Share

บทที่ 11 แม่สื่อ

last update Tanggal publikasi: 2026-08-18 10:39:59

ฉีเสวียนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็จ้องมองกวนเยวี่ยหลันปราดหนึ่ง แม้ในใจของนางอยากจะด่าทอตอบโต้กลับไปมากเพียงใด แต่เพราะหลายวันก่อนนางได้ถูกท่านพ่อกำชับมาว่าระยะนี้ตระกูลฉีอย่าได้ก่อเรื่องใดเพิ่มเติม ให้ทำตัวสงบเสงี่ยมเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลกระทบต่อท่านน้าที่อยู่ในวังหลวงได้ นางจึงจำต้องเก็บความคับแค้นนี้เอาไว้ในใจ

“วิญญูชนย่อมไม่ลงไม้ลงมือกับคนด้อยปัญญา บังเอิญว่าบิดาข้าสอนมาดี เช่นนั้นขอตัวก่อน”

กล่าวจบฉีเสวียนก็เดินจากไปทันที ซูหว่านและพรรคพวกของนางก็เดินตามฉีเสวียนไปอย่างรวดเร็ว กวนเยวี่ยหลันปรายตามองสตรีเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันมามองกวนเสี่ยวถิงแวบหนึ่ง และพบว่ายามนี้กวนเสี่ยวถิงดูเหมือนจะนิ่งงันไปชั่วขณะ

นางเดินเข้าไปหาน้องสาว ก่อนจะยกมือขึ้นมาตบไหล่ของกวนเสี่ยวถิงเบาๆ

“อะไรกัน ทีกับข้าเจ้ากล้าพูดวาจาเหน็บแนมได้ไม่อายปาก แต่กับคนอื่นเจ้าไม่มีปากหรืออย่างไร แค่พวกนางยกเรื่องชาติกำเนิดของมารดาเจ้ามากดข่ม เจ้าก็ยอมแพ้แล้วหรือ ถิงถิง คนเราจะสูงหรือต่ำไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่มันอยู่ที่จิตใจของเจ้าต่างหาก มารดาเจ้าก็ไม่ได้ผิด นางเลือกเกิดได้หรืออย่างไรเล่า แทนที่เจ้าจะเอาแต่นั่งซึมเป็นสุนัขหงอยอยู่เช่นนี้ มิสู้ลุกขึ้นมาปกป้องมารดาเจ้าและเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ มารดาเจ้าเป็นคนดี นางไม่เคยทำเรื่องชั่วร้าย แล้วเหตุใดเจ้าจะต้องไปใส่ใจคำพูดของคนพวกนั้นด้วยเล่า ใครจะว่าเจ้าอย่างไร เจ้าไม่ต้องสนใจ เจ้ายังมีท่านพ่อท่านแม่ มีข้าที่ยืนอยู่ข้างเจ้าและยังมีสหายของเจ้าอีก เท่านี้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ?”

เหล่าสหายที่นั่งอยู่ต่างเห็นด้วยกับคำพูดของกวนเยวี่ยหลัน กวนเสี่ยวถิงเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาว นางรู้สึกแปลกใจมากที่วันนี้พี่สาวเอ่ยวาจาอ่อนโยนกับนางเช่นนี้

เมื่อมาคิดทบทวนดูให้ดี กวนเสี่ยวถิงก็พบว่าที่กวนเยวี่ยหลันพูดมานั้นไม่ผิด พวกนางสองแม่ลูกไม่เคยทำตัวละอายต่อฟ้าดิน ไม่จำเป็นต้องทุกข์ใจเพียงเพราะคำคนพวกนี้

เมื่อเห็นว่ากวนเสี่ยวถิงเริ่มมีสติมากขึ้นแล้ว กวนเยวี่ยหลันก็พอจะเบาใจลงไปได้มาก หลังจากอยู่ดื่มชากับเหล่าสหายต่ออีกครู่หนึ่ง พวกนางก็แยกย้ายกันกลับจวนของตน ระหว่างทางกวนเยวี่ยหลันยังพากวนเสี่ยวถิงแวะไปเอาขาหมูพะโล้ที่ภัตตาคารกวนอินอีกด้วย

“คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง พวกท่านต้องการสิ่งใดขอรับ บ่าวจะรีบไปจัดเตรียมให้ หรืออยากขึ้นไปพักที่ห้องรับรองชั้นสองดีขอรับ”

“ไม่ล่ะ วันนี้พวกข้าไม่นั่งกินที่นี่ ข้าจะกลับไปกินที่บ้าน ช่วยห่อขาหมูพะโล้มาให้ทีและอาหารอย่างอื่นอีกสักสองสามอย่าง อ้อ เอาสุราดีมาด้วย”

“ได้ขอรับ”

หลงจู๊พยักหน้ารับคำก่อนจะรีบไปจัดการตามที่เจ้านายสั่ง ระหว่างที่รออาหาร กวนเยวี่ยหลันก็พากวนเสี่ยวถิงไปเดินเล่นที่ด้านหลังภัตตาคารกวนอินเพื่อฆ่าเวลา

ด้านหลังภัตตาคารเป็นสระบัวและยังมีศาลางดงามหลังหนึ่งตั้งอยู่ โดยรอบเต็มไปด้วยป่าไผ่เขียวขจี ดูแล้วรื่นรมย์สบายตา คนที่สั่งให้สร้างสระน้ำและศาลาหลังนี้ขึ้นมาก็คือมารดาของนาง เพราะท่านแม่มักจะชอบมานั่งคิดบัญชีที่นี่อยู่เสมอ

“เห็นศาลาหลังนี้แล้วก็คิดถึงแม่ใหญ่”

กวนเสี่ยวถิงกล่าวขึ้นมาพลางมองไปที่กวนเยวี่ยหลัน กวนเยวี่ยหลันยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าช้า ๆ

“นั่นสิ คิดถึงมากเลย”

สองพี่น้องพากันเดินขึ้นไปนั่งเล่นบนศาลาพลางสนทนากันในเรื่องต่างๆ ชาติก่อนนางและกวนเสี่ยวถิงไม่มีโอกาสมานั่งพูดคุยกันเช่นนี้ แต่ในเมื่อชาตินี้ได้มีโอกาสอีกครั้ง มันทำให้กวนเยวี่ยหลันรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อยเลย

นั่งอยู่ไม่นานก็มีคนมาแจ้งว่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อรับอาหารมาแล้วสองพี่น้องจึงพากันเดินไปที่รถม้า แต่ระหว่างทางกลับพบเข้ากับเซียวอวี้ฉีและเซียวลู่เฟยเข้าเสียก่อน

เซียวลู่เฟยเมื่อเห็นกวนเสี่ยวถิงก็ใบหน้าแดงซ่าน กวนเสี่ยวถิงเองก็มีอาการเขินอายไม่ต่างกัน ส่วนเซียวอวี้ฉีก็จ้องมองกวนเยวี่ยหลันเป็นระยะ ๆ หากวันนี้เกิดนางอาละวาดขึ้นมา เขาเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้วว่าจะแบกนางขึ้นบ่าและพาไปโยนเอาไว้ที่ไหนสักที่ รอนางสงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่แล้วค่อยส่งกลับจวน

นางมารเช่นนางใช้วิธีอ่อนโยนย่อมไม่ได้ผล

ด้านกวนเยวี่ยหลันก็ไม่รู้ตัวว่ายามนี้ตนเองคือนางมารในสายตาของเซียวอวี้ฉีไปเสียแล้ว นางหันไปมองเซียวลู่เฟยปราดหนึ่ง เซียวลู่เฟยเมื่อเห็นว่ากวนเยวี่ยหลันมองมาที่ตนก็มีท่าทีกระอักกระอ่วน เขากระแอมไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูด

“วันนั้นขอบคุณพวกเจ้าสองคนมาก โดยเฉพาะเจ้าเยวี่ยหลัน ได้ยินว่าเจ้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมารักษาบาดแผลให้ข้า แล้วยังส่งคนไปตามท่านหมอมาอีก ขอบคุณเจ้ามาก แต่ว่าข้า...”

