เข้าสู่ระบบสัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนหวานจากแม่ทัพผู้องอาจสร้างเสียงครางอย่างสุขสมให้แก่โจวลี่หรูครั้งแล้วครั้งเล่า มือบอบบางจิกที่ผ้าห่มแล้วมองร่างกำยำที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างของตนด้วยแววตาที่ฉ่ำหวาน
เสียงหายใจหอบถี่ของโจวจื่อรั่วและสะโพกหนาที่โยกเข้ามาอย่างดุดันช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล
สะโพกเล็กๆ ของนางแอ่นเข้าหาอย่างเว้าวอน ชื่นชอบสัมผัสของนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความดุดันและพลังที่เขาโถมเข้ามาก็สร้างความสุขสมเป็นอย่างมาก
“ฮูหยินนิ่วหน้าเช่นนั้นจะให้ข้าเบาแรงหรือไม่” เสียงกระซิบถามที่แหบพร่าแต่ว่าสะโพกสอบยังคงโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี
“ไม่ต้องเบาแรงเจ้าค่ะท่านพี่ ข้ารับไหว หากท่านจะทำแรงกว่านี้อีกหน่อยก็ยังได้” เสียงสั่นกระเส่าและดวงตาที่ฉ่ำปรือของนางบ่งบอกว่าเกิดความกำหนัดและปรารถนาให้อีกฝ่ายกระทำได้อย่างเต็มที่
เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะขณะที่แม่ทัพหนุ่มโถมแรงสะโพกลงไปอย่างดุดัน เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่รดรินกันผสานเสียงท่อนเนื้อที่เสียดสีกับกลีบบุปผางามตาสร้างความหฤหรรษ์ในการร่วมสวาทจนทั้งสองทนต่อความสุขสมนี้ไม่ไหว
ฝ่ายคนร่างใหญ่โถมแรงกระแทกจนภรรยาตัวสั่นคลอน สองมือหนากุมเต้างามที่กระเพื่อมไหวเอาไว้แล้วโถมแรงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง
โจวลี่หรูเม้มริมฝีปากกลั้นเสียงครางที่สุขสมของตนเอง มือทั้งสองเอื้อมไปที่หัวไหล่ของเขาแล้วจิกแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ
ในที่สุดสะโพกบางก็เกร็งกระตุกเบาๆ ปลายเท้าเกร็งจิกลงกับเตียง ภายในบีบรัดท่อนเนื้อที่บดเบียดเข้ามาจนแม่ทัพโจวผู้องอาจพ่ายแพ้ต่อแรงบีบรัดนั้นแล้วสยบต่อเรือนร่างที่งดงามนั้นด้วยความสุขสม
“ข้าจะไปที่จิ้งหนาน เจ้าไปกับข้านะฮูหยิน”
“ข้ารออยู่ที่นี่กับท่านพ่อมิได้หรือ”
“ข้าไม่อยากพะวงถึงเจ้า มีแต่ข้าเท่านั้นที่ปกป้องเจ้าได้ไม่เชื่อใจผู้ใดทั้งนั้น” เหตุผลที่ชวนให้หัวใจเต้นนั้นทำให้โจวฮูหยินน้อยคล้องคอสามีลงมาใกล้ตน
“วันหลังสอนให้ข้าปรนนิบัติท่านพี่บ้างได้หรือไม่” น้ำเสียงที่เย้ายวนนั้นทำให้แม่ทัพหนุ่มยิ้มกว้าง
“เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าอยากปรนนิบัติข้า”
“ท่านดีต่อข้าเช่นนี้ให้ข้าได้ทำเพื่อท่านพี่บ้างเถิด” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและเอาใจ คราแรกที่พบนั้นแสนชิงชังแต่บัดนี้แปรเปลี่ยนไปตรงกันข้ามอย่างที่นางเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน
