ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย

ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย

last updateDernière mise à jour : 2024-12-24
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
42Chapitres
2.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

"อยากตาย" เป็นคำพูดของคนที่ไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวนามฟางเซียนพบกับความลำบากและความเหนื่อยยากของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาแล้ว น้องสาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิต แต่เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวของเธอก็เพิ่งจะตายไปเพราะโรคร้าย เธอจึงคิดว่าตัวเองไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงพยายามฆ่าตัวตาย... เธอพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าสิบครั้งด้วยกัน ผลน่ะหรือ? ล้มเหลวน่ะสิ!! ถ้าสำเร็จเธอคงไม่ต้องมานั่งคิดว่าวิธีตายใหม่แบบนี้หรอก! "ดื่มยาพิษ กรีดข้อมือ โดดน้ำ โดดตึก ขนาดนี้แล้วทำไมฉันยังไม่ตายอีก!! สวรรค์ ไม่สิ นรกไม่อยากรับคนเพิ่มรึไง!" ฟางเซียนกรีดร้องอย่างหนักราวกับคนบ้า ในตอนนั้นเองบางสิ่งก็ได้ปรากฏต่อหน้าเธอ [สวัสดีคุณฟางเซียน ผมคือระบบห้ามฆ่าตัวตาย ต่อจากนี้ไปคุณต้องถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตาย กฎของระบบห้ามฆ่าตัวตายที่หนึ่งคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สองคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สามคือ ห้ามฆ่าตัวตาย] ".." มองหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1.1 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักที 

บทที่ 1.1 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักที 

ฟางเซียน มีความหมายว่า นางฟ้าผู้มีกลิ่นหอม มันคือชื่อเล่นภาษาจีนที่แม่ของนางตั้งให้เพราะแม่ของนางเป็นชาวจีน แต่เนื่องจากว่าพ่อของนางเป็นชาวไทยดังนั้นฟางเซียนจึงอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เกิดกับพ่อแม่และน้องสาว พวกเราดูเหมือนครอบครัวอบอุ่นทั่วไปจนกระทั่งแม่ของนางจับได้ว่าพ่อแอบมีผู้หญิงคนอื่น 

แม่ของนางพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมเพราะเห็นแก่นางที่เพิ่งมีอายุเจ็บขวบและน้องสาวของนางที่มีอายุเพียงสามขวบ แต่แล้วพ่อของนางก็ทิ้งครอบครัวไปพร้อมกับเงินจำนวนมาก 

แม่ของนางจึงตัดสินใจพาพวกนางสองพี่น้องกลับไปยังบ้านเกิดที่ประเทศจีน แต่เพราะแม่ของนางถูกตัดขาดออกจากตระกูลแล้วพวกเราสามแม่ลูกจึงต้องไปอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็ก แม่ของนางต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงนางและน้องสาวจนกระทั่งแม่ของนางพบรักครั้งใหม่กับผู้ชายคนหนึ่ง 

มันดูเหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดีเพราะผู้ชายคนนั้นที่แม่หลงรักไม่ต้องการลูกติด ดังนั้นแม่ของนางซึ่งเหนื่อยกับการเลี้ยงดูนางและน้องจึงตัดสินใจทิ้งพวกนางที่เป็นเหมือนภาระและไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับสามีใหม่อย่างไม่ลังเล 

ฟางเซียนในวัยเพียงสิบสองขอบและน้องสาววัยแปดขวบจึงต้องไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่นั่นไม่น่าอยู่เท่าไหร่นัก เตียงนอนไม่อบอุ่น อาหารน้อย และไม่อร่อย และยังมีเด็กเกเรหลายคนที่ชอบรังแกเด็กที่อ่อนแอกว่า ฟางเซียนพยายามปกป้องน้องสาวเพียงคนเดียวของนางอย่างสุดความสามารถและฟางเซียนก็ได้ให้คำสัญญากับตัวเองว่านางจะไม่มีวันทิ้งน้องสาวเด็ดขาด  

ฟางเซียนพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขกับน้องสาว แต่แล้วฟางเซียนก็ต้องได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต น้องสาวที่รักของนางป่วยเป็นโรคร้าย การรักษาจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ฟางเซียนจึงต้องพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมารักษาน้องสาวให้หายป่วยจากโรคร้าย ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนนางก็ยอมทำ แม้ว่ามันจะเป็นงานผิดกฎหมายหรืองานขายร่างกายก็ตาม 

ระหว่างนั้นนางก็ได้พบรักกับชายคนหนึ่ง ซึ่งมันเป็นความรักที่ย่ำแย่มากเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นพวกหลอกลวง มันเป็นบทเรียนราคาแพงมากทีเดียว ราคาแพงพอๆ กับเงินที่นางเก็บสะสมมาเพื่อรักษาโรคร้ายของน้องสาวของนางเลยล่ะ... 

ฟางเซียนขอบอกเลยว่า เธอ เกลียด ผู้ชาย!  

