Masuk"อยากตาย" เป็นคำพูดของคนที่ไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวนามฟางเซียนพบกับความลำบากและความเหนื่อยยากของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาแล้ว น้องสาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิต แต่เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวของเธอก็เพิ่งจะตายไปเพราะโรคร้าย เธอจึงคิดว่าตัวเองไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงพยายามฆ่าตัวตาย... เธอพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าสิบครั้งด้วยกัน ผลน่ะหรือ? ล้มเหลวน่ะสิ!! ถ้าสำเร็จเธอคงไม่ต้องมานั่งคิดว่าวิธีตายใหม่แบบนี้หรอก! "ดื่มยาพิษ กรีดข้อมือ โดดน้ำ โดดตึก ขนาดนี้แล้วทำไมฉันยังไม่ตายอีก!! สวรรค์ ไม่สิ นรกไม่อยากรับคนเพิ่มรึไง!" ฟางเซียนกรีดร้องอย่างหนักราวกับคนบ้า ในตอนนั้นเองบางสิ่งก็ได้ปรากฏต่อหน้าเธอ [สวัสดีคุณฟางเซียน ผมคือระบบห้ามฆ่าตัวตาย ต่อจากนี้ไปคุณต้องถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตาย กฎของระบบห้ามฆ่าตัวตายที่หนึ่งคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สองคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สามคือ ห้ามฆ่าตัวตาย] ".." มองหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
Lihat lebih banyakARIA
I was only five, innocent and clueless. I was made to stand on a platform in the center of the a dark room. I didn’t understand why I was there or why I wasn’t wearing clothes on my body. All I knew was that there were men, lots of them in black suits and their eyes were locked on me like vicious predators. Thick cigars sat between their fingers, and each one had a scary man behind him, also dressed in black suits and shades. Those men standing occasionally whispered things to the ones sitting. "Four hundred thousand dollars!" a deep voice shouted. "Eight hundred thousand!" another voice countered. Emily was the only woman in the room,she stood beside me and whisper instructions to me. She was the closest thing I had to a mother. She taught me everything I knew at that age. I only got to know that she wasn't my mother when her son Daniel,who was two years older than me told me. Emily was a care taker employed to look after me and this place was the only home I’d known, for as long as I could remember. I wasn't allowed to leave my room or interact with anyone else except Emily and her son, Daniel. I didn’t even know where I came from, or how I got here. However, Every night I kept having this scary dream of two cold bodies in a pool of blood. A blonde woman,naked, her thighs looking like they’d been broken with force and the second body, was that of. A headless man, lying beside her. I had no idea who they were, or why I kept dreaming of them. Emily touched my shoulder gently, then she leaned in, and whispered, “Turn around, sweetie.” I obeyed and turned slowly. “Five million!” A man suddenly called from the back. The room went quiet for a moment, no one could challenge that amount. A man in a gray suit approached us and whispered something in Emily's ear. She nodded quickly, then turned to me with a smile that didn’t reach her eyes. “Come on, sweetie, let’s get back to your room.” It was finally over, I stepped off the platform and gazed up at her. She smiled back weakly, held my hand and walked me down the narrow hallway, back to my room. I could still hear the men talking and laughing behind us. “She’ll make a nice doll for my boss” one voice said with a chuckle. I didn’t know what that meant but somehow, I knew it wasn't good. Daniel, Emily's son was