Se connecterสองสาวใช้มองตามสตรีบำเรอทั้งสามจนลับสายตาจึงหันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจพร้อมกันราวกับนัดเพราะคิดว่าถึงขนาดไม่ยำเกรงโหวฮูหยินเช่นนี้หากท่านโหวผู้มีความชิงชังผู้เป็นภรรยาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วกลับมาแล้วสตรีทั้งสามไป'ฟ้อง'เรื่องวุ่นวายอาจตามมาอีกเป็นแน่จากอดีตตลอดมาหลายเดือนที่ผ่านมาพวกนางพบเห็นหากแต่ในครั้งนี้คงร้ายแรงกว่าในเมื่อขณะนี้ท่านหญิงห้านั้นคลอดบุตรแล้วท่านโหวคงไม่ยั้งมือที่จะลงโทษฮูหยินแสนชิงชังของตนเองเป็นแน่
“อาหารมื้อนี้เจ้าปรุงต่อเองไปก่อนก็แล้วกันข้าคงเข้าไปทำต่อมิได้แล้วอาหมิงกับอาเมี่ยวตื่นเสียแล้ว”
เพราะสองพี่น้องน้องอาหมิงและอาเมี่ยวดวงตาใสแจ๋วเช่นนี้คงอีกครู่ใหญ่กว่าจะหลับ นางจึงยกหน้าที่ปรุงอาหารมื้อเย็นให้กับฉู่หรั่นจีไปทำต่อ ตัวของนางและจางจื่อเว่ยนั้นจะแยกไปยังระเบียงห้องนอนที่มีร่มเงาของต้นซิ่งให้ความร่มรื่นแทน
“ท่านหญิงเช่นนี้จะดีแน่หรือเจ้าค่ะ หากท่านโหวกลับมาจะไม่เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นหรือเจ้าคะ?”
เป็นฉู่หรั่นจีที่คุ้นเคยกับความใจดำและไร้เหตุผลของเยี่ยเฉิงโหวมานานจึงอดจะกังวลใจแทนท่านหญิงห้าเสียมิได้เพราะสตรีบำเรอทั้งสามนั้นจะเหิมเกริมจนถึงขึ้นบังอาจบุกมาสร้างความวุ่นวายเช่นนี้มิได้เลยหากว่าเยี่ยเฉิงโหวจะไม่ให้ท้ายและส่งเสริมอยู่เบื้องหลังวันนี้ก็คาดว่าพวกนางคงเตรียมการมาหาความและใส่ร้ายป้ายสีท่านหญิงห้าคิดเอาความดีความชอบเช่นที่ผ่านอีกแล้วเป็นแน่ถึงตลอดสี่สิบห้าวันมานี้พวกนางจะไม่มาตามราวีก็มิใช่จะวางใจว่าท่านโหวนั้นจะหยุดรังแกผู้เป็นฮูหยินแสนชังแล้วเมื่อใด
“ผ่านความเป็นความตายในคืนนั้นมาได้ข้าก็ไม่เคยหวาดเกรงสิ่งใดอีกแล้วเขาอยากทำอันใดก็ให้ทำไปแต่คิดจะให้ข้ายินยอมไม่โต้ตอบปล่อยให้สตรีของเขารังแกอีกเห็นทีจะยากแล้วเช่นกัน ข้าก็คนมีความอดทนที่จำกัดวันใดหมดลงก็พร้อมพุ่งชนเช่นปุถุชนทั่วไป”
