและกึ่งฉุดกึ่งลากผ่านตรอกทางเดินแคบๆ และเหม็นอับไปถึงบันไดซึ่งปูพรมแดงขึ้นไปสู่ห้องรับรองที่หรูหรา จากนั้นพวกเขาเหวี่ยงตัวหล่อนไถลล้มลงไปบนพื้น ศีรษะหญิงสาวกระแทกกับพื้นจนสะเทือนมาถึงแผลข้างขมับพิยดาหลับตาข้างหนึ่งลง และเจ็บจุกมาถึงท้องน้อย ใบหน้ามอมแมมคราบน้ำตาและคราบเลือดจางๆ มองเห็นหน้าเสี่ยเจ้าของบ่อนแค่เลือนราง สายตาหล่อนโฟกัสได้แค่จุดเดียวก็คือหญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดมือมัดเท้า และเอาเทปกาวปิดปากไว้ที่มุมห้อง ถึงจะโง่เง่าที่เดินเข้าลานประหารด้วยตัวเอง แต่ก็คุ้มตรงที่ได้เจอแม่อีกครั้ง ให้แม่ได้รู้ ว่าลูกไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง“มาเร็วดีนี่ ไหนล่ะเงินห้าล้านของกู คงจะได้มาครบใช่ไหม”เจ้าของบ่อนล
“นี่มันชีวิตผม ผมเลือกของผมเองได้!”ประธานใหญ่แห่งบริษัทแกรนด์อรัญยกท่อนแขนขึ้นกีดกันภรรยาออกห่างจากลูกชาย จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาลุกโชนด้วยลูกไฟร้อนนานนับนาทีกว่าจะยกนิ้วขึ้นชี้หน้า“ทบทวนตัวเอง!”“ผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็จะไป ใครก็ห้ามผมไม่ได้”“รันเสียสติไปแล้วเหรอ! จะพาตัวเองไปเสี่ยงทำไมในเมื่อคนของเราก็มีตั้งมาก! กลับขึ้นไปรอบนห้องทำงาน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อ! พ่อจะส่งคนไปสืบแล้วช่วยสองคนนั้นออกมา ถ้าทั้งคู่ถูกพวกบ่อนจับตัวไปจริง มัวรออะไร เอ็ม ซี! พาเจ้านายของพวกเธอกลับขึ้นไปข้างบน!”“ผม-ไม่-ไป”ความดื้อรั้นของศรันย์บาดอกคนเป็นแม่ถึงขั้นที่คุณนฤมลกรีดร้องเสียงดัง“ไม่เชื่อพ่อแม่แล้วจะเชื่อใคร เด็กนั่นไม่ใช่ครอบครัวเราสักหน่อย! ฮึก... พวกเธอพาลูกชายฉันกลับขึ้นไปข้างบนสิ อย่าให้เขาออกไปจากที่นี่ ฮึก... ฉันสั่ง พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ! เอ็ม! ซี! ฮือ... ถ้าพวกเธอไม่ทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะไล่พวกเธอออก รันก็ด้วย! แม่จะปลดรันออกจากบริษัท ให้รู้กันไป ว่าเป็นลูก แต่ไม่เช







