Masukกอหญ้าเธอได้เก็บกระเป๋าออกจากบ้านของตัวเองทั้งๆ ที่ เธอก็เพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน แต่ก็ต้องจำใจเก็บกระเป๋ามาอยู่บ้านกับกระทิงเพราะคำขอร้อง ของคุณป้า กระเป๋าเป้หนึ่งกับกระเป๋าลากอีกหนึ่งใบ และความกังวลใจที่ไม่แน่ใจนะว่าอยู่บ้านกับกระทิงอย่างมีความสุขตลอดทั้งสามเดือนหรือไม่
“เฮ้อ จะเริ่มต้นอย่างไงดีจะดูอย่างไงดี ยาก ยากไปหมด จะพึ่งพานนท์นี่ก็ได้เอาแต่บอกว่าคนนี้เรดาร์มันพังไม่สามารถจับหรืออธิบายได้ว่าเป็นหรือไม่เป็น แบบไม่สามารถฟันธงได้เลย”สองเท้าเล็กๆ ค่อยๆ ก้าวเข้าไปในบ้านด้วยหัวใจที่เต้นแรงด้วยความกล้าๆ กลัวๆ “มาแล้วหรือ”ชายร่างสูงร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตรยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยถามขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่างเล็กยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าบ้านไม่ยอมเขามาสักที “ค่ะ” “เข้ามาในบ้านก่อนสิ” “ค่ะ”หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาในบ้านตามที่ชายหนุ่มบอก “ห้องกอหญ้าอยู่ทางด้านซ้ายมือนะ แม่พี่ให้คนมาทำความสะอาดให้แล้ว” “ขอบคุณค่ะ”กอหญ้าแปลกใจว่าทำไมคนที่มีเงินและมีกิจการใหญ่โตขนาดนี้ ถึงได้เลือกมาอยู่ที่บ้านขนาดกลางติดกับโรงงานที่อาจจะมีความวุ่นวาย และอาจจะได้ยินเสียงของคนงานที่ห่างออกไปอีกหนึ่งกิโล “มองหน้าแบบนี้มีเรื่องอะไรจะถามหรือเปล่า” “ปกติพี่กระทิงพักที่นี่เป็นประจำหรือมาพักชั่วคราวหรือคะ” “พี่ก็อยู่ที่นี้ตลอดละ” “แล้วทำไมไปพักบ้านหลังใหญ่ กับคุณป้าละค่ะ แล้วทำไมมาอยู่บ้านเล็กๆ หลังนี้ละ” “ข้อหนึ่งเลยน่ะใกล้ที่ทำงานไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาเวลาที่เกิดปัญหา ข้อสองฉันชอบที่นี่บรรยากาศที่อบอุ่นที่นี่ ถ้ากอหญ้ายังจำได้บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกพี่โตมาเราเคยวิ่งเล่นกันที่นี่ พี่จำได้นะว่าตอนนั้นกอหญ้ายังติดพี่แจอยู่เลย ไม่รู้ว่าเรายังจะจำได้อยู่ไหม”กอหญ้ายิ้มเขินเล็กน้อย อันที่จริงเธอก็ได้พบกับเขาที่บ้านหลังนี้แต่ดูตอนนี้น่าจะปรับปรุงด้านในใหม่จึงดูแปลกตาออกไปข้าวของที่อยู่เยอะแยะเต็มไปหมดเหมือนเมื่อก่อนตอนนี้กับโล่งโปร่งดูสบายตา และเมื่อกอหญ้าได้ยินกระทิงพูดถึงอดีต ของเธอกับเขาเธอก็ยิ้มขึ้นมาและนึกถึงอดีต แต่เมื่อเขาเริ่มโตขึ้นเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ก็มีช่วงห่างเหินกันนานจนคนทั้งสองรู้สึกไม่สนิทกันเหมือนแต่ก่อนแล้ว “ยังจำได้ค่ะ”ดูไปแล้วพี่กระทิงก็ยังเป็นพี่กระทิงที่เหมือนผู้ชายไม่ได้มีวี่แววว่าจะชอบผู้ชายได้เลย “มองหน้าแบบนี้มีอะไรจะถามอีกไหม”พี่ชอบผู้ชายหรือชอบผู้หญิงกอหญ้าอยากถามออกไปตรงๆ แบบนี้เลย แต่มันก็คงทำไม่ได้กลัวเสียมารยาทจนเกินไป และก็กลัวว่าจะไม่ได้คำตอบที่แท้จริง “ไม่มีค่ะ” “เอาของไปเก็บได้ล่ะ” “ค่ะ” “ติ้ง”เสียงข้อความมือถือดังขึ้น ชื่อกล้าหาญแต่ไม่เคยกล้า: กอหญ้าเป็นอย่างไงบ้างอยู่ได้ไหม กอหญ้า: อยู่ได้สบายมาก ชื่อกล้าหาญแต่ไม่เคยกล้า: ถ้ากอหญ้ารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยต้องรีบบอกเราทันทีนะ กอหญ้า: ไม่ต้องเป็นห่วงน่ะพี่กระทิงเขาไม่ทำอะไรกอหญ้าหรอก ชื่อกล้าหาญแต่ไม่เคยกล้า: ยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย" กอหญ้า:ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเขาชอบผู้ชายหรือผู้หญิง ไปคุยกันต่อในกลุ่มนะ [Gเด็กเก่ง] ชื่อกลุ่มนี้พวกกอหญ้าไม่ได้มั่นหน้าแต่งกันขึ้นมาเอง แต่เพื่อนที่เรียนเอกเดียวกันมักจะเรียกพวกเธอสามคนแบบนั้น มาตลอดพวกเธอก็เลยเอามาตั้งเป็นชื่อไลน์กลุ่มเสียเลยความจริงที่พวกเธอตั้งชื่อกลุ่มนี้ขึ้นมาก็เหมือนเป็นการประชดอยู่หน่อยๆ แต่จะให้ทำอย่างไงได้ก็ในเมื่อ พวกเธอแค่ทำงานส่งแล้วถูกใจอาจารย์ และก็เหมือนเดาใจอาจารย์ได้ว่าข้อสอบจะออกอะไร ก็เลยได้คะแนนที่สอบออกมาดีสวยหรูเกินหน้าเกินตาเพื่อนในห้องจนทำให้ถูกหมั่นไส้ เอา ไลน์กลุ่ม [Gเด็กเก่ง] กอหญ้า: นนท์นี่เห็นอะไรในตัวของพี่กระทิงบ้างไหม นนท์นี้สุดสวย: เห็นอะไร กอหญ้า:ก็เห็นว่ามีกลิ่นที่จะเป็นLGBTQบ้างไหม" นนท์นี้สุดสวย: สติ๊กเกอร์ใช้ความคิด ขอโทษนะกอหญ้าคนนี้เราดูไม่ออกจริงๆแต่เขาก็ดูสนิทกับผู้จัดการสุดหล่อนั้นแต่ก็ดูไม่ออกอยู่ดีว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า กอหญ้า@นนท์นี้สุดสวย: ช่วยบอกวิธีดูอย่างอื่นที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มlgbtด้วย สติ๊กเกอร์ขอร้อง นนท์นี่สุดสวย:ถ้าดูถ้าเดินแล้วยังไม่รู้ก็คงดูการแต่งตัวหรือไม่ก็ดูการหยิบจับหรือไม่อีกอย่างหนึ่งก็คือ... กอหญ้า@นนท์นี้สุดสวย:บอกมาอย่ามัวแต่ลีลา นนท์นี่สุดสวย:รอดูเสียงร้องตอนตกใจ กอหญ้า:"เสียงร้องตอนตกใจอย่างนั้นหรือ" นนท์นี้สุดสวย:"ใช้น่าจะบ่งบอกได้มากที่สุดว่าเป็นหรือไม่เป็น แล้วพี่เขากลัวอะไรบ้างจนร้องตกใจ" กอหญ้า: ร้องตกใจอย่างนั้นหรือ นนท์นี้สุกสวย:ใช่ต้องตกใจ ต้องหาอะไรที่เขากลัวแล้วสามารถร้องออกมาได้น่ะ กอหญ้า: เขากลัวตุ๊กแก นนท์นี่สุดสวย: ดีเลยงั้นก็ไปหาตุ๊กแกมาแล้วเขา ใส่ไว้ห้องนอนของเขาแล้วรอฟังเสียงร้องเลยแก แค่นี้จบ กอหญ้า: มันไม่จบเพราะฉันก็กลัวตุ๊กแกเหมือนกัน นนท์นี้สุดสวย:อืมฉันก็ลืมไปเลย “อยู่ได้ใช่ไหม”กอหญ้าตกใจและรีบเปิดประตูออกมาทันที “พี่กระทิงพูดว่าไงนะคะ” “อยู่ได้ใช่ไหม” “อยู่ได้ค่ะ” “นี้เป็นกฎที่เธอต้องทำระหว่างที่เธอมาอยู่ที่นี่"กระทิงเอาแปะไว้ที่หัวของหญิงสาวก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้อง"ข้อหนึ่งห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวทุกกรณี” “ข้อสองห้องน้ำในบ้านมีเพียงห้องเดียว พี่จะอาบน้ำเช้าเวลา06.00-06.30น และตอนเย็นเวลา18.00-18.30น ห้ามแย่งเวลาพี่อาบน้ำ” “ข้อสามอาหารเช้าขึ้นโต๊ะตอนเวลา07.00 อาหารเย็นจะจัดให้เป็นเวลา19.00น และจะมีอาหารเที่ยงจัดให้เฉพาะวันหยุด เวลา12.00น มาทานข้าวให้มาตรงเวลาไม่มีการแบ่งให้มาช้ามีเท่าไรกินเท่านั้น” “เป็นคนเนี๊ยบเหมือนกันนะเนี่ยทำอะไรก็ต้องตรงต่อเวลาสิน่ะ เอานะข้อห้ามสามข้อนี้ก็พอรับได้ อดทนอยู่ไปก่อนถ้ารู้ว่าพี่กระทิงชอบผู้ชายหรือผู้หญิงก็คงขอคุณป้าย้ายออกจากที่นี่ ได้เร็วคงไม่ต้องอยู่จนครบสามเดือนหรอกนะ”กอหญ้าเธอบ่นไปด้วย