INICIAR SESIÓN"อยากตาย" เป็นคำพูดของคนที่ไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวนามฟางเซียนพบกับความลำบากและความเหนื่อยยากของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาแล้ว น้องสาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิต แต่เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวของเธอก็เพิ่งจะตายไปเพราะโรคร้าย เธอจึงคิดว่าตัวเองไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงพยายามฆ่าตัวตาย... เธอพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าสิบครั้งด้วยกัน ผลน่ะหรือ? ล้มเหลวน่ะสิ!! ถ้าสำเร็จเธอคงไม่ต้องมานั่งคิดว่าวิธีตายใหม่แบบนี้หรอก! "ดื่มยาพิษ กรีดข้อมือ โดดน้ำ โดดตึก ขนาดนี้แล้วทำไมฉันยังไม่ตายอีก!! สวรรค์ ไม่สิ นรกไม่อยากรับคนเพิ่มรึไง!" ฟางเซียนกรีดร้องอย่างหนักราวกับคนบ้า ในตอนนั้นเองบางสิ่งก็ได้ปรากฏต่อหน้าเธอ [สวัสดีคุณฟางเซียน ผมคือระบบห้ามฆ่าตัวตาย ต่อจากนี้ไปคุณต้องถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตาย กฎของระบบห้ามฆ่าตัวตายที่หนึ่งคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สองคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สามคือ ห้ามฆ่าตัวตาย] ".." มองหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
Ver másThe interrogation room smelled like bleach and fear.
Ava Carter stared at her hands. They were cuffed to the table. They were shaking. There was blood under her nails — her father's blood.
"He was already dead when you found him?" Detective Ryan asked.
"Yes," Ava whispered. "I told you. I came home and he was — he was on the floor."
"And the $20 million your father stole? Where is it?"
"I don't know anything about any money!"
The door slammed open.
Ava didn't look up. She couldn't. Until she heard his voice.
"She's done answering questions."
The room went silent.
Ava slowly lifted her head.
And her breath stopped.
He stood in the doorway like he owned the police station. Black suit. White shirt open at the throat. Tie loose. Dark hair slightly wet from the rain outside. And eyes — grey, cold, terrifyingly beautiful eyes that were looking straight at her.
Kieran Moretti.
Even she knew that name. Everyone in Manhattan knew that name. The Moretti family owned half the city. Clubs, hotels, the docks. And the other half they owned in blood.
"Mr. Moretti, this is a police interrogation — you can't —" the detective started.
"I can," Kieran said, his voice low and calm. Dangerous calm. "And I am. This woman is under my protection. Uncuff her."
"This woman is a murder suspect!"
"She was framed." Kieran's eyes never left Ava. "And you know it."
Ava's heart was beating so loud she thought it would burst. "I don't — I don't know you."
A small, cold smile touched his lips. "You don't remember me, Ava?"
He walked closer. Every step was slow, deliberate. He pulled out the chair opposite her and sat. He smelled like rain and expensive cologne and danger.
He leaned forward. Close enough that she could see the faint tattoo peeking from under his shirt collar. A rose. Black.
"Your father worked for me," he said quietly, so only she could hear. "He stole twenty million dollars from me, Ava. And then someone killed him for it. And they made it look like you did it."
Tears finally fell. "I didn't kill him."
"I know." He reached out — his hand, large, tattooed with intricate black roses, covered hers. His skin was warm. "That's why I'm here."
The detective cleared his throat. "Mr. Moretti, we have evidence —"
"You have nothing," Kieran cut him, not looking away from Ava. "The security footage is fake. The fingerprints were planted. You have a twenty-one-year-old girl with no record, no motive, and blood on her hands because she tried to save her father's life. Release her."
"We can't —"
"You will." Kieran stood, pulling Ava up with him. The handcuffs fell — someone had unlocked them. "Because if she spends one more night in this cell, I will buy this building and burn it down with all of you inside it."
No one moved.
Ava stared at him, trembling. "Why are you helping me?"
He looked down at her. Really looked at her. At her wet hair, her ruined black dress, her terrified eyes.
"Because you belong to me now," he said.
"What?"
He pulled a folded black paper from his inside pocket and placed it on the table. A contract.
"Marry me," he said. "Tonight. You become Mrs. Moretti. My wife. My name protects you. No police, no killer, no one will touch you. Or..."
He leaned closer, his lips almost brushing her ear.
"Or you stay here. And they will put you in prison for a murder you didn't commit. And you will die in there, Ava. Beautiful girls like you don't last long inside."
Ava looked at the contract. At him. At the door.
"Marry you or die?" she whispered.
"Exactly." His grey eyes were dark. Possessive. "So what's your answer, sweetheart?"
Outside, thunder cracked. The rain hit the windows hard.