มีหรือที่เซี่ยผิงหลัวจะคาดเดาสิ่งที่สตรีบำเรอเหล่านั้นต้องการไม่ได้และไม่ทราบว่าทุกสิ่งนี้มีสามีของตนอยู่เบื้องหลัง เช่นนั้นนางจึงลงมือเพียงสาดน้ำล้างคาวปลาออกไปมิได้ทำอันใดมากไปกว่านั้น หรือถึงอู๋หลิงเซียวมาเอาผิดกับนางจริงก็มิได้หวั่นหวาด อย่างดีก็เพียงขอหนังสือปลดภรรยาจากเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปมีอันใดน่ากลัวกัน เพราะเช่นไรนางก็คิดจะจากไปอยู่แล้วจากไปเร็วหน่อยก็มิได้เป็นอันใด
“เจ้าไปทำอาหารเถอะ คนเราท้องต้องอิ่มจะปัญหามากมายเท่าภูเขาหากท้องอิ่มก็เผชิญหน้าได้สบายมาก”
กล่าวจึงเดินแยกไปอีกทางทันที คราแรกนางคิดจะพาสองแฝดออกไปรับลมที่ระเบียงห้องนอน แต่คิดอีกทีนางสมควรไปตรวจนับสินเดิมว่ามีเท่าใดให้อุ่นใจคงดีกว่าเพราะการเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้ย่อมพ้นภัยที่จะมาถึงยิ่งฐานะของตนเองไม่มั่นคงใจจวนนี้เพราะสามี ไม่ใส่ใจจะเป็นหรือตายเขาล้วนไม่สนจนบัดนี้ขนาดสตรีบำเรอยังบังอาจร่วงเกินผู้เป็นถึงจิ้งหรานเสียนจู่ที่ฮ่องเต้ประทานยศนี้ให้ยิ่งคิดได้แต่เพียงว่าอู๋หลิงเซียวตั้งใจข่มเหงจิตใจกันจนนางทนไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายเปิดมากขอหนังสือหย่าด้วยตนเองเป็นแน่
'หึ! ดี!!!ข้าก็ต้องการไปจากขุมนรกแห่งนี้แทบตายแล้วอู๋หลิงเชียว'ในยามที่คิดมาถึงตรงนี้เรียวปากงามก็พลันมีรอยยิ้มอ่อนจางแต้มใบหน้างามอวบอิ่มขึ้นมาทันที
"จื่อเว่ยเจ้าพาอาเมี่ยวไปนอนในเปล แล้วมาช่วยข้าตรงนี้"
ดังนั้นตลอดช่วงบ่ายแก่จนยามค่ำมาเยือนนางและจางจื่อเว่ยจึงวุ่นวายกับการตรวจนับและบันทึกสินเดิมอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกนับจากแต่งเข้าสกุลอู๋มา แต่มันถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่นางต้องเตรียมพร้อมจากไปได้แล้วหนึ่งหนาวมันนานเกินไปแล้วนางคิดว่าตนเองชดใช้แทนเจ้าของร่างนี้มานานเกินพอแล้วเวลาที่เหลือนางสมควรไปใช้ชีวิตเป็นตนเองสักครา
"ท่านหญิงเจ้าค่ะอาหารมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"
ปลายยามโหย่วฉู่หรั่นจีก็มาตามผู้เป็นนายหญิงของนางไปรับประทานมื้อค่ำที่ระเบียงเช่นทุกมื้อเพราะท่านหญิงห้าจะเคร่งรัดเรื่องการนำอาหารเข้ามาภายในห้องนอนอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยามนี้มีเด็กอ่อนถึงสองคนยิ่งต้องระวังมดและแมลงให้มาก
"อีกครู่ข้าจะตามออกไป"
เพราะเมื่อครู่เจ้าสองแฝดแผดเสียงร้องไห้จ้าคราแรกนั้นคิดว่าหิวนม แต่กลับเป็นถ่ายหนัก กว่าจะจัดการเรียบร้อยก็วุ่นวายพอสมควรเพราะผู้หนึ่งถ่ายหนักอีกผู้ถ่ายเบายังดีที่มี จางจื่อเว่ยคอยช่วยเหลือบัดนี้อู๋เฟยเมี่ยวจึงอิ่มหนำจนหลับไปแล้ว ส่วนที่เหลือจึงเป็นเจ้าตัวกลมที่กินจุกว่าน้องสาวถึงสามส่วนเช่นอู๋เฟยหมิงเท่านั้น
"เจ้าหิวก็กินไปก่อนเลยหรั่นจี อีกครู่จะได้มาเปลี่ยนข้ากับจื่อเว่ยไปกินบ้าง"
ทุกวันนี้ต้องสลับกันเช่นนี้จึงพอได้กินข้าวอิ่ม ไม่มีคำว่า 'นาย'หรือ'บ่าว'มีเพียงร่วมแบ่งปันทั้งทุกข์และสุขไปด้วยกัน จึงผ่านทุกสิ่งมาด้วยกันจนถึงบัดนี้ได้ ผ่านไปครู่หนึ่งเจ้า'เครื่องสูบน้ำนม'ก็อิ่มหนำหลับสนิทตามน้องสาวไปอีกคน แต่เซี่ยผิงหลัวนั้นก็ยังคงโอบอุ้มเอาเขาพาดบ่าจนได้ยินเสียงเรอออกมาค่อยขยับเขาลงนอนในเปลด้วยกิริยาถนอมดังอีกฝ่ายคือแก้วบางหากวางแรงไปอีกฝ่ายจะแตกสลายอย่างไรอย่างนั้น ทว่ามิใช่เพียงแก้วธรรมดาทั่วไปเพราะเจ้าเด็กแฝดคู่นี้คือแก้วตาและดวงใจของนาง
"ไปกินข้าวกันเถิดจื่อเว่ย"
เมื่อฉู่หรั่นจีมาสับเปลี่ยนเวร นางจึงหันไปชวนสาวน้อยจางจื่อเว่ยออกไปกินข้าวพร้อมกันซึ่งเด็กสาวซาบซึ้งใจในความเมตตานี้ที่ท่านหญิงห้ามอบให้ยิ่งนัก อาหารมื้อนี้ถูกปากเซี่ยผิงหลัวจนนางต้องเติมข้าวถึงสองถ้วย จางจื่อเว่ยเห็นจึงคีบเนื้อปลาเอาใจด้วยใบหน้าเบิกบาน
"ท่านหญิงเติมข้าวอีกถ้วยนะเจ้าค่ะ"
กล่าวแล้วไม่รอให้ผู้เป็นนายหญิงตอบจางจื่อเว่ยก็หยิบถ้วยในมือของอีกฝ่ายไปเติมข้าวทันทีซึ่งหากเป็นในอดีตสมัยที่ยังเป็นเพียงอรุณให้หิวกว่านี้นางก็คงปฏิเสธไม่เติมข้าวอีกเป็นแน่ ทว่าในยามนี้จะอ้วนเพิ่มจากนี้นางก็ไม่กังวลขอเพียงมีน้ำนมให้เด็กแฝดทั้งสองได้ดื่มกินจะอ้วนจะไม่งาม นางก็มิใส่ใจอันใดทั้งสิ้น
"เซี่ยผิงหลัว! เจ้าไปมุดศีรษะอยู่ที่ใด เซี่ยผิงหลัว!"