“จบเรื่องนี้ข้าจะสอนให้เจ้าทำทุกอย่าง แต่ตอนนี้ให้ข้าเป็นฝ่ายทำให้เจ้ามีความสุขฝ่ายเดียวก่อนเถิด” พูดจบแล้วใบหน้างามของแม่ทัพหนุ่มก็โน้มลงไปจุมพิตภรรยาสาวอีกครา ก่อนจะเบียดร่างกำยำเข้าหาด้วยลีลาที่แสนช่ำชอง มอบความสุขสมแก่นางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
**********************
เมื่อทราบข่าวว่าโจวจื่อรั่วจะพาโจวลี่หรูไปเที่ยวชมเมืองจิ้งหนานก็ทำให้ซุนเพ่ยหลินและซุนต้าเหยาร้อนใจ
“ข้าต้องรีบกลับจิ้งหนานตัดหน้าสองคนนั่น มิเช่นนั้นต้องถูกสงสัยแน่”
“แม่ทัพโจวแท้จริงแล้วไม่ได้พาลี่หรูมาเยี่ยมเยียนหากแต่ตั้งใจจะไปจิ้งหนานแต่แรกแล้ว เจ็บใจยิ่งนัก” ซุนเพ่ยหลินพูดด้วยความเจ็บใจ
“หรือว่าน้องสามจะเป็นคนบอกแก่สามีนางว่าข้ามีโรงน้ำชาที่จิ้งหนานเขาจึงจะไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบ เช่นนี้แล้วข้ายิ่งต้องรีบกลับไป”
“ช้าก่อน พรุ่งนี้ทั้งสองจะออกเดินทาง เจ้ารออยู่ที่นี่ข้าจะไปสืบว่าทั้งสองจะไปที่จิ้งหนานด้วยเหตุใด” ซุนเพ่ยหลินบอกแก่บุตรชายแล้วจะไปหารือเรื่องนี้กับสามี
แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าซุนต้านและซุนลี่หลิงกำลังยืนส่งทั้งสองขึ้นรถม้า ทำให้ซุนเพ่ยหลินรู้สึกกระวนกระวายใจไม่คิดว่าโจวจื่อรั่วจะทำทุกอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ ท่าทางร้อนใจของนางจึงทำให้ซุนต้านแอบพอใจอยู่ลึกๆ
“เหตุใดแม่ทัพโจวจึงออกเดินทางก่อนกำหนดเช่นนี้” นางถามด้วยความร้อนรน มองตามรถม้าของโจวจื่อรั่วไปด้วยความเจ็บใจที่ไม่ทันการณ์
“ข้าเองก็ไม่รู้ล่วงหน้า เข้าใจตามที่บอกเอาไว้เป็นพรุ่งนี้ โยวโยวมาลาข้าจึงรู้ว่ากำลังจะออกเดินทางแล้ว” ซุนต้านแสร้งบอกแก่นางอย่างร้อนใจ
“โยวโยวนางได้ยินข้าเล่าเรื่องโรงน้ำชาของพี่ใหญ่เลยอยากจะไปเยี่ยมเยียนเขา ท่านแม่ทัพจึงถือโอกาสนั้นไปเยี่ยมเยียนเจ้าเมืองจิ้งหนานเห็นว่าจะไปช่วยแนะนำการฝึกซ้อม” ซุนลี่หลิงบอกแก่มารดาด้วยความไร้เดียงสา
“เจ้าเล่าเรื่องที่จิ้งหนานให้โจวจื่อรั่วฟังเช่นนั้นหรือ” ซุนเพ่ยหลินตวาดบุตรีคนรองเป็นครั้งแรกทำให้คุณหนูรองซุนตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“ข้ามิได้ทำเช่นนั้น” นางรีบปฏิเสธแล้วก้มหน้าลง
“ข้าเพียงแต่เล่าให้โยวโยวฟัง แล้วแม่ทัพก็อยู่ตรงนั้นด้วยไม่คิดว่าเขาจะสนใจเรื่องที่สตรีพูดคุยกัน” ซุนลี่หรูอธิบายเสียงเบา รู้ว่าทำให้มารดาไม่พอใจแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องโกรธขนาดนี้
