Home / โรแมนติก / รอยราคีที่จำยอม / ตอนที่ 4: ราคีที่มองไม่เห็น

Share

ตอนที่ 4: ราคีที่มองไม่เห็น

แสงสลัวของยามรุ่งสางที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาหนักภายในห้องพักหรู เริ่มทำหน้าที่ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนานออกไปทีละน้อย ทว่าแสงนั้นกลับไม่ได้นำพาความสดใสมาให้คนบนเตียงเลยแม้แต่นิดเดียว  ปานวาด ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอยังคงหนักอึ้งและบวมช้ำจากการร้องไห้

ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาคือความเจ็บระบมที่ใจกลางกึ่งกลางกายสาว และความปวดหนึบที่ขมับราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบแรงๆ  เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับหวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วจะมลายหายไป ทว่าสัมผัสจากท่อนแขนแกร่งที่พาดทับอยู่บนเอวบาง และกลิ่นอายกายชายที่ยังคงอบอวลอยู่บนหมอนกลับเป็นเครื่องยืนยันความจริงที่แสนโหดร้ายและเจ็บปวด

หญิงสาวค่อยๆ เบือนหน้าไปมองคนข้างกาย พ่อเลี้ยงปริญยังคงหลับสนิท ใบหน้าคมเข้มยามหลับใหลดูไร้พิษสง  ผิดกับซาตานร้ายที่ขย้ำเธออย่างป่าเถื่อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้  น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงทางหางตาอีกครั้ง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีแดงคล้ำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด รอยราคีที่เป็นหลักฐานแห่งการสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันเรียกคืนได้

เธอขยับกายอย่างแผ่วเบาเพื่อหนีจากการเกาะกุม ทว่าเพียงแค่ขยับ ความเจ็บแปลบก็แล่นริ้วจนเธอต้องนิ่วหน้า กัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาให้คนใจร้ายตื่นขึ้นมาทำร้ายเธอซ้ำสอง  ปานวาดรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด พยุงกายที่บอบช้ำให้ลุกขึ้นจากเตียง  ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นพรมเต็มไปด้วยความทรมาน เธอพยายามควานหาเศษซากของชุดเดรสสีขาวราคาแพงที่ถูกฉีกกระชากอย่างไม่ใยดีในคืนที่ผ่านมา  

มือบางที่สั่นเทารวบรวมเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป  แต่มันเป็นเพียงวัตถุที่แปดเปื้อนไปด้วยมลทินที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวออกจากห้องพักที่เป็นดั่งนรกบนดิน สายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่มุมห้อง เธอก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยใจที่เต้นระรัว หลักฐานความลับของชานนท์ยังคงอยู่ในนั้น  แต่มันคุ้มกันแล้วหรือกับสิ่งที่เธอต้องแลกไปในคืนนี้?

ความคิดที่สับสนตีกันวุ่นวายจนเธออยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการกัดฟันและพาตัวเองออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ทางด้านพ่อเลี้ยงปริญ แสงสว่างที่เริ่มจ้าขึ้นทำให้เขารู้สึกตัวตื่น อาการปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาครางออกมาเบาๆ  มือหนาลูบไล้ไปยังพื้นที่ว่างข้างกายที่ยังคงมีความอุ่นหลงเหลืออยู่เพียงบางเบา  เขาพยุงกายขึ้นนั่ง แผ่นหลังกว้างพิงกับหัวเตียงพลางถอนหายใจออกมาหนักๆ เมื่อภาพเหตุการณ์ในคืนก่อนหน้าค่อยๆ ย้อนคืนมาในหัวสมอง ราวกับแผ่นฟิล์ม สายตาคมกริบหยุดลงที่รอยเลือดบนผ้าปูที่นอน ความเงียบภายในห้องทำให้เสียงมโนธรรมในใจดังขึ้นชัดเจน  เขาไม่ใช่คนเลวร้ายโดยสันดาน แต่ความมึนเมาและความเข้าใจผิดทำให้เขาทำเรื่องที่อภัยให้ตัวเองไม่ได้ เขาเพิ่งจะพรากพรหมจรรย์ของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะไม่ใช่สาวไซด์ไลน์อย่างที่เขานึกปรามาสไว้