บทส่งท้ายผ่านเหตุการณ์คืนพลิกชะตานั้นมานี่ก็ผ่านมาได้สิบวันแล้วจึงมีพิธีกราบไว้บรรพชนสกุลอู๋ และลงลายมือชื่อในหนังสือสมรสแห่งซีฉู่ซึ่งในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง โดยมีผู้ลงนามเป็นบุรุษและสตรีคู่เดิมเมื่อกว่าหกหนาวก่อน หากแต่ความรู้สึกของทั้งสองล้วนต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงซึ่งทุกพิธีล้วนกระทำเป็นการภายในและเรียบง่าย มีเพียงฮ่องเต้ ฮองเฮา ไท่จื่อ ท่านอ๋องสาม ชินอ๋องกับชินอ๋องซื่อจื่อ รวมไปถึงสองคนสนิทของนางและอู๋หลิงเซียวเช่น จิ้งถี ฉู่หรั่นจี เกาเฟย จางจื่อเว่ย และสองฝาแฝดคนสำคัญที่สุดของเซี่ยผิงหลัวกับอู๋เซียวผู้เป็นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้อยู่ร่วมรู้ และร่วมเป็นสักขีพยานคนสำคัญที่สุดของผู้เป็นเปี้ยนเฉิงอ๋องและพระชายาเอกในเปี้ยนเฉิงอ๋อง“น้องห้า วันนี้เป็นวันดีของเจ้า พี่ใหญ่เร่งเดินทางมาจากตงอี้ คราวแรกที่เดินทางมาเพราะได้ข่าวที่เสด็จแม่ทำเรื่องไม่ยุติธรรมกับเจ้าและหลานทั้งสอง มิคาดว่าพอมาถึงจะกลายเป็นมีเรื่องมงคล จึงไม่ได้จัดเตรียมของขวัญใดติดกายมาให้เจ้าเลย มีเพียงหยกแขวน และกำไลหยกให้แก่หลานชายและหลานสาวเท่านั้น”หลังจากเสร็จทุกพิธีการวันนี้ เซี่ยเหลียนเฉิงได้ขออนุญาตบิดาเป็นคนส่
แต่ก็เพียงแค่เท่านั้น เพราะเขายังมีสติรู้ว่าหากตนเอง ‘หลอมรวม’ คงยากจะไม่รุนแรงจึงจำต้องระบายออกภายนอก จนกว่าตนเองจะสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งกับนางได้ด้วยสติที่มากกว่านี้อีกหน่อย จึงไม่ทำรุนแรงจนนางยากจะทานทนไหว“ซี้ด…”เสียงแหบหลุดออกมาจากเรียวปากแกร่งเมื่อเขาถอนจุมพิตสูบ แต่ยังคงไถลทั้งปากและจมูกลงไปยังลำคอระหง ในขณะที่ด้านล่างนั้นกำลังขยับสะโพกโยกไหวเสียดสีท่อนลำกับกลีบของบุปผานางหนักหน่วง ความแข็งขึงนั้นก็บดเบียดจนนางเริ่มเสียววูบตรงท้องน้อย จนนิ้วทั้งสิบจิกเกร็งบนท่อนแขนแกร่งไปเต็มแรง“อื้อ!”พอเรียวปากแกร่งแนบลงไปบนลำคอแล้วระหงก่อนจะดูดลงไปเต็มแรงอย่างหักห้ามใจของตนเองไม่ทัน คนตัวเล็กจึงอุทานออกมาเพราะทั้งเจ็บและตกใจ แต่อู๋หลิงเซียวห้ามตนเองไม่ไหว หยุดยิ่งยาก มีเพียงต้องเดินไปให้สุดปลายทางเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงทั้งกลิ่นกายหอมละมุนกับความรักที่ตนเองมีให้กับสตรีในอ้อมแขนจึงยิ่งยากแสนจะยากหากคิดควบคุม“ขออภัยที่ข้ามิอาจทำตามสัญญาได้ แต่จะพยายามนะผิงเอ๋อร์”เสียงเนื้อแนบเนื้อเสียดสีกันดังหยาบโลน แต่ก็เร่งเร้าให้อารมณ์พิศวาสยิ่งตื่นเตลิด ถึงยังไม่ได้สอดใส่หลอมรวม แต่เพราะอีกคนห่างหา