เมื่อเงินที่นางเก็บสะสมมาหายไปเกือบหมด น้องสาวของนางจึงได้รับการรักษาช้าลงและต้องนอนซมอยู่บนเตียง ฟางเซียนหวังอยากให้น้องสาวมีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่น้อย นางจึงพยายามทำงานหนักมากกว่าเดิมจนกระทั่งเมื่อนางอายุสิบเก้าปี นางได้ถูกทาบทามให้ไปเป็นนักร้อง 

ฟางเซียนไม่มีทางยอมพลาดโอกาสนี้ นางจึงพยายามฝึกฝนการเต้นและร้องเพลงอย่างหนักจนกระทั่งได้เดบิวต์เป็นนักร้องเสียงดีและมีชื่อเสียงโด่งดัง และในที่สุดฟางเซียนก็มีเงินพอที่จะจ่ายค่ารักษาให้กับน้องสาวแล้ว 

เมื่ออาการป่วยของน้องสาวของนางดีขึ้นมาแล้ว น้องสาวของนางจึงสามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติเหมือนคนอื่น ได้เรียน ได้มีเพื่อน และมีแฟนเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ฟางเซียนไม่ห้ามอะไรเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ในเมื่อพวกนางไม่มีดวงเรื่องผู้ชายถ้างั้นก็คบผู้หญิงซะก็สิ้นเรื่อง!  

แต่แล้วปัญหาชีวิตก็เข้ามาอีก ฟางเซียนถูกขุดคุ้ยประวัติ งานที่นางเคยทำในอดีตเพื่อหาเงินถูกค้นพบทั้งหมด สังคมได้แสดงความรังเกียจนางทุกช่องทางของสื่อ อีกทั้งยังหาว่านางขายตัวเพื่อให้ได้ตำแหน่งนักร้องชื่อดังมา การถูกเกลียดจากสังคมมันแย่มาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะถูกด่าทอและขับไล่ราวกับว่ามันไม่มีที่สำหรับนาง 

เรื่องเลวร้ายไม่ได้เกิดกับแค่ฟางเซียน น้องสาวของนางก็ถูกเหมารวมว่าเป็นคนไร้ยางอายไปด้วย น้องสาวของนางถูกกดดันจนกระทั่งอาการป่วยเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้น้องสาวของนางอาการทรุดกว่าเดิมก็คือ แฟนสาวของน้องสาวของนางไปท้องกับคนอื่นและกำลังจะแต่งงานกับผู้ชาย 

“อยู่กับน้องนะพี่ฟางเซียน...น้องกลัว น้องมีแค่พี่แค่คนเดียว อย่าทิ้งน้องไปเลย...” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่น้องสาวของนางพูดก่อนที่จะเสียชีวิตเนื่องจากโรคที่รักษาไม่หาย ในตอนนั้นโลกของฟางเซียนก็คล้ายจะพังทลายลงไปด้วย 

ถ้าหากนางพยายามทำงานมากกว่านี้ ถ้าหากนางใส่ใจดูแลมากกว่านี้ ถ้าหากนางมีเงินมากกว่านี้ และถ้าหากว่านางปกป้องน้องสาวได้ดีกว่านี้ น้องสาวของนางก็คงจะมีชีวิตที่ดีและมีอายุยืนยาวมากกว่านี้ ฟางเซียนโทษตัวเองด้วยความเสียใจและเริ่มคิดว่า ในเมื่อคนสำคัญเพียงคนเดียวของนางจากโลกนี้ไปแล้วและทุกคนก็ผลักไสนางเหมือนไม่อยากให้นางมีชีวิตอยู่ แล้วนางจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรอีก? 

“ฉันอยากตาย” ฟางเซียนหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่แล้ว นางจึงได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะฆ่าตัวตาย 

การฆ่าตัวตายวิธีที่หนึ่ง แขวนคอ ฟางเซียนไปซื้อเชือกมาและแขวนคอตัวเองกับต้นไม้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขาดอากาศหายใจตายเชือกดันคลายตัวซะก่อน รอบที่สองกิ่งไม้ก็ดันหักก่อน รอบที่สามเชือกก็ดันขาด รอบต่อไปพลเมืองดีก็ดันผ่านมาเห็นและเข้ามาห้ามไม่ให้นางฆ่าตัวตาย ฟางเซียนจึงเปลี่ยนวิธีฆ่าตัวตาย 

การฆ่าตัวตายวิธีที่สอง กรีดข้อมือ วิธีที่เป็นที่นิยมอีกอย่างหนึ่งในละคร นางเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดน้ำร้อนเต็มอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็กินยานอนหลับและใช้มีดกรีดข้อมือของตัวเอง แต่ฟางเซียนกลับรอดตายมาได้เพราะโจร ใช่แล้ว โจร! มีโจรคนหนึ่งแอบเข้ามาในบ้านของนางเพื่อขโมยเงินและบังเอิญมาเห็นตอนที่นางกำลังตัวฆ่าตายพอดี โจรใจดีจึงช่วยพานางไปส่งโรงพยาบาล  

ช่างเป็นโจรที่จิตใจงามยิ่งนัก... 