“องค์รัชทายาทอยากพูดสิ่งใดก็พูดออกมาตามตรงเถอะเพคะ อย่าได้ยื้อเวลาอีกเลย หม่อมฉันจะรีบกลับไปกินขาหมูพะโล้”

เซียวลู่เฟย “...”

เซียวอวี้ฉีและเซียวลู่เฟยต่างจ้องมองกวนเยวี่ยหลันเป็นตาเดียว เซียวอวี้ฉีเตรียมพร้อมแบกคนไปโยนลงน้ำแล้ว ส่วนเซียวลู่เฟยก็คิดว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอนแต่มันกลับผิดคาดไปหมด

“เจ้า ว่าอย่างไรนะ?”

“หม่อมฉันบอกว่าจะรีบกลับไปกินขาหมูพะโล้ มีสิ่งใดก็รีบพูดออกมาเถอะเพคะ อ้อ หรือพระองค์อยากพูดกับถิงถิงน้องสาวของหม่อมฉัน เช่นนั้นเชิญตามสบาย หม่อมฉันขอตัวกลับจวนก่อน”

“เยวี่ยหลัน เจ้า ไม่โกรธข้าหรือ?”

เซียวลู่เฟยรู้สึกไม่คุ้นชินที่กวนเยวี่ยหลันเป็นเช่นนี้ กวนเยวี่ยหลันหันมาสบตากับเซียวลู่เฟยแล้วจึงเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ไม่โกรธ ลู่เฟย ข้าไม่ชอบท่านแล้ว ต่อไปท่านอยากคบหาหรือมอบใจให้กับสตรีคนใดก็ตามสบายเถอะ แล้วก็ไม่ต้องมาคิดว่าชาตินี้ติดค้างหนี้บุญคุณข้า ข้าไม่ได้ช่วยท่านคนเดียว ถิงถิงก็คอยทำแผลดูแลท่านเช่นเดียวกัน นางมีความดีความชอบกว่าข้า หากอยากจะตอบแทนข้าจริงๆ เช่นนั้นก็มาสู่ขอนางเป็นภรรยาเถอะ”

ทุกคนต่างมองกวนเยวี่ยหลันราวกับมองผีอย่างไรอย่างนั้น ส่วนกวนเสี่ยวถิงนั้นหน้าแดงก่ำจนทำอะไรไม่ถูกไปนานแล้ว

เซียวลู่เฟยที่ได้ยินดังนั้นก็ยกมือขึ้นแคะหูตนเองพลางเอ่ยถามเซียวอวี้ฉีที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“เสด็จอา หูข้าไม่ได้ดับไปใช่หรือไม่?”

“ให้ข้าลองตบสักทีดีหรือไม่เล่า?”

เซียวอวี้ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เซียวลู่เฟยรีบส่ายหน้าเป็นพัลวันก่อนจะหันมามองกวนเยวี่ยหลัน กวนเยวี่ยหลันมีนิสัยขี้รำคาญมาแต่ไหนแต่ไร นางจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

“ข้าไม่ชอบพูดซ้ำ ข้าพูดคำไหนคำนั้น และไม่ต้องกังวลว่าข้าจะกลับคำ เอาอย่างนี้ ท่านพาน้องสาวข้าไปเลี้ยงน้ำชาสักหน่อยแล้วค่อยๆสนทนากันไป เสร็จแล้วก็พานางมาส่งที่จวนด้วย”

กล่าวจบกวนเยวี่ยหลันก็ดึงกวนเสี่ยวถิงเข้ามาหาตัวพลางเอ่ยกระซิบ

“หากเขาทำมิดีมิร้ายกับเจ้า เจ้าก็อย่าได้ยอมแพ้ ทำมิดีมิร้ายเขากลับคืนไปบ้าง เข้าใจหรือไม่?”

“พี่หญิง!”