ตอนพิเศษ 4"!!!" เซี่ยผิงหลัวไม่ทันได้อุทานด้วยซ้ำเมื่อเขาออกแรงกระชากข้อมือเล็กของนางให้ล้มลงไปบนหน้าอกแกร่งตึงแน่น และเพียงนางเตรียมจะร้องคัดค้านหลังจากเขาบอกสิ่งที่ประสงค์ เรียวปากแกร่งที่มีกลิ่นสุราผสมอยู่เล็กน้อยกับลมหายใจก็แนบลงมานางจึงเริ่มออกแรงดิ้น ทั้งทุบแผ่นหลังกว้าง ทั้งพยายามจะถีบ แต่ก็ถูกเขาใช้ท่อนขากำยำกดจนกระดิกไม่ได้นางจึงพยายามกางนิ้วทั้งสิบจิกข่วนไม่ยั้ง นางออกแรงจนหอบ พยายามกัดปากปิดแน่นไม่ยอมให้อีกฝ่ายล่วงเกิน แต่พอนางเหนื่อยหอบจากการออกแรงมากไปก็เริ่มจะทนไม่ไหว ยิ่งอีกฝ่ายเล่นวิธีสกปรกบีบจมูกกัน สุดท้ายนางจึงต้องอ้าปากหวังฮุบเอาอากาศเข้าท้อง จึงเปิดโอกาสอู๋หลิงเซียวจุมพิตนางได้เต็มอารมณ์หวาม"อื้อ!!!" เกิดมาสองชีวิตไม่พอ นางยังคงอุ้มท้องและคลอดบุตรมาถึงสองคน แต่เรื่องบนเตียงระหว่างสามีกับภรรยาในความทรงจำนี้เลือนรางนัก ยิ่งจุมพิตหากจำไม่ผิดในราตรีนั้นคล้ายกับว่าอู๋หลิงเซียวไม่ได้แตะต้องเรียวปากของเซี่ยผิงหลัวเลย เขาเพียง 'เสพสม' เพื่อระบายฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเท่านั้นจริงๆ หากแต่ราตรีนี้เขากลับ......จุมพิตนางอย่างลึกซึ้ง...เพียะ! เพียะ! เพียะ!หลังจากเขาถอยห่าง นาง
เพราะอดีตเขาเองก็เผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้มาแล้วจากฝีมือของเซี่ยผิงหลัวคนเดิมและผู้เดียวที่เขาเพิ่งหลบเลี่ยงแต่ก่อนจะสลัดนางออกไปก็จำเป็นต้องรับสุราที่นางมอบให้มาดื่มตามมารยาทเพราะยิ่งในวันนี้เขาเป็นถึง'เปี้ยนเฉิงอ๋อง'แล้วทว่ายิ่งตำแหน่งของเขาสูงส่งก็ยิ่งต้องรักษามารยาทรักษาหน้าของราชวงศ์ยิ่งกว่าเดิมแต่เกรงว่ากับสตรีบางคนเขาก็ไม่สมควรรักษามารยาทอันดีอีกต่อไป! "ท่านอ๋องเป็นอันใดหน้าของท่านแดงยิ่งนัก ไม่สบายหรือเพคะ" หลังจากสองแฝดหลับไปแล้วนางเองก็เตรียมจะแยกตัวไปเข้าห้องนอนที่อยู่ติดกันนี้หากทว่าพอลงจากเตียงสภาพของอู๋หลิงเซียวก็ไม่เหมือนเดิมเช่นครู่ก่อนแล้ว เพราะใบหน้าที่หลายเดือนผ่านมาเขาไม่ได้ตากแดดตากลมอยู่ชายแดนผิวจึงกับมาขาวกระจ่างเช่นเดิมพอผิดปกติจึงมองเห็นชัดเจนว่าแดงจัดไม่เว้นแม้แต่ลำคอกับใบหูยิ่งดวงตานั้นยิ่งแดงก่ำหายใจก็แรงฟืดฟาดเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มใบผากแต่กลับมมีกลิ่นอายอำมหิตแปลกๆ เช่นอดีตที่นางตื่นขึ้นมาบนเตียงกับเขาให้อดีตหลายหนาวที่ผ่านมา "รบกวนเจ้าพอข้ากลับไปส่งที่เรือนนอนเจ้าสะดวกหรือไม่" ในยามนี้เขาวางใจสตรีตรงหน้าที่สุด หากจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับนางมันคือความตั้งใจหา
