Masukดวงอาทิตย์เลื่อนขึ้นผ่านจากก้อนเมฆทีละนิดเริ่มประกายสองแสงสว่างผ่านหน้าต่างและพาดผ่านมายังร่างกายของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับสบายอยู่แต่ก็ถูกแสงของอาทิตย์นี้แหละที่มารบกวนเวลานอนของเธอ
ติ้ด ติ้ด ติ้ด เสียงนาฬิกาปลุกเป็นสัญญาณบอกให้หญิงสาวที่นอนหลับใหลอย่างสบายให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะไม่อยากตื่นเลยก็ตาม แต่เธอต้องฝืนตื่นขึ้นมาเพื่อธุระส่วนตัว เพื่อที่เธอจะได้ไปทานข้าวเช้าให้ตรงเวลาตามที่เจ้าของบ้านบอก แต่อันที่จริงถ้าไม่ได้ทานข้าวเช้าเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรเพราะปกติตอนอยู่มหาลัยเธอก็ไม่ได้ทานอยู่แล้วไม่ เรียกว่าหาอะไรทานไม่ทันก่อนไปเรียนเสียมากกว่าเพราะว่าตื่นสายเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วันนี้เริ่มวฝึกงานเป็นวันแรกเธอจะสายเหมือนไปเรียนไม่ได้เด็ดขาด “เธอมาสาย” “สาย สายอะไรคะ” กอหญ้าทำหน้างงเล็กน้อย “ไม่ต้องทำหน้าสงสัย แล้วก็คิดว่าตัวเองผิดอะไร ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าข้าวเช้าจะต้องทานตอนเจ็ดโมงตรง เธอมาสาย” “ถึงจะสายแต่ก็ทันทานข้าวค่ะ ใช้เวลาทานข้าวแค่สิบนาทีพอค่ะ” กอหญ้ายิ้มตอบและไม่พูดไม่เถียงอะไรอีก แต่เธอรีบตักข้าวต้มใส่ปากของเธอทันทีด้วยความรวดเร็วโดยที่ข้าวต้มถูกตักวางไว้บนโต๊ะนานแล้ว ทำให้เธอทานข้าวต้มได้อย่างรวดเร็วเพราะอุณหภูมิของอาหารกำลังอุ่นพอดีไม่ทำให้ลวกปากของเธอ “ค่อยๆ ทานก็ได้เดียวข้าวต้มก็ติดคอกันพอดี วันนี้ฉันไม่รีบ” “ไม่เป็นไรค่ะกอหญ้าอิ่มแล้ว ไปได้เลยค่ะ” “แต่ฉันยังไม่อิ่มแต่นี่จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วนะคะ” “แต่ฉันยังทานไม่อิ่ม” “ค่ะไม่อิ่มก็ไม่อิ่ม”กอหญ้าจากที่เธอกำลังเอามือเท้ากับโต๊ะเพื่อยืนขึ้น เธอต้องทิ้งตูดงอนงามของเธอนั่งลงเก้าอี้อีกครั้งเพื่อรอชายหนุ่มร่างโตตรงหน้าทานข้าวให้เสร็จเสียก่อน และในช่วงเวลานี้เองเธอจึงจำคำของนนท์นี่ที่ว่าให้ลองสังเกตพฤติกรรมท่าทางต่างๆ ของชายหนุ่มตามที่นนท์ฺนี่บอกเอาไว้ วันนี้กระทิงสีเสื้อยืดด้านในสีน้ำตาลใส่เสื้อคลุมด้านนอกเป็นเสื้อยีน ดูการแต่งกายภายนอกแล้วเหมือนผู้ชายปกติ แต่ถ้าจะทำให้คิดได้ก็คงจะเป็นกางเกงยีนสุดฟิตแน่นรัดขาจนเกินไป “มองอะไรไม่กินข้าวแล้วหรือ” “มองคนหล่อ” “จะกินข้าวต่อไหม” “กินค่ะ”ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวสักครู่หนึ่งก่อนจะตักข้าวเข้าปากและถามกับตัวเองในใจว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้โดนผู้หญิงแซวหรือหยอกล้อแบบนี้ แต่ที่จริงเขาก็พอจะอิ่มบ้างแล้ว แต่เขาเห็นว่ากอหญ้าตักข้าวเข้าปากได้ไม่กี่คำก็บอกว่าอิ่มแล้ว กระทิงคิดว่าทานแค่นั้นจะไปอิ่มอะไร