“ถึงฉันจะไม่มีเงินและต้องนอนข้างถนน แต่ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะตายเลย พยายามมีชีวิตเข้าล่ะ!” โจรใจงามบอกกับฟางเซียนไว้ แต่ฟางเซียนอยากจะตะโกนตอบกลับไปว่า ฉันอยากตายโว้ย!  

การฆ่าตัวตายวิธีที่สาม โดดตึก เป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยมสำหรับการฆ่าตัวตาย ฟางเซียนขึ้นไปยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกสิบชั้นและกระโดดลงไปข้างล่างอย่างไม่ลังเล แต่นางก็ไม่ตาย...ใช่แล้ว นางกระโดดตึกสิบชั้นแต่ดันไม่ตาย! นั้นเพราะว่านางอัดบังเอิญตกลงไปบนเตียงนอนนุ่มๆ ที่พนักงานขนของกำลังขนมันเข้าไปในตึกพอดี ฟางเซียนจึงได้รับบาดเจ็บแค่แขนหักเท่านั้น 

“บัดซบ!” ฟางเซียนสบถออกมาอย่างหัวเสีย แม้ความโชคดีจะช่วยชีวิตไว้ฟางเซียนก็ไม่มีความรู้สึกยินดีกับมันเลยสักนิด ฟางเซียนยังคงไม่ยอมแพ้ที่จะฆ่าตัวตายเหมือนเดิม 

การฆ่าตัวตายวิธีที่สี่ ไปที่สะพานแขวนและกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เย็นเฉียบ แต่เชื่อไหมว่าฟางเซียนสามารถรอดตายมาได้อีกเหมือนเดิมเพราะสุนัขตำรวจตัวหนึ่ง มันถูกฝึกมาให้ช่วยเหลือคนที่จมน้ำมันจึงได้เข้ามาช่วยเหลือนางไว้ การถูกสุนัขช่วยชีวิตทำให้ฟางเซียนร้องไห้ ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งใจหรอกนะ มันเป็นอารมณ์อัดอั้นที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ต่างหาก  

และตอนที่นางถูกสุนัขตำรวจช่วยชีวิตไว้นักข่าวคนหนึ่งก็ได้บังเอิญผ่านมาเห็นเข้าพอดี นักข่าวคนนั้นจึงได้ทำข่าวของฟางเซียนจนดังระเบิด นักข่าวหลายคนจึงบุกมาที่บ้านของฟางเซียนเพื่อขอทำข่าว 

กูอยากตายโว้ย! อย่ามายุ่งได้ไหม!!  

การฆ่าตัวตายวิธีที่ห้า กินยาพิษ ในเมื่อการฆ่าตัวตายข้างนอกมันเป็นปัญหามากก็ต้องพยายามฆ่าตัวตายในบ้าน แต่ฟางเซียนก็ดันถูกช่วยไว้ได้โดยนักข่าวที่แอบเข้ามาส่องในบ้านของนาง ฟางเซียนรอดอีกแล้ว... 

การฆ่าตัวตายวิธีที่หก ไปที่ทะเล และถ่วงน้ำตัวเองซะ แต่นางก็ไม่ตายเช่นเดิม เพราะคลื่นทะเลได้ซัดร่างของนางเข้าฝั่งซะก่อน... 

วิธีการฆ่าตัวตายที่เจ็ด แปด เก้า สิบก็ได้ตามมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายฟางเซียนถึงไม่ตายสักที 

“ดื่มยาพิษ กรีดข้อมือ โดดน้ำ โดดตึก ฉันทำถึงขนาดนี้แล้วทำไมฉันถึงยังไม่ตายอีก!! สวรรค์ ไม่สิ นรกไม่อยากรับคนเพิ่มแล้วรึไง!!” ฟางเซียนกรีดร้องอย่างหนักราวกับคนเสียสติ 

นางสิ้นหวังในการฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว... 

ฟางเซียนหยิบมีดขึ้นมาและมองมันด้วยอาการเหม่อลอย ในขณะที่นางกำลังตัดสินใจที่จะใช้มีดแทงหัวใจของตัวเองอยู่นั้นหน้าต่างระบบปริศนาก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ บนหน้าต่างระบบได้แสดงตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ จากนั้นมันก็แสดงข้อความว่า [เชื่อมต่อสมบูรณ์]  

[สวัสดีครับคุณฟางเซียน ผมคือระบบห้ามฆ่าตัวตาย] เสียงปริศนาดังขึ้นมาพร้อมกับปรากฏอีโมจิรูปยิ้ม ฟางเซียนมองด้วยสายตาว่างเปล่า [จากนี้ไปคุณจะถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตายและคุณจะต้องทำตามกฎที่เรามีอยู่ กฎข้อที่หนึ่งคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎข้อที่สองคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎข้อที่สามคือ ห้ามฆ่าตัวตาย]  

“...” ฟางเซียนนิ่งสนิทไร้ซึ่งการแสดงออกทางอารมณ์ นางหันปลายมีดเข้าหาตัวเองเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ทันใดนั้นเองนางก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้ตามใจชอบ มันราวกับว่ามีบางอย่างเข้ามาควบคุมร่างกายของนาง 