"บ้าฉิบ!"  เขาพึมพำกับตัวเอง  พลางลุกขึ้นไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ สายน้ำเย็นจัดช่วยให้สติของเขากลับมาสมบูรณ์มากขึ้น ทำเอาความรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาดก็จู่โจมเข้ามาในอก อย่างบอกไม่ถูก  ด้านปานวาดกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพที่สะบักสะบอมทั้งกายและใจ  เธอหลบเลี่ยงสายตาของป้าแมวแม่บ้านเก่าแก่และรีบวิ่งขึ้นห้องนอนของตัวเองทันที  ประตูห้องถูกล็อกอย่างแน่นหนา ก่อนที่ร่างบางจะทรุดลงกับพื้นห้องน้ำและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

เธอเปิดน้ำให้ไหลผ่านร่างกายราวกับหวังว่าสายน้ำจะช่วยชะล้างรอยราคีและกลิ่นอายของชายคนนั้นออกไปได้  เธอขัดผิวจนแดงก่ำแต่ความรู้สึกสกปรกกลับฝังลึกอยู่ในหัวใจจนยากจะลบเลือน "ทำไมต้องเป็นปาน... ทำไมชีวิตปานต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"  เสียงสะอื้นไห้ที่แผ่วเบาปนไปกับเสียงน้ำไหลคือการระบายความทุกข์ที่ไม่มีใครได้รับรู้ หญิงสาวใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานนับชั่วโมงจนร่างกายเริ่มซีดเผือดเมื่อเดินออกมาแต่งตัวและล้มตัวลงนอนบนเตียงที่แสนคุ้นเคย เธอกลับไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเหมือนแต่ก่อน ทุกครั้งที่หลับตา ภาพใบหน้าของซาตานร้ายในห้อง

มืดคนนั้นจะลอยเด่นขึ้นมาเสมอ พร้อมกับคำถามที่ว่า เธอจะเผชิญหน้ากับพ่อแม่และชานนท์ได้อย่างไรในเมื่อร่างกายและจิตใจของเธอมีรอยด่างพร้อยที่ไม่อาจลบเลือนได้เสียแล้ว ขณะเดียวกันที่โรงแรม พ่อเลี้ยงปริญกำลังนั่งดื่มกาแฟรสเข้มอยู่ที่ล๊อบบี้  สายตาของเขาดูเหม่อลอยจนเพื่อนรักอย่างหมวดนพเดินเข้ามาทัก

"เป็นไงวะปริณ  เมื่อคืนหวังว่าเอ็งคงไม่ได้นอนงุ่นง่านอยู่ในห้องใช่ไหม  ที่น้องเขามาไม่ได้หนะ?”?  "คำถามของเพื่อนเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ปริญจ้องหน้าเพื่อนด้วยสายตาที่ทำให้หมวดนพต้องชะงัก "อ้าว ก็โทรบอกแกแล้วไงว่าน้องเขาติดงานด่วน ส่งไปไม่ได้สงสัยแกคงเมาจนฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหม  ถึงได้มาทำตาขวางใส่ข้าแบบนี้ “ หมวดนพหัวเราะร่วนโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นทำให้เพื่อนรักอยากจะบ้าตาย

เขา ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอเป็นใครชื่ออะไร  รู้เพียงแค่ว่าเธอสวยสง่าราวกับคุณหนูและมีดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น  "ฉันต้องหาเธอให้เจอ" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่ใช่เพื่อที่จะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานในตอนนี้  แต่เขาต้องการรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร และเขาสามารถทำอะไรเพื่อชดเชยสิ่งที่เธอสูญเสียไปได้บ้าง

รอยราคีที่เกิดขึ้นในคืนเดียวอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในยามที่เธอกลับไปยืนอยู่ท่ามกลางสังคมไฮโซ  แต่มันกลับเป็นบาดแผลที่ฝังลึกและเริ่มเน่าหนองอยู่ในใจของคนทั้งคู่ ปานวาดที่พยายามจะลืม และปริญที่เริ่มออกตามหา... โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าโชคชะตาได้ผูกด้ายแดงที่เปื้อนเลือดไว้ที่นิ้วก้อยของพวกเขาแล้ว และมันกำลัง จะดึงดูดให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในดินแดนที่ห่างไกลออกไปครึ่งค่อนโลกค่ำคืนที่แสนยาวนานจบลงพร้อมกับการเริ่มต้นของวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความลับ

ปานวาดตัดสินใจว่าเธอจะไม่มีวันยอมให้ใครรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะชานนท์ เธอจะใช้ภาพถ่ายที่มีอยู่เป็นข้ออ้างในการยกเลิกงานแต่งงาน และหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรักษาเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เอาไว้  แม้ว่าในใจจะรู้ดีว่าเธอไม่มีวันกลับไปเป็นปานวาดคนเดิมที่สะอาดบริสุทธิ์ได้อีกต่อไปแล้วก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 20: มนต์ขลังที่ยั่งยืน

    กาลเวลาในเอดินบะระผ่านไปพร้อมกับฤดูกาลที่ผันแปร จากหิมะที่เคยปกคลุมขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำใสชโลมดิน ดอกไม้ป่าและต้นกอร์สสีเหลืองอร่ามเริ่มผลิบานตามเนินเขาไฮแลนด์ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับครรภ์ของไอริณ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของคนทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปริญกลายเป็นสามีที่ดูแลภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เ ขาละทิ้งภาพลักษณ์พ่อเลี้ยงผู้เย่อหยิ่งในอดีตไปจนหมดสิ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำขิงอุ่นๆ และผลไม้รสเปรี้ยววางไว้ข้างเตียงเพราะไอริณยังมีอาการแพ้ท้องหลงเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เขาหัดเข้าครัวเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคุณประภาศรีผ่านทางวิดีโอคอลเพื่อให้ไอริณได้ทานอาหารที่ถูกปากและมีประโยชน์ที่สุด“วันนี้ลูกดิ้นเก่งจังเลยนะคะปริญ” ไอริณเอ่ยพลางลูบหน้าท้องโตที่นูนขึ้นมาเป็นระยะ ขณะเอนกายพักผ่อนที่ม้านั่งในสวน ปริญวางมือลงทับลงไปทันที เขาสัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ จากข้างในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม“สงสัยจะอยากออกมาเห็นโลกกว้างแล้วล่ะครับไอริณ อีกไม่กี่สัปดาห์เรา

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

    เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้ เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ” คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 18: เพลิงรักใต้แสงจันทร์และพันธะสัญญาแห่งหัวใจ

    ราตรีกาลในเมืองเอดินบะระเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนเบาๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ แสงจากเตาผิงเต้นระบำเป็นเงาวูบวาบอยู่บนผนังไม้โอ๊ก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ ปริญจึงมีโอกาสได้อยู่กับไอริณเพียงลำพังในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีไอริณ นั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่มในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีมุกที่ทิ้งตัวสลวย ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่องภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตากลมโตจ้องมองสามีในนามที่เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก เธอเห็น ปริญ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเข้มที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างาม สายตาของเขาที่จดจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟในเตาผิง แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด“ไอริณ... ผมขอทักทายลูกหน่อยได้ไหมครับ?” ปริญเอ่ยเสียงทุ้มพร่า พลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ วางฝ่ามือหนาที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดของไอริณอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปชีวิตน้อยๆ ข้างในจะสะดุ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

    สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 16: หน้ากากที่ถูกฉีกกระชาก

    รุ่งเช้าที่ควรจะสงบสุขในคฤหาสน์หินกลางเมืองเอดินบะระกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน ไอริณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัว อาการแพ้ท้องเริ่มรบกวนเธอมากขึ้นในระยะหลัง แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเธอมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย คือการมีอยู่ของรินดา ผู้หญิงที่เป็นเงาอดีตของปริญ ซึ่งยังคงวางท่าทางเป็นเจ้าของบ้านและพยายามแสดงความใกล้ชิดกับปริญอย่างออกนอกหน้าปริญนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขาดูเคร่งขรึมและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยความล้าไว้บนใบหน้าคมสัน เมื่อไอริณเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปช่วยประคองตามสัญชาตญาณความห่วงใย“ไอริณครับ... เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนเห็นคุณอาเจียนหนักเลย” ปริญเอ่ยพลางยื่นมือออกมา ทว่ารินดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงกลับแทรกกลางเข้ามาทันที “อุ๊ย! ปริญคะ รินดาเตรียมกาแฟรสชาติที่ปริญชอบไว้ให้ที่ระเบียงแล้วนะคะ ส่วนแม่สาวน้อยนี่... ถ้าไม่สบายก็นอนพักอยู่บนห้องดีกว่าไหมจ๊ะ? เดี๋ยวจะมาเป็นภาระคนอื่นเขาเปล่าๆ” ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 15: แขกไม่ได้รับเชิญและรอยร้าวในใจ