“เอาน่า เกิดมาชาติหนึ่งใช้ชีวิตให้คุ้ม หรือเจ้าไม่อยากได้เขาเป็นสามี”

กวนเสี่ยวถิงถึงกับเอ่ยถ้อยคำใดไม่ออก ด้านเซียวลู่เฟยเมื่อเห็นว่าทุกฝ่ายได้เปิดใจต่อกันแล้วเขาก็มองกวนเยวี่ยหลันดีขึ้นกว่าแต่ก่อน จากนั้นก็ชักชวนกวนเสี่ยวถิงไปดื่มชาด้วยกัน กวนเสี่ยวถิงเองก็ไม่ปฏิเสธ

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น กวนเยวี่ยหลันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมาเห็นเซียวอวี้ฉีที่ยืนกอดอกพิงรถม้าพลางมองนางอย่างไม่วางตา

สายตาของเขาทำเอานางรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาด หญิงสาวหันซ้ายหันขวาพลางกล่าว

“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”

นางรีบก้าวขึ้นรถม้าทันทีแล้วยกมือขึ้นตบอกตนเอง เซียวอวี้ฉีทำให้นางรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด

ยังไม่ทันที่รถม้าจะเคลื่อนออกไป เซียวอวี้ฉีก็ก้าวพรวดเข้ามานั่งในรถม้าคันเดียวกันกับนาง ทำเอากวนเยวี่ยหลันตกใจเป็นอย่างมาก

“ท่านอ๋อง ทรงขึ้นมาบนรถม้าของหม่อมฉันทำไมกันเพคะ!”

“บังเอิญว่าข้าคิดถึงแม่ทัพใหญ่กวนขึ้นมา เลยอยากไปเยี่ยมเขาสักหน่อย”

“เหตุใดไม่ใช้รถม้าของตนเองเล่า!”

“ข้าเบื่อรถม้าของตนเองแล้ว อยากลองนั่งรถม้าของคนอื่นดูบ้าง”

กวนเยวี่ยหลัน “...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   ตอนพิเศษ

    หลังจากที่เซียวอวี้ฉีและกวนเยวี่ยหลันแต่งงานกันได้เพียงไม่กี่เดือน กวนเยวี่ยหลันก็ตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้สร้างความยินดีให้แก่ทุกคนในจวนอ๋อง รวมไปถึงตระกูลกวนอย่างมาก แม้แต่หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วก็ยังรู้สึกดีใจไม่ต่างกัน นางซูถึงกับแวะเวียนมาที่จวนอ๋องทุกวันเพื่อดูแลกวนเยวี่ยหลันด้วยตนเอง อีกทั้งยังกำชับนางหนักหนาว่าจะต้องดื่มยาบำรุงให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ กวนเยวี่ยหลันฟังนางซูบ่นจนรู้สึกปวดหูไปหมด แต่เพราะนางเข้าใจว่านางซูทำไปเพราะหวังดีกับนาง นางจึงไม่คิดจะขัดมารดาเลี้ยงของตนต่อมากวนเสี่ยวถิงได้เข้าพิธีปักปิ่น นางเติบโตเป็นสตรีงดงามอย่างสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว เซียวลู่เฟยที่รอคอยเวลานี้มานานจึงทุลขอพระราชทานสมรสจากบิดาตน หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วไม่ได้คัดค้านเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังตกปากรับคำด้วยความเต็มใจแสงรุ่งอรุณของวันมงคลสาดส่องกระทบผิวน้ำในสระบัวของจวนตระกูลกวน เสียงมโหรีประโคมดังกังวานก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณาและดอกโบตั๋น กวนเสี่ยวถิง นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลืองในชุดเจ้าสาวสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์ร่อนอันวิจิตรงดงาม เรือนผมดำขลับถูกรวบขึ

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   ตอนจบ

    แสงแรกของอรุณรุ่งยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เสียงระฆังแก้วกังวานและกลิ่นหอมอบอวลของไม้หอมก็ปลุกให้ กวนเยวี่ยหลัน ต้องลืมตาขึ้นจากความฝัน ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม ทว่าภายในเรือนนอนของนางกลับสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนมงคลนับร้อยดวง“คุณหนูใหญ่ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันมงคลของท่านนะเจ้าคะ”แม่นมและเหล่าสาวใช้ประจำตระกูลกวนต่างกรูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปิติ เครื่องประทินโฉมและเครื่องประดับที่แสนหรูหราถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ในอ่างน้ำมีกลีบบุปผานับรอยกลีบลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นี่คือน้ำสะอาดที่เตรียมเอาไว้เพื่อให้นางใช้ชำระล้างร่างกาย กวนเยวี่ยหลันมองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตเลือนหายไปจนสิ้น บัดนี้เหลือเพียงความอบอุ่นใจอันแสนหวานเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่จะมารับนางในวันนี้เซียวอวี้ฉี ชายผู้เป็นที่รักของนางการแต่งกายของเจ้าสาวดำเนินไปอย่างพิถีพิถัน ละเอียดลออในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสระผมด้วยน้ำคั้นจากผลมะกรูดสด ชโลมด้วยน้ำมันดอกไม้หอมบริสุทธิ์ การถักเปียและรวบผมขึ้นสูงตามมงคลพิธีของหญิงสาวที่กำลังจะออกเรือน เสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่าสาวใช้ทำให้ก