[คุณจะไม่สามารถฆ่าตัวตายได้จนกว่าคุณจะมีอายุครบหนึ่งหมื่นปี โปรดเข้าใจด้วย] สิ่งที่เรียกตัวเองว่าระบบห้ามฆ่าตัวตายบอกฟางเซียน 

“เข้าใจมารดาแกสิ!! หมื่นปีเรอะ! ใครจะอยากอยู่นานขนาดนั้นกัน! ฟังฉันนะ ฉัน อยาก ตาย! ชัดเจนพอไหม!” ไม่ว่าสิ่งปริศนานั่นจะเป็นอะไรฟางเซียนก็ไม่เกรงใจ นางตะโกนใส่มันด้วยความโมโห 

[มนุษย์อยากมีชีวิตยืนยาว] ระบบตอบ 

“เออ! แต่พอดีว่าฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวเนปจูน ฉันจะฆ่าตัวตาย!!” ฟางเซียนกำมีดในมือแน่นและพยายามที่จะกดปลายมีดลงไปแทงหัวใจของตัวเอง แต่มือของนางมันแข็งค้างไม่ยอมขยับตามที่นางต้องการ 

[ผู้ที่ถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตายมีกฎว่าห้ามฆ่าตัวตายเด็ดขาด หากคุณต้องการฆ่าตัวตายคุณต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน ภารกิจแรก เป็นอาจารย์ให้กับตัวร้ายสูงสุด ภารกิจที่สอง เป็นอาจารย์ให้กับรองตัวร้าย ซึ่งภารกิจนี้จะตามมาในอีกร้อยปีต่อมา และอีกหนึ่งร้อยปีต่อไปภารกิจที่สามก็จะตามมา และอีกร้อยๆ ปีต่อไปอีกภารกิจที่สี่ก็จะตามมา]  

“...ไปตายซะไอ้ระบบเวร!!” ฟางเซียนเปลี่ยนทิศทางของมีดจากตัวเองไปที่หน้าต่างระบบใสตรงหน้าทันที นางพยายามใช้มีดแทงมันแต่มีดของนางกลับทะลุผ่านมันไป “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย! ฉันอยากจะตาย!” ฟางเซียนตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย นางเริ่มมีอาการหอบหายใจอย่างหนักหลังจากออกแรงไปเยอะกับการพยายามทำลายหน้าจอประหลาดตรงหน้า 

[เนื่องจากคุณตรงกับเงื่อนไขของเรามากที่สุด] ระบบตอบ 

“เงื่อนไขอะไร?”   

[เงื่อนไขของเราคือ คนที่ต้องการความตายอย่างแท้จริง ไม่มีความลังเลหรือความเสียใจก่อนจะจบชีวิตตัวเอง แต่กลับไม่ตายสักทีทั้งที่พยายามฆ่าตัวตายมากกว่าสิบรอบขึ้นไป ระบบจึงเลือกคุณ]  

“คนอยากตายทำไมแกต้องมาขัดขวางด้วย!!” ฟางเซียนรู้สึกคับแค้นใจอย่างมาก นางจึงใช้มีดแทงพื้นเพื่อระบายอารมณ์ ในเมื่อแทงตัวเองก็ไม่ได้ แทงไอ้ระบบประหลาดนี่ก็ไม่ได้อีก แทงพื้นแทนแล้วกัน!  

พื้นที่น่าสงสาร: ทำไมเป็นฉัน?  

[เนื่องจากมีคนตายทั้งที่ยังไม่ถึงฆาตมากเกินไปสถานที่รอเกิดจึงเต็มแล้ว ผู้สร้างจึงได้สร้างระบบห้ามฆ่าตัวตายขึ้นมาเพื่อห้ามไม่ให้มีคนฆ่าตัวตายไปมากกว่านี้ และเพื่อนำคนที่พยายามฆ่าตัวตายไปใช้ประโยชน์ด้วย เอาล่ะ! ได้เวลาเดินทางของคุณแล้ว]  

“เดินทาง? เดินทางไปไหน? ฉันไม่ไป ยังไงฉันก็ยังอยากจะฆ่าตัวตาย!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดไปมากกว่านี้ฟางเซียนก็รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายกำลังโดนบางอย่างดึงดูด 

[วางใจได้เลยครับ การเดินทางข้ามมิติของเราปลอดภัยหายห่วงไม่ตายแน่นอน ไว้เจอกันอีกครั้งที่โลกใหม่นะครับ คุณฟางเซียน]  

ไอ้ระบบเวร!!!  

หลังจากนั้นฟางเซียนก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกหมุนอยู่ในเครื่องซักผ้ายาวนานหลายชั่วโมง... 