Ava picked up the pen with a shaking hand.
And signed.
Kieran Moretti smiled. It was not a kind smile. It was the smile of a man who had just won his favorite possession.
"Mine," he whispered, and pulled her into his chest.
And for the first time since her father died, Ava felt safe. And terrified. At the same time.
ตอนพิเศษ ลู่เหลียนกับความฝัน ลู่เหลียนเฝ้ารอ เฝ้ารอมาหลายปี ณ ทางเข้าปรโลก แต่แล้วเขาก็ไม่พบสิ่งที่เฝ้ารอมาตลอดหลายปี หลายคนบอกให้เขาตัดใจ แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ เขาไม่สามารถที่จะลืมฟางเซียนไปได้ เขาจึงตัดสินใจฝึกฝนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาลืมเวลาได้รู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปยี่สิบปีแล้ว เขาเติบโตเต็มวัยแล้วและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เขาจึงสร้างพรรคมารขึ้นมาเพื่อเผยแพร่วิชามารที่ฟางเซียนเคยบอกในทำก่อนจะร่วงหล่นลงไปที่ปรโลก แต่ลู่เหลียนไม่ได้สนใจพรรคมารที่ตัวเองก่อตั้งขึ้นมามากนัก ส่วนมากเขาจะยกให้ซงเลี่ยงจินจัดการทุกอย่างแบบไม่สนใจไยดีระหว่างที่ซงเลี่ยงจินต้องหัวหมุนกับงานเขาก็จะไปอาละวาด ใช่แล้ว เขาอาละวาดกับเผ่าเทพที่ลงมาที่พิภพมนุษย์ เขาเกลียดเผ่าเทพมากจึงตามสังหารเผ่าเทพที่ลงมาที่พิภพมนุษย์ทั้งหมด นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นศัตรูกับเผ่าเทพ แต่ลู่เหลียนก็หาสนใจไม่เขาอาละวาดต่อไปจนมีแข็งแกร่ง
ตอนพิเศษ นิทานเจ้าหญิง***เนื่องมาจากว่ามีคนถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ว่าทำไมฟางเซียนในชาติก่อนฆ่าตัวตาย ตอนพิเศษสั้นๆ ฉบับนิทานจึงถือกำเนิดกาลครั้งหนึ่ง ณ โลกสีเทา ภูตหนุ่มได้พบกับเจ้าหญิงผู้สิ้นหวังที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ เขาได้พาเธอออกมาจากโลกสีเทาไปยังโลกใบใหม่โลกใบใหม่สวยงามแต่ทว่ามันกลับกำลังล่มสลายและกลายเป็นเหมือนโลกสีเทาที่เธอจากมา ภูตตนนั้นจึงขอให้เธอช่วยเหลือโลกใบนี้เจ้าหญิงผู้สิ้นหวังที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ราวกับได้พบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเธอ เธอจึงยอมตอบรับคำขอของภูตตนนั้นอย่างง่ายดายเจ้าหญิงช่วยเหลือผู้คนและโลกใบใหม่นี้ด้วยความรู้สึกมีความสุขจากใจจริง นั่นเพราะว่าเธอรู้สึกว่าตัวเธอนั้นมีประโยชน์ ผู้ที่มีประโยชน์เท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับ เธอเชื่อมั่นอย่างสุดใจนั่นทำให้เธอมีความสุขมากที่ตนเองมีประโยชน์ต่อทุกคนและได้รับการยอมรับเจ้าหญิงทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ
บทส่งท้ายหลังจากหนังสือสัญญายุติสงครามระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรสายมารและผู้บำเพ็ญเพียรสายเซียนถูกเขียนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ปัญหาระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรบนพิภพมนุษย์ก็ลดน้อยลงและเมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะสงบลู่เหลียนก็ไม่ลังเลที่จะจัดงานแต่งงานของเขากับฟางเซียนขึ้นมาลู่เหลียนได้จัดงานแต่งงานอย่างใหญ่โตแต่ไม่มากพิธีเพราะหลังจากคำนับฟ้าดินแล้วลู่เหลียนก็ลากฟางเซียนเข้าห้องหอทันทีโดยไม่คิดจะส่งแขกก่อน ฟางเซียนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร่วมงานเลี้ยงด้วยซ้ำ“ข้าเพียงแค่อยากให้คนพวกนั้นรู้ว่าท่านคือภรรยาของข้าเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นเลยที่ท่านจะต้องเปิดเผยความงามของท่านให้คนพวกนั้นเห็น” ลู่เหลียนว่ามาอย่างนั้น“เจ้าไม่คิดจะให้ข้าออกไปพบปะผู้คนหรืออย่างไร” แม้ว่าฟางเซียนจะบ่นไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายนางก็ชอบนอนเล่นอยู่ในห้องมากกว่าออกไปข้างนอกอยู่ดี เพราะในช่วงที่นางอยากฆ่าตัวตาย นางมักจะหมกตัวอยู่ในบ้านจนมันก