ก็เลยอยู่ต่อให้กอหญ้าทานข้าวให้เสร็จก่อน ส่วนกอหญ้าเธอก็ตักข้าวเข้าปากต่อแต่สายตาของเธอก็ยังไม่วายที่จะชำเลืองมองกิริยาท่าทางของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอ เวลาจับช้อนก็ปกติ เวลาดื่มกาแฟนิ้วก้อยก็ไม่กระดิกขึ้น แต่จากที่เธอจะมองด้วยการสำรวจด้วยสายตาเธอก็ยังตอบคำถามกับตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่าตกลงกระทิงชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ และยิ่งไปกว่านั้นไม่รู้ว่าทำไมเธอยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้ช่างน่ามองและมีเสน่ห์น่าน่าดึงดูดจากที่เธอมองด้วยความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นความหลงใหล และชื่นชมใบหน้าของชายคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ ว่าหล่อดูดีเหมือนดังกับเทพบุตรเสียนี่ “มองอะไรทานข้าวอิ่มหรือยัง” “...” “กอหญ้า” “ค่ะ”หญิงสาวหยุดมองและกะพริบตาถี่ๆ “ทานข้าวอิ่มหรือยัง” “อะ อิ่มแล้วค่ะ” “อิ่มก็ลุกขึ้นได้แล้วเดี๋ยวฉันจะไปส่ง” “จะไปส่งทำไมเหรอคะกอหญ้าเอารถมา” “ฉันให้สิงโตเอารถยนต์เธอไปคืนแล้วล่ะ” “เอาไปคืน เอารถไปคืนทำไมหรือคะ” กอหญ้าทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอารถของเธอกลับไปคืนด้วย “ฉันเห็นว่าที่บ้านเธอช่วงนี้มีแขกมาพักเยอะจำเป็นต้องใช้รถแล้วอีกอย่างรถของเธอมันก็จอดขวางทางรถของฉันด้วย” “จอดขวางทาง” “ใช่จอดขวางทาง จะไปได้หรือยัง จะถามอีกนานไหม จะสายแล้วน่ะ” “เออ แล้วถ้วยชามพวกนี้ล่ะจะไม่เก็บก่อนหรือคะ”กอหญ้าชี้ลงไปที่ถ้วยข้าวต้มที่เธอและเขาเพิ่งทานเสร็จและยังวางอยู่บนโต๊ะ เธอคิดว่าต้องทำความสะอาดก่อนที่จะไปทำงาน “เอาทิ้งไว้ตรงนี้แหละปกติก็มีแม่บ้านมาเก็บให้” “ค่ะ” “เออ พี่กระทิงค่ะโรงงานใกล้แค่นี้เองไม่มีรถรางผ่านมารับบ้างหรือคะ” “ไม่มีฉันจะไปส่งเธอทุกเช้าก็แล้วกันแต่เธอต้องตื่นมาทานอาหารเช้าให้ทันและฉันจะไปทำงานตอนแปดโมงเช้า เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วย” “ค่ะ”หญิงสาวพยักหน้าตอบรับและเดินตามหลังชายหนุ่มต้อยๆ ไปขึ้นรถทันที “นี้โรงงานผลไม้อบแห้งตอนเที่ยงเธอก็ไปทานอาหารที่โรงอาหารกลางได้” “เข้าใจค่ะพี่กระทิง” “กอหญ้า ทางนี้จะ” “อ้าวยังไม่ไปโรงงานไวน์หรือนนท์นี่ กล้าหาญ” “กำลังจะไป” “นี้กำลังรอรถรางมารับหรือ"ถึงจะดูแล้วว่าโรงงานติดกันแต่ถ้าเดินไปอีกโรงงานก็เป็นกิโลเลย” “อืมกำลังรอรถอยู่นะ แล้วเป็นอย่างไงบ้างอยู่ได้จริงๆ ใช้ไหม” “อืมอยู่ได้” “มาฝึกงานวันแรกก็มีผู้ชายมาส่งเลยนะ คือดีอ่ะ”นนท์นี่ทำหน้าดีด๊าดีใจที่เห็นว่ามีผู้ชายมาส่งเพื่อนแต่ช่างแตกต่างจากกอหญ้าเสียเหลือเกินที่ไม่ได้ดีใจอะไรที่มีผู้ชายมาส่ง “ดีอะไรล่ะเขายกรถของกอหญ้ากลับบ้านไปให้คุณแม่แล้ว โอกาสที่เราจะได้ไปมาหากันก็น้อยลง แล้วอีกอย่างเรายังไม่รู้เลยนะว่าพี่เขาชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่” “วิธีสังเกตที่ฉันบอกไปได้ลองทำบ้างแล้วหรือยัง” “ก็สังเกตสินอกจากที่พี่กระทิงชอบใส่กางเกงยีนรัดๆ ใส่เสื้อยืดที่โชว์กล้ามและเป็นคนตรงต่อเวลามากๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลย” “แล้วเรื่องที่ทำให้เขาตกใจล่ะได้ทำบ้างหรือยัง” “ยัง” กอหญ้าถอนหายใจ เธอหนักใจมากๆ ไม่รู้จะหาวิธีไหนที่ทำให้กระทิงตกใจได้เลยเรื่องที่คิดว่าจะทำให้กระทิงตกใจหรือกลัวจนร้อง ก็ดันเป็นทุกอย่างที่เธอกลัวเหมือนกัน" “ถ้าเรื่องที่ทำให้เขาตกใจมันยากเกินไปลองวิธีนี้ไหมล่ะ” “วิธีอะไร” “เอาหูมาเดี๋ยวกล้าหาญมันจะขัดไม่ให้ทำ”กอหญ้ายื่นหูไปใกล้ๆ เจ๊นนท์นี่ เพื่อจะได้รู้วิธีการการพิสูจน์ ว่าผู้ชายที่เธอเคยเล่นมาตั้งแต่เด็กจะเป็นหรือไม่เป็นกันแน่ “วิธีนี้น่าจะเสี่ยงหน่อยแต่ก็อาจได้ผล 100%” “วิธีอะไรรีบบอกมาเลยเนนท์นี่เดี๋ยวจะต้องไปทำงานแล้วอย่าลีลา” “ก็คือการ หลอกล่อยั่วยวนถ้าเป็นผู้ชายยังไงก็คงมีท่าทีตอบรับบ้าง” “จะบ้าหรือนนท์นี่” “บอกแล้วไงว่าอย่าเสียงดังเดี๋ยวกล้าหาญมันจะฆ่าฉันได้ แต่วิธีนี้อาจจะได้ผลที่สุดน่ะ เพราะการเย้ายวนหลอกล่อให้หลงให้รักนี้แหละมันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าเขาเป็นจริงมากสุดเขาก็อาจทำหน้าขยะแขยงหรือรังเกียจ แต่ถ้าเขาเป็นชายแท้เธอก็อาจจะต้องเปลืองตัวหน่อยหนึ่งน่ะ"นนท์นี่พูดคุยด้วยพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์” “ไม่เอาหรอดนนท์นี่กอหญ้าไม่กล้าหาวิธีอื่นได้ไหม” “ไม่มีหลอกที่คิดได้ตอนนี้ก็เห็นจะเป็นวิธีนี้วิธีเดี๋ยวเท่านั้น” “หลอกล่อยั่วยวนทำให้หลงเสน่ห์ให้ได้” “จะดีหรือนนท์นี่”กอหญ้าเริ่มจะชั่งใจว่าเธอควรจะทำวิธีนี้หรือไม่ “งั้นฉันขอเก็บไปคิดก่อนน่ะ” “แล้วแต่เลย” “หรือว่าเธอจะสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ ก็ได้น่ะ” “อืมก็คงต้องเป็นแบบนั้นก่อน” “รถมาแล้วไปก่อนน่ะกอหญ้าตอนเที่ยงเจอกันที่โรงอาหารกลางนะ” “อืม เราไปก่อนน่ะกล้าหาญ”กอหญ้ารีบลาเพื่อนเพราะเธอก็ต้องรีบเข้าไปฝึกงานเหมือนกัน วันแรกเธอจะสายไม่ได้ “เสียดายที่เราไม่ได้ฝึกงานด้วยกัน”กล้าหาญตัดพ้อเล็กน้อย “โอ๋ๆ อย่าเสียใจไปเลยน่ะเดียวเสาร์อาทิตย์จะพาไปเที่ยวปลอบใจน่ะ” “อืม”กอหญ้าลาเพื่อนของต้นและรีบเร่งฝีเท้าของตัวเองเข้าไปโรงงานทันที “ไปไหนมาทำไมไม่เข้ามาที่โรงงานเลย” เมื่อเธอกล้าเท้าเข้ามาในโรงงานก็ถูกคนตัวโตทักขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “พอดีกอหญ้าเจอเพื่อนนะคะก็เลยแวะทักทายกันนิดหน่อยค่ะพี่กระทิง” “ตามฉันมาที่ห้องด้วย” “ค่ะ”หญิงสาวได้แต่เดินตามหลังชายหนุ่มไปอย่างเชื่อฟัง “วันหลังไม่ต้องอ้อยอิ่งรีบเข้ามาเลยเข้าใจไหม” “เข้าใจค่ะพี่กระทิง”แวะแป๊บเดียวก็ไม่ได้ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งโตขึ้นพี่กระทิงถึงได้ดุแบบนี้ก็ไม่รู้ไม่เห็นใจดีเหมือนตอนเด็กเลยเปลี่ยนไปมากเลยรู้ตัวไหมคะกอหญ้าได้แต่มองหน้าและพูดในใจเท่านั้น “คุณกระทิงครับกาแฟเย็นมาแล้วครับ” “เอาวางไว้” “นี่พี่กินกาแฟร้อนตอนเช้าที่บ้านแล้วยังกินกาแฟเย็นที่โรงงานอีกหรือคะ” “ทำไมฉันจะกินไม่ได้หรือ” “กินกาแฟแบบนี้มากๆ ตกดึกคงไม่หลับไม่นอนกันพอดีค่ะ” “มันเรื่องของฉัน” “คะ” “สิงโตนายพากอหญ้าไปฝากคุณนิดให้สอนงานหน่อ” “ครับนาย” “หลังจากที่ไปส่งกอหญ้าเสร็จนายก็กลับมาหาฉันด้วยน่ะ” “ครับ”ตัวไม่เคยห่างกันเลยน่ะหรือว่าพี่กระทิงกำลังคบหาดูใจอยู่กับคุณสิงโตแต่ไม่อยากให้ใครรู้ พี่กระทิงอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบผู้ชายเหมือนกันก็ได้ เธอต้องจับตาดูความสัมพันธ์ระหว่างพี่กระทิงกับคุณสิงโตแล้วสิ“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
สองสามวันมานี้กอหญ้าต้องคอยป้อนข้าวป้อนน้ำและติดกระดุมให้ชายหนุ่มร่างโตก่อนไปทำงาน ทุกครั้งทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้นและกระทิงก็พูดกับกอหญ้าเหมือนคนปกติไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อนแล้ว “สิงโต” “ครับ” “แม่นายหายดีแล้วใช่ไหม” “ครับขอบคุณนายมากเลยนะครับที่ยอมให้ผมหยุดงานทั้งๆ ที่ทางนี้กำลังวุ่น
เธอไปเอาผ้าเช็ดตัวแล้วเดินตามฉันเข้าไปในห้องน้ำ กอหญ้าเธอรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องไปอาบน้ำให้กระทิง แต่เธอก็ไม่สามารถเลี่ยงได้เธอจึงเดินเข้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวตามที่กระทิงบอก แต่หญิงสาวไม่ได้แค่ไปหยิบผ้าเช็ดตัวของชายหนุ่มร่างโตเท่านั้น แต่เธอยังหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยาวที่สามารถผูกตาของเธอได้ไปด้วย
เช้าอีกวันของวันหยุดที่สอง กอหญ้าเธอออกมานั่งกินข้าวตามเวลาที่เขาสั่งไว้ตามปกติไม่สิตั้งไว้ว่าต้องมานั่งรับประทานอาหารเช้าตอน7.30 น.ของทุกวัน วันนี้ก็เช่นเคยชายร่างโตที่ดูจะไม่มีเรี่ยวมีแรงเลยสักนิดตอนนี้กลับมีสีสันขึ้นบนใบหน้ามามากแล้วดูเหมือนไม่ใช่คนป่วยเลยสักนิดแตกต่างจากเมื่อวานลิบลับราวฟ้าก
ตอนเที่ยงกอหญ้าโทรบอกให้แม่บ้านให้จัดเตรียมอาหารที่มีรสชาติไม่จัดจ้านมากนักเหมาะสำหรับคนที่เป็นไข้ นั่นก็คือซุปไก่และฟักทองผัดไข่“ขอบคุณนะคะป้า”“คุณกระทิงเป็นไงบ้าง”“ตอนนี้ไข้ลดลงมากแล้วค่ะ แต่ก็คงต้องให้นอนพักผ่อนให้มากๆ คุณป้าจะเข้าไปดูไหมคะ”“ป้าไม่เข้าไปรบกวนดีกว่าค่ะ ป้ามีงานที่ต้องไปท