อยากตายแล้วสิ 

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
42
บทที่ 1.1 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักที 
บทที่ 1.1 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักที ฟางเซียน มีความหมายว่า นางฟ้าผู้มีกลิ่นหอม มันคือชื่อเล่นภาษาจีนที่แม่ของนางตั้งให้เพราะแม่ของนางเป็นชาวจีน แต่เนื่องจากว่าพ่อของนางเป็นชาวไทยดังนั้นฟางเซียนจึงอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เกิดกับพ่อแม่และน้องสาว พวกเราดูเหมือนครอบครัวอบอุ่นทั่วไปจนกระทั่งแม่ของนางจับได้ว่าพ่อแอบมีผู้หญิงคนอื่น แม่ของนางพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมเพราะเห็นแก่นางที่เพิ่งมีอายุเจ็บขวบและน้องสาวของนางที่มีอายุเพียงสามขวบ แต่แล้วพ่อของนางก็ทิ้งครอบครัวไปพร้อมกับเงินจำนวนมาก แม่ของนางจึงตัดสินใจพาพวกนางสองพี่น้องกลับไปยังบ้านเกิดที่ประเทศจีน แต่เพราะแม่ของนางถูกตัดขาดออกจากตระกูลแล้วพวกเราสามแม่ลูกจึงต้องไปอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็ก แม่ของนางต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงนางและน้องสาวจนกระทั่งแม่ของนางพบรักครั้งใหม่กับผู้ชายคนหนึ่ง มันดูเหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดีเพราะผู้ชายคนนั้นที่แม่หลงรักไม่ต้องการลูกติด ดังนั้นแม่ของนางซึ่งเหนื่อยกับการเลี้ยงดูนางและน้องจึงตัดสินใจทิ้งพวกนางที่เป็นเหมือนภาระและไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก
Read More
บทที่ 1.2 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักที
บทที่ 1.2 ความตายหายาก ทำยังไงก็ไม่ตายสักทีราชันมังกรทองสยบนภา คือนิยายแนวผจญภัยในโลกของผู้บำเพ็ญเพียรเป็นเซียนและมารเรื่องหนึ่งที่ยาวมากอธิบาย ‘มาร’ และ ‘เซียน’ ก็คือมนุษย์หรือสรรพสัตว์ที่บำเพ็ญเพียรตบะเพื่อให้ได้รับพลังมา ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันแค่ มารจะฝึกวิชาสายชั่วร้ายและดูดซับปราณสีดำ ฝ่ายเซียนก็จะฝึกในเส้นทางตรงกันข้าม หรือที่เรียกว่าเส้นทางคนดี๊ดี ดูดซับแค่ปราณขาวสะอาด ส่วน ‘ปีศาจ’ และ ‘เทพ’ ก็คือเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับพลังโดยไม่ต้องฝึกฝนอะไรมากมายแน่นอนว่าสูตรโกงของพระเอกของนิยายเรื่อง ‘ราชันมังกรทองสยบนภา’ ก็คือการที่ได้เกิดเป็นมังกรทองเผ่าเทพ จ้าวหลงเทียน คือชื่อของเขา ตำแหน่งของเขาในพิภพเทพค่อนข้างสูงส่งเพราะมังกรทองมีไม่มากนัก แต่อยู่มาวันหนึ่งจ้าวหลงเทียนเหมือนจะเบื่อการเป็นเทพหรืออะไรก็ไม่รู้เขาได้ลงไปเกิดเป็นมนุษย์บนพิภพมนุษย์เรื่องราวนิยายเริ่มต้นตรงนั้นเนื่องมาจากว่านิยายเรื่อง ‘ราชันมังกรทองสยบนภา’ เป็นนิยายแนวฝึกฝนพลังและออกไปวิ่งไล่ตบตัวร้ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผู้อ่านจึงจะได้พบแค่เพียงการต่อสู้ของพระเอกและตัวร้ายจนดูน่าเบื่อหน่าย แต่จุดขายอย่า
Read More
บทที่ 2.1 ถ้าเป็นอาจารย์ของตัวร้าย ระบบมีเงินให้โปรยเล่น
บทที่ 2.1ถ้าเป็นอาจารย์ของตัวร้าย ระบบมีเงินให้โปรยเล่นฟางเซียนถูกพาออกจากป่าโดยชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับฝูงอสูรหมูป่าที่มีนามว่า ฮุ่ยหวง เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายเซียนจากสำนักเซียน เฉิน ซึ่งได้รับภารกิจให้มาจัดการฝูงอสูรหมูป่าที่ออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับชาวบ้านในช่วงนี้ แต่เนื่องจากว่าพวกมันมีจำนวนมากเกินไปเขาจึงใช้วิธีไล่ต้อนให้พวกมันกลับเข้าป่าแทนการกำจัดและในระหว่างปฏิบัติภารกิจเขาก็ได้บังเอิญผ่านมาพบฟางเซียนเข้าพอดีนั่นเองแม้ว่าฟางเซียนจะไม่ได้ถูกหมูป่าทำร้ายแต่ฮุ่ยหวงก็รู้สึกผิดที่ทำให้ฟางเซียนตกอยู่ในอันตราย ยิ่งพอได้เห็นบาดแผลตามตัวของฟางเซียนแล้วเขาก็ไม่ลังเลที่จะอาสาพาฟางเซียนออกจากป่าโดยไม่คิดที่จะถามความคิดเห็นของฟางเซียนสักคำแต่ถึงจะถามไปฟางเซียนก็คงตอบไม่ได้เนื่องจากว่านางกำลังตกอยู่ในอาการช็อกหลังจากได้รู้ว่าโชครอดตายของตัวเองมีมากมายเหลือเกิน แต่เมื่อฮุ่ยหวงเห็นอาการของฟางเซียนดังนั้นเขากลับเข้าใจผิดไปว่าฟางเซียนกำลังตกใจกลัวฝูงหมูป่า เขารู้สึกเป็นห่วงมากว่าฟางเซียนจะบาดเจ็บสาหัสทางจิตใจเขาจึงตัดสินใจเสียมารยาทอุ้มฟางเซียนออกจากป่าเพื่อไปรวมตัวกับพี่น้องของเขาโดยเร็ว
Read More
บทที่ 2.2 ถ้าเป็นอาจารย์ของตัวร้าย ระบบมีเงินให้โปรยเล่น
บทที่ 2.2 ถ้าเป็นอาจารย์ของตัวร้าย ระบบมีเงินให้โปรยเล่นพิภพมนุษย์ พิภพเทพ และพิภพปีศาจ สามพิภพแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ทว่าเผ่าปีศาจและเผ่าเทพก็ยังคงไม่ลงรอยกัน อาจจะเพราะความแตกต่างของเผ่าพันธุ์หรือไม่ก็พลังปราณที่มีสีขั้วตรงข้ามกัน อย่างไรก็ตามสองเผ่าพันธุ์นี้ก็มักจะเข้าปะทะกันบ่อยครั้งในพิภพมนุษย์เนื่องจากว่าพิภพมนุษย์มีทั้งประตูเชื่อมต่อไปยังพิภพเทพและพิภพปีศาจ บางครั้งเทพและปีศาจจึงเดินทางมายังพิภพมนุษย์บ้างเป็นบางครั้ง พิภพมนุษย์จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของทั้งสามพิภพนั่นเอง เพราะเหตุนี้เองมันจึงทำให้บนพิภพมนุษย์มักเต็มไปด้วยหายนะ มนุษย์จึงจำเป็นต้องดิ้นรนหาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอดมนุษย์หรือแม้แต่สัตว์อสูรต่างก็มีแกนพลังปราณเป็นของตัวเอง แต่จะไร้พลังปราณแตกต่างจากเผ่าเทพและปีศาจซึ่งมีพลังปราณตั้งแต่กำเนิด แต่หากได้รับการฝึกฝนมนุษย์หรือสัตว์อสูรก็จะสามารถดูดซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้ หากยิ่งเลื่อนระดับพลังปราณให้สูงมากขึ้นเท่าไหร่พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นแต่ทว่าเผ่ามนุษย์ก็ยังคงไม่สามารถต่อกรกับเผ่าปีศาจหรือเผ่าเทพได้เมื่อเปรียบเทียบปราณเซียนหรือปราณมารของผู้บำเพ็ญเพี
Read More
บทที่ 3.1 อาจารย์มารอยากตายกับลูกศิษย์ผู้น่าสงสาร
บทที่ 3.1 อาจารย์มารอยากตายกับลูกศิษย์ผู้น่าสงสารสตรีผู้นั้นประมูลเขามาจากโรงประมูลทาส นางได้พูดว่าจะรับเขาเป็นลูกศิษย์ ลู่เหลียนไม่คิดว่านางจะพูดความจริง ไม่มีทางที่มนุษย์ธรรมดาเช่นนางจะอยากรับลูกครึ่งปีศาจเช่นเขาเป็นลูกศิษย์ทว่าเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อนางสามารถปลดกำไลทาสบนข้อเท้าของเขาออกได้อย่างง่ายดายทั้งที่อาคมของมันน่าจะแน่นหนาและยากที่จะปลดออก บุคคลธรรมดาไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ นั่นหมายความว่านางหาใช่คนธรรมดาอย่างที่เขาเข้าใจ นางคงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงที่สามารถปกปิดพลังปราณของตัวเองได้อย่างมิดชิดและหลังจากที่กำไลทาสถูกปลดออกนางก็ได้ประทับตราบนหน้าผากของเขาโดยไม่ถามเขาก่อนว่าเขายินยอมหรือไม่ลู่เหลียนลูบหน้าผากที่เรียบเนียนของตนเอง แม้ตราสัญลักษณ์จะซ่อนอยู่แต่เขารู้สึกได้ว่ามันยังอยู่ เขาถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง หลุดพ้นจากกำไลทาสมาได้แต่กลับได้รับสัญลักษณ์การเป็นลูกศิษย์มาแทนเสียได้ ถึงมันจะไม่ได้กักขังหรือทรมานเขาอย่างเช่นที่กำไลทาสทำ แต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถหนีพ้นไปจากนางได้เพราะนางจะรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเขาได้ทุกเมื่อจากตราสัญลักษณ์นี้“วันนี้เจ้าไปพักในห้องนั้น วันพรุ่งนี้ข