บทที่ 21 ค่ำคืนแรกอันร้อนแรง หนึ่งเดือนผ่านไป หลังจากต้นไม้แห่งหายนะถูกโค่นล้ม กองทัพปีศาจก็กลับพิภพปีศาจ กองทัพเทพก็กลับพิภพเทพ กองทัพเทพที่มาพิภพมนุษย์เพื่อต่อสู้กับพรรคมารข่งเชวียก็กลับไปเช่นกัน ส่วนพรรคมารข่งเชวียและสำนักเซียนทั้งหลายบนพิภพมนุษย์ก็สงบศึกกันชั่วคราวเพราะสูญเสียกำลังรบไปมากจากการโจมตีของต้นไม้แห่งหายนะ ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงทำสงครามเย็นใส่กัน เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียมากกว่านี้จ้าวหลงเทียนจึงไปพบทั้งสองฝ่ายเพื่อเจรจาสงบศึกและเสนอให้ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาปรองดองกัน เนื่องจากว่าผู้นำฝ่ายเซียนอย่างฮุ่ยหวงตายไปแล้วฝ่ายเซียนจึงยอมสงบศึกแต่โดยดี แต่ลู่เหลียนกลับไม่ยอมสงบศึกโดยง่าย เขาให้เหตุผลว่าฝ่ายมารเป็นฝ่ายเสียหาย ฝ่ายเซียนที่เป็นฝ่ายเริ่มสงครามจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายมารก่อนเขาจึงจะยอมสงบศึกแต่โดยดี จ้าวหลงเทียนพยายามเป็นตัวกลางเจรจากับลู่เหลียนและฝ่ายเซียนอยู่นานจนกระทั่งฝ่ายเซียนยอมชดใช้ค่าเสียหายด้วยเงินทอง ทรัพยากรทางธรรมชาติหรือก็คือดินแดน และสัญญาการซื้อขายสินค้าด้วยเพราะการปิดเขตแดนของพรรคข่งเชวียทำให้ชาวบ้านขาดแคลนอะไรหลายอย่าง การติดต่อซื้อขายสินค้าจากนอกด
บทที่ 17.1 คุกนิรันดร์กระบี่ชื่อเซียวของลู่เหลียนปลิดชีวิตคนแล้วคนเล่าจนกระทั่งร่างไร้ชีวิตของมนุษย์นอนเกลื่อนเต็มพื้นและพื้นดินก็ถูกย้อมเป็นสีแดงของเลือด แต่ลู่เหลียนก็ยังคงเพิ่มจำนวนซากศพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาก็จะไม่หยุดจนกว่าจะไม่มีคนให้สังหารอีก ในขณะที่ลู่เหลียนกำลังสังหารหมู่ฟางเซียนก็ยืนรออยู
บทที่ 16.1 ความรู้สึกที่ไม่ยอมรับ “อะไรกัน? พวกเจ้ามาต้อนรับข้ารึ?” หวังหลิงฟู่กล่าวทักทายผู้บำเพ็ญเพียรหลายสิบคนที่กำลังชี้อาวุธมาทางเขา ดูอย่างไรมันก็ไม่ใช่การต้อนรับที่ดี “เกิดอะไรขึ้น!?” เว่ยหลงเทียนอุทานอย่างตกใจ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าทันทีที่ก้าวออกมาจากสุสานผู้บำเพ็ญเพียรสายเซียนจำนวนมากจะวิ่ง
บทที่ 14.1 อาจารย์มักลำเอียงเข้าหาลูกศิษย์คนโปรดเป็นธรรมดาลู่เหลียนรู้สึกกระสับกระส่าย นั่นทำให้เขาข่มตานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อาการนอนไม่หลับของลู่เหลียนเป็นมาแล้วหลายปีและมันก็เพิ่งจะรุนแรงขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน และมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อเขาได้พบฟางเซียนอีกครั้ง ในเมื่อนอนไม่หลับลู่เหลียนจึงล
บทที่ 13.1 พบกันอีกครั้งลูกศิษย์ก็จู่โจมอาจารย์ [นกยูงเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม อวดโฉม อลังการ ความรัก ความสุข ความโชคดี และความเจริญในด้านการเงิน เพราะงั้นบ้านของลู่เหลียนจึงออกมาเป็นรูปแบบนี้นั่นเอง] ระบบอธิบายด้วยน้ำเสียงอลังการและจุดพลุเสริม “ไม่ ไม่ สิ่งที่ฉันต้องการรู้ก็คือทำไมลู่เหลียนถึงมีป

