“หลิงเอ๋อร์อย่าถือสามารดาของเจ้าเลย กลับเข้าเรือนก่อนข้าจะพูดกับนางเอง” ซุนต้านบอกแก่บุตรีคนรองที่กำลังหน้าเสียอยู่ ซุนลี่หลิงได้โอกาสจึงรีบเดินกึ่งวิ่งเข้าเรือนไปด้วยความน้อยใจ
“ฮูหยินเจ้าอย่าได้โทษนางเลย นางไม่รู้เรื่องจึงไม่ทันระวังตัวพูดออกไปเช่นนั้น”
“แล้วเราจะทำเช่นไร หากรู้เรื่องโรงน้ำชาก็เข้าใกล้ความจริงไปทุกขณะ” ซุนเพ่ยหลินพูดด้วยความกังวล
“ให้ต้าเหยารีบกลับไปให้ถึงก่อนสองคนนั้น แล้วทำทุกอย่างตามปกติอย่าเผยพิรุธอันใด แค่เปิดโรงน้ำชาไม่ใช่เรื่องผิด หากไม่มีหลักฐานอันใดเขาก็ไม่สามารถเอาผิดได้แน่ อย่าพึ่งกังวลไปล่วงหน้า” ซุนต้านแสร้งบอกด้วยความหวังดี แต่รู้ดีว่าซุนต้าเหยาไม่มีวันอยู่เฉยแน่
ในขณะเดียวกัน เมื่อขบวนรถม้าของแม่ทัพโจวที่เดินทางออกนอกเมืองตงเสวีย จากทหารม้าคุ้มกันราวหกนาย ตอนนี้ซูเยี่ยที่จัดการธุระที่เสวียนซานเสร็จแล้วก็นำกำลังทหารอีกห้าสิบนายมาสมทบอยู่ด้านนอก
ชงเอ๋อร์ดีใจที่เจอหน้าเขาอีกครั้งแล้วอมยิ้มไม่หยุด
ภายในรถม้าโจวจื่อรั่วมิได้สวมชุดเกราะเต็มยศ จ้องมองหน้าฮูหยินของตนที่มีสีหน้าวิตกกังวล
“ทหารมากมายเช่นนี้ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้แน่”
“จะไม่เอิกเกริกไปหรือเจ้าคะท่านพี่”
“มิใช่เพียงแต่จะมาคุ้มกันเจ้าเท่านั้น แต่ครั้งนี้ข้าจะถือโอกาสปราบกบฏให้สิ้น”
“แล้วทหารเพียงไม่กี่สิบนายจะสู้ทหารนับพันของจิ้งหนานได้หรือเจ้าคะ” ฮูหยินของแม่ทัพถามด้วยความสงสัย
“หากฝ่ายนั้นเริ่มลงมือก็จะเป็นการเผยตัวว่าเป็นกบฏ ถึงตอนนั้นบางทีเราอาจมิต้องเปลืองแรงเลยสักนิด” โจวจื่อรั่วบอกแผนการแก่นาง ก่อนจะอ้าแขนออกเรียกให้นางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของตน
โจวลี่หรูขยับไปนั่งข้างสามีแล้วซบใบหน้าลงที่อกกว้างนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่วางใจในแผนการของเขา เพราะหากปราบกบฏได้บิดาของนางก็จะพ้นผิดโดยเร็ววัน
**********************
ข่าวเรื่องซุนต้าเหยาถูกจับในข้อหาลอบสังหารโจวจื่อรั่วและเจ้าเมืองจิ้งหนานถูกจับกุมในข้อหารีดไถประชาชนไปถึงหูอ๋องเสิ่น แม้จะไม่ใช่ข้อหากบฏโดยตรงเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ย่อมรู้ดีว่าเป็นอุบายของแม่ทัพตงฉินผู้นั้นให้คนที่ร่วมลงนามก่อกบฏเกิดความอกสั่นขวัญแขวน“อีกสองวันแม่ทัพโจวกำลังนำตัวทั้งสองผ่านเมืองจงหูวเพื่อกลับไปยังเสวียนซาน ถ้าเป็นไปตามที่คาดเดาคงจะแวะที่ตงเสวียเพื่อจับกุมซุนฮูหยินอีกคน” ที่ปรึกษารายงานข่าวแก่ผู้ครองแคว้นฉี“ต้าเหยาฝากรายชื่อขุนนางที่ลงนามก่อกบฏไว้กับนาง