    บรรยากาศหลังวันปีใหม่ในเอดินบะระยังคงปกคลุมด้วยไอหนาวเย็นเยือก ท้องฟ้าสีเทาหม่นดูจะสอดคล้องกับความรู้สึกกังวลลึกๆ ในใจของ ไอริณ หลังจากที่ปริญเริ่มมีเศษเสี้ยวความทรงจำกลับมา แม้เขาจะแสดงออกว่ารักและเทิดทูนเธอเพียงใด แต่เธอก็รู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช้าวันนั้น ขณะที่ไอริณกำลังช่วยชาล็อตจัดเตรียมดอกไม้สดในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชาล็อตขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกมาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย“ใครกัน!..มาแต่เช้า..วันนี้ก็ไม่ได้มีนัดกับใครนี่นา เดี๋ยวแม่ไปดูเองจ้ะ” ชาล็อตเอ่ยพลางเดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กเปิดออก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรูดูสวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แว่นกันแดดแบรนด์เนมถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“สวัสดีค่ะคุณป้าชาล็อต จำรินดาได้ไหมคะ?” เสียงหวานแหลมที่ดูคุ้นหูทำให้ไอริณที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ชาล็อตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ รินดา นางแบบสาวชื่อด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 10: อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต

    เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือเมืองเอดินบะระถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาทะมึนสลับกับแสงแดดอ่อนๆ ที่พยายามลอดผ่านลงมา หิมะที่เริ่มโปรยปรายเมื่อคืนทิ้งร่องรอยสีขาวบางๆ ไว้ตามยอดหญ้าและโขดหิน จอร์นยืนรอหญิงสาวอยู่ที่หน้าบ้านพักด้วยชุดเดินป่าที่ดูทะมัดทะแมง เขามองร่างบางของไอริณที่เดินออกมาในชุดที่รัดกุมขึ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 9: คำทำนายของผู้หญิงเฟย์

    นี่คือพรสวรรค์ที่ตกทอดมาตามสายเลือดของ ‘ผู้หญิงเฟย์’ (Fae Women) บรรพบุรุษของเธอเชื่อว่าโชคชะตาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือเส้นด้ายที่ถูกปั่นและทอไว้ล่วงหน้า และหน้าที่ของเธอคือการมองเห็นรอยต่อของเส้นด้ายเหล่านั้นเพื่อชี้นำทางที่ควรจะเป็น “เลือด. และน้ำตา.” ชาล็อตพึมพำเบาๆ เมื่อภาพในลูกแก้วเริ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 8: สงครามประสาทในเมืองเก่า

    อากาศยามสายในย่านโอลด์ทาวน์ (Old Town) ของเมืองเอดินบะระนั้นเย็นเยียบจนเห็นเป็นไอสีขาวจางๆ ยามที่ลมหายใจพ่นออกมา ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ที่ปูด้วยหินเก่าแก่และแวดล้อมด้วยอาคารหินทรายสีเข้มสไตล์ยุคกลาง ดูเข้มขลังและมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่สำหรับไอริณ ที่กำลังเดินเคียงคู่ไ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 7: มื้อค่ำใต้แสงเทียนและเงาอดีต

    บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของบ้านพักเก่าแก่ในเอดินบะระคืนนี้ดูจะเงียบเชียบกว่าปกติ แสงจากเชิงเทียนสีทองอร่ามที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวทอดเงาวูบวาบไปตามผนังหิน กลิ่นหอมของสเต็กเนื้อลิฟอายย่างสมุนไพรและไวน์แดงรสเลิศควรจะทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย แต่สำหรับ ไอริณ หรือปานวาดแล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status