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   บทที่ 47 จุดจบฉีเฟิน

    ยามนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว อีกทั้งเหล่าทหารก็ล้มตายไปจนหมด ด้านราชครูฉีก็หายเงียบ คงจะถูกจับตัวไปแล้ว แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่าทั้งหมด เช่นนั้นเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียอีกต่อไปแล้ว มิสู้ลากกวนเยวี่ยหลันไปตายด้วยกันก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว“ปล่อยนาง!”เซียวอวี้ฉีเอ่ยเสียงเข้มแต่ฉีเฟินกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยกับเขา“ท่านอ๋อง ท่านนี่เก่งจริงๆ เลยนะ ถึงขนาดทำลายแผนการที่พวกข้าวางเอาไว้มาเป็นปีๆ ได้ขนาดนี้”เซียวอวี้ฉีไม่ตอบ เขาจ้องฉีเฟินเขม็งราวกับอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายอย่างไรอย่างนั้น อย่างไรวันนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด เขาก็จะต้องพาตัวกวนเยวี่ยหลันกลับมาอย่างปลอดภัยให้จงได้ฉีเฟินละสายตาจากเซียวอวี้ฉี ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้กวนเยี่ยหลัน พลางเอ่ยกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของนาง“เจ้าไม่ถามข้าสักคำหรือว่าเพราะเหตุใดข้าถึงทำเช่นนี้ ข้าถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก บิดากักขังข้าไม่รักข้า ข้าต้องทำเพื่อความอยู่รอด ข้ามีเหตุผลของข้า หากข้าไม่ทำ ข้าก็ไม่มีชีวิตรอด”“คนชั่วล้วนหาคำแก้ตัวให้ตนเองได้อย่างหน้าไม่อาย”กวนเยวี่ยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่รอให้ฉีเฟินได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางก็ถื

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   บทที่ 46 ไม่ยินยอม

    ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้คนของตนไปตามสืบเสาะหาเบาะแสของทหารเดนตายเหล่านั้นอย่างละเอียด จนค้นพบต้นตอและสาเหตุทั้งหมดแท้จริงแล้วทหารเดนตายเหล่านั้นเป็นคนของราชครูฉี แน่นอนว่าครั้งนี้เซียวฉงจวินย่อมต้องบงการอยู่เบื้องหลังด้วยอย่างแน่นอน พวกมันชั่วช้าอย่างยิ่ง ถึงขนาดไปบังคับจับตัวเด็กชายในหมู่บ้านต่าง ๆ มาฝึกฝนเป็นทหารเดนตาย มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจจะต้านทานการฝึกที่แสนโหดร้ายได้จึงขาดใจตาย บ้างก็ล้มป่วยตายไปหลายร้อยคนแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น หากพ่อแม่ของเด็กชายเหล่านั้นขัดขืนและไม่ให้ความร่วมมือก็จะถูกฆ่าปิดปากทั้งหมด ส่วนเด็กผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาได้นั้นก็จะถูกนำไปขายที่หอนางโลมต่างแคว้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการฝึกฝนของทหารในค่ายอีกต่อหนึ่ง ความชั่วร้ายนี้ช่างเลวทรามและชั่วร้ายเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำร้ายคนในแคว้นกันเองแล้ว ยังลอบค้าขายกับต่างแคว้นอย่างผิดกฎหมายอีกด้วยทหารที่ถูกจับตัวมาได้ถูกเขาทรมานจนยอมสารภาพความจริงออกมาส่วนหนึ่ง ประจวบเหมาะกับทหารเดนตายบางส่วนที่ถูกจับตัวมาทรมานตั้งแต่ยังเด็กเหล่านั้นก็มีความแค้นไม่น้อยเลย พวกเขาถูกคนตระกูลฉีทำร้าย สูญเสียครอบครัวและต้องยอมทำตามคำสั