Read More
บทที่ 3.2 อาจารย์มารอยากตายกับลูกศิษย์ผู้น่าสงสาร
บทที่ 3.2 อาจารย์มารอยากตายกับลูกศิษย์ผู้น่าสงสารฟางเซียนรู้สึกรับไม่ได้อย่างยิ่ง เมื่อนางกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายมารระดับเจ็ดนั่นก็หมายความว่านางจะเป็นอมตะไม่แก่ไม่ตาย! หากรวมเข้ากับแต้มโชครอดตายมันก็หมายความว่านางจะไร้หนทางตาย!ฟางเซียนรู้สึกสิ้นหวัง เข่าของนางอ่อนแรงจนนางไม่สามารถยืนได้อีก นางนั่งซึมเศร้าอยู่ข้างร่างแห้งเหี่ยวของหนูยักษ์และนึกเสียใจที่หลงกลตื้นเขินของระบบ นางมันโง่มาก!อยากตายมากขึ้นเพราะความโง่นี่ล่ะ! ฟางเซียนไม่อยากเดินไปข้างหน้าอีกต่อไปแล้วแต่ทว่าระบบห้ามฆ่าตัวตายก็ยังคงผลักให้นางเดินต่อไปข้างหน้าอยู่ดี สิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้ก็คือ ทำใจให้ได้!เมื่อคิดดังนั้นฟางเซียนก็หัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ทำไมนางถึงโชคร้ายแบบนี้!เมื่อดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่นางได้พบความสิ้นหวังมายาวนานทั้งชีวิต เมื่อต้องการที่จะตายนางก็ยังคงสิ้นหวังเพราะไม่สามารถตายได้ มันเป็นความรู้สึกอัดอั้นที่บรรยายออกมาไม่ได้ อยากจะหัวเราะและร้องไห้ในเวลาเดียวกันจนเสียสติไปเลยในขณะที่ฟางเซียนกำลังเสียสติไปแล้วจริงๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แทรกเข้ามาในหัว นางคิดว่ามีบาดแผลตามร่างกาย แต่ว่ามันไม่ใช่ของนา
Read More
บทที่ 4.1 ท่านอาจารย์ประหลาดเกินไป
บทที่ 4.1 ท่านอาจารย์ประหลาดเกินไปสภาพร่างกายของลู่เหลียนไม่มีส่วนไหนบุบสลายจึงไม่น่าเป็นห่วง สิ่งที่ต้องหวงมากที่สุดก็คือสภาพจิตใจของเขามากกว่า การได้เผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจมันทำให้ลู่เหลียนตกอยู่ในอาการหวาดระแวง เขาจึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษแน่นอนว่าฟางเซียนต้องเป็นคนรับผิดชอบดูแลลู่เหลียนเพราะนางมีส่วนผิดไม่มากก็น้อยที่ปล่อยให้ลู่เหลียนถูกตาแก่มากตัณหาลักพาตัวไปจนต้องเผชิญหน้ากับเรื่องสะเทือนใจเพื่อเป็นการดูแลเอาใจใส่ฟางเซียนจึงทำอาหารสำหรับลู่เหลียนและยกไปส่งถึงห้องนอนเนื่องจากว่าตั้งแต่กลับบ้านมาลู่เหลียนเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาแม้แต่ก้าวเดียว“อาหารสำหรับเจ้า” ฟางเซียนวางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะและหันไปพูดกับเด็กชายที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียง “รีบมากิน หากเจ้าอดตายขึ้นมาข้าคงลำบาก” นางกล่าวอย่างเย็นชาทว่าลู่เหลียนก็ยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองฟางเซียนด้วยสายตาเคลือบแคลงและสงสัย เวลาผ่านไปครู่หนึ่งลู่เหลียนก็ยังคงไม่ขยับ ฟางเซียนนั่งรออย่างใจเย็น จนกว่าลู่เหลียนจะยอมกินอาหารนางก็คงจะไม่ได้ไปไหน เมื่อลู่เหลียนเห็นฟางเซียนอยู่ในท่าทางสงบนิ่งเขาจึงรู้สึกสงบใจมากกว่าการอยู่ค
Read More
 บทที่ 4.2 ท่านอาจารย์ประหลาดเกินไป
 บทที่ 4.2 ท่านอาจารย์ประหลาดเกินไปพื้นที่รอบเมืองเหยียนเป็นหุบเขามีภูเขาและเทือกเขาสูงใหญ่มากมาย การจะสร้างบ้านบนภูเขาสักลูกเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เพราะฟางเซียนอยากมีบ้านบนภูเขาอันเงียบสงบนางจึงยอมจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่อั้น เพราะอย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่เงินของนางอยู่แล้ว ทางด้านผู้รับเหมาก่อสร้างยินดีให้บริการอย่างยิ่งเมื่อได้รับเงินมากมาย