ตอนพิเศษ3เกิดมาถึงสองชีวิตอายุรวมกันก็ปาเข้าไปยี่สิบสี่หนาวแล้วเซี่ยผิงหลัวก็เพิ่งจะรับรู้ว่าการยืนบื้อใบ้เป็นเช่นไรวันนี้นางเพิ่งซาบซึ้งแก่ใจเป็นครั้งแรกแต่พอนางคิดจะสอบถามเข้าให้กระจ่างจัดมิคาดเจ้าคนเสียสติอู๋หลิงเซียวดันยืมรองเท้าสุนัขมาสวมวิ่งหนีหน้านางไปไม่สมกับเป็นแม่ทัพไร้พ่ายผู้รบสิบครั้งชนะไม่เคยขายหน้าแต่มาตายสนิทกับเพียงคิดจะบอกรักอดีตภรรยาเช่นนาง “บัดซบ!” ‘เขายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่เจ้าคนบ้าเอ๊ย’เซี่ยผิงหลัวสบถด่าคนที่นางยังมองเห็นแผ่นหลังกว้างไวไวก่อนจะลับหายไปจากประตูเพราะอยู่ดีๆ มาบอกรักกันจากนั้นก็วิ่งหนีเขาเห็นนางเป็นสตรีหรือไม่หรือเขาเห็นนางเป็นนางยักษ์ไปแล้วกันแน่เจ้าบุรุษตาขาวผู้นี้ช่างไม่สมกับที่ทรมานนางอยู่นานถึงเก้าเดือนเลยสักนิดหรือที่แท้อู๋หลิงเซียวผู้นี้ก็เป็นดวงจิตของผู้อื่นข้ามภพมาเช่นนางกันแน่ “ท่านแม่…” เสียงบนเตียงดึงให้นางหันไปมองก่อนจะเห็นเด็กแฝดสองคนที่หลับไปแล้วกลับลุกขึ้นมานั่งตาใสมองนางอยู่ก่อนแล้วหญิงสาวจึงหลับตาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเรียบเรียงสติอีกครู่จึงค่อยแน่ใจว่าตนเอง ‘พลาดพลั้ง’ให้กับสองฝาแฝดเสียแล้ว “เดี๋ยวนี้เก่งแล้วนะ รวมหัวกันรัง
ส่วนชินหวางเฟยผู้เป็นมารดานั้นยิ่งไปกันใหญ่ เพราะนับจากวันที่นางปฏิเสธการที่จะให้คนจากตำหนักพาสองแฝดไปเข้าเฝ้าเพียงลำพัง เพราะฮองเฮาเตือนว่ามารดาของนางไม่ได้คิดดีเป็นแน่ จึงได้ต้องการเพียงสองแฝดให้ไปเข้าเฝ้า ไม่ยอมให้นางที่เป็นมารดานั้นติดตามไปด้วย พระนางกลับไม่ย่อท้อส่งคนมาขโมยตัวของอู๋เฟยเมี่ยวไปจนได้ แล้วจึงเรียกร้องให้นางต้องไปหา โดยใช้บุตรสาวของนางเป็นตัวประกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไม่ใช่เพราะห่วงใย แต่ต้องการนำตัวนางไปลงโทษที่หนีออกจากจวนสกุลอู๋ ไม่พอนางยังข้ามหน้าข้ามตาพระนางด้วยการหย่าขาดจากอู๋หลิงเซียว ทำเอาในวันนั้นนางยิ่งซาบซึ้งว่าบางคนก็ไม่สมควรจะมีบุตรนั้นมีอยู่จริง เพราะชินหวางเฟยผู้นั้นนับจากอดีตจนถึงทุกวันนี้ สุดท้ายพระนางก็รักเพียงตนเองเท่านั้นจริงๆ ยังโชคดีที่ก่อนหน้านั้นอู๋หลิงเซียวเพิ่งได้รับพระราชทานยศเป็นอ๋องต่างแซ่ จากผลงานที่ตงอี้ได้ไปปกครองแคว้นเป่ยหยวนแล้วเขาจึงมีอำนาจพอจะไปต่อกรกับชินหวางเฟยผู้เป็นอดีต 'แม่ยาย' ในฐานะที่เขาคือบิดาของอู๋เฟยเมี่ยว จึงไปพาตัวบุตรสาวออกมาจากเงื้อมือของ 'ปีศาจเฒ่า' ชินหวางเฟยได้ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นชินอ๋องและฮ่องเต้ต่างลงความเห







