Se connecter“สานฝันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหนีออกจากบ้านไปแบบนั้น” พรรณพิลัยพูดเสียงสั่น “ต้องมีคนคอยให้ท้ายแน่ ๆ ปกติยัยฝันเคยทำแบบนี้ที่ไหน”
ทศวรรษเอาแต่นั่งนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ สืบสานเองไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าที่มีรอยฝ่ามือทั้งห้าประดับอยู่อย่างชัดเจน ไหนจะมุมปากที่แตกเลือดซิบนั้น
“สานฝันมีอะไรก็พูดมา พ่อจะให้ความยุติธรรมกับทุกคน ผิดคือผิด ไม่มีการเข้าข้างใครทั้งนั้น” ทอฝันเองก็นั่งอยู่โซฟาข้าง ๆ แม่ตัวเอง คอยลูบหลังให้ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดไม่ต่างกัน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวคนเล็ก ๆ ที่จู่ ๆ ก็หายออกจากบ้านไป
ดูจากสถานการณ์คงไม่ใช่เรื่องดี…ทอฝันคิดในใจ
“ห้องนอนหนูมีกล้องวงจรปิดค่ะ” ทุกคนในห้องเงียบกริบ บ้างตกใจ ทุกสายตาล้วนจดจ้องไปยังร่างที่ร้องไห้สั่นเครือกับหน้าอกของท่านเจ้าสัว
“จะเป็นไปได้ยังไง” พรรณพิลัยพูดติด ๆ ขัด ๆ แต่สองมือกลับกำเข้าหากันแน่น ใบหน้าซีดเผือดรวมไปถึงน้ำเสียงที่สั่นเครือตอนพูดออกไปเมื่อครู่
“เป็นไปได้หรือไม่ได้เดี๋ยวก็รู้เอง ห้ามทุกคนในห้องนี้ออกไปไหนทั้งนั้น!” น้ำเสียงเฉียบขาดรวมไปถึงสายตาคมกริบที่จดหน้าภรรยาทำเอาทุกคนในที่นี้หายใจไม่ทั่วท้อง ทอฝันเองที่ได้ยินก็ร้อนใจนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ ถ้าห้องของสานฝันมีกล้อง แล้วห้องของเธอกับพี่ชายอย่างสืบสานล่ะ? ทอฝันเงยหน้าไปยังฟากตรงข้ามที่พี่ชายเธอนั่งอยู่กลับเห็นเพียงอีกฝ่ายเอาแต่จ้องมองคนข้าง ๆ เงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ทอฝันเก็บสายตากลับมานั่งรอไม่กี่อึดใจเจ้าหน้าที่บริษัทที่ส่งมาตรวจสอบก็ได้รื้อแผงกล้องวงจรปิดออกมาทั้งแผง ค้นหาทุกซอกทุกมุมภายในคฤหาสน์หลังใหญ่รวมไปถึงห้องทำงานของท่านเจ้าสัว
“พรรณพิลัย!” ท่านเจ้าสัวเอ็ดตะโรดังลั่นเรียกชื่อภรรยาของตัวเองที่ปกติมักจะเรียกติดปากว่าคุณหญิง กล้องวงจรปิดติดบริเวณในบ้านเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินเป็นเรื่องปกติแต่ในห้องนอนของลูก และห้องทำงานของเขามันไม่ปกติ อีกอย่างเจ้าตัวไม่รู้เห็นและไม่ยินยอม! เมียที่แอบติดกล้องทำงานไว้ในห้องผัว นั่นแสดงว่าต่างไร้ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน และหลายครั้งก็มีการประชุมส่วนตัวหากข้อมูลภายในรั่วไหลออกไปอาจจะสร้างความเสียหายให้กับบริษัทไม่มากก็น้อย นี่ภรรยาเขาบ้าไปแล้วหรือไง
“คุณแม่” ทอฝันเองก็ผงะมือที่คอยลูบหลังให้ชะงัก
“ทอฝัน” พรรณพิลัยหมายจะคว้ามือลูกเอาไว้แต่ทอฝันกลับรีบกระเถิบตัวหนีทิ้งระยะห่างเอาไว้พอสมควร
“ฟังแม่ก่อนนะ ให้แม่อธิบาย” บนโต๊ะมีรูปวาดผ้าใบที่ถูกซ่อนกล้องเอาไว้ ห้องนอนอีกสองสาวก็ซ่อนไว้หลังรูปถ่ายติดผนังเช่นกัน ส่วนท่านเจ้าสัวซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ พรรณพิลัยเหมือนมีก้อนลมตีขึ้นมาในอกทำได้เพียงอ้าปากพะงาบ ๆ พยายามจะอธิบายแต่พอเห็นท่าทีของลูกสาวน้ำตาก็นองหน้า
“แม่ แม่หวังดี” พรรณพิลัยปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
คำว่าหวังดีของคุณหญิงพรรณพิลัยช่างน่าหวาดกลัวและชวนสะพรึงเสียจริงในความคิดของทศวรรษ นี่มันไม่ต่างจากล่ามลูกไว้ในกรงทองเลย ต้องอยู่ในสายตาตลอด ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสรเสรี แม้แต่ในห้องนอนส่วนตัวก็ยังตามไปสอดส่อง ลูกแต่ละคนไม่ใช่เด็กแบเบาะ วัยกลางคนกันหมดแล้ว จะสอดส่องเพื่ออะไร? ไหนจะเรื่องอุบัติเหตุของสืบสาน ทศวรรษเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรอยู่แล้วได้แต่นั่งเงียบทนฟังเสียงร่ำไห้ชวนเวทนาของนายหญิงของบ้าน
เขาไม่ได้รู้สึกสะใจ แต่รู้สึกสงสารมากกว่าในฐานะคนนอกที่ยืนดูอยู่ และไม่แปลกใจที่เมื่อวานสานฝันจะหลุดโลกทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนั้นออกไป สาเหตุที่ว่าเป็นเพราะอะไรก็คงจะรู้ดี เธอถูกล่ามและกดทับด้วยคำว่าหวังดีและความรักของแม่อย่างพรรณพิลัยนั่นแหละ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงที่จะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ แม้แต่จะย้อมผมทำเล็บยังไม่ได้ เสื้อผ้าเครื่องประดับก็ต้องส่งมาที่บ้านให้พรรณพิลัยช่วยดู ช่วยเลือก อาหารบนโต๊ะก็ต้องถูกต้องครบถ้วนตามหลักโภชนาการ แต่ละอาทิตย์จะมีเมนูที่นักโภชนาการคิดและส่งมาให้แม่บ้านทำ
ข้าวมื้อละ 1 ทัพพี เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด? เหอ ๆ ถูกต้องตามหลักโภชนาการแต่ไม่ถูกใจและปากของผู้คนในบ้าน คุณหญิงพรรณพิลัยจะรู้สึกรู้สาของการกระทำของตัวเองหรือเปล่านะ คำว่าแม่บังเกิดเกล้าของอีกฝ่ายนิยามแบบไหนทศวรรษเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายไม่มีมดลูก แต่ถ้าหากเขามีลูกสักคนคงไม่เลี้ยงเหมือนไข่ในหินที่หวาดระแวงทุกฝีก้าวอย่างนี้แน่
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