พร้อมกับเก็บข้าวของส่วนตัวของเธอให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ก่อนจะนอนเล่นมือถือให้เวลามันล่วงเลยไป17.30น เธอจึงคิดที่จะอาบน้ำก่อน ก่อนที่กระทิงจะกลับเข้ามา กอหญ้าเธอเห็นว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้านด้วยความเคยชินจึงนึ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวเดินออกมาจากห้องของตัวเองละมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นและอาบน้ำอย่างสบายใจ เพราะตอนนี้อากาศทางเหนือเริ่มจะหนาวบ้างแล้ว และที่จริงก็ควรจะหนาวมากกว่านี้ แต่ปีนี้อากาศไม่ค่อยหนาวหรือหนาวช้ากว่าปกติ (~~~~~~) เสียงร้องเพลงตอนอาบน้ำอย่างอารมณ์ดีก่อนจะปิดน้ำ หยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหยดน้ำที่คงเหลืออยู่ตามร่างกายก็จะใช้ผ้าคนหนูผืนนั้นพันร่างกายที่เปลือยเปล่าเธอเอาไว้ เมื่อหญิงสาวก้าวขาออกจากห้องน้ำก็ต้องตกใจในทันทีเมื่อพบว่าชายหนุ่มร่างโตกำลังเดินเข้ามาในบ้านและหยุดเดินและยืนอยู่ต่อหน้าเธอ “ว่ายัง!!! พี่กระทิง กะ กลับมาตอนไหนคะ” “ก็กลับเข้ามาทันได้ยินเธอร้องเพลงในห้องน้ำนั่นแหละ” “อืม กอหญ้าขอไปเปลี่ยนผ้าก่อนนะคะ” “อืม แต่เดี๋ยวก่อน” “มีอะไรหรือคะ” “วันหลังอย่านุ่งแต่ผ้าเช็ดตัว ผืนเดียวออกมาแบบนี้ ให้หาเสื้อคลุมมาใส่ด้วย” “ทำไมหรือคะทำไมใส่แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาไม่ได้"กระทิงทำถ้าขัดใจเล็กน้อย "เราก็เหมือนเป็นพี่เป็นน้องกันกอหญ้าไว้ใจพี่ค่ะ” “ถึงจะไว้ใจก็ไม่ได้ เพราะบ้านหลังนี้ไม่ได้มีคนเข้าออกแค่พี่คนเดียว รีบไปเปลี่ยนผ้าได้แล้ว” ถึงจะไว้ใจอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะบางครั้งสิงโตก็จะมาที่นี่อยู่บ่อยๆ คอยเอาเอกสารด่วนมาให้พี่เซ็น เพราะฉะนั้นอย่านุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องตัวเองเข้าใจไหม “...” “พี่ถามว่าเข้าใจไหม” เมื่อกระทิงเห็นว่ากอหญ้ามองหน้าเขาเฉยๆ และไม่ได้ตอบรับจึงถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “ค่ะ แค่นี้เองไม่เห็นต้องดุเลย”กอหญ้าเดินเข้าไปที่ห้องตัวเองและสมองของเธอกำลัง ประมวลและตีกันเองอยู่ในหัวของเธอว่าตกลงพี่กระทิงชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ การที่เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ในบ้านของเขา แล้วเขาดูไม่เหมาะสมแดงว่าอะไรแบบหรือว่ากลัวคุณสิงโตเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ หรือว่าเป็นห่วงเรา แต่ถ้าเขาชอบกันก็ไม่เห็นต้องกลัวการเข้าใจผิดเลยนิ สับสนไปหมดแล้ว แล้วทำไมพี่กระทิงบอกคุณป้าว่าชอบเพศเดียวกัน หรือว่าแกล้งพูดไปแบบนั้นเพราะเบื่อเวลาที่ป้ากัลยาหาคู่ให้กันแน่และนี่คงเป็นปัญหาของกอหญ้าที่ ต้องหาคำตอบให้คุณป้ากัลยาและคงไม่ใช้แค่คุณป้าแล้วที่อยากรู้ตอนนี้คงเป็นเลยแล้วที่อยากรู้ว่าตกลงกระทิง ชอบเพศไหนกันแน่ แต่เธอคงไม่หน้าด้านเดินไปถามกระทิงตรงๆ หลอกว่าพี่ชอบผู้หญิงหรือชอบผู้ชายกันแน่ เธอคงได้แต่หาวิธีต่างๆ มาทดสอบหาความจริง คงทำได้แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