หากเป็นเช่นนั้นเราต้องชิงมาก่อน” อ๋องเสิ่นกล่าวด้วยความกังวล“คุณชายซุนนั้นน่าจะไม่ยอมเอ่ยปากโดยง่ายแต่กับใต้เท้าหวังเจ้าเมืองจิ้งหนานนั้นเราจะทำเช่นไรกับเขาดีควรปล่อยให้ไปถึงเสวียนซานหรือไม่” ที่ปรึกษาถามด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ ยุยงให้กำจัดเจ้าเมืองจิ้งหนานไปเฉียนซื่อที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็ตั้งใจฟังอย่างเป็นกังวล เกรงว่าอ๋องเสิ่นจะคิดกำจัดลูกชายของตน“หากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด แม้แต่เพ่ยหลินและต้าเหยาก็ไม่ต้องละเว้น” อ๋องเสิ่นทำสีหน้าที่จริงจัง สิ้นประโยคนั้นทำเอาองครักษ์ข้างกายอย่างเฉียนซื่อแทบยืนไม่อยู่“งานน
ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมก่อนถึงเมืองจิ้งหนานตามแผนการของโจวจื่อรั่วที่อยากให้ซุนต้าเหยาล่วงหน้าไปถึงก่อนตน หน้าห้องพักของแม่ทัพหนุ่มมีทหารยามคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างแน่นหนาเพื่อมิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่พักผ่อนอยู่ด้านในโจวลี่หรูนอนกอดสามีด้วยจิตใจที่ไม่สงบสุข รู้สึกเหมือนว่ากำลังจะมีเรื่องที่เลวร้ายเกิดขึ้น“ยังไม่นอนอีกหรือลี่หรู” โจวจื่อรั่วถามเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนทอดถอนหายใจอย่างเป็นกังวล“ข้ารู้สึกไม่สบายใจ เรากลับเสวียนซานกันดีหรือไม่”“พรุ่งนี้เมื่อถึงจิ้งหนานแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ คลี่คลาย อย่าได้กังวลไป” คำพูดปลอบใจนั้นไม่ได้ทำให้นางสงบลงเมื่อเทียบกับอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กระชับให้นางเข้าไปหาโจวลี่หรูหลับตาลงอย่างวางใจ จากนั้นแม่ทัพหนุ่มก็รอจนกระทั่งนางหลับสนิทแล้วค่อยๆ ลุกเดินไปยังด้านนอกเพื่อเตรียมแผนการกับซูเยี่ยโดยมิให้รบกวนการนอนของภรรยาที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน“เรื่องของต้าเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านแม่ทัพ ต้าเซ่อไม่ทันระวังตัวจึงถูกจับกุมได้โดยง่าย ตอนนี้ถูกคุมขังที่จวนใต้เท้าลู่เพื่อรอให้ท่านไปตัดสินโทษ ในตัวเขาพบจดหมายสนเท่ห์ที่หายไปอยู่กับใต้
สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนหวานจากแม่ทัพผู้องอาจสร้างเสียงครางอย่างสุขสมให้แก่โจวลี่หรูครั้งแล้วครั้งเล่า มือบอบบางจิกที่ผ้าห่มแล้วมองร่างกำยำที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างของตนด้วยแววตาที่ฉ่ำหวานเสียงหายใจหอบถี่ของโจวจื่อรั่วและสะโพกหนาที่โยกเข้ามาอย่างดุดันช่างเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลสะโพกเล็กๆ ของนางแอ่นเข้าหาอย่างเว้าวอน ชื่นชอบสัมผัสของนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความดุดันและพลังที่เขาโถมเข้ามาก็สร้างความสุขสมเป็นอย่างมาก“ฮูหยินนิ่วหน้าเช่นนั้นจะให้ข้าเบาแรงหรือไม่” เสียงกระซิบถามที่แหบพร่าแต่ว่าสะโพกสอบยังคงโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี“ไม่ต้องเบาแรงเจ้าค่ะท่านพี่ ข้ารับไหว หากท่านจะทำแรงกว่านี้อีกหน่อยก็ยังได้” เสียงสั่นกระเส่าและดวงตาที่ฉ่ำปรือของนางบ่งบอกว่าเกิดความกำหนัดและปรารถนาให้อีกฝ่ายกระทำได้อย่างเต็มที่เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะขณะที่แม่ทัพหนุ่มโถมแรงสะโพกลงไปอย่างดุดัน เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่รดรินกันผสานเสียงท่อนเนื้อที่เสียดสีกับกลีบบุปผางามตาสร้างความหฤหรรษ์ในการร่วมสวาทจนทั้งสองทนต่อความสุขสมนี้ไม่ไหวฝ่ายคนร่างใหญ่โถมแรงกระแทกจนภรรยาตัวสั่นคลอน สองมือหนากุมเต้างามที่ก
ที่ศาลานั่งพักกลางสวนดอกไม้ ซุนลี่หลิงนั่งด้วยความประหม่าต่อหน้าของแม่ทัพโจวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องเขยของตน แววตาเย็นชาที่มองมายังนางทำให้รู้สึกยำเกรงจนมิกล้าเอ่ยปากอันใด“ข้าคิดว่าเจ้าจะมาผู้เดียวเสียอีก ไม่คิดว่าจะพาท่านแม่ทัพออกมาด้วย” ซุนลี่หรูพูดเสียงเบากับน้องสาวของตน“ข้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในแต่ในห้อง จึงตามนางมาชื่นชมสวนบุปผาแห่งนี้ด้วย” แม่ทัพหนุ่มที่ได้ยินกล่าวตอบเสียงเรียบ ทั้งๆ ที่จริงแล้วถูกโจวลี่หรูขอร้องให้มาด้วยกันโจวลี่หรูจึงวางมือบนใบหน้าของเขาแล้วใช้นิ้วคลี่ยิ้มให้กับอีกฝ่ายท่ามกลางความตกใจของซุนลี่หลิงที่ไม่คิดว่าน้องสาวของตนจะกล้าทำเช่นนั้น รวมไปถึงตัวของแม่ทัพหนุ่มเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน“ยิ้มบ้างเถิดเจ้าค่ะ ทำหน้าดุเช่นนี้พี่รองกลัวท่านไปหมดแล้ว” โจวฮูหยินกล่าวเสียงสดใสแล้วหันไปยิ้มกับพี่สาวของตนแล้วเริ่มพูดคุยเพื่อสืบความจากนางโดยที่ซุนลี่หลิงไม่รู้ตัวเลยว่าถูกน้องสาวหลอกถามเข้าให้แล้ว“เมื่อวานตอนที่ข้ามาถึง ท่านแม่ใหญ่กับพี่รองก็ลงมาจากรถม้าเช่นเดียวกัน กลับถึงเรือนตอนฟ้ามืดเช่นนั้นคงมิใช่ไปเที่ยวชมตลาดมา”“เจ้าช่างสังเกตยิ่งนัก ข้ากับท่านแม่พึ่งกลับจากจิ้งห
ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นและมีลมหนาวพัดอยู่ด้านนอก ภายในห้องนอนของโจวลี่หรู โจวจื่อรั่วมองดูฮูหยินของตนที่แสร้งหยิบจับนั่นนี่อย่างไม่เป็นสุขไม่ยอมมาร่วมเตียงกับตนเสียทีโจวลี่หรูกลับมาเยี่ยมบ้านในครานี้หากจะแยกห้องกับสามีก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนัก เช่นนั้นแล้วนางจึงต้องอยู่ร่วมห้องและร่วมเตียงกับอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้“เจ้าไม่ง่วงหรือลี่หรู ข้ารอเจ้านานแล้ว”“ข้าคิดว่าข้าจะนอนตรงนี้ได้ หากร่วมเตียงกับท่านแล้วอาจจะไปโดนบาดแผลของท่านได้”“เตียงกว้างเช่นนี้จะโดนได้อย่างไร มาเถิด” น้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความจริงจังทำให้นางยอมเดินไปหาเขาแต่โดยดี แล้วขยับไปนอนข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรง“รังเกียจข้าเช่นนั้นหรือจึงขยับไปห่างเช่นนั้น”“ข้ากลัวจะโดนแผลของท่าน”โจวจื่อรั่วดึงนางมานอนทับที่ต้นแขนของตนแล้วดึงผ้าห่มมากระชับร่างของทั้งคู่เอาไว้“เหตุการณ์วันนี้ทำให้ข้ากลัวว่าจะเสียเจ้าไป” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกระซิบข้างใบหูของนาง ความหมายของสิ่งที่กล่าวออกมาทำให้โจวลี่หรูหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อนึกได้ถึงเหตุผลที่แต่งงานกันนางก็รีบกล่าวตัดพ้อออกมา“ท่านอย่าลืมว่าเราแต่งงานกันด้วยเหตุใด”“ข
เมื่อถึงจวนสกุลซุน ซุนต้านและซุนเพ่ยหลินได้ให้การต้อนรับแม่ทัพหนุ่มตามมารยาท โจวลี่หรูที่แม้จะดีใจที่ได้กลับมาแต่ด้วยความห่วงใยที่มีต่อแม่ทัพหนุ่มและรู้ว่าผู้ที่จะมาทำร้ายตนเป็นผู้ใดจึงมิได้มีสีหน้าที่เป็นสุขนัก“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดแม่ทัพโจวจึงได้รับบาดเจ็บเช่นนี้” ซุนเพ่ยหลินถามด้วยความตกใจ แม้จะไม่อยากพูดดีด้วยแต่ถ้าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่หากเป็นอันใดไปในเรือนสกุลซุนอาจจะมีเรื่องใหญ่ตามมา“ระหว่างทางพบกับโจรป่าเข้า จึงเกิดการต่อสู้กัน” โจวจื่อรั่วตอบเสียงเรียบแล้วมองยังซุนต้านด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง“ฮูหยินให้คนดูแลทหารของท่านแม่ทัพ ทั้งอาหาร ที่พักและยารักษา” ซุนต้านบอกแก่ภรรยาของตน“เจ้าค่ะท่านพี่” ซุนเพ่ยหลินรับปากสามี จึงหันไปสั่งพ่อบ้านซุน“ทำตามที่นายท่านสั่ง ดูแลทหารของแม่ทัพโจวอย่าได้ขาดตกบกพร่องประการใด” นางสั่งการต่อไม่ยอมออกจากห้องรับรองของโจวจื่อรั่วไปเพราะเกรงว่าจะมีการพูดเรื่องสำคัญลับหลังนางโจวลี่หรูมองดูหมอถอดเสื้อของเขาออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำและบาดแผลที่หน้าท้อง แม้จะเล็กน้อยแต่ก็ยังมีโลหิตไหลไม่หยุดหลังจากที่ทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาแล้วก็พันผ้าสะอาดรอบเอว