inside my room, reading when the door opened. My eyes lit up when I saw him but as soon as he stood up , he walked to his mother and asked the question I hate to hear. “Can we go home now, Mom?” “Just a minute, honey. I need to get Aria ready,” she said,and brought out a new dress from a fancy bag. She got me all dressed up after which she knelt down, looked me in the eyes, and touched my cheek. “You did great out there, sweetie,” she said softly. “So brave. I’m proud of you.” I looked up at her. “Am I going somewhere?" She paused, then sighed and brushed my long hair behind my ear. “Yes.” “With you and Daniel?” I asked again. She smiled — the kind of smile that meant “no.” Then she shook her head, her eyes were sad. “No, sweetheart. But you’ll be taken good care of. It’s… it’s…” She paused, as if the words were too heavy to say. “It’s a .....a...good family. They will adopt you. You have to do whatever they say so they’ll take good care of you. Understand?” She had tears in her eyes. Seeing her like that, summoned tears in my own eyes and I allowed them to roll freely down my cheeks. “Hey, honey, you don’t have to cry. I promise to visit,” she said gently and cleaned my face. “I don’t want to go anywhere. I’m scared,” I sobbed and hugged her tightly. She wrapped her arms around me and kissed my forehead. "It's okay honey, it's okay". She whispered and consoled me. Daniel came over and joined the hug. Just then, the door opened. Daniel immediately stepped back in fear as two scray looking tall men in black suits walked into the room.ตอนพิเศษ ลู่เหลียนกับความฝัน ลู่เหลียนเฝ้ารอ เฝ้ารอมาหลายปี ณ ทางเข้าปรโลก แต่แล้วเขาก็ไม่พบสิ่งที่เฝ้ารอมาตลอดหลายปี หลายคนบอกให้เขาตัดใจ แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ เขาไม่สามารถที่จะลืมฟางเซียนไปได้ เขาจึงตัดสินใจฝึกฝนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาลืมเวลาได้รู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปยี่สิบปีแล้ว เขาเติบโตเต็มวัยแล้วและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เขาจึงสร้างพรรคมารขึ้นมาเพื่อเผยแพร่วิชามารที่ฟางเซียนเคยบอกในทำก่อนจะร่วงหล่นลงไปที่ปรโลก แต่ลู่เหลียนไม่ได้สนใจพรรคมารที่ตัวเองก่อตั้งขึ้นมามากนัก ส่วนมากเขาจะยกให้ซงเลี่ยงจินจัดการทุกอย่างแบบไม่สนใจไยดีระหว่างที่ซงเลี่ยงจินต้องหัวหมุนกับงานเขาก็จะไปอาละวาด ใช่แล้ว เขาอาละวาดกับเผ่าเทพที่ลงมาที่พิภพมนุษย์ เขาเกลียดเผ่าเทพมากจึงตามสังหารเผ่าเทพที่ลงมาที่พิภพมนุษย์ทั้งหมด นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นศัตรูกับเผ่าเทพ แต่ลู่เหลียนก็หาสนใจไม่เขาอาละวาดต่อไปจนมีแข็งแกร่ง
ตอนพิเศษ นิทานเจ้าหญิง***เนื่องมาจากว่ามีคนถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ว่าทำไมฟางเซียนในชาติก่อนฆ่าตัวตาย ตอนพิเศษสั้นๆ ฉบับนิทานจึงถือกำเนิดกาลครั้งหนึ่ง ณ โลกสีเทา ภูตหนุ่มได้พบกับเจ้าหญิงผู้สิ้นหวังที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ เขาได้พาเธอออกมาจากโลกสีเทาไปยังโลกใบใหม่โลกใบใหม่สวยงามแต่ทว่ามันกลับกำลังล่มสลายและกลายเป็นเหมือนโลกสีเทาที่เธอจากมา ภูตตนนั้นจึงขอให้เธอช่วยเหลือโลกใบนี้เจ้าหญิงผู้สิ้นหวังที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ราวกับได้พบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเธอ เธอจึงยอมตอบรับคำขอของภูตตนนั้นอย่างง่ายดายเจ้าหญิงช่วยเหลือผู้คนและโลกใบใหม่นี้ด้วยความรู้สึกมีความสุขจากใจจริง นั่นเพราะว่าเธอรู้สึกว่าตัวเธอนั้นมีประโยชน์ ผู้ที่มีประโยชน์เท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับ เธอเชื่อมั่นอย่างสุดใจนั่นทำให้เธอมีความสุขมากที่ตนเองมีประโยชน์ต่อทุกคนและได้รับการยอมรับเจ้าหญิงทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ
บทส่งท้ายหลังจากหนังสือสัญญายุติสงครามระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรสายมารและผู้บำเพ็ญเพียรสายเซียนถูกเขียนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ปัญหาระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรบนพิภพมนุษย์ก็ลดน้อยลงและเมื่อทุกอย่างเข้าสู่สภาวะสงบลู่เหลียนก็ไม่ลังเลที่จะจัดงานแต่งงานของเขากับฟางเซียนขึ้นมาลู่เหลียนได้จัดงานแต่งงานอย่างใหญ่โตแต่ไม่มากพิธีเพราะหลังจากคำนับฟ้าดินแล้วลู่เหลียนก็ลากฟางเซียนเข้าห้องหอทันทีโดยไม่คิดจะส่งแขกก่อน ฟางเซียนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร่วมงานเลี้ยงด้วยซ้ำ“ข้าเพียงแค่อยากให้คนพวกนั้นรู้ว่าท่านคือภรรยาของข้าเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นเลยที่ท่านจะต้องเปิดเผยความงามของท่านให้คนพวกนั้นเห็น” ลู่เหลียนว่ามาอย่างนั้น“เจ้าไม่คิดจะให้ข้าออกไปพบปะผู้คนหรืออย่างไร” แม้ว่าฟางเซียนจะบ่นไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายนางก็ชอบนอนเล่นอยู่ในห้องมากกว่าออกไปข้างนอกอยู่ดี เพราะในช่วงที่นางอยากฆ่าตัวตาย นางมักจะหมกตัวอยู่ในบ้านจนมันก
บทที่ 21 ค่ำคืนแรกอันร้อนแรง หนึ่งเดือนผ่านไป หลังจากต้นไม้แห่งหายนะถูกโค่นล้ม กองทัพปีศาจก็กลับพิภพปีศาจ กองทัพเทพก็กลับพิภพเทพ กองทัพเทพที่มาพิภพมนุษย์เพื่อต่อสู้กับพรรคมารข่งเชวียก็กลับไปเช่นกัน ส่วนพรรคมารข่งเชวียและสำนักเซียนทั้งหลายบนพิภพมนุษย์ก็สงบศึกกันชั่วคราวเพราะสูญเสียกำลังรบไปมากจากการโจมตีของต้นไม้แห่งหายนะ ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงทำสงครามเย็นใส่กัน เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียมากกว่านี้จ้าวหลงเทียนจึงไปพบทั้งสองฝ่ายเพื่อเจรจาสงบศึกและเสนอให้ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาปรองดองกัน เนื่องจากว่าผู้นำฝ่ายเซียนอย่างฮุ่ยหวงตายไปแล้วฝ่ายเซียนจึงยอมสงบศึกแต่โดยดี แต่ลู่เหลียนกลับไม่ยอมสงบศึกโดยง่าย เขาให้เหตุผลว่าฝ่ายมารเป็นฝ่ายเสียหาย ฝ่ายเซียนที่เป็นฝ่ายเริ่มสงครามจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายมารก่อนเขาจึงจะยอมสงบศึกแต่โดยดี จ้าวหลงเทียนพยายามเป็นตัวกลางเจรจากับลู่เหลียนและฝ่ายเซียนอยู่นานจนกระทั่งฝ่ายเซียนยอมชดใช้ค่าเสียหายด้วยเงินทอง ทรัพยากรทางธรรมชาติหรือก็คือดินแดน และสัญญาการซื้อขายสินค้าด้วยเพราะการปิดเขตแดนของพรรคข่งเชวียทำให้ชาวบ้านขาดแคลนอะไรหลายอย่าง การติดต่อซื้อขายสินค้าจากนอกด
บทที่ 11.2 ไปเที่ยวปรโลกณ หุบเขาสิ้นสุด หุบเขาอันห่างไกลผู้คนแห่งนี้ได้ชื่อว่าหุบเขาสิ้นสุดเพราะว่าประตูทางเข้าปรโลกอันแสนอันตรายตั้งอยู่ในที่แห่งนี้นั่นเอง ปรโลกเป็นสถานที่อันตรายเพราะว่ามันจะทำลายทุกสิ่งที่มันสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นพืช มนุษย์ ปีศาจ เทพ สัตว์อสูร หรือแม้แต่วิญญาณคนตายก็ไม่อาจรอดพ้นไป
บทที่ 10.2 อยู่เฉยๆ ความตายก็วิ่งเข้าหาฟางเซียนต้องการความตาย แต่นางจะไม่ลากคนอื่นมาตายด้วยเด็ดขาด โดยเฉพาะลูกศิษย์ของนาง ถึงแม้ว่านางจะรับดูแลพวกเขาเพราะว่าระบบยัดเยียดให้กับนางก็ตาม แต่ตราบใดที่นางยังไม่ตาย นางจะยอมปล่อยให้พวกเขาตายเด็ดขาด “พวกเจ้าต้องรีบออกไปจากที่นี่และอย่าได้กลับมาอีก” ฟางเซียน
บทที่ 6 สุสานอาวุธสุสานอาวุธมีชื่อเสียงในด้านความอันตรายมาก เนื่องจากว่าที่นั่นมีอาวุธอันตรายรวมกันอยู่มากมาย เมื่อความชั่วร้ายของพวกมันหลอมรวมเข้าด้วยกัน พวกมันจึงสามารถสร้างหมอกพิษมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบได้ อีกทั้งมันยังสามารถดึงดูดสัตว์อสูรอันตรายได้อีกด้วย สุสานอาวุธจึงกลายเป็นเหมือนสถานที่รวมตัวข
บทที่ 4.2 ท่านอาจารย์ประหลาดเกินไปพื้นที่รอบเมืองเหยียนเป็นหุบเขามีภูเขาและเทือกเขาสูงใหญ่มากมาย การจะสร้างบ้านบนภูเขาสักลูกเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เพราะฟางเซียนอยากมีบ้านบนภูเขาอันเงียบสงบนางจึงยอมจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่อั้น เพราะอ

