พวกเขาสัญญาว่าจะเร่งมือแต่คาดว่าการก่อสร้างคงต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน ในขณะที่รอให้บ้านสร้างเสร็จฟางเซียนและลู่เหลียนจึงอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมชั่วคราวและในระหว่างนั้นลู่เหลียนก็ได้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านและเขียนยันต์ สำหรับมารหรือเซียนมือใหม่จำเป็นต้องรู้จักการเขียนยันต์เพราะการจะใช้คาถาจำเป็นต้องใช้ยันต์เป็นสื่อกลาง นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมลู่เหลียนจำเป็นต้องอ่านและเขียนตัวอักษรให้ได้ทุกตัว แน่นอนว่าคนที่จะสอนลู่เหลียนอ่านเขียนจะต้องเป็นฟางเซียน แม้ว่าลายมือของฟางเซียนจะแย่สักหน่อยเพราะนางไม่คุ้นเคยกับการใช้พู่กัน แต่อย่างน้อยลู่เหลียนก็สามารถเขียนออกมาได้สวยงามตามตำราเพราะหากเขา
Read More
บทที่ 5 ปีศาจกินคนและลัทธิฆ่าตัวตายบทที่ 5 ปีศาจกินคนและลัทธิฆ่าตัวตาย
บทที่ 5 ปีศาจกินคนและลัทธิฆ่าตัวตายฟางเซียนต้องการค้นหาลัทธิฆ่าตัวตายและปีศาจกินคน แต่ระบบก็แย้งว่าถึงนางจะค้นพบลัทธิฆ่าตัวตายนางก็คงไม่สามารถฆ่าตัวตายได้อยู่ดีและถึงจะเจอปีศาจกินคนนางก็ไม่มีทางถูกกินเช่นกันเพราะโชคอันเหลือล้นของนางเอง แต่ฟางเซียนก็อยากลองออกไปค้นหาดูเผื่อจะโชคดีเจอคนพวกนั้นเข้า แต่สุดท้ายนางก็ไม่พบและต้องกลับบ้านบนภูเขาเฮยอั้นพร้อมกับความผิดหวัง “ทำไมความตายถึงได้หายากอย่างนี้!” ฟางเซียนบ่น ลู่เหลียนวางหนังสือที่กำลังอ่านลงและแอบถอนหายใจแผ่วเบา เมื่อฟางเซียนบ่นถึงความตายมันทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในใจจนไม่มีสมาธิในการเรียนหนังสือเลย “ลู่เหลียน เมื่อไหร่เจ้าจะแข็งแกร่งแล้วมาสังหารข้า? ข้าเลี้ยงดูเจ้าเพราะอยากให้เจ้าแข็งแกร่งเหนือทุกคนและมาสังหารข้า หากเจ้าไม่สามารถทำได้ข้าก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเลี้ยงดูเจ้าอีกต่อไปแล้ว” ฟางเซียนกล่าวออกมาเสียงเรียบและเย็นชา [คุณทำอย่างนั้นได้ที่ไหนกันล่ะครับ] ระบบหัวเราะ ฟางเซียนทำหน้าบึ้งตึง นางรู้อยู่แล้วล่ะว่าทำไม่ได้ นางพูดออกไปแบบนั้นก็เพราะอยากกดดันลู่เหลียนเท่านั้นเอง หากเด็กคนนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือและการสนับสนุนจากน
Read More
บทที่ 6 สุสานอาวุธ
บทที่ 6 สุสานอาวุธสุสานอาวุธมีชื่อเสียงในด้านความอันตรายมาก เนื่องจากว่าที่นั่นมีอาวุธอันตรายรวมกันอยู่มากมาย เมื่อความชั่วร้ายของพวกมันหลอมรวมเข้าด้วยกัน พวกมันจึงสามารถสร้างหมอกพิษมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบได้ อีกทั้งมันยังสามารถดึงดูดสัตว์อสูรอันตรายได้อีกด้วย สุสานอาวุธจึงกลายเป็นเหมือนสถานที่รวมตัวของสัตว์อสูรอีกด้วย แต่เพราะมันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยสมบัติและอาวุธวิเศษ เหล่านักล่าสมบัติผู้โลภมากทั้งหลายจึงเดินทางเข้าไปในสุสานแห่งนั้นไม่หยุดหย่อน แต่ผู้คนส่วนมากที่เข้าไปในนั้นมักจะถูกฆ่าตายโดยสัตว์อสูรหรือไม่ก็พิษที่อยู่โดยรอบสุสานอาวุธ หรือบางครั้งพวกเขาก็อาจจะถูกฆ่าโดยอาวุธชั่วร้ายที่ถูกผนึกอยู่ที่นั่น แต่ถึงจะมีผู้คนมากมายตายที่นั่น นักล่าสมบัติก็ยังคงเข้าไปในสุสานอาวุธอย่างไม่กลัวตายอยู่ทุกวัน เมืองซู ซึ่งเป็นเมืองที่ใกล้กับสุสานอาวุธมากที่สุดจึงมักจะถูกใช้เป็นสถานที่แวะพักของเหล่านักล่าสมบัติ มันจึงไม่แปลกที่เมืองซูจะพลุกพล่านและคึกคักไปด้วยผู้คนอยู่ทุกวันและฟางเซียนและลู่เหลียนก็ได้เดินทางมาถึงเมืองอันวุ่นวายแห่งนี้แล้ว ส่วนเหตุผลที่ฟางเซียนเดินทางมาที่นี่ก็เพราะภารกิจจากระบ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status