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   บทที่ 45 ล่าสัตว์

    กวนเยวี่ยหลันตัดสินใจทิ้งรถม้าคันนั้นและไม่สนใจมันอีก ก่อนจะมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลกวนในทันที ด้านฉีเฟินนั้นเมื่อเห็นว่าระหว่างนางและเขาคงไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วก็รู้สึกปวดใจไม่น้อยเลย เขาไม่คิดจะตามรังควานนางอีก และยังสั่งให้คนของตนนำรถม้าคนนั้นกลับไปส่งยังจวนตระกูลกวนอีกด้วยวันเวลาก็ผ่านไปเช่นนี้จนกระทั่งล่วงเข้าสู่วันที่ฮ่องเต้จะต้องเสด็จไปทำพิธีล่าสัตว์ที่นอกเมืองหลวง งานเทศกาลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งนี้นอกจากฮองเฮาและเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่จะต้องติดตามออกประพาสในครานี้แล้ว ยังมีเหล่าข้ารับใช้ชั้นสูงและเหล่าฮูหยิน คุณหนู คุณชายต่างร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกด้วยกวนเยวี่ยหลันนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกับกวนเสี่ยวถิง สีหน้าของนางมีแววครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา จนกวนเสี่ยวถิงต้องเอ่ยถามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง“พี่ใหญ่ ท่านคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”กวนเยวี่ยหลันหันมามองน้องสาวของตนเองปราดหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ“ไม่รู้สิ ข้าเพียงรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างไรบอกไม่ถูก ถิงถิง จำไว้นะว่าเจ้าจะต้องพกอาวุธติดกายเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย”กวนเสี่ยวถิงได้ฟังก็พยักหน้ารับเล็กน้อย นางไม่ได้ติดใจสงสัยหรือซัก

  • ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย   บทที่ 44 เจรจาข้อตกลง

    กวนเยวี่ยหลันพาเด็กๆที่ได้รับบาดเจ็บกลับมายังหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย บรรดาชาวบ้านที่เห็นเช่นนั้นต่างร้องไห้โฮแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาบุตรหลานของตนเองด้วยความดีใจ พวกเขามีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดจนกวนเยวี่ยหลันต้องเอ่ยปลอบโยนว่าต่อไปนี้จะไม่มีใครมาทำร้ายพวกเขาได้อีก ชาวบ้านเหล่านี้จึงพอจะวางใจลงไปได้มากท่าทีหวาดกลัวก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน นางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก ใบหน้างามยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนอย่างเห็นได้ชัด นางล้างออกไปอย่างลวกๆ ส่วนกวนเสี่ยวถิงและเซียวลู่เฟยก็ช่วยกันดูแลเด็กเหล่านั้น เซียวลู่เฟยสั่งให้คนหุงหาอาหารและต้มน้ำแกงร้อนๆ มาให้เด็กๆ ได้ดื่ม อีกทั้งยังคิดว่าจะต้องสั่งให้คนคุ้มกันหมู่บ้านแห่งนี้ ให้มากขึ้นสักหน่อยหลังจากจัดการเรื่องภัยพิบัติครั้งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วกวนเยวี่ยหลันเพิ่งจะล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด นางกำลังยกมือขึ้นเช็ดหน้าตน แต่กลับพบว่าเซียวอวี้ฉีกำลังยื่นผ้าเช็ดหน้ามาตรงหน้านาง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้มันเช็ดใบหน้าให้นางอย่างอ่อนโยนและเบามืออีกด้วย กวนเยวี่ยหลันพลันยิ้มออกมาเล็กน้อย“ท่านมาแล้วหรือ คนพวกนั้นเล่